เฉพาะกิจ ปุ๊บปั๊บทัวร์ ณ อุดรธานี รีวิวโดย GoAloneTravel

สวัสดีครับ รีวิวนี้เป็นรีวิวเฉพาะกิจนะครับ คือผมต้องเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิทที่จังหวัดอุดรธานี และไม่มีแผนว่าจะเที่ยวด้วยเลย พึ่งคิดสดๆ หลังจากดูเวลาแล้วมีเวลาเหลือ ก็เก็บได้หลายที่อยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ริทึ่มผับเจ้าดังกลางเมืองอุดร เป็ดเหลือง หนองประจักษ์ คำชะโนด บ้านเชียง เป็นต้น เ

เฉพาะกิจ ปุ๊บปั๊บทัวร์ ณ อุดรธานี

เฉพาะกิจ ปุ๊บปั๊บทัวร์ ณ อุดรธานี

 วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 22.56 น.

 วันที่เดินทาง 5 พ.ย. 2562

สวัสดีครับ รีวิวนี้เป็นรีวิวเฉพาะกิจนะครับ คือผมต้องเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิทที่จังหวัดอุดรธานี และไม่มีแผนว่าจะเที่ยวด้วยเลย พึ่งคิดสดๆ หลังจากดูเวลาแล้วมีเวลาเหลือ ก็เก็บได้หลายที่อยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ริทึ่มผับเจ้าดังกลางเมืองอุดร เป็ดเหลือง หนองประจักษ์ คำชะโนด บ้านเชียง เป็นต้น เป็นยังไงมาตามไปดูกันครับ

เริ่มจากผมจองสายการบินไทยไลออนแอร์ไว้ครับ ได้ช่วงบ่ายแก่ๆ วันศุกร์ กลับคืนวันอาทิตย์ตามรูปครับ

รีบนั่งแท็กซี่ออกจากที่ทำงาน (ลาบ่ายเลยทีเดียว 555+) มาถึงดอนเมืองเกือบบ่าย 3 แต่ยังไม่เรียกขึ้นเครื่องก็นั่งรอยาวๆ ไป และแล้วเครื่องบินมาแล้วคร๊าบบบโผมมมมมม

บ่าย 3 สิบห้า พนักงานภาคพื้นเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง คิดในใจ เยี่ยมมมม ครั้งนี้ไม่ดีเลย์ 555+

หลังจากขึ้นไปนั่งประจำที่แล้ว และแล้วเหตุการณ์คุ้นๆ ก็เกิดขึ้น เมื่อแอร์คนสวยประกาศว่า เนื่องจากหอบังคับการบินแจ้งว่าต้องรอยืนยันการขึ้นบินในอีก 30 นาที 555+ ว่าแล้วไง นั่งบนเครื่องมองเครื่องบินลำอื่นขึ้นลงยาวๆ ไป

และแล้ว เมื่อเวลา 16 นาฬิกาตรงเราก็ได้ออกเดินทางเสียที การจราจรก่อน Take off ก็หนักเอาเรื่อง กว่าจะถึงอุดรธานีก็เกือบห้าโมงครึ่ง ถึงแล้วก็ต้องรับออกเลย เพื่อนมาจากเชียงใหม่เครื่องลงตั้งแต่บ่าย 3 กว่า เช่ารถแล้วรอรับเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว 555+

เอาของไปเก็บที่โรงแรม การมาครั้งนี้ผมพักที่ประจักตราซิตี้โฮสเทล จองมากับ AGODA ราคาไม่แพง 5xx บาทต่อคืน

หลังจากเก็บของและอาบน้ำเสร็จก็รีบบึ่งไปบ้านงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมต่างๆ ในวันพรุ่งนี้ที่จะเป็นพิธีจริง

หลังจากนั้นก็กลับมายังโรงแรมเพื่อพักผ่อน ต้องตื่นแต่เช้าสำหรับงานเช้าของเพื่อน จึงไม่ได้ออกไปร่อนทีไหนเลย 555+

ราตรีสวัสดิ์คืนที่ 1 อุดรธานี

------------- วันที่ 2 ------------

วันนี้ทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น อยู่ช่วยงานเพื่อน โดยเป็นทุกตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าภาพ เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว แต่ก็แอบหาจังหวะ หามุมดีๆ ถ่ายรูปมาไว้เปลี่ยน Profile FB-IG บ้าง นานๆ ทีจะได้แต่งตัวดูดีกับเขาบ้าง 555+

งานพิธีการต่างๆ จบลงตอนประมาณ 4 ทุ่ม หลังจากนั้นคือ After party งานจัดที่โรงแรมนภาลัย ด้านล่างโรงแรมมีผับเจ้าดังของอุดรธานีครับ "ริทึ่ม" นั่นเอง เจ้าภาพปิดโซนไว้ 1 โซนเลยสำหรับแขกที่อยากลงไปร่วมสนุก จัดไปสิรออะไรเรา 555+

ได้อยู่โซนบนๆ ช่วงที่มาก็เกือบ 5 ทุ่มแล้ว แต่โต๊ะต่างๆ ยังว่างอยู่ มีสาวๆ สวยๆ หลายคนมาจองโต๊ะรอเพื่อนบ้างแล้ว แต่สาวอุดรนี่สวยจริง คอนเฟิร์ม 555+

ระหว่างนั้นมีบอลคู่สำคัญ เด็กหงส์อย่างเราต้องดูสิ ยืนดูจอไม่สนใจนั่งร้องเลย โคตรเครียดเลยโดนนำก่อนจนเกือบ 10 นาทีสุดท้าย เพื่อนเลยจะแอบถ่าย เรารู้เธอจะถ่าย ยิ้มสิ รออะไร 555+

ประมาณเที่ยงคืน คนเริ่มเยอะ บรรยากาศสนุนมากครับ OK เลยสำหรับที่นี้ เป็นการไปปล่อยแก่ได้เป็นอย่างดี 555+

ผมและเพื่อนๆ อยู่กันเป็น 4 คนสุดท้ายที่มาจากงาน (รวมคุณเจ้าสาว) ที่เต้นลืมอายุกันด้วย เอาเป็นว่าหมดสภาพกันเลยทีเดียว เราควรแยกย้ายกันกลับไปนอนเถอะ 555+

ถ้าใครไม่ไหวสามารถนอนที่โรงแรมนภาลัยเลยก็ได้ครับ ไม่แพง

หมดไปอีกวัน ราตรีสวัสดิ์คืนที่ 2 อุดรธานี

------------ เข้าสู่วันสุดท้าย (วันเที่ยวที่แท้จริง) ------------

วันนี้เนื่องจากเมื่อคืนจัดหนักมาก ตื่นเกือบ 10 โมง นัดเจอเพื่อนที่ LOBBY ตอน 10:30 น. ตัดสินใจกันว่าจะไปคำชะโนดกัน เพื่อนเคยมาแล้วแต่พลาดประตูเข้าปิดก่อนเลยจะไปซ้ำ 555+ จึงตัดสินใจไปแวะหาอะไรกินระหว่างทาง ไล่หาใน Google Map ซักพักก็ตกลงตัดสินใจไปที่ กม. 16 เป็นไก่กระบอก อยากลอง งั้นจัดกันเลยคร๊าบบบ ตามแผนที่โลดดด

เค้าจัดสถานที่ไว้ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว เหมือนเป็นจุดท่องเที่ยวของชุมชนได้เลย

มีสะพานไม้ทอดยาวไปยังทุ่งนา เพื่อให้เข้าไปเก็บภาพได้ด้วย Classic ดีแท้

ระหว่างทางที่จะเดินไป ชาวบ้านก็มีนำของป่ามาขาย มีหลากหลายดี สุดทางก็จะเป็นร้านกาแฟครับ สั่งเสียหน่อยยย

สั่งไปคนละแก้ว รสชาติอร่อยใช้ได้เลยครับ

รอไปพักนึง อาหารที่สั่งไว้ก็เริ่มทยอยมาลง เริ่มจากตำมั่ว ผมบอกเลยว่าสุดๆ เลยครับ อร่อยมากก

ถัดมาเป็นตำไทย พริก 1 เม็ดของเพื่อนผม ก็ดูน่ากินเช่นกัน

นี่คือไฮไลท์ของที่นี้เลยครับ "ไก่กระบอก" ตามชื่อร้านเลยครับ เป็นเหมือนไก่นึ่งของทางอิสาน แต่นึ่งผ่านกระบอกไม้ไผ่ เลยทำให้ได้กลิ่นหอมไปอีกแบบ อร่อยเชียวหล่ะ

และสุดท้าย ไฮไลท์อีกอย่าง ต้มยำป่าปลานิล ครับ ด้วยเครื่องเทศแบบป่าๆ ต้มในหมอดิน รับรองรสชาติได้เลยครับ ความแตกต่างที่กรมกล่อมสุดๆ บอกเลยว่ามื้อนี้ แน่นเลยครับ ทั้งอิ่ม ทั้งอร่อยยย 555+

เมื่ออิ่มกันแล้วก็เดินทางต่อครับ ยาวๆ ไป 83 กิโลเมตร

และแล้วเราก็มาถึงเสียที ดีใจแทนเพื่อนมาก และแล้วเมิงก็ได้เข้าไปข้างในเสียที (รูปนี้เพื่อนก็เป็นคนถ่ายแหล่ะครับ) 555+

เดินข้ามเข้ามาในเกาะ จะเต็มไปด้วยต้นชะโนด สูงชะลูด ที่มีแค่พื้นที่บริเวณนี้เท่านั้น ดูลึกลับดีแท้

เข้ามาแล้วก็ต้องมาไหว้ พ่อปู่ กับแม่ย่า มีจุดกราบไหว้หลายจุดครับ แล้วแต่จะเลือกเลย ตรงด้านหน้าจะมีพ่อพราหมณ์มานำกล่าวด้วย แต่คนต่อแถวยาวมาก ผมเลยชวนเพื่อนมาตรงจุดนี้ดีกว่าคนน้อยดี

ไหว้เสร็จ เดินถัดมาหน่อย ก็จะเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ว่ากันว่าลึกจนไม่มีที่สิ้นสุด

ด้านหน้าจะเป็นจุดที่สามารถนำน้ำมาดื่ม มาล้างหน้า พรมหัวได้ (น้ำสะอาดมากครับ)

จากนั้นก็ไปยังอีกจุดไฮไลท์ของที่นี้ ผู้คนที่เข้ามายังที่นี้ มากกว่าร้อยละ 50 ที่เข้ามาเพื่อหวังโชคลาภ (ฝนตก ลื่นนิดนึงครับ)

เดินมาถึงแล้วครับ เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ให้อารมณ์ขลังเป็นพิเศษ

มีศาลพ่อปู่แม่ย่าอีกแห่งอยู่ด้านข้าง

ทั้งๆ มีป้ายแจ้งไว้แล้วว่าห้ามโรย ห้ามทาแป้งบนต้นไม้ ก็ยังมีอยู่ครับ ลองตีลองแปลกันดูครับว่าเป็นเลขอะไร

ดูคุณยายท่านนี้ พยายามมาก ว่าจะเข้าไปถามท่านอยู่ว่าได้ตัวไหน ^_^

ได้เลขของตัวเองแล้ว กลับออกมาก็มีร้านขายลอตเตอรี่พร้อมอยู่ด้านหน้า ผมและเพื่อนก็หมดไปกันคนละหลายใบ 555+

จากนั้นมองดูเวลาแล้ว ยังเหลือเยอะ ไปที่ต่อไปดีกว่า อยู่ไม่ไกลกันมาก นั้นคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ครับ ประมาณ 1 ชม. ก็ถึงครับ

มาถึงแล้วครับ จอดรถเสร็จ ก็เดินดุ่มๆ ไปดูป้ายเลย มีหลายจุดที่เชื่อมโยงกันมากครับ แต่ด้วยเวลาตอนนนี้คงดูได้แต่ในพิพิธภัณฑสถานเท่านั้น

เดินไปอย่างมั่นใจว่านี่คือทางเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 555+

สรุป ไม่ใช่ครับ เป็นบอร์ดแสดงนิทรรศการของบ้านเชียงครับ

อ่าว แล้วทางเข้าอยู่ไหนหว่า เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็มาเจอหนองน้ำขนาดใหญ่ มีเครื่องปั้นจำลองขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า

มีศาลาบนเกาะน้ำด้วยครับ แต่เนื่องเวลาน้อยก็เลยไม่ได้ข้ามสะพานไปดู

จนสุดท้ายก็ต้องพึ่ง Google Map อีกเช่นเคย สรุปเดินมาผิดทาง 555+ ไปอีกทางนู่นนนน

ก็เดินตามแผนที่มาเรื่อยๆ และแล้วเราก็มาถึงทางเข้า ไม่ได้แผนที่นี่แย่เลย 555+

เสียค่าเข้า 30 บาท จากนั้นก็เดินเข้ามาครับ ตรงเข้าไปยังอาคารข้างหลังนี้ครับ (ตรามรดกโลกเด่นเป็นสง่า)

เดินเข้ามา เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามใช้แฟลช สามารถเดิมชมได้ทั้ง 3 อาคารครับ

อาคารแรกจะเป็นเครื่องปั่นดินเผาครับ

ดูน่าทึ่งมากครับ

ถัดมาก็เป็นเครื่องประดับครับ น่าทึ่งนะครับมนุษย์เมื่อ 4,000 ปีที่แล้ว เค้าทำกันได้อย่างไร

อาคารถัดมาจะเป็นการจัดแสดงการขุดค้นโครงกระดูก ทั้งมนุษย์และสัตว์ ที่เห็นนั้นเป็นกระดูกควายครับ มีกระดูกมนุษย์ด้วยนะครับ แต่ไม่เอาลงจะดีกว่า

ถัดมาจะเป็นห้องแสดงการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคสมัยนั้น

ในแต่ละจุดจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความสะดวกและคำแนะนำต่างๆ (อีกอย่างจะได้มีเพื่อนถ้ามาคนเดียว จะได้ไม่รู้สึกวังเวง 555+)

อาคารสุดท้ายจะเป็นการจำลองการขุดค้นเมื่อครั้งอดีต

ทำให้เราเห็นภาพความยากลำบากของนักโบราณคดีในตอนนั้น

เดินขึ้นมาด้านบนจะมองเห็นภาพรวมได้ทั้งหมดครับ

ก็พอสมควรกับเวลาอาคารกำลังจะปิดพอดี เราจึงจะไปยังสถานที่ท่องเที่ยวถัดไป คือ วัดป่าสันติธรรมวนาราม หรือวัดป่าดงไร่ มีป้ายตลอดทางที่มา ไหนๆ แล้วก็ลองไปดูซักหน่อยดีกว่า ไม่ไกลครับ ตามเส้นสีแดง มีป้ายบอกตลอด (ใน Google Map ยังไม่มีเส้นนี้เลยนะครับ)

และแล้วเราก็เดินทางมาถึง มาถึงแล้วถึงขั้นร้อง เฮ้ยยยย นี่มันเหมือนกับ โรงอุปรากรซิดนีย์ เลยทีเดียว (รูปนี้เพื่อนก็เป็นคนถ่ายอีกเช่นเคย)

มีปลาเยอะมากด้วยครับ สวยงามไปอีกมุม (เพื่อนผมนี่ถ่ายภาพสวยดีแท้ 555+)

เบื้องหลังการถ่ายภาพ 555+

มีจุดให้ถ่ายรูปเช็คอินมากมายครับ

ตรงจุดนี้เป็นทางเข้าครับ

เดินเข้ามาหน่อย เฮ้ยยย มันสวยอะ

เดินถัดมาก็ยังมีจุดให้ถ่ายภาพเรื่อยๆ

อีกมุมที่ดูสวยงาม อลังการมากครับ

หันหลังกลับมา ก่อนจะกลับ จะพบอนุสรณ์จุดพระราชทานเพลิงสรีระสังขารเกจิอาจารย์ (พระครูพิศาลธรรมภาณี)

จากนั้นก็ขับรถกลับเข้าเมืองอุดรธานี กว่าเครื่องผมจะออกก็เกือบ 4 ทุ่ม ตอนนี้หกโมงเวลาเหลือเฟือ ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า ผมเลยชวนเพื่อนไปกินหมูกระทะเจ้าดัง ผมรู้จักร้านนี้มา 10 ปีแล้ว หัวละ 199 บาท มาดูกันว่าทำไมถึงดังครับ น้ำจิ้มนี่เด็ดจริง (คล้ายๆ กับเจ้าดังในห้าง)

บรรยากาศภายในร้านครับ ต้องขอบัตรคิว มีที่นั่งรอนะครับ ถ้ามาช่วงเย็นนี่คนจะเยอะมากครับ ถือว่าผมโชคดีมากที่มาในจังหว่ะที่รอไม่นาน

ไม่นานอาหารก็มา ลองดูกันครับว่าเหมือนไหม เหมือนกันยันกระทะ 555+ (น้องๆ ร้านนี้บริการดีมากครับ)

หลังจากอิ่มหมีพีมันก็ไปจุดไฮไลท์ของเมืองอุดรธานีครับไม่ไกลจากนี้

นั่นคือ "น้องเป็นเหลือง ณ หนองประจักษ์" นั่นเองครับ

จากนั้น เพื่อนผมก็ขับรถมาส่งสนามบิน เข้าไปล้างหน้า ล้างหัว ล้างแขน เปลี่ยนเสื้อ ฉีดสเปรย์กันยกใหญ่ โชคดีที่ตอนเช็คอิน น้องที่เคาวเตอร์ถมาว่าสะดวกนั่งประตูฉุกเฉินไหม รีบตอบอย่างไว ได้ครับผม (เพราะที่นั่งเดิม D30 ตรงกลางผู้คนเลย สงสารคนนั่งข้างๆ 555+)

เรียกขึ้นเครื่องตรงเวลาครับ รีบขึ้นไปเลย 555+

นั่งติดหน้าต่างประตูฉุกเฉินไปเลย 555+

บ๊าย บายย อุดรธานี ไว้กลับมาใหม่นาาาาา

เครื่องค่อยๆ ปรับระดับลง ต่ำลงกว่าเมฆ อ่าวเห้ยยฝนตกนี่นาาา หนักเอาเรื่องเลย ไม่ชอบเลยว่าลาเครื่องลงตอนฝนตก เคยมีประสบการณ์ไม่ดี แต่สุดท้ายกัปตันก็พาเราลงอย่างปลอดภัย

จบทริปเฉพาะกิจ ปุ๊บปั๊บทัวร์ อุดรธานี ครับ ไว้ครั้งหน้าผมจะพาไปใหม่นะครับ ครั้งนี้เรียกน้ำย่อยไปก่อนครับ อุดรยังมีที่เที่ยวอีกเยอะมากครับ ไว้เจอกันครั้งหน้าครับ


ติดตามสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่

Blog : https://goalonetravel.blogspot.com/

FB Page : https://www.facebook.com/คนเดียวก็ไปเที่ยวได้-1238634139627858/


ความคิดเห็น