‘บาหลี แบบนี้ไม่เหงาแน่’ รีวิวเที่ยวบาหลีสั้นๆ 3 วัน 2 คืน รีวิวโดย 85mm.

รีวิวเที่ยวบาหลีไม่มีเหงา !! ไปเที่ยวสั้นๆ แค่ 3 วัน 2 คืนก็เฟี้ยวได้จ้า      สวัสดีรอบนี้มีโอกาสได้ไปบาหลีแบบงงๆ วันนี้เรามาแชร์ประสบการณ์การไปบาหลีกับครอบครัว เริ่มจากพี่สาวชวนมา เหย แกตอนนี้มีโปรฯ มาไว ชวนไว โอนไว พอมาดูทริปเอ้า เที่ยวจริงๆ แค่วันครึ่ง คูมพระช่วย! จะยกเลิกไม่ไปก็ไ

‘บาหลี แบบนี้ไม่เหงาแน่’ รีวิวเที่ยวบาหลีสั้นๆ 3 วัน 2 คืน

‘บาหลี แบบนี้ไม่เหงาแน่’ รีวิวเที่ยวบาหลีสั้นๆ 3 วัน 2 คืน

 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 19.12 น.

 วันที่เดินทาง 21 ก.ค. 2562

รีวิวเที่ยวบาหลีไม่มีเหงา !!

ไปเที่ยวสั้นๆ แค่ 3 วัน 2 คืนก็เฟี้ยวได้จ้า

     สวัสดีรอบนี้มีโอกาสได้ไปบาหลีแบบงงๆ วันนี้เรามาแชร์ประสบการณ์การไปบาหลีกับครอบครัว เริ่มจากพี่สาวชวนมา เหย แกตอนนี้มีโปรฯ มาไว ชวนไว โอนไว พอมาดูทริปเอ้า เที่ยวจริงๆ แค่วันครึ่ง คูมพระช่วย! จะยกเลิกไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะจ่ายตังไปแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด คือคุณแม่ที่บ้านอยากจะไปมากๆ หน้าที่ของเราคือต้องดีไซน์ Trip นี้ให้ดีที่สุด เลยขอเอามาแชร์ให้ทุกคนได้อ่านกันนะ

     เที่ยวแค่ 3 วัน 2 คืนไปไหนได้บ้าง โจทย์เรื่องเวลาเราฟิตมาก เพราะบินเช้าอาทิตย์ แล้วกลับเช้าวันอังคาร ! เท่ากับเที่ยวจริงคือ ‘วันครึ่ง’ Oh Goshhhh … มาดูกันว่าทริปที่เราวางไว้เราจะไปไหนกันบ้าง

#ไปเที่ยวบาหลีกันเถอะ

     สิ่งสำคัญก่อนเราจะเริ่มทริปกันเลยนั่นคือการไปบาหลี ถ้าจะให้ดี ควรเตรียมตัวกันก่อนเราพ้อยท์เป็นจุดให้ดังนี้นะครับ

  1. เราต้องมีทัวร์ครับ เหตุเพราะถ้าเราไม่ได้ตั้งใจจะไปแบบ Backpacker เช่ามอเตอร์ไซต์ขับชมธรรมชาติแล้วล่ะก็ สถานที่แต่ละที่เดินทางค่อนข้างจะใช้เวลานานครับ อารมณ์เปลี่ยนที่เที่ยวทีเหมือนเดินทางไปต่างจังหวัดของบ้านเราล่ะ ฉะนั้นแนะนำให้จองทัวร์ดีที่สุดครับ
  2. Internet เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเรา ง่ายมากๆ เราสามารถทำการซื้อ internet Sim ผ่านทาง Application KLOOK ก่อนได้ครับ ตอนที่ผมจองคือได้ราคา 212 บาท รับ Sim ได้เมื่อเดินทางถึงสนามบิน ราคาไม่แพง แถมความเร็วโอเค เพียงพอต่อการใช้ในชีวิตประจำวันอย่างส่งข้อความ เช็คอีเมล์ได้หมด แต่ก็เจอบางจุดอับสัญญาณ ซึ่งก็พอเข้าใจได้ครับ เข้าป่า ขึ้นเขา มีหลุดบ้างเป็นธรรมดา
  3. เตรียมตัวแลกเงินไปเที่ยว เราแลกที่ Superrich สีเขียว จากไทยไปเลย หรือที่จริงมีอีกคำแนะนำคือให้เราแลกเป็น US Dollar จากไทยไปก่อน แล้วค่อยไปแลกที่สนานบินเมื่อถึงแล้ว จะได้เรตคุ้มค่า ผมสุดท้ายผมเทียบดูแล้วแลกไปเลยน่าจะสะดวกกว่า เลยแลกไปเลยก่อนบิน ค่าเงินคิดง่ายๆ ว่า 100K IDR = ประมาณ 220 บาทไทย เราไปไม่กี่วันเลยแลกไปแค่ 5,000 บาท ได้เงินมากว่า 2,000,000 IDR ถือเงินล้านก็คราวนี้

     เตรียมตัวให้พร้อม เรื่องทัวร์ผมแนะนำ Teddy Tour ติดต่อผ่านทางอีเมล์เป็นหลัก ดูรายละเอียดต่างๆ ได้ที่เว็บ www.teddybalitour.com เลยครับ ส่งทริปที่เราต้องการจะไปคร่าวๆ ให้กับทางทีม Teddy ช่วยรีวิว จากนั้นทางทีม Teddy จะส่งอีเมล์กลับมาแจ้งคอนเฟิร์ม หากทริปเราแน่น Teddy ก็จะแจ้งมาครับว่าแน่นไปนะ ควรปรับเปลี่ยนประมาณไหน ทาง Teddy จะมีโสร่งให้เราด้วยนะ เวลาเราไปสถานที่สำคัญๆ และน้ำดื่มคนละขวด ส่วนเรื่องการชำระค่าบริการ จ่ายครั้งเดียวเมื่อจบทริปครับ ไม่มีการเรียกเก็บก่อนเริ่มทริป รายละเอียดต่างๆ ผมแปะตัวอย่างเมล์ที่คุยกับ Teddy ไว้ให้นะครับ

     เริ่มต้นถึงที่สนามบินนัดแนะกับคนขับ และรับซิมแล้ว ที่แรกเราไปที่ Single Fin Beach Bar เป็นคาเฟ่ริมทะเลที่วิวโคตรสวยยย ส่วนใหญ่เราจะเจอชาวต่างชาติมาเล่น Surf กัน กาแฟดี อาหาร อร่อย ฟินสมชื่อ แนะนำให้ลองสั่งพวกเมนู Smoothie Bowls มากินดู คือโคตรสดชื่น เข้ากับบรรยากาศริมทะเลได้ดีมากๆ ถ้าไปสายๆ หรือเที่ยงไปแล้ว คนที่ร้านจะเยอะมาก อาจจะต้องรอคิวกันนิดนึง

     ต่อด้วยวัด Uluwatu Temple ค่าเข้าคนละ 50K IDR เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเสียด ที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเยอะเลย มีความสวยงาม และเสน่ห์แบบเก่าแก่ คำเตือนต้องระวังลิงด้วยนะ เราเห็นแว่นตานักท่องเที่ยวโดนฉกไปกับตาเลยล่ะ

     หลังจากนั้นเข้าที่พัก คืนแรกเราจองผ่าน AIRBNB ที่พักชื่อ The Oasis เป็น Resort ทั้งหลัง พักได้ 7-8 คน หารกันตกคนละ 1,500 บาทเท่านั้นเอง ที่ดีงามคือมี 3 ห้องนอนใหญ่แยก สระว่ายน้ำ โปรเจคเตอร์สำหรับฉายหนัง ดู Netflix ได้ อาหารฟรีมื้อเช้า สบายไปอีกกกกกก /ฟินเพราะแม่ชอบมาก

     เช้ามาเราไปต่อที่ Bali Swing ราคาค่าบริการคนละ 200K IDR โดยจะมีไกด์นำเที่ยวและคอยถ่ายรูปให้กับเรา 1 คน ขอเล่าตอนที่ได้นั่งแกว่งบน Swing หน่อย คือเขาจะให้นั่งคนละ 2 รอบ รอบแรกหันหน้าออกไปหาธรรมชาติ โอโห แอบเสียวเหมือนกันนะ ส่วนรอบสองเขาจะให้หันหน้าเข้ามา รอบตอนที่เราเล่นคือพนักงานที่เขาทำหน้าที่แกว่งก็ Entertain ดีมาก ทำให้สะดุ้งตรงที่กระโดดขึ้นมาด้วยกันกับเรานี่แหละ แล้วไม่มี Safety ใดๆ ด้วยนะ ยอมใจคุณพี่เขาจริงๆ ใครไปบาหลีอยากให้ไปลองเล่นฮะ สนุกโคตร ควรไปตอนเช้า เพราะไม่งั้นถ้าสายหน่อย จะเจอคนเยอะกว่านี้

     ต่อด้วยไป Tirta Gangga Water Palace เป็นราชวังน้ำที่สวยงามมาก เราชอบรูปปั้น และสถาปัตต่างๆ ร่มรื่นมากๆ ค่าเข้าคนละ 40K IDR ซึ่งจุดเช็คอินที่ทุกคนจะต้องมาถ่ายคือ กลางลานน้ำที่ต่อคิวเดินกันไปบนแผ่นหิน

     สถานที่สุดท้ายที่เราตั้งใจจะไปคือ Lampuyang Gate Heaven เป็น Destination ของใครหลายๆ คนหากพูดถึงว่ามาบาหลี คงไม่พ้นจะต้องอยากมาที่นี่ ที่นี่ค่าเข้าไม่มีนะครับ แต่ใช้เป็นการ Donate หรือบริจาคแทน ประตูที่เป็นที่นิยมมากๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปบาหลี ตอนถ่ายรูปจะมีคนคอยถ่ายให้ โดยค่าบริการก็แล้วแต่เราจะให้

     สำหรับคนที่อยากได้รูปสวย ท้องฟ้างามๆ อาจจะต้องมาช่วงเช้า ซึ่งช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่คนเยอะมากที่สุด ไกด์เราบอกว่าบางคน มาถึง 9 โมงเช้า กว่าจะได้ถ่ายเสร็จก็บ่ายโมงพอดี คุณพระ ! แต่ถ้าไม่แคร์เรื่องฟ้าแค่อยากมีภาพมาช่วงบ่ายๆ ได้นะ เราใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง มาถึงบ่าย 4 โมง ได้ถ่ายหกโมงครึ่งจ้า

     แถมอีกนิดสำหรับ Lampuyang Gate Heaven ที่เห็นถ่ายรูปกันสวยๆ นี่ คือเขามีทริคตรงที่ตอนถ่ายช่างภาพเขาจะทำ Mirror โดยใช้กระจกนะครับ ทำให้เกิดภาพที่ประทับใจไม่รู้ลืมเชียวละครับ

     จบแล้วละครับ สำหรับทริปนี้ ถ่ายรูปมาได้เยอะมากแม่ แล้วคือมีแต่รูปแม่จริงๆ โดยรวมสำหรับเวลาอันน้อยนิด ที่คิดว่าคงได้กลับมาซ้ำ มันมีอีกหลายที่ที่เราอยากจะไป แต่เวลายังไม่อำนวย ไว้จะกลับมาใหม่แน่นอนนะ สุดท้ายฝากแชร์รีวิวเราไปด้วยน้าาา เป็นกำลังใจสำหรับรีวิวหน้าๆ ขอบคุณมากครับ ^^


ความคิดเห็น