"ม่อนจอง" กับการตามล่าทุ่งหญ้าสีทอง และ ทางช้างเผือก รีวิวโดย Kwang Nutthiya

ดอยม่อนจอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หนึ่งใน Dream List ของเราที่ต้องไปให้ได้ หลังจากดูภาพจากคนอื่นมาเยอะ ซึ่งเราเลือกช่วงเวลาเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยเหตุผลคือ ทุ่งหญ้าสีทอง และทางช้างเผือก (ตอนเช้ามืด) เราเดินทางกับ Trekking Thai ซึ่งสามารถเช็กทัวร์ได้จากเว็บไซต์ https://www.trekkingthai.com/wordpress

"ม่อนจอง" กับการตามล่าทุ่งหญ้าสีทอง และ ทางช้างเผือก

"ม่อนจอง" กับการตามล่าทุ่งหญ้าสีทอง และ ทางช้างเผือก

 วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21.42 น.

 วันที่เดินทาง 9 ก.พ. 2562



ดอยม่อนจอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หนึ่งใน Dream List ของเราที่ต้องไปให้ได้ หลังจากดูภาพจากคนอื่นมาเยอะ ซึ่งเราเลือกช่วงเวลาเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยเหตุผลคือ ทุ่งหญ้าสีทอง และทางช้างเผือก (ตอนเช้ามืด)

เราเดินทางกับ Trekking Thai ซึ่งสามารถเช็กทัวร์ได้จากเว็บไซต์ https://www.trekkingthai.com/wordpress/ม่อนจอง/

ถ้าพร้อมแล้วออกเดินทางกันเลย

.........

  • เราเริ่มเดินทางโดยรถตู้จากออฟฟิศของ Trekking Thai ตอนประมาณทุ่มนึง ถ้าจำเวลาไม่ผิด มุ่งหน้าสู่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
  • เมื่อถึงที่ทำการ หน่วยดอยมูเซอ เราก็ทานข้าวเช้า ล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมสัมภาระ ว่าอันไหนบ้างที่เราจะให้ลูกหาบ อันไหนบ้างที่เราจะแบกขึ้นเอง แต่สำหรับเราแล้วขอเลือกที่จะแบกขึ้นเอง เพราะเราขึ้นไปพักเพียงแค่ 1 คืนเท่านั้น
  • จากนั้นเราก็ขึ้นรถกระบะ เพื่อพาเราไปยังจุดเริ่มเดิน ขอบอกเลยว่าจับให้มั่น แล้วคุณจะได้กล้ามแขนอันแข็งแรง และสิ่งที่ควรเตรียมพร้อมคือแมสปิดปาก เพราะฝุ่นจะเยอะมาก
  • และเมื่อถึงจุดเริ่มเดิน ก็จะระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ก่อนจะถึงเนินฮิปฮอป

"ภูหินช่อ" แลนด์มาร์คแรก ที่เราต้องทิ้งเป้ และก็ปีนขึ้นไปถ่ายรูป การปีนขึ้นลงก็ขึ้นอยู่กับความยาวของขา และข้างบนค่อนข้างแคบ วิว 360 องศาสวยมาก มองลงไปเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน ยังไงก็ต้องระวังกันนะจ๊ะ

เนินฮิปฮอป หรือ อดีตเคยชื่อว่า เนินหมาหอบ เนินสูงเมื่อพ้นชายป่า ที่ทำให้เรารู้ว่าใกล้ถึงแล้ว บททดสอบแรงกาย แรงใจ และแรงลม (หมวกปลิวจ้า แต่ไม่ไกล) ถามว่าหอบแค่ไหน ขนาดหมายังหอบ คนไม่น่าเหลือ


ลูกหาบผู้แข็งแกร่ง ทุกการเดินป่าย่อมมีลูกหาบเคียงคู่กัน พี่ๆลูกหาบเป็นชาวบ้านมูเซอ เราชอบแฟชั่นของพวกเขานะ ทั้งเสื้อผ้าสีสันสดใส และกระเป๋ากระสอบ อยากบอกว่าลูกหาบที่นี่ดีมาก ดูและทัวร์ของเราตั้งแต่ไปรับจากหน่วยมูเซอ คอยดูแลเราตอนอยู่บนรถกระบะ (ภาพบนรถกระบะจะอยู่ในคลิป ซึ่งจะตามมาทีหลัง) และยังแบกสัมภาระ และช่วยพวกเรากางเต้นที่แคมป์อีกด้วย)


วิวมุมสูงจากเนินฮิปฮอป


เราเห็นหัวสิงห์แล้ว เห็นแบบนี้ไม่ใกล้เลย


น้องรหัสผู้ร่วมทริปกับเรา น้องคือคนที่ทำให้เราได้กล้ามาเดินป่า โดยป่าแรกของเราคือ

"ดอยหลวงเชียงดาว"

หลังจากที่เราพักผ่อน นอนหลับในเต้นเอาแรง เราก็ออกมาชมวิวกันต่อ


เราเลือกที่ใช้เวลากับการนั่งมองพระอาทิตย์ตกดิน ค่อยๆ ดูสีของท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันสวยงามเกินคำบรรยาย ยังไงก็ต้องขอบคุณท้องฟ้าวันนั้น

หลังจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็ถึงเวลามื้อค่ำและการพักผ่อน เพื่อตื่นแต่เช้ามืดมาชมทางช้างเผือก


เวลา ตี 4 เรานัดกันออกมาถ่ายทางช้างเผือกที่พาดเหนือยอดหัวสิงห์ ซึ่งเวลานั้นอากาศเย็นมาก ไม่ต้องพูดถึงเลยถ้าเราเดินบนสันเขา ที่ลมแรงและอากาศเย็น ทำเอาน้ำมูกไหล โดยอัตโนมัติ กุมภาพันธ์เป็นเดือนแรกของฤดูกาลล่าทางช้างเผือก โดยช้างจะขึ้นตอนเช้ามืด

เราจะมาบอกการถ่ายดาวและทางช้างเผือกฉบับเรา
อย่างแรก เราต้องศึกษามาให้ดีว่าช่วงเดือนไหน ที่เราจะเจอทางช้างเผือก เพราะถ้าไม่ศึกษามาให้ดี เราอาจจะเจอแต่ดาว

ต่อมา กล้องต้องมีระบบแมนนวล และต้องมีขาตั้งกล้องนะ

การตั้งค่าอย่างแรกนะ เปิดรูรับแสงให้กว้างที่สุด แล้วก็โฟกัสไปที่อินฟินตี้ ตั้งแค่ ISO 1000 อัพ ส่วนเวลาก็อยู่ประมาณ 15-30 วินาที ถ้านานกว่านี้ดาวจะเคลื่อน

จากนั้นก็ลองผิดลองถูก เริ่มเลยจ้า (จริงๆ แล้วเราเริ่มถ่ายทางช้างเผือกครั้งแรกก็ที่ อ.อมก๋อย แต่เป็นที่บ้านแม่ตื่น ตอนนั้นเรามาทำงานงานสารคดี)


นี่คือภาพทางช้างเผือกที่เราถ่ายครั้งแรกที่อมก๋อย


มาต่อกันที่ม่อนจองกับเช้าวันใหม่ เมื่อทางช้างเผือกลับฟ้าไป แทนที่ด้วยแสงอาทิตย์สีทอง ทุ่งหญ้าก็เปลี่ยนเป็นเหลืองทอง แสงยามเช้านำความอบอุ่นเข้ามาแทนที่

สุดท้ายแล้วอยากบอกกับม่อนจองว่า คุณคือส่วนที่เติมเต็มความสุขของเราแม้ว่ามันจะช่วงเวลาสั้นๆ เพราะสิ่งที่เราได้มันมากกว่า มันคือความตั้งใจที่เราทำสำเร็จ และอยากกลับไปอีก

รักม่อนจอง

VLOG : Mon Jong ตามหาทุ่งหญ้าสีทองและทางช้างเผือก


กวางไม่มีเขา

ฝากติดตามเราได้ที่ กวางไม่มีเขา

Instagram @kwangnutthiya


ความคิดเห็น