สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี ทำเลดีสุด เชิงสะพานถ้ำกระแซ รีวิวโดย RinSa YoyoLive

อากาศแบบนี้คือเหมาะที่จะออกไปเที่ยว ไปพักผ่อนอย่างที่ซู้ดดดดด้วยเหตุผลคือ อากาศเย็นสบายดี้ดี ไม่มีฝนให้กวนใจแสงเช้าและเย็นสวยมาก จะถ่ายรูปยังไงก็ปัง ทริปนี้จึงบังเกิด ไม่ได้อยากเที่ยวแบบอยากพักผ่อนธรรมดานะแต่อยากเที่ยวแบบว่า ทั้งสนุก ทั้งตื่นเต้น และลุยๆ หน่อยอะไรงี้สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี ที่นี

สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี ทำเลดีสุด เชิงสะพานถ้ำกระแซ

สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี ทำเลดีสุด เชิงสะพานถ้ำกระแซ

 วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 21.03 น.

 วันที่เดินทาง 13 ม.ค. 2563

อากาศแบบนี้คือเหมาะที่จะออกไปเที่ยว ไปพักผ่อนอย่างที่ซู้ดดดด
ด้วยเหตุผลคือ อากาศเย็นสบายดี้ดี ไม่มีฝนให้กวนใจ
แสงเช้าและเย็นสวยมาก จะถ่ายรูปยังไงก็ปัง ทริปนี้จึงบังเกิด ไม่ได้อยากเที่ยวแบบอยากพักผ่อนธรรมดานะ
แต่อยากเที่ยวแบบว่า ทั้งสนุก ทั้งตื่นเต้น และลุยๆ หน่อยอะไรงี้
สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี ที่นี่แหละ คือคำตอบ

บริเวณนี้ ในอดีตเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันได้กลายเป็นรีสอร์ทที่มีทำเลที่ดีที่สุด เชิงสะพานถ้ำกระแซ และริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย
วันนี้จึงได้มีโอกาสมาพัก ไม่ได้มาพักแบบนอนพักแล้วก็กลับแค่นั้นนะ
แต่ที่นี่เค้ามีกิจกรรมให้สนุกกันเยอะมากๆ กิจกรรมแอดเวนเจอร์แบบลุยๆ ต่างๆ เรียกเสียงกรี๊ดได้ดีมาก
กิจกรรมล่องแพเปียก แบบชิลๆ เราชอบอะไรแบบนี้ เช้าๆ มาขึ้นรถไฟ 2 บาทไปลงถ้ำกระแซถ่ายรูปสวยๆ ปังๆ บรรยากาศดี ชิลสุดกว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่า อยากให้ไปชมด้วยกัน
รีวิวนี้ อาจจะยาวไปนิดแต่ บอกเลยคุ้มค่าที่ได้มาจริงๆ


การเดินทางมายัง สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี สะดวกสุดๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวก็มาได้
ด้วยการนั่งรถไฟจากสถานีบางกอก มาลงสถานีถ้ำกระแซ รถไฟจะจอดตรงสวนไทรโยค รีสอร์ทพอดีเลยค่า
สามารถลากระเป๋าเข้ามาเช็คอินกันได้เลย สำหรับเราการเดินทางในครั้งนี้ด้วยรถยนต์ส่วนตัวจาก กทม.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ บวกกับแวะหาของอร่อยๆ กินข้างทางด้วยนะ ราวๆ นี้เลย
เอารถยนต์ส่วนตัวมาก็จะมีที่จอดรถให้ด้วย เช็คอินด้วยบัตรประชนชน ตามชื่อที่จองไว้

และขอเดินไปสำรวจภายในรีสอร์ทกันหน่อยดีกว่า
ทำให้เห็นว่า สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี ในเวลานี้คือเขียวขจีมากกกก


มีสวนสวยๆ เขียวๆ แบบจัดสวนได้ดีจริงๆ เห็นมีพนักงาน ดูแลสนามหญ้า
และสวนเหล่านี้ตลอดเวลาเลยนะคะ มองไปทางไหนก็สดชื่น
ติดกับแม่น้ำแควด้วย และห้องพักที่เราเลือกมาพักคือบ้านอิงนที
ที่ได้ชื่อว่าเป็น #ชิราคาวาโกะเมืองไทย หมู่บ้านมรดกโลกของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่สวนไทรโยคด้วย
เก๋มากกก อยู่ในสวนแบบนี้ บรรยากาศโคตรดี เราเลือกพักบ้าน A3 ที่มีแค่ 3 หลังเท่านั้น



ภายในห้องพัก เป็นห้องทรงสามเหลี่ยมหลังคาสูง เหมือนกระท่อมในฝันบ้านตุ๊กตาสมัยเด็กๆเลยนะนั่น
ภายในห้องพักมีเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และห้องน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่นให้ครบๆ เลยค่า
มีใครเป็นแบบเราบ้าง คือ เราไม่ได้ต้องการห้องที่กว้างใหญ่ แต่เราต้องการห้องที่ บรรยากาศดีๆ มองเห็นวิวสวยๆ
บ้านอิงนทีหลังนี้คือตอบโจทย์เราอย่างที่สุดแล้วของสวนไทรโยค



เอากระเป๋าเข้าไปเก็บแล้ว เตรียมลุยๆ กับกิจกรรมสนุกๆ กันต่อเลยค่า สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี
ที่นี่มีอะไรให้เราสนุกๆ Adventure เพียบเลย



เริ่มจากการไต่ขึ้นลงหน้าผาก่อนเลยเป็นการวอร์มเครื่องนะ 555
ลานกิจกรรม Adventure เครื่องเล่นต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดค่ะ
พร้อมทั้งคอยอธิบายการเล่น และการใช้ขึ้นลงอยางถูกวิธี

และเครื่องเล่นที่เราการันตีว่า สนุกที่สุด เสียวที่สุดของที่นี่คือ THE EURO-STAR
เครื่องเล่นชนิดนี้ เป็น THE EURO-STAR แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยด้วยนะ
เริ่มต้นจุดปล่อยจากหอคอยสูง 12 เมตรยังไม่เท่าไหร่แต่ความหวาดเสี่ยวจะอยู่ที่ความเร็วแบบรถไฟเหาะส่วนตัว ที่มีการแกว่งแบบน่ากลัวมาก 555 แต่ก็จบภายในเวลาอันรวดเร็วแบบตื่นเต้นมาก
แต่กิจกรรมนี้ไม่เหมาะกับคนที่เป็นหอบหืด หรือเป็นโรคหัวใจ และน้ำหนักมากกว่า 70 Kg. ค่ะ
เราคอนเฟิร์มว่า มันส์มากกกกก



และมีกิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น The Flying train / The Krasae Swing / The Krasae Cilft
The Krasae Tower / The Safari Paint ball
สนุกตื่นเต้นไม่แพ้กัน สำหรับวัดใจ ใครชอบ Adventure แนวนี้แนะนำเลยค่าแอ
สามารถซื้อแพ็คเก็จเป็นเครื่องเล่นหรือแยกแต่ละชนิดก็ได้ ราคาเริ่มต้นครั้งละ 150 บาทเท่านั้น



และกิจกรรมต่อมาที่เราได้มีโอกาสเลือกมาเล่นก็คือ
การล่องแพเปียก
การล่องแพเปียกมีกฎและข้อห้าม เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวไว้ด้วยนะคะ
เวลาล่องแพของเรา ช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไปค่ะ บรรยากาศกำลังดีเลยแหละ ^^



การล่องแพเปียก เริ่มขึ้นแล้ว ด้วยเสียงร้องแพง ด้วยเสียงเคาะเป็นจังหวะ ของพนักงาน
เรียกความสนุกให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวแบบเราๆ ได้เป็นอย่างดี
ใครมาเป็นกลุ่มเยอะๆ ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานกันไปเล้ยที่นี่

หากถามว่าเปียกไหม แพเปียก ตอนแรกเราก็กังวลจะเปียก เพราะไม่ได้ใส่กางเกงขาสั้นมา รีบมาลงแพต่อเลยค่ะ
แต่พนักงานบอกไม่เป็นไร หากไม่ลงน้ำ นั่งอยู่บนแพสวยๆ ได้เลยไม่เปียกหรอก เปียกก็โดนน้ำเย็นๆ นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง



ชิลที่ซู้ดดดดดด
นี่แหละ เป็นอะไรที่เราชอบแบบนี้ กิจกรรมแบบนี้ ล่องแพยามเย็น ชมวิวทิวทํศน์ของแม่น้ำแคว
ไปตามทางรถไฟสายมรณะ แพลากไปกลับระยะทาง 2 โลกว่าๆ อย่าเพลินตา

สำหรับคนที่อยากเปียก อยากเล่นน้ำ ก็กระโดดลงน้ำกันได้เลยค่า
น้ำเย็นสบายมากก มีชูชีพใส่แบบรัดกุมแล้วลอยคอไปตามน้ำกันได้เล้ย



นี่เป็นแพอิงธาร จุดที่เรามาลงแพเปียกค่ะ และเป็นอีกหนึ่งห้องพักของ สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี
สำหรับคนที่ชอบใกล้ชิดธรรมชาติ อยากนอนฟังเสียงน้ำไหล พักแบบนี้ชิลดีเหมือนกันนะ เราก็ชอบ
มีทั้งสิ้น 8 หลัง / 16 ห้องค่ะ

และห้องพักรูปแบบต่างๆ ใน สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี
มีหลายรูปแบบมาก เห็นว่าที่นี่เป็นที่นิยมของกลุ่มสัมมนา หรือจัดกรุ๊ปท่องเที่ยว มาจัดกิจกรรมกันเยอะมากด้วยนะคะ
แอบบอกเลยว่า ทำให้มีห้องพักตอบโจทย์ให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย รองรับได้สูงสุดถึง 500 คน
เรามีโอกาสได้ชมห้องพักแบบอื่นๆ จึงเก็บภาพมาฝากกันค่า



The World History



The World History ห้องพักรูปแบบนี้จะอยู่ใกล้ Lobby ส่วนต้อนรับด้านบน
เรียกว่า เป็นจุดที่สูงทีสุดของรีสอร์ท ทำให้สามารถมองลงมาเห็นวิวทั้งสนามหญ้าและแม่น้ำแควได้ทุกห้อง
พักได้ห้องละ 2- 4 คน ห้องพักคือกว้างมาก



ห้องพักกว้างยังไม่พอ ห้องน้ำยังกว้างอีกด้วยนะ อิอิ ภายในห้องมีของใช้และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
เดินออกนอกระเบียงมาหลังห้องพัก มองเห็นวิวสวยๆ
วิวเขียวๆ ชิลไปอีกแบบนะเออ



มุมนี้คือมองลงมาจากห้องพักแบบ The World History
ว่าแล้วก็ลงมากันต่อ พื้นที่ภายในรีสอร์ท จะกว้างขวางมาก
นอกจากกว้างขวางแล้ว บรรยากาศในช่วงเวลาที่เราไปเยือน ก็ดีมากด้วย
(เดือนพฤศจิกายน)



สนามหญ้า สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ เขียว สวยมาก
บ่งบอกได้ว่า ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจริงๆ ค่ะ

และนี่เป็นห้องพักรูปแบบใหม่ล่าสุดของ สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี
The Edwardian Royal Saloon



The Edwardian Royal Saloon ห้องพักที่ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ความสนุกสนานให้กับลูกค้าแบบว่าพักในห้องรวม
มีเตียง 8 เตียง และห้องน้ำขนาดใหญ่ สำหรับพักเป็นกลุ่มเพื่อนสนิท
หรือกลุ่มครอบครัวใหญ่ก็ย่อมได้



ความน่ารักของห้องพักรูปแบบนี้คือ แต่ละห้องจะมีสีสันไม่ซ้ำกันเลยค่า
อย่างห้องที่เราได้เก็บภาพนี้คือ ห้องสีเขียว ข้างๆ กันก็จะเป็นห้องสีเหลือง สีชมพู สีฟ้า สีหวานๆ
เหมากับวัยรุ่นเหมือนกันนะ อิอิ

ยามเย็นต้องมาที่นี่ๆ จุดแค้มป์ไฟ
นี่เป็นจุดแค้มป์ไฟขนาดใหญ่
(สวนไทรโยคเป็นผู้บุกเบิกการล่องแพลูกเปียกและการเล่นแค้มป์ไฟ)
เวลาประมาณ 6 โมงเย็น เรามานั่งรอดูรถไฟเที่ยวสุดท้ายที่จะวิ่งผ่านเส้นทางรถไฟสายมรณะกันค่า
พร้อมทั้งเก็บภาพเป็นที่ระลึกด้วย สวยๆ



แอบเห็นป้ายการันตีจากหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีด้วยนะคะ
ว่าสวนไทรโยค รีสอร์ท ได้รับการแนะนำเป็นของดีเมืองกาญจน์ด้วยแหน่ะ
แบบนี้ก็รู้เลยสิว่าชื่อนี้นะ ฉันมั่นใจนะ ^^



มื้อเย็นของเราที่ร้านอาหารชมสะพาน เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 7.30 น. - 22.00 น. ใครไม่ได้พักก็มาทานได้
ที่นี่มีรายการอาหารแนะนำ หลายอย่าง เช่น แกงป่าไก่ ไข่เจียวล้นจาน ต้มโคล้งปลาคัง ฉู่ฉี่ปลาทับทิมทอด
ปลาแรดทอดกระเทียม และไก่ทอดสมุนไพร อร่อยแซบเวอร์
ไม่ต้องไปทานข้างนอกค่ะ เพราะราคาอาหารที่นี่ไม่แพง กับวิวรอบๆ เป็นสวนเขียวๆ แม่น้ำแคว
พร้อมแสงพระอาทิตย์ตกลงเรื่อยๆ เย็นสบายอย่างที่สุด



พร้อมๆ กับแสงฟ้าเปลียนสีช่วงทไวไลท์ ของร้านอาหารชมสะพาน
ซึ่งในเวลานั้นจะมีพนักงานแนะนำด้วยนะคะว่า ช่วงเช้าเวลา 07.15 น. จะมีรถไฟขบวนแรกวิ่งผ่านตรงนี้
แนะนำให้นั่งรถไฟไปชมสถานีถ้ำระแซอีกจุดหนึ่ง ช่วงเช้าๆ สวยงาม
น่าสนใจเหมือนกันค่ะ เช้าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าหน่อย บอกตัวเองไว้ก่อน 555



แวะมาชมแพอิงธารยามเย็น และพื้นที่บางส่วนของทางรีสอร์ท
ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ใกล้กับห้องประชุมสัมมนานะคะ



ด้านบนติดกับ Lobby มีห้องพักแบบ The World Duplex
ห้องพักซึ่งได้แนวคิดจากการสร้างโลก มี 2 ส่วน คือ มหาทวีป และ มหาสมุทร มี 2 ชั้น มีบันไดขึ้นลงเป็นส่วนตัว เหมือนกับคอนโด
มีชั้นล่างและบน ที่เปิดออกมาเป็นสระว่ายน้ำส่วนกลางของ สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี


สำหรับเช้าวันนี้ เราจึงไม่พลาดดดด ที่จะมาเก็บช็อตเด็ตของรถไฟขบวนแรก
ที่จะมาถึงตรงนี้ เอาจริงๆ บอกว่า 07.15 น. ก็ไม่ได้เป๊ะๆ เลยนะคะ ตามมาตรฐานรถไฟไทย มีเลทไปอีกราวๆ 20 นาที 555



เรานั่งรถไฟจากหน้ารีสอร์ทเลยค่ะ จ่าย 2 บาท มาลงสถานีถ้ำกระแซ 1
โดยมีการแล่นผ่านทางรถไฟสายมรณะอย่างช้าๆ ทำให้ได้ชมวิวสวยๆ ยามเช้าได้เต็มที่อีกด้วย



มาถึงแล้ว สถานีถ้ำกระแซ แบบเช้าๆ อย่างนี้
มีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลงกันที่นี่พอสมควร แต่ก็ถือว่า ยังบางตา สำหรับช่วงเช้าแบบนี้
ทำให้เราได้เดินเล่นบนทางรถไฟได้อย่างเต็มที่
ทำให้เราได้เก็บภาพสวยๆ แบบไม่ติดคนแบบอิสระเสรีด้วยเช่นกัน ^^



ทางรถไฟสายมรณะแห่งนี่เราเคยมาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมาก็คือวันหยุด และช่วงบ่ายหรือเย็น
มีนักท่องเที่ยวมาแวะเวียนถ่ายรูปกันเยอะมากๆ และนี่เป็นครั้งแรกของเราที่มาเยือนในยามเช้าค่ะ
จะได้บรรยากาศดีดีไปอีกแบบหนึ่ง เหมือนกับการเดินเล่นบนทางรถไฟส่วนตัวแบบนั้นแหละ อิอิ
จึงเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งนะเราว่า ที่เลือกที่พักแบบใกล้ชิดติดกับสถานที่ท่องเที่ยว
ที่สามารถเลือกมาชมในเวลาไหนก็ได้ อย่าง สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี แห่งนี้



ระหว่างทางขากลับจากสถานีถ้ำกระแซ เราก็เดินกลับมายังรีสอร์ทเลยค่ะ
ซึ่งจะมีทางลงเข้าหารีสอร์ทตรงทางรถไฟลงมายังสวนได้เลย สะดวกไปอีก



อยากบอกว่า สวนไทรโยค ในยามเช้า ก็สวยไม่แพ้กันกับช่วงเย็นนะเออ
สดชื่นไปด้วยสีเขียวๆ ของสนามหญ้า ต้นไม้ และดอกไม้ บรรยากาศดีจริงๆ
เหมาะสมอย่างที่สุดที่เลือกมาเที่ยว มาพักผ่อนที่นี่ ที่ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อเลยในทุุกช่วงเวลาชองการพักผ่อน



เช็คเอาท์ออกตอนเที่ยงวันนะคะ วันนี้เราตื่นเช้าเลยมีเวลาเตร่ๆ นอนเล่นภายในรีสอร์ทกันต่อ
ช่วงอาหารเช้า ถึง 09.30 น. นะคะ ที่ร้านอาหารชมสะพานที่เดิม หากมีลูกค้ามาพักหลายห้อง จะเปิดเป็นไลน์บุฟเฟต์ค่ะ
เรามาพักวันอาทิตย์ ทางรีสอร์ทจัดอาหารเช้ามาให้ ก็ถือว่าจุกๆ ไปเหมือนกัน ทั้งแบบข้าวต้มหมู และแบบ ABF

ถ้าพร้อมแล้วอย่ารอช้าค่าา ออกเดินทางไปท่องเที่ยวกันเลย
กับอีกหนึ่งรีสอร์ทที่พักทำเลดี อาหารอร่อย กิจกรรมครบ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
ที่บอกได้ว่าที่นี่ มาพักแล้วมีแต่ความสนุกอย่างแน่นอน
สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี


สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี
โทรศัพท์
: 02-967-8181-83 / : 02-449-6077-79
Facebook : สวนไทรโยครีสอร์ท กาญจนบุรี
E-mail : [email protected]
Website : www.suansaiyok.com

ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ

Rinsa Yoyolive

ความคิดเห็น