งานศิลปะน่ารักๆ จากศิลปินทั้ง 15 คนตั้งอยู่ที่ย่านใจกลางเมืองอย่างสาทร | Glowfish Creators Lab รีวิวโดย Littlebabyjourney

วันนี้เรากลับมาอีกแล้ววว แต่วันนี้เราไม่ได้พาไปคาเฟ่นะ เพราะวันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวงาน Art Exibition ที่รวบรวมผลงานของศิลปินทั้งหมด 15 คน มาจัดตั้งอยู่ที่เดียวกันในย่านใจกลางเมือง อย่างสาทรนั่นเองงงง   งานนี้มีชื่อว่า Glowfish Creators' Lab โดยตัวงานจะตั้งอยู่ที่ Glowfish Office ชั้น 20

งานศิลปะน่ารักๆ จากศิลปินทั้ง 15 คนตั้งอยู่ที่ย่านใจกลางเมืองอย่างสาทร | Glowfish Creators Lab

งานศิลปะน่ารักๆ จากศิลปินทั้ง 15 คนตั้งอยู่ที่ย่านใจกลางเมืองอย่างสาทร | Glowfish Creators Lab


วันนี้เรากลับมาอีกแล้ววว แต่วันนี้เราไม่ได้พาไปคาเฟ่นะ

เพราะวันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวงาน Art Exibition ที่รวบรวมผลงานของศิลปินทั้งหมด 15 คน มาจัดตั้งอยู่ที่เดียวกันในย่านใจกลางเมือง อย่างสาทรนั่นเองงงง

 

งานนี้มีชื่อว่า Glowfish Creators' Lab

โดยตัวงานจะตั้งอยู่ที่ Glowfish Office ชั้น 20 อาคารสาทรนครทาวเวอร์

ซึ่งควรจะแลกบัตรที่ข้างล่างตึกก่อนขึ้นนะะะ แต่ถ้าทำงานอยู่ที่ตึกนี้อยู่แล้วก็ไม่ต้องแลกบัตร

 

งานนี้จะมีตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2563 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 12.00 - 21.30

ส่วนวิธีการเดินทางมางานนั้นก็ง่ายนิดเดียว เพียงนั่ง BTS มาลงสถานีช่องนนทรี ออกทางออกที่ 2 มายังตึกได้เลยยย ซึ่งตัวงานจะตั้งอยู่ชั้น 20 ในส่วนที่เป็นฝั่งของ Standard Chartered Bank นั่นเอง

 

แต่ๆ ถ้าขับรถมาเอง ก็สามารถจอดรถได้ที่ชั้นใต้ดินของตึก หรือจะเป็นลานจอดรถข้างๆ Café Amazon เลยยย โดยถ้ามาประทับตราบัตรจอดรถได้ที่งานชั้น 19 จะสามารถจอดได้ฟรี 2 ชั่วโมง และชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 40 บาท

 

อย่างที่บอกไป งานนี้เค้าจะรวบรวมศิลปินทั้งหมด 15 ท่านมาจัดแสดงผลงานออกทั้งหมด 15 ห้องด้วยกัน ซึ่งนอกจากผลงานของศิลปินแต่ละท่านแล้ว ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก และยังมีกิจกรรม workshop จากคุณ Sunday Kids ที่จะมีจัดในทุกๆเสาร์และอาทิตย์กันไปเลยยย

 

อีกหนึ่งสิ่งพิเศษภายในงานนี้ก็คือ เราสามารถที่จะซื้อผลงานของศิลปินได้ด้วยนะะ โดยศิลปินบางท่านจะมีจำหน่ายผลงานของตนเอง เช่น Postcard, Sticker และ Masking Tape เป็นต้น

เราสามารถที่จะเลือกซื้อได้ตามใจชอบเลยยย

 

มาถึงขนาดนี้แล้ว ทุกคนก็คนก็คงอยากจะรู้แล้วว่างานเป็นยังไง

ถ้างั้นก็ตามเรามากันเลยยยยย แต่ๆแอบกระซิบบอกนะว่างานนี้น่ารักมากกกก มากถึงขนาดที่ว่าเราสามารถถ่ายรูปได้ทุกมุมไปเลยทีเดียววว

 

เมื่อขึ้นลิฟต์มาแล้วก็กดไปเลยย ชั้น 20

 

และเมื่อมาถึงข้างหน้าแล้ว ก็จะมีให้ลงทะเบียนก่อนเข้างานด้วยนะะะ เมื่อลงทะเบียนเสร็จจะมีค่าเข้างานคนละ 50 บาท หลังจากนั้นจะได้รับ wristband หรือจะได้รับ stamp บนข้อมือ

 

ถ้าได้รับ wristband แล้วเก็บไว้ เราจะสามารถเข้ามางานอีกกี่ครั้งก็ได้ ส่วนถ้าได้เป็น stamp ก็ให้ถ่ายรูปไว้แล้วนำมาโชว์ที่จุดลงทะเบียนในภายหลังเพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชมอีกรอบนั่นเอง

อ่อๆอยากจะบอกว่า ถ้าเรา Follow Instagram Glowfishoffices แล้วเราจะสามารถเลือกรับ Postcard ได้คนละ 1 ใบด้วยนะะะ

 

แล้วก็นอกจาก postcard ที่แจกให้คนละใบแล้วนั้น ยังมี sticker ให้เลือกซื้อได้ที่หน้างานด้วยนะะ แผ่นละ 20 บาทเองงง น่ารักสุดๆไปเลยย

 

และเมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาแล้วนั้น ก็จะเจอกับแผนผังห้องที่จัดแสดงผลงานเลยย

 

โดยห้องแรกที่เราเข้าไปชมนั้นก็คือ ห้องของคุณ Chart.t

งานของคุณ Chart.t จะออกเป็นแนว abstract ที่ใช้ผู่กันในการวาดแต่ละรูปออกมาโดย mood and tone จะเป็นสีพาสเทล ที่มีการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆผ่านรูปวาด

 

นอกจากเข้าชมผลงานและถ่ายรูปแล้ว ยังสามารถเขียนข้อความถึงศิลปินได้ด้วยเช่นกันนน

 

ห้องต่อมาที่เราเข้าไปก็คือห้องของศิลปิน nyyydesign

เป็นหนึ่งในศิลปินที่เราคุ้นเคยมากที่สุดในงานนี้เลย ซึ่งรูปภาพที่จัดแสดงหรือออกแบบทั้งหมดนั้นจะเน้นไปที่การวาดมือ โดย concept ที่นำมาจัดแสดงนั้นคือคือ Just be happy

 

จากนั้นจะเป็นห้องของศิลปิน BANANA BLAH BLAH

ห้องนี้ก็คือลายเส้น สีสันของภาพก็คือชอบมากเช่นกันนนน โดย concept ของงานในครั้งนี้คือ BANANA Company เป็นการจำลองออฟฟิศให้ผู้เข้าชมได้เข้าใจและลองเป็นพนักงานออฟฟิศ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าชมได้ร่วมด้วยอย่างเช่น เลือกติด sticker กับรูปที่เราคิดว่าตรงกับเรามากที่สุด นอกจากนั้นยังมีหนังสือที่บอกเล่าถึงคำคม ประโยคต่างๆ และรวมถึงของที่ระลึกขายภายในงานด้วย

 

เราสามารถที่จะมาเลือกโหวตได้ด้วยว่าเราทำงานไปเพื่ออะไรรร

แล้วก็ๆ สินค้าที่ขายในห้องนี้จะมีทั้งหนังสือ และ Postcard รูปต่างๆเลยยย ใครเลือกซื้ออันไหนก็สามารถที่จะจ่ายตังและทอนเงินได้ด้วยตนเอง

 

ตามด้วยห้องของศิลปิน chubbynida

เป็นห้องที่น่ารักมากกกก ตุ๊กตาเต็มไปหมดเลย ซึ่งเป็นตุ๊กตาที่แสดงถึงอารมณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามา ซึ่งเป็น concept ในการจัดแสดงงานครั้งนี้นั่นเองงง

 

ห้องของศิลปินท่านนี้ก็มีมุมให้เราได้เขียนข้อความด้วยเช่นเดียวกันนนน

แต่ละข้อความก็คือน่ารักมากเลยยยยยย

 

อยากจะบอกว่างานนี้มีกิมมิคน่ารักๆด้วย ตามทางเดินจะมีเจ้าน้องคนนี้อยู่บนพื้นนนน

 

ส่วนห้องนี้เป็นห้องของคุณ Viput.A

ห้องนี้เป็นห้องที่เราสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าชอบมากที่สุด ลายเส้น การจัดวางองค์ประกอบ ที่บอกเล่าเรื่องราวและความสุขของชีวิตในแต่ละวัน โดย concept ของห้องนี้ก็คือการจำลองห้องทำงานของคุณ Viput.A เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความรู้สึกในการชอบการวาดรูปของเค้านั่นเอง

 

 และห้องนี้เป็นห้องของคุณ The Pigeon Post

ห้องนี้เป็นห้องที่มีความอวกาศมากๆ มีความดวงดาว พระอาทิตย์ พระจันทร์ และเมฆซึ่งเป็น concept ในการจัดห้องนี้ให้เหมือนกับการจิตนาการว่าเรานั้นได้อยู่บนอวกาศ ซึ่งนอกจากเยี่ยมชม ถ่ายรูปแล้ว ยังสามารถที่จะเขียนข้อความในสมุดที่จัดไว้ภายในห้องได้อีกด้วย รวมทั้งของที่ระลึกที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ของคุณ The Pigeon Post ที่สามารถซื้อได้ภายในงานเลยย

 

อยากจะบอกว่ามุมนี้เหมือนเป็นมุมยอดนิยมของห้องนี้เลยแหละะ เพราะทุกคนที่เข้ามายังห้องนี้จะต้องมานั่งเก้าอี้ตัวนี้เพื่อที่จะถ่ายรูปปป

 

ผลงานของศิลปินท่านนี้ก็คือสามารถซื้อและจ่ายเงินได้ด้วยตัวเองเลยยย

 

ห้องนี้เป็นห้องของคุณ MIG MIG

ห้องนี้เป็นอีกห้องที่เราชอบ เพราะห้องนี้จะตกแต่งออกเป็นแนวโทนมินิมอล เรียบง่าย และลายเส้นยังน่ารักอีกด้วย โดย concept ของห้องมาจาก working hours เป็นการเล่าเรื่องราวในการทำงานในสถานที่ และในรูปแบบต่างๆผ่านทางภาพวาดนั่นเอง

 

 ห้องนี้เป็นห้องของคุณ Give Me Museum

ห้องนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้ concept Love is all, Love is you เป็นเหมือนห้องที่รวบรวมเรื่องราวๆต่างๆทั้งบุคคล สถานที่ต่างๆ และหนัง ซึ่งศิลปินท่านนี้เราเคยเห็นผลงานเค้ามาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ชอบงานเค้ามาก น่ารักมากๆ มีการรวบรวมภาพวาดและฉากน่ารักๆจากหนังมาทำเป็นสินค้าต่างๆเช่น postcard, sticker รวมทั้ง masking tape ด้วย โดยผลงานทั้งหมดนั้นก็มีวางขายภายในงานด้วยเช่นเดียวกัน

 

อยากบอกว่า Masking Tape น่ารักๆหลายลายเลยยย แต่ว่าตอนเราไปมันเย็นแล้ว ของก็เลยหมดก่อนน แต่ก็สามารถเลือกซื้อของชิ้นอื่นและจ่ายเงินผ่าน QR Code ได้นะะะ

 

ห้องนี้เป็นห้องของคุณ Monsty Planet

ห้องนี้อยากบอกว่าเป็นห้องที่น่ารักมากๆอีกห้องเลยยย ลายเส้นคือน่ารัก ซึ่ง concept ของห้องนี้คือ ร้าน Bakery ที่ทำให้เราได้รู้จักกับตัวละครอย่าง Amelie, Smith และ Bobby เจ้าหมาคอร์กี้สุดแสนจะน่ารัก ที่มาเปิดร้าน Bakery อยู่ที่ห้องนี้พร้อมทั้งยังสอนทำเมนูสุดแสนพิเศษอย่าง Pancake อีกด้วย

 

ห้องนี้เป็นห้องแสดงผลงานของศิลปิน In Flower Lesson

ห้องนี้ผลงานทั้งหมดจะมีจุดเด่นอย่างดอกไม้เป็นส่วนร่วมในรูปภาพหรือชิ้นงาน ซึ่งมีความพาสเทลมากๆ โดย concept ในงานครั้งนี้คือ Intuition ซึ่งเป็นการสร้างผลงานที่มาจากความรู้สึกในช่วงเวลานั้นๆ

 

ห้องนี้เป็นห้องของคุณ The Breakfast Club

ห้องนี้บอกได้เลยว่าน่ารักมากกกก ชอบเป็นอันดับ 2 เลยก็ว่าได้ โดยภายในห้องล้วนจะตกแต่งไปด้วยอาหารต่างๆ โดย concept ของงานนี้นั้นจะเป็น Minutes of Baking ซึ่งมีการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารต่างๆ และยังเป็นการจำลองถึงห้องครัวที่มีความน่ารักๆอีกด้วยยย

บอกได้เลยว่าสีสันสวยมากๆ ตกแต่งห้องได้น่ารักสุด รวมทั้งยังสามารถซื้อรูปต่างๆ หรือสินค้าต่างๆกลับไปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย

นอกจากสินค้าต่างๆแล้ว ทางศิลปินได้มีการขายชิ้นงานของตนเองใส่กรอบด้วยนะะะ

เราก็คือสามารถเลือกซื้อและชำระเงินผ่านทางการ Scan QR Code ได้เลยย

หนึ่งในมุมยอดฮิตของห้องนี้ก็คือ กระจกบานนี้นั่นเองงง บอกเลยว่าน่ารักมากกก รวมถึงฉากโต๊ะดื่มน้ำชาที่มีขวดซอสน่ารักๆด้วยย

 

ห้องนี้เป็นห้องของคุณ 22MM.T และ The 3rd Daughter

ห้องนี้จะเป็นห้องที่มีการจัดแสดงผลงานของทั้ง 2 ศิลปินเข้าด้วยกัน บอกเลยว่าน่ารักสดใสมากๆ โดยถ้าเข้าไปในห้องทางขวาจะเป็นงานของคุณ 22MM.T ส่วนทางซ้ายจะเป็นงานของ The 3rd Daughter

 

เริ่มที่งานของคุณ 22MM.T

อยากบอกว่าชอบงานของศิลปินท่านนี้มาก เพราะมีสีสันสดใส โดย concept ของงานคือ Booty head : Full of love ซึ่งมี Booty head เป็นตัวหลักภายในงานนน นอกจากนั้นยังมีผลไม้ต่างๆที่มีรูปร่างหน้าตาด้วยยยย การจัดองค์ประกอบของห้อง บอกได้เลยว่าน่ารักไปหมดจริงๆ น้องน่ารักมากกกก แล้วก็ยังมีขายสินค้าเป็นที่ระลึกด้วยเช่นกัน

เราสามารถเลือกซื้อ Sticker, Postcard และสิ้นค้าอื่นๆได้ ซึ่งจะสามารถเลือกชำระเงินโดยใส่เงินในกระป๋องหรือจะใช้วิธี Scan QR Code ก็ได้เช่นเดียวกัน

 

มาในส่วนงานของคุณ The 3rd Daughter กันต่อ

ในส่วนของคุณ The 3rd Daughter นั้นได้จัดงานขึ้นมาภายใต้ Concept A picture of me โดยภาพที่จัดแสดงนั้นจะมีความอบอุ่น และมีเรื่องราวบอกเล่าต่างๆ ซึ่งเป็นภาพส่วนใหญ่นั้นจะถูกวาดโดยใช้พู่กันนั่นเอง

 

ห้องนี้เป็นห้องเกือบสุดท้ายที่เราเข้า แต่จาก Layout แล้วน่าจะเป็นห้องสุดท้าย

โดยห้องนี้คือห้องของคุณ CE’HALO

ห้องนี้เมื่อเราเข้ามาทำให้รู้สึกถึงความ Beauty and the Beast มากๆ เพราะ concept ในการจัดห้องนั้นล้วนตกแต่งไปด้วยเซรามิค โดยเซรามิคนั้นเป็นเซรามิคที่เกิดจากการวาดด้วยมือของศิลปินนั่นเองงงง อยากบอกว่า cute มาก ชอบเลยยย

 

เมื่อออกมาหน้าห้องก็จะเจอกล่องที่เราสามารถใส่ Postcard ที่ได้รับจากงานแล้วเขียนข้อความให้กับคนที่เราอยากส่งให้ได้นะะะ ทางคนจัดงานจะเป็นคนนำไปส่งให้เลยย

 
 และห้องสุดท้ายเป็นห้องของคุณ Lily Lockwood

ห้องนี้เป็นห้องจะตั้งอยู่ช่วงหัวโค้งของสถานที่จัดงานเลยยย โดย concept ในการจัดงานนั้นจะเป็นความรักยุคเก่า โดยมีการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในยุคเก่าๆผ่านการเพ้นท์ออกมาให้น่ารักๆด้วยยย นอกจากนั้นยังมีมุมที่ให้เราได้เขียนข้อความถึงตัวเราเองหรือจะเขียนถึงใครก็ได้อีกด้วยนะะะ

 

เห็นขนาดนี้ น่ารักขนาดนี้แล้วหละก็ ต้องไปแล้วแหละะ

อย่ามัวรอช้าเพราะงานเค้ามีถึงแค่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้นนะะะะ

 

บอกเลยว่าถ่ายรูปได้ทุกมุมจริงๆ พร้อมเอารูปลง social อวดเพื่อนกันไปเลยยย ไม่ผิดหวังแน่นอน

 

สามารถติดตามและสอบถามรายละเอียดได้ที่

          Glowfish Office: facebook.com/glowfishoffices/
          Little Baby Journey: facebook.com/Littlebabyjourney/

ฝากกด LIKE กด SHARE และติดตามเราด้วยน้า แล้วเจอกันใหม่ที่หน้าว่าเราจะพาไปที่ไหน

ความคิดเห็น