ตะลอนพนมเปญ (ฉบับสายดื่ม) รีวิวโดย Travel diary

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า นี้เป็นการไปพนมเปณครั้งแรก และ คนเดียว และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นก็คงเป็น การเดินทาง คนเดียวนี่แหละ ที่ทำให้ได้ประสบการณ์ มหาศาลเลย Day 1 เริ่มต้นการเดินทางอันยิ่งใหญ่ด้วยเที่ยวบิน จาก ดอนเมือง สู่กรุงพนมเปญ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในการเดินทาง ด้วยความตื่นเต้น หรืออะ

ตะลอนพนมเปญ (ฉบับสายดื่ม)

ตะลอนพนมเปญ (ฉบับสายดื่ม)

 วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 17.33 น.

 วันที่เดินทาง 28 ต.ค. 2562

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า นี้เป็นการไปพนมเปณครั้งแรก และ คนเดียว และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นก็คงเป็น การเดินทาง คนเดียวนี่แหละ ที่ทำให้ได้ประสบการณ์ มหาศาลเลย


Day 1

เริ่มต้นการเดินทางอันยิ่งใหญ่ด้วยเที่ยวบิน จาก ดอนเมือง สู่กรุงพนมเปญ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในการเดินทาง


ด้วยความตื่นเต้น หรืออะไรไม่รู้ทำให้คืนก่อนเดินทาง นอนไม่หลับ เลยกะว่าจะมางีบ บนเครื่อง โดยลืมคิดไปว่า เที่ยวบินนี้ ใช้เวลาเดินทางสั้นมาก เรียกว่า ขึ้นเครื่อง รัดเข็มขัด แล้วถึงเลย 555

และเมื่อไปถึงสนามบิน แน่นอนว่าสายโซเชียล สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลย คือ อินเตอร์เน็ต เลยต้องแวะซื้อ ซิมการ์ด เพื่อสะดวกในการใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งหาซื้อไม่ยากเลย แค่เดินออกจาก สนามบินก็จะเห็นเคาท์เตอร์ บริการ อยู่หลายค่าย



สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่เค้าก็มีซิมการ์ดหลายประเภทให้เลือกกัน ไม่ว่าจะแบบ ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างเดียว หรือใช้ อินเตอร์เน็ต และ โทรด้วย จะแบบอยู่ยาว หรือ แค่ทริป สั้นๆ ก็แล้วแต่เราจะเลือกได้ตามใจชอบ


หลังจากได้ซิมอินเตอร์เน็ตเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มเดินทางกันต่อเลย ทริปนี้ จองโรงแรม HH Hotel & Sky Bar

ต้องบอกแบบนี้ ที่เลือกโรงแรมนี้เพราะว่า ตอบโจทย์เรื่องการเดินทาง มาก แถมวิวสวยและ ที่สำคัญ เนื่องจาก ทริปนี้เป็นทริปสายบดื่ม ทำให้รู้สึกว่า โรงแรมนี้ตอบโจทย์สำหรับสายดื่มที่สุดแล้ว


การเดินทาง ก็ง่ายๆ แค่เรียก tuk tuk ระบุ ที่หมาย ไม่ถึง 5 นาที ก็จะมีรถมารับถึงที่


อ้อ ลืมบอกไปที่นี่เค้าใช้เงิน 2 สกุล นะ เป็นดอลล่าร์ (US) และ เรียล (KHR) โดยคำนวณ จาก 4,000 เรียล เท่ากับ 1 ดอลล่าร์ ส่วนเรื่องของการจับจ่าย ไม่ต้องกลัว เพราะว่าทุกที่รับเงินทั้ง 2 สกุล


เดินทางมาซักพัก ก็ถึงที่หมายปลายทาง


พอมาถึงโรงแรม ก็เช็คอินก่อนเลย


เช็คอินเสร็จ ก็เดินดูบริเวณรอบ หน่อย ซึ่งถ้า เดินไปถึงด้านหลังของโรงแรมก็จะเป็น สระว่ายน้ำ ของโรงแรม



ระหว่างที่ดูรอบโรงแรม ก็เจอเข้ากับสิ่งสะดุดตา ที่สุดของโรงแรมก็คือ สิ่งนี้



นี่คือ....ที่กลั่นเบียร์ ขนาดยักษ์ ในโรงแรม !!! บอกเลยว่า ที่นี่เค้ากลั่นเบียร์แบบ จริงจังมาก ขนาดมีห้องควบคุม แบบโรงงาน เลยทีเดียว

ไม่รอช้ารีบเข้าพ้องพักเก้บข้าวเก็บของ แล้ว ไปลองชิมเบียร์ของที่นี่เค้าดีกว่า


วิวทางเดินระหว่างไปห้องพัก


และแล้วก็มาถึงห้องพัก บอกเลยว่าบรรยากาศห้องพัก ดูดี จนแทบจะเปลี่ยนแพลนจากดื่มเป็นนอนซักงีบใหญ่ๆเลย



วิวระเบียงห้องก็ถือว่า สวยสมราคา


เอาหล่ะ ถึงแม้จะอยากนอนแค่ไหน แต่เพื่อให้สมกับ ชื่อรีวิวนี้ ก็จะต้องลองไปชิม เบียร์ของที่นี่กันหน่อย

ซึ่งจุดที่เราจะไปก็คือ ชั้นดาดฟ้าของโรงแรม บอกเลยว่า พอขึ้นไป ถึงกับตะลึงเลย



บรรยากาศ วิว เมือง พนมเปญ



ที่นี่เค้ามีเบียร์สด หลากหลายแบบ พร้อมกับถัวให้เคี้ยวเล่น แล้วแต่ว่าเราจะชอบแบบไหน จะเมามาก เมาน้อยก็ว่ากัน.



นั่งดื่มเบียร์ ชมบรรยากาศดีๆ พอให้มึนๆหัวซักพัก ก็คงต้องขอตัว ไปพักผ่อน เพื่อ เก็บแรงไว้ตะลุยกรุงพนมเปญยามค่ำคืนกันต่อ



18:30 น.

เสียงนาฬิิกาปลุกจากมือถือดัง ได้เวลา ออกเดินทางชมเมือง พนมเปญ ยามค่ำคืน แล้ว !!!

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ท้องก็ดันร้องขึ้นมา เลยต้องรีบทำการบ้านหาที่ทานอาหาร ซักหน่อย ด้วยความที่มาต่างบ้านต่างเมือง ก็อดที่จะขอลองชิม อาหาร แบบที่ชาว พนมเปญ ทานไม่ได้ และไม่นาน ก็เจอของดีแล้วหล่ะ

จุดที่เลือกไปฝากท้อง ก่อนออกตะลุย พนมเปญยามค่ำคืน เค้าเรียกว่า "Block 11" ซึ่งที่นี่ก็จะมีร้านอาหารจำนวนหนึ่ง เปิดขายอาหารอยู่



หลังจากเดินวนอยู่หลายรอบ ก็ตัดสินใจสั่ง สิ่งนี้มาทาน


ต้องบอกก่อนว่า เนื่องจาก กัมพูชา เคยเป็นรัฐ ในอารักขาประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพอินโดจีน ที่เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ทำให้อาหาร ของที่นี่จะติดรสเค็ม ซึ่งเป็นรสชาติ ดั้งเดิมที่คนฝรั่งเศส ทานกัน เเม้แต่เมนูที่เลือกมานี้ ลักษณะคล้ายๆกับ ก๋วยเตี๋ยว บ้านเรา แต่ ก็แอบผสม ความเป็นต้มยำ (แอบเค็มๆ) จางๆไว้


หลังจากที่ทานเสร็จ ก็เดินทางสู่ จุดหมายต่อไป พิกัดที่จะไปนี้ ได้รับการแนะนำมา ว่าต้องไป ก็คือ

"Le Moon Rooftop Lounge"

ซึ่งที่นี่ จะเปิดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ จนถึง ตี 1 กันเลย


ที่นี่เป็น นอกจากเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเบียร์ คอกเทล ม็อกเทลแล้ว แล้ว ยังมีอาหาร อีกด้วย



นั่งดื่ม และ ชมบรรยากาศ ริม แม่น้ำอยู่พักใหญ่ ก็ได้เวลากลับโรงแรมแล้วหล่ะ


Day 2


เริ่มต้นวันที่ 2 ได้เวลา กลับบ้านเกิดเมืองนอน ประเทศไทยของเราแล้ว แต่ เนื่องจาก ไฟท์ ที่จองไว้ เป็นไฟท์ ดึก (ประมาณ 2 ทุ่ม) เลย นึกสนุก หาสถานที่เที่ยวต่ออีกหน่อย และก็พบกับสิ่งนี้


ที่นี่เรียกว่า "พิพิธภัณฑ์สังหารหมู่โตลเสลง หรือ S-21" หนึ่งในอันดับความโหดร้ายของกลุ่มคนที่ทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างทารุณที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเกิดขึ้นยาวนานถึง 4 ปี

ประวัติย่อๆ ก็คือ เดิม ที่นี่เป็นโรงเรียนและเมื่อ ครั้งนึงที่ เขมรแดง เข้ายึดอำนาจ จึงได้จับนักโทษ ที่จะเป็นภัย จองจำและทรมาน ก่อนจะถูกพามายังทุ่งสังหารเพื่อฆ่าและฝังกลบในคราวเดียว


ก่อนเข้าก็ซื้อตั๋วก่อน ที่นี่ จะมีราคาตั๋วและ ตั๋วพร้อม ออดิโอ้ บรรยาย ราคาประมาณ 8 ดอลล่าร์


เมื่อซื้อตั๋วแล้ว ก็ ไปรับ ออดิโอ้ ที่นี่จะมีออดิโอ้หลายภาษา ทั้ง อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น (แต่ไม่มีภาาษไทยนะ)


วิธีการใช้งาน ก็ง่ายๆ แค่เดินไปตามหมายเลข พร้อมกับ กด หมายเลขในเครื่องเล่น หมายเลขนั้นๆเพื่อฟังบรรยาย




เนื่องจาก เราจะต้องเคารพ ผู้เสียชีวิต บรรยากาศด้านจึงข้อนข้าง เงียบสงบ



ยิ่งเดินยิ่งรูั้สึกหดหู่ใจ



**สำหรับที่นี่ อาจจะเก็บภาพมาได้ไม่เยอะนักเนื่องจาก ในสถานที่นั้น ไม่อนุญาติให้ถ่ายรูป



เป็นไงกันบ้างสำหรับกัมพูชา ฉบับนักดื่ม ความรู้สึกส่วนตัวบอกเลยว่า มองกัมพูชาเปลี่ยนไปเยอะมาก เพราะจริงๆ แล้ว กัมพูชา ก็เป้นอีกประเทศ ที่น่าเที่ยว จริงๆ



ความคิดเห็น