Doolaylay กับการเดินทางคนเดียว ครั้งแรก รีวิวโดย Kwang Nutthiya

ปลายปี 2018 เราออกเดินทางคนเดียวครั้งแรก ในสถานที่คุ้นเคย และไม่คุ้นเคย สถานที่คุ้นเคยคือ "เชียงใหม่" และที่ไม่คุ้นเคยคือ "Doolaylay (ดูเลเล)" (หนึ่งในโลเคชันของภาพยนต์ Low Season สุขสันต์วันโสด) Doolaylay ตั้งอยู่ที่ ต.แม่แดด อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่  “Doolaylay” เป็นภาษาปกาเกอญอ

Doolaylay กับการเดินทางคนเดียว ครั้งแรก

Doolaylay กับการเดินทางคนเดียว ครั้งแรก

 วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 22.29 น.

 วันที่เดินทาง 24 ธ.ค. 2561


ปลายปี 2018 เราออกเดินทางคนเดียวครั้งแรก ในสถานที่คุ้นเคย และไม่คุ้นเคย สถานที่คุ้นเคยคือ "เชียงใหม่" และที่ไม่คุ้นเคยคือ "Doolaylay (ดูเลเล)" (หนึ่งในโลเคชันของภาพยนต์ Low Season สุขสันต์วันโสด) Doolaylay ตั้งอยู่ที่ ต.แม่แดด อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ 

“Doolaylay” เป็นภาษาปกาเกอญอ แปลว่า บ้านแห่งความคิดถึง


การเดินทางเริ่มขึ้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง โดยรถไฟสายอุตราวิถี จากกรุงเทพ ไป เชียงใหม่ รถไฟออกจากหัวลำโพงเวลา 18.10 น. ก็จะถึงเชียงใหม่ประมาณ 07.15 น. กวางเลือกตู้นอนของรถไฟชั้น 2 เบาะสีแดง ซึ่งจองผ่านระบบออนไลน์ ตอนนั้นเหลือให้จองแค่เตียงบนในราคา 941 บาท ขอบอกว่าเป็นตู้นอนสำหรับผู้หญิงและเด็ก (พนักงานก็เป็นผู้หญิงและเด็ก) เมื่อรถไฟออกไปสักพักเจ้าหน้าที่ก็จะมาทยอยกางเตียงนอนให้เรา (กวางขอไม่ลงรายละเอียดเรื่องรถไฟ เพราะว่าเรามีข้อมูลค่อนข้างเยอะ)

DAY 1 เมื่อถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ เราต้องเดินทางไปยังสถานีขนส่งช้างเผือก ด้วยรถสองแถวแดง (50 บาท) เพื่อขึ้นรถสองแถวเหลืองสาย เชียงใหม่-วัดจันทร์  ไปยังดูเลเล ระหว่างทางรถสองแถวเหลืองจะแวะพักที่ตลาดสะเมิงประมาณ 20-30 นาที จากนั้นเราก็นั่งรถต่อ ผ่านโค้งแล้วโค้งเล่า (เตรียมตัวเมารถได้เลย) ก่อนที่เราจะขึ้นรถเราได้ย้ำกับคนขับว่า “พี่จอดดูเลเลให้ด้วยนะ” และเมื่อถึงดูเลเล ถ้าไม่สังเกตุดีๆ ก็จะสงสัยแบบว่าเราว่าจอดรับคนหรอ เพราะป้ายเล็กมาก (พี่โอมเล่าให้ฟังว่าที่ทำป้ายเล็กๆ เพราะไม่อยากให้เด่น เคยมีคนผ่านมาแล้วคิดว่าร้านอาหาร เข้ามาสั่งอาหาร สั่งกาแฟ ซึ่งจะสร้างความลำบากให้กับแขกที่มาพักได้) เมื่อเรามาถึงดูเลเล ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากพี่โอม พี่พลอย พี่ดั้ม คุณพ่อ คุณแม่ พร้อมกับกับข้าวฝีมือแม่มื้อแรก รอคอยเราอยู่ หลังจากทานข้าวกลางวัน เราก็พักผ่อนถามอัธยาศัย เข้าที่พัก ดื่มกาแฟ หรือจะไปช่วยพี่ๆเขาคัดเมล็ดกาแฟ 


จนกระทั่ง 16.30 น. พี่โอมก็พาพวกเรานั่งรถของพี่โอมไปยัง “ดอยไม่มีชื่อ” เพื่อไปดูพระอาทิตย์ตก กับวิวที่เราสามารถมองเห็นดอยอินทนนท์ได้จากตรงนี้ อยากบอกว่าพระอาทิตย์ตกที่ดอยไม่มีชื่อ ไพรเวทมาก เพราะมีแต่พวกเราบนนี้ ไม่มีใครเบียดบังใคร ฟ้ายามเย็นสวยมาก พอดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปเท่านั้น อุณหภูมิก็ลดลง เราจึงเดินทางกลับบ้าน เพื่อกินข้าวเย็น ดูดาว และนั่งรอบกองไฟ .


เช้าวันต่อมา กวางตื่นเช้าเพื่อชมบรรยากาศ ทานอาหารเช้า นอนอ่านหนังสือ หยิบกล้องไปถ่ายรูปรอบๆ บ้าน ตกบ่ายรอเพื่อนๆ กลุ่มใหม่มาสมทบ และไปจากลาวันนี้กันที่ดอยไม่มีชื่อเหมือนเดิม

สุดท้ายการเดินทางคนเดียว มันทำให้เรากล้าออกจากเซฟโซนที่เราสร้าง รับผิดชอบชีวิตตัวเอง กล้าตัดสินใจ และเชื่อใจตัวเองมากขึ้น ถามว่าเหงาหรือไม่ มันข้ามคำว่าเหงา เพราะเราเอาเวลามานั่งเหงา ไปอินกับบรรยากาศโดยรอบ เพราะเราคงไม่ได้รู้สึกแบบนี้ทุกครั้ง


ความคิดเห็น