ยกแก๊งเที่ยววัดพระแก้ว รีวิวโดย วันหยุด ตะลุยเที่ยว

แก๊งที่ไปด้วยกัน เป็นนักเรียนผู้ช่วยพยาบาล ไปทัศนศึกษาสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ (จริงๆ ก็ไปเที่ยวนั่นแหละ แต่ต้องทำในมีสาระหน่อย แล้วก็ต้องสรุปรายงานส่ง) กรุ๊ปเรานัดเจอกันที่โรงเรียนก่อน 7 โมงเช้า เพื่อที่จะไปก่อนที่แดดจะร้อนมาก ซึ่งจริงๆ เราไปถึงโรงเรียนตอนที่รถกำลังจะออกจากโรงเรียนแล้ว เกือบอดไปแล้วซ

ยกแก๊งเที่ยววัดพระแก้ว

ยกแก๊งเที่ยววัดพระแก้ว

 วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 23.01 น.

 วันที่เดินทาง 30 ต.ค. 2562

แก๊งที่ไปด้วยกัน เป็นนักเรียนผู้ช่วยพยาบาล ไปทัศนศึกษาสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ (จริงๆ ก็ไปเที่ยวนั่นแหละ แต่ต้องทำในมีสาระหน่อย แล้วก็ต้องสรุปรายงานส่ง) กรุ๊ปเรานัดเจอกันที่โรงเรียนก่อน 7 โมงเช้า เพื่อที่จะไปก่อนที่แดดจะร้อนมาก ซึ่งจริงๆ เราไปถึงโรงเรียนตอนที่รถกำลังจะออกจากโรงเรียนแล้ว เกือบอดไปแล้วซิ ^__^

เรานั่งรถตู้ไปกัน ไปกันประมาณ 20 คนนะ ก็นั่งหลับ นั่งชมวิวข้างทางก่อนไปถึงวัดพระแก้ว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. เพราะรถต่อบนทางด่วน

รถติดบนทางด่วน กับบรรยากาศข้างนอกแดดร้อน

วิวระหว่างทางไปวัดพระแก้ว

นั่งรถผ่านวัดพระแก้วก็ถ่าย ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวใกล้วันพระแก้วก็ถ่าย นั่งผ่านศาลหลักเมือง วัดโพธิ์ ถ่ายตอนรถวิ่งความคมชัดของภาพก็จะประมาณนี้ ดูรูปกันเลย

อันนี้ถ่ายตรงสี่แยกพอดี

ศาลหลักเมืองตอนนั่งรถผ่าน

กระทรวงกลาโหม ถ่ายได้เท่านี้อ่ะ

จังหวะรถเลี้ยวพอดีเลย

ด้านหลังวัดพระแก้วคือ วัดโพธิ์ เที่่ยววัดพระแก้วเสร้จมาต่อที่วัดโพธิ์ได้เลย

แล้วเราก็ไปถึงจุดจอดรถ ซึ่งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของวันพระแก้ว น่าจะเป็นจุดให้บริการของทหารเรือ ลงจากรถได้ตรงไปถ่ายรูปบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยาเลย

ถ่ายบนรถตอนเลี้ยวเข้าไปจอดอ่ะ น้ำขึ้นสูงมาก

บรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา

ลงจากรถเช็คจำนวนแล้วพร้อมเดินทาง

เมื่อครบกันแล้วก็ออกเดินทางไปวัดพระแก้ว แนะนำคนที่ไปใส่ผ้าใบหรือ รองเท้าที่เราเดินได้สะดวก เพราะใช้เวลาเดินในวัด และวังนาน ไปเป็นกรุ๊ปเราต้องติดต่อไปทางสำนักงานที่ดูแล จะจัดเจ้าหน้าที่มาเล่าประวัติของวัดพระแก้วให้เราฟัง ต้องเดินผ่านจุดแสกนกันก่อนเข้าวัด

ทางเดินเข้าวัดพระแก้ว จุดนี้คนเดินเข้าเยอะมาก

แบ่งเป็นเขตวัด พระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นกลาง พระราชฐานชั้นใน เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปีไหน ในหลวงรัชกาลที่เท่าไหร่เป็นผู้สร้าง จำได้ไม่หมดอ่ะ ชมรูปไปก่อนนะ จะบรรยายตามรูป

วิวที่ถ่ายรูปแล้วสวย

ทางเข้าไปข้างในวัด ต้องเดินให้ถูกเลน

ปู่ฤๅษี เชื่อว่าเป็นหมอรักษาพระพุทธเจ้า

รอบๆ จะมีภาพวาดรามเกียรติ์ เสาทุกเสาหน้าภาพวาดจะมีหินอ่อน บทโคลงสี่สุภาพ ให้เราได้อ่านกัน

ขอคิดแป๊ปจำไม่ได้อ่ะ

นครวัด จำลอง

ปราสาทพระเทพบิดร 1 ปี เปิดให้เข้า 5 วัน 6 เมษายน, 13-15 เมษายน และ 23 ตุลาคม

พระมณฑปถ่ายย้อนแสง

หอพระธรรม ทุกวันพระ นิมนต์พระมาให้นักท่องเที่ยวทำบุญด้วยนะ ไปทำบุญวัดพระแก้วไปให้ถูกวันนะ ย้ำ ทุกวันพระ

หอประดิษฐานวัดพระแก้ว 1 ปี จะเปลี่ยนเครื่องทรง 3 ครั้ง แรม 1 ค่ำ เดือน 4, แรม 1 ค่ำ เดือน 8, แรม 1 ค่ำ เดือน 12

หอระฆังจะมีการตีก็ต่อเมื่อมีการแต่งตั้งพระสังฆราช ตีตามจำนวนลำดับที่พระสังฆราช

ช่างกำลังซ่อมภาพ จากกองบูรณะ

เดินออกมาจากวัดแล้ว เข้าวัง เจอทหารองครักษ์กำลังเดินแถวไปเปลี่ยนเวร นักท่องเที่ยวหยุดถ่ายภาพกันเยอะมาก

ทหารเดินแถวเพื่อไปเปลี่ยนเวร ซ้ายมือจะเป็นพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

สร้างตั้งแต่สมัยในหลวงรัชกาลที่ 5 ตัวตึกจะเป็นทรงยุโรป ส่วนหลังคาจะเป็นทรงไทย จะเรียกกันติดปากว่า "ฝรั่งสวมชฎา"

ตรงกลางด้านบนเป็นรูปในหลวงรัชกาลที่ 5 อันนี้ซูมสุดๆ ได้แค่นี้จริงๆ

พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท

หลังพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท น่าจะถอดแบบมาจากพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสซึ่งอยู่ที่พระราชวังบางปะอิน เดินเลยไปจะเป็นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระที่นั่งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระที่นั่งแบบไทยแท้องค์เดียวในพระบรมมหาราชวัง

หลังจากที่แก๊งเราชมวัด ชมวังกันเสร็จแล้วก็เติมพลังกัน ก่อนเดินทางไปพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช

หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา 7-eleven

หลังจากอิ่มแล่วเราก็ออกเดินทางกันต่อ ถ้าเดินทางมาเองก้นั่งเรือข้ามฝากไปได้ โรงพยาบาลศิริราชอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่เรามารถตู้เลยต้องนั้งรถตู้ข้ามสะพานไป นั่งถ่ายรูปชมบรรยากาศไป

มุมนี้ถ่ายตอนนั่งรถผ่าน กำลังไปพิพิธภัณฑืการแพทย์ศิริราชต่อเป็นรถไม่ค่อยมีช่วงเที่ยงแล้ว

วิวบนสะพานที่นั่งรถผ่าน เห็นตึกโรงพยาบาลศิริราช

มาถึงแล้วก็เดินไปที่ตึกนี้ ถ้ามากันเองแนะนำว่าให้พาเพื่อนไปด้วยนะ ไปคนเดียวมีหลอนแน่นอน มีค่าเข้าชมด้วยนะ 50 บาท/คน

ถ่ายได้แค่ข้างหน้าข้างในห้ามถ่าย

แผ่นที่ภายใน

เวลาเปิดทำการให้เข้าชมตามนี้นะ

ขึ้นไปแล้วถ่ายรูปได้แค่นี้ เพราะข้างในไม่อนุญาตให้ถ่าย พูดแล้วหลอนลองไปกันเองนะ ออกจากตึกนี้แล้วเราก็ไปที่ตึก เราก็ไปตึกกายวิภาคศาสตร์ที่มีโครงกระดูกอาจารย์ใหญ่ เป็นโครงกระดูกที่สูงที่สุดในโลก

ป้ายตึกกายวิภาคศาสตร์

ตึกนี้มีโครงกระดูกอาจารย์ใหญ่เยอะมาก ไปกันหลายคนยังหลอนเลย ตอนที่ไปเป้นช่วงกลางวันด้วย เดินทีต้องเกาะกลุ่ม >__<

ออกจากตึกนี้แล้วก็ไปอีกตึกพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ซึ่งรวบรวมการแพทย์แผนปัจจุบัน ตึกนี้ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ มีประวัติช่วงแรกที่ก่อตั้งโรงพยาบาลศิริราช จำลองห้องผ่าตัด ห้องตรวจวัดสายตา ด้านที่เราเดินไปติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีมาก

ตึกนี้อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาเลย

บรรยากาศก่อนเข้าไปให้ตึก

ถ่ายข้ามฝั่งกันไปเลย

หน้าตึกพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน

ตึกนี้ถ่ายรูปข้างในได้ จะแบ่งเป็นส่วน เดินขึ้นลงกันเพราะเป็นตึกที่เรียกได้ว่าเป็นการแพทย์แผนปัจจุบัน จำลองมาเหมือนในโรงพยาบาลเลย มีรายละเอียดให้เข้าไปดู ไปชมเยอะมากถ่ายมาได้บางจุดอ่ะ ส่วนมากจะถ่ายตัวหนังสือในตึกมาเยอะไม่ได้ถ่ายบรรยากาศในตึกอ่ะ Y__Y

ฤๅษีบรมครูแห่งการแพทย์ไทย

ออกจากตึกนี้แล้วก็จะมีอาคารที่จัดแสดงเรือโบราณที่ขุดเจอ และนำมาเก้บรักษาไว้ที่นี่ จำลองรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสมัยกรุงธนบุรี

เรือโบราณที่ขุดพบ

มีรูปแบบเรือโบราณเยอะมาก นอกจากจะได้ศึกษาเกี่ยวกับการแพทย์แล้วยังได้ความรู้ประวัติศาสตร์ด้วย


ความคิดเห็น