2020-02-05 รีวิวโดย Pnhum Apinan

มุมมองจากศาลาดุสิตา      ชื่อ “ทุ่งแสลงหลวง” มาจากชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งเป็นไม้ยืนต้น ชาวบ้านเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า “ต้นแสลงใจ”        ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าสู่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เราดริฟกาแฟยามเช้ากันก่อนออกเดินทาง คืนนั้นเรานอนกันที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ

2020-02-05

2020-02-05

 วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 08.02 น.

 วันที่เดินทาง 18 ม.ค. 2563
มุมมองจากศาลาดุสิตา
     ชื่อ “ทุ่งแสลงหลวง” มาจากชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่งเป็นไม้ยืนต้น ชาวบ้านเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า “ต้นแสลงใจ” 

      ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าสู่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เราดริฟกาแฟยามเช้ากันก่อนออกเดินทาง คืนนั้นเรานอนกันที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย เป็นบ้านพักของทางอุทยาน อากาศเย็นๆในยามเช้าคู่กับกาแฟดริฟร้อนๆ ตามด้วยชาร้อนที่ถูกนำเสนอจากเจ้าของชาแทบทุกทริปของการเดินทาง

เด็กศิลป์จากรั้วจุฬา

     เราเดินทางไปยังหน่วยหนองแม่นา ที่อยู่ฝั่งเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ที่นี่บรรยากาศคล้ายๆทุ่งหญ้าแถบแอฟริกา เต๊นท์ถูกกางลงที่ด้านหน้าดงสน ท้องฟ้าเปิดโล่ง เพื่อกลางคืนจะนอนแหงนดูดาวบนนภาได้ถนัดตา ส่วนวิวข้างหน้าก็เป็นทุ่งหญ้ากว้าง เสียค่ากางเต๊นท์คนล่ะ 30บาท หากนำเต๊นท์มาเอง หากไม่ได้นำมาทางอุทยานมีเต๊นท์ให้เช่าและบ้านพัก เลือกได้เลยว่าอยากนอนเต๊นท์หรือนอนบ้าน

มุมมองจากภายในเต๊นท์มองออกไปภายนอก

     ยามเย็นเรามานั่งฟังเสียงธรรมชาติกัน เมื่อเราเงียบลงธรรมชาติก็เปิดให้เราได้รู้จักมากขึ้น เสียงนกแก๊ก นกเงือกชนิดหนึ่งในเมือวไทยร้องขึ้นในหุบเบื้องหน้า นั่งนิ่งๆทันได้เห็นตัวมันขยับบินโผไปมาระหว่างกิ่งไม้

    คืนนั้นกลางคืนหนาวมาก จนต้องลุกออกมาผิงไฟที่เตา ทันทีที่ซิปเต๊นท์รูดลงเบื้องหน้าเรามองเห็นหมอกที่ลอยเลียดหญ้าเหนือทุ่ง ลอยจนถึงหน้าเต๊นท์ ความเย็นจับเข้าผิวกาย หนาวจนถุงนอนเอาไม่อยู่ ลุกขึ้นมาจิบชาร้อนๆแล้วนั่งมองดูดาว เห็นดาวตกไปสองดวง

    เช้าที่ลุกยากมากเนื่องจากอุณหภูมิตอนนั้น 13องศา แต่เราต้องดันตัวเองให้ลุกขึ้นเพื่อออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ศาลาดุสิตา แต่ดูแล้วฟ้าไม่เป็นใจเอาเสียเลย เรามองแทบไม่เห็นพระอาทิตย์เนื่องจากหมอกที่ลงจนดูหนาตาบดบังความงามของอาทิตย์ยามเช้า เราออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ฟ้ายังไม่สว่างดี ระหว่างทางเราพบหมาจิ้งจอกมันยืนอยู่ทางด้านขวามือของถนน แล้วมันก็วิ่งเหยาะๆตัดหน้ารถไปทางด้านฝั่งซ้ายของทุ่งหญ้า

น้ำค้างบนยอดหญ้า
ถ่ายรูปรับแสงตะวัน

    ปิดท้ายด้วยภาพสัตว์ที่เราออกไปส่องสัตว์กลางคืนกับรถของทางอุทยาน ราคา 600บาท นั่งได้ประมาณ 8คน ครั้งนี้เราไปร่วมกับกลุ่มอื่นอีก4คน กลุ่มเรา4คนเป็น 8คนพอดี คืนนั้นเราพบกวางป่า เก้ง เนื้อทราย หมาจิ้งจอก และปิดท้ายด้วยนางอาย อากาศกลางคืนค่อนข้างเย็น ไปส่องสัตว์ควรสวมเสื้อผ้าหนาๆหรือเสื้อแขนยาวติดไปด้วยนะครับ

ภาพซ้ายบนคือนางอาย ขวาบนและภาพล่างคือเนื้อทราย

   ลานกางเต๊นท์และทุ่งหญ้ากว้าง ที่มีภูมิประเทศคล้ายๆสะวันนา หากใครจะมาเปิด GPS พิมพ์มาว่าทุ่งแสลงหลวง หนองแม่นา เพราะถ้าหากพิมพ์ทุ่งแสลงหลวงเฉยๆอาจจะนำทางเราไปตัวอุทยานที่อยู่ทางฝั่งพิษณุโลก แล้วเดี๋ยวจะเสียเวลาในการเดินทางนั่นเอง


ความคิดเห็น