เที่ยวนครวัด เมืองมรดกโลกด้วยตัวเอง มหัศจรรย์แห่งกัมพูชา 1 รีวิวโดย RinSa YoyoLive

✅#มหัศจรรย์กัมพูชา#อาถรรพณ์จากเมืองต้องคำสาป นครวัด 😱😱ที่กลายเป็นเมืองมรดกโลก สักครั้งในชีวิต ที่ต้องไปเยือน ‼️.👀 สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ๆ นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปชมความยิ่งใหญ่ให้เห็นกับตา จากทั่วทุกสารทิศกันเนืองแน่นด้วยคำสาปที่น่ากลัวของเขมร ที่หลายคนต่างรู้กันดี หลังจากที่ได้ไปเยือนนครวัดกลับ

เที่ยวนครวัด เมืองมรดกโลกด้วยตัวเอง มหัศจรรย์แห่งกัมพูชา 1

เที่ยวนครวัด เมืองมรดกโลกด้วยตัวเอง มหัศจรรย์แห่งกัมพูชา 1

 วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 17.13 น.

 วันที่เดินทาง 15 ก.พ. 2563


#มหัศจรรย์กัมพูชา
#อาถรรพณ์จากเมืองต้องคำสาป นครวัด 😱😱
ที่กลายเป็นเมืองมรดกโลก สักครั้งในชีวิต ที่ต้องไปเยือน ‼️
.
👀 สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ๆ นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปชมความยิ่งใหญ่ให้เห็นกับตา จากทั่วทุกสารทิศกันเนืองแน่น
ด้วยคำสาปที่น่ากลัวของเขมร ที่หลายคนต่างรู้กันดี หลังจากที่ได้ไปเยือนนครวัดกลับมาแล้ว
บอกเลยค่ะว่าก่อนไปหาอ่านรีวิวในเน็ตบางส่วนเท่านั้น ทำให้ไปถึงถิ่นจริงจัง แม้เราจะมองเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของจริงก็ตาม
แต่ไม่ค่อยรู้ประวัติแต่ละปราสาทเท่าไหร่นัก จึงทำให้ไม่ค่อยอินกับการเดินเที่ยวสถานต้องคำสาปแห่งประวัตศาตร์ที่น่าทึ่งของเมืองนี้
.
แต่...😳 พอกลับมาแล้วลองไปเสิจหาอ่านเรื่องราว เรื่องเล่า ไสยศาตร์ ประวัติศาตร์ ของขอมเขมรต่างๆ ถึงกับขนลุกซู่ บางทีคิดในใจตัวเองก็ดีเหมือนกันนะ ที่เราไม่รู้ก่อนไป เพราะสิ่งที่อ่านและรู้มาเป็นเรื่องราวแห่งตำนาน และวิญญาณต่างๆ หินทุกก้อน
และรูปปั้นทุกรูปในศิลานครแห่งนี้ล้วนแล้วแต่มีมนตราและเชื่อว่ามี มีวิญญาณสถิตอยู่ #ขนลุกซู่ 😱😱
.
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทริปนครวัด 3 คืนของเราก็ผ่านมาด้วยดี ขอลงรายละเอียดการเดินทางให้อ่านกันดังนี้นะค้า
ตอนวันที่ไป (อัตราแลกเปลี่ยน 1 USD = 30.5 บาท) // แลกเงินไทยไป 5,000 บาท เหลือกลับมาร้อยกว่าบาท 555
ว่าแล้วก็ไปชมเมืองมรดกโลก ทีใกล้ไทยที่สุดกับเรากันเลยค่าาา


#เดินทางยังไง !!
✅ เราเดินทางด้วยสายการบิน ✈️ ไทยสมายล์ THAI Smile Airways สายการบินฟลูเซอร์วิส รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม
และ อาหารอร่อยๆ บนเครื่องทั้งไปและกลับ เราเลือกบิน รอบ 18.40 น.
(ไทยสมายล์มีบินตรงสู่เสียมราฐ วันละ 2 เที่ยวบินใช้เวลาเดินทางราวๆ 50 นาที)
การเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินสะดวกอย่างมาก หากเทียบกับต้องนั่งรถกว่า 5-6 ชั่วโมง
และต่อแถวข้ามแดนเข้าไปอีก ใช้เวลามากกว่า เหนื่อยกว่า การเดินทางโดยเครื่องบินจึงเซฟเวลาได้มาก
เอาเวลาไปพักผ่อนเตรียมลุยเที่ยววันรุ่งขึ้นกันเลยดีกว่าค่ะ


เมื่อถึง Siem Reap International Airport สนามบินบ้านเขาคล้ายๆ ที่ตรังบ้านเราค่ะ คือมีชั้นเดียวต้องลงเดิน เข้าภายในตัวอาคารไม่มีท่อมาต่อให้
มีตุ๊กๆ จากโรงแรมมารับ เนื่องจากมีบริการจากโรงแรมด้วย ถึงที่พักก็พักผ่อนกันได้เลย

พรุ่งนี้นัดตุ๊กๆ มารับตอน ตี 4 ครึ่ง !!!

#Day1 ออกเดินทาง ตี 4 ครึ่งไปซื้อพาสกันก่อนเลยทันเวลาแน่นอน
พาไปซื้อพาสเข้าก่อนล่ะกัน เปิดบริการแล้วตั้งแต่เช้ามืด ✅ ค่าทำพาสเข้าชมนครวัด เราเลือกแพ็คแบบ 3 วัน คนละ 62$
ต้องเก็บรักษาให้ดีนะคะ เพราะจะมีการตรวจตลอดทางเข้าแต่ละปราสาท
📸 ชมพระอาทิตยขึ้น ที่ นครวัด (ANGKOR WAT)
“You must see Angkor Wat before you die”


ตอนมืดๆ เดินมาตรงนี้ไม่เห็นคนหรอกบอกเลยได้ยินแต่เสียงแว่วๆ แต่หารู้ไม่ว่า ตอนพระอาทิตย์ขึ้น สาดแสงส่งมา
ตกใจมากกก คนเป็นล้านค่าาา โอ้วว และช่วงที่เราไป คือบ่อน้ำตรงทางเข้าทิศตะวันออกนั้นปิดซ๋อมแซ่ม จึงไม่ได้มุมเงาสะท้อนน้ำเลยค่ะ 555
ได้มาแค่นี้แหละ จริงๆ มุมแรกตอนไปเที่ยวนครวัด ต้องเป็นภาพเงาสะท้อนน้ำสวยๆนะคะ
แต่พอมาเห็นของจริง บอกเลยว่า ไม่สามารถฝ่าฝูงชนเข้าไปกางขาตั้งได้แน่ๆ คนเยอะมากกกก

เมื่อแสงพระอาทิตย์สาดส่องมา 6 โมงเช้า เชื่อกกั้นผ่านเข้านครวัด ก็ลดระดับลงให้นักท่องเที่ยวเข้าไปกันได้เล้ยยย


เราเลือกที่จะเดินไปประตูทางฝั่งทิศตรงข้ามกับที่มา เพราะน่าจะได้แสงดีกว่าไม่ย้อนแสง
ระหว่างเดินผ้านด้านนอกตัวขนครวัด บอกเลยว่า ยิ่งใหญ่ และอลังกายอย่างมาก ของปราสาทหินที่นี่

เทียบสเกลกับมุมหนึงกับความยิ่งใหญ่ของนครวัด
“You must see Angkor Wat before you die”
"นครวัด" ใช้เวลาสร้างประมาณ 100 ปี และใช้ช่างแกะสลักลวดลายมากถึง 5,000
ด้านในจะเป็นศิลปะการแกะสลักที่ละเอียด และสวยมองเพลินๆ


บางจุดของนครวัดต้องถอดหมวก ก่อนจะเดินขึ้ไนป ช่วงเป็นบันไดจะชันมากๆๆๆ
เราว่าไม่แนะนำให้ผู้สูงอายุ ที่มีอาการเจ็บปวดเข่ามาเดินที่นี่นะ เพราะทริปแบบนี้ต้องเดินซะส่วนมาก
เน้นช่วงเวลาตอนเช้าๆ หรือเย็นจะดีกว่า แดดไม่ร้อน แต่ทว่า ช่วงที่เรามานั้น ไม่ร้อนไรมากค่ะ เข้าไปในปราสาทหินจะเย็นๆ
หินไม่อมความร้อน แปลกดีเหมือนกันนะ หรืออาจเป็นเพราะยังไม่เข้าหน้าร้อนเต็มที่ก็ได้

แต่ที่น่าทึ่งคือในนครวัด จะมีนางอัปสร และลวดลายการแกะสลักของบานประตูสวยๆ เต็มไปหมด
เป็นงานที่ละเอียด ฝีมือดีอย่างมาก


ทริปนี้สัญญาณเน็ตสำคัญนะคะ บอกเลย สามารถหาซื้อซิมการ์ดราคา 5$ หรือใครไม่อยากยุ่งยากต้องเปลี่ยนซิม
ไปมาเช่า WiFi จากไทยไปก็ได้เช่นกัน ทริปนี้เราเลือกเช่าไวไฟของ Samurai Wifi by BS mobile
รับส่งคืนที่ชั้น 4 ประตู 7 สนามบินสุวรรณภูมิได้เลยค่า สะดวกด้วยเช่นกัน สัญญาณใช้ได้ตลอดทริป
เทียบกับไวไฟและซิมการ์ดที่เราทดสอบมา หากเข้าไปในตัววิหารหินทึบๆ สัญญาณไวไฟจะดีกว่าค่ะ
สัญญาณมือถือภายในนครวัดดับสนิท เป็นบางช่วงที่คนแออัดเยอะๆ


ออกจากนครวัดแล้ว ก็มากันต่อที่วัดเล็กๆ ตามรายทางต่อนะคะ หากถามว่าคือที่ไหนบ้าง
เราก็คงเกาหัวแกร๊กๆ จำไม่ได้อีกแล้วค่ะ 555
ต่อให้ปริ้นภาพโบราณสถาน 10 ที่ 100 ใบมากองๆ รวมกันเราก็ไม่สามารถจริงๆที่จะบอกได้ว่าแต่ละภาพคือที่ไหน
นอกจากภาพที่เรียงตามลำดับกล้องที่เราถ่ายดีกว่าชัวร์สุด


วัดนี้คือมีแค่นี้แหละ หาาาา แค่นี้จริงๆ นอกนั้นมองไม่เห็นอะไรแล้ว
มีต้นไม้ใหญ่ร่มเงาให้มานั่งเล่นมองฉากหน้าด้วยนะคะ แต่ด้านหลังก็จะเป็นซากปรักหักพังกองไว้ให้เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง
ของการเที่ยวเสียบเรียบแบบนี้


✅ เหมารถตุ๊กๆ 🚚 พร้อมคนขับนำเที่ยว 4 วัน วันละ 25$ มารับเราพาไปยังปราสาทต่างๆ พูด eng เก่งมาก
แต่พูดไทยไม่ค่อยได้ มีตุ๊กๆ ที่สามารถพูดไทยได้ด้วยนะคะ แต่ตอนเราไปหาไมได้เลยเลือกคนนี้บริการดีด้วย
ติดต่อแชทคุยกันที่เฟสบุ๊คเขาได้เลยค่า >> Sophal

ช่วงกลางวันหลังจากทานข้าวเที่ยงแล้ว ก็นั่งรถตุ๊กๆ มาเทียวปราสาทเล็กๆ ตามข้างทางกันต่อ
ซึ่งปราสาทแต่ละที่จะมีความละเอียด ความขลัง ความสวยงามแตกต่างกันออกไป


ร้านขายของที่ระลึกจะอยู่ตามปราสาทต่างๆ ราคาไม่แพงเลย
แต่ภาพเขียนเราไม่ได้สนใจนะคะ เพราะเอากลับมายากหน่อย อิอิ แต่เราสนใจพวกเสื้อผ้าผ้านิ่มมากก สวย
เห็นหุ่นใส่สวยๆ ก็ซื้อมาเลย ราคาสามารถต่อรองได้เยอะมากก คือเราพอใจราคานั้นแล้วก็จ่ายค่ะ
หารู้ม่ว่า ตอนท้ายๆ วันกลับเราสามารถซื้อมาได้ในราคาที่ถูกลงไปอีก ฉะนั้นต่อราคาและเดินหนีเลยค่ะ เขามาตื่อเราแน่นอน


การเที่ยวโบราณสถานแต่ละแห่งคือ เราจะได้เห็นการล่มสลายของซากหิน ซากอิฐ
ที่บางแห่งหลงเหลือไว้ให้ดู แบบเกือบครบถ้วน ทั้งที่มีอายุเลยหลายร้อยปี แต่บางแห่งก็เหลือแต่ตอ
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจบริเวณปราสาทต่างๆ ในเสียมเรียบก็คือ
จะมีหน้าตาของพระอวโลกิเตศวร มีทุกปราสาท และเป็นหน้าขนาดใหญ่ด้วย
ยิ่งผ่านเวลามากเท่าไหร่ ยิ่งมองเห็นความขลังเป็นอย่างมาก

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสเน่ห์จริงๆของปราสาทหิน ในมุมมองของเราคือ
การแกะสลักลวดลายต่างๆ นี่แหละค่ะ ละเอียด และมีความงดงามอย่างมาก
ว่ากันว่าพื้นที่ในครวัดที่ไม่ได้ล่มสลายไปด้วยเพราะมีคูเมืองขนาดใหญ่ที่ล้อมเมืองไว้
แนวคิดนี้ วัอต่างๆ ตามอยุธยาบ้านเราก็เอามาใช้ เหมือนกันนะคะ
แต่คูน้ำที่นี่จะใหญ่ ระดับแม่น้ำเจ้าพระยาก็ว่าได้อ่ะ ทำให้พื้นดินช่วงกลางนครวัดไม่ยุบลง
และมีความมหํศจรรย์ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองมรดกโลก


ปราสาทตาพรหม ช่วงบ่ายแก่ๆ เรามางีบหลับเพราะง่วง เอ้ย เรามาต่อกันที่นี่ค่ะ
ไฮไลท์หลักของปราสาทแห่งนี้คือ รากไม้ขนาดใหญ่ที่เกาะร่วมกับหิน กับปราสาทได้อยางสวยมาก ธรรมชาติที่อยู่กับสถาปัตยกรรม
ที่นี่ สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.1729 ประมาณ 600 กว่าปีแล้ว

เวลาถ่ายรูปกับจุดไฮไลท์เด็ดๆ ต้องต่อแถวเลยแหละค่า เพราะนักท่องเทียวเขาเยอะจริงๆ 555​​​​​​​


ปราสาทตาพรหมต้องเดินฝ่าดงไม้ใหญ่เข้าไปข้างในอีกนะคะ เหมือนปราสาทที่ซุกซ่อนในป่า
ให้คำนิยามแบบนี้ได้เลยเพราะจะเจอรากไม้ขนาดยักษ์คลุมไปทั่ว
นอกจากรากไม้ขนาดใหญ่แล้ว ซากหินล้มทับกันลมมา ได้เป็นศิลปะอย่างมาก


ปิดท้ายวันนี้แสงเย็น เราไปกันที่ ปราสาทแปรรูป ชื่อแบบนี้จริงๆ แหละ
เดินขึ้นบนปราสาทสูงชัน มองพระอาทิตย์จนลับตา เราจะลงมาก่อนเพราะประเมินสภาพตอนมืดแล้วอันตรายต่อสาายตาเราที่ไม่ค่อยเห็น
จึงมารอที่รถก่อนดีกว่า


แสงเย็นที่ส่องลงไปจากปราสาทแปรรูปจะเป็นแบบนี้ค่ะ ก็มองไม่ออกสวยตรงไหนอ่ะ แฮร่
ข้อดีของการเที่ยวกับรถตุ๊กๆ คือแต่ละปราสาท แต่ละวัดที่เราไป ทางเข้าออกจะอยู่คนละทาง เราจะไมมีการเดินย้อน
และตุ๊กๆ จะเอามาปล่อยที่ทางเข้า และไปรอรับทางออกนะคะ พื้นที่ภายในปราสาทแต่ละแห่งนั้นก้ว้างมากกก
เดินๆ ในแต่ละวันราวๆ 1 หมื่นก้าวแหน่ะ ได้ออกกำลังกายในไปในตัว

กลับมามองหารถตุ๊กๆ คันที่เรานั่ง ก็จะเจอภาพนี้เกือบตลอด 555


ตุ๊กๆ ขอผูกเปลนอนพักเอาแรงระหว่างรอนักท่องเที่ยวเที่ยวกัน โดยแต่ละแห่งใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมง
วันแรกของเราถึงที่พักมืดพอดีค่ะ เป็นการออกตั้งแต่ตี 4 ครึ่งกลับมาอีกที 1 ทุ่ม
วันที่ 2 - 3 ไว้เล่าต่อบล็อกหน้า จริงๆ จะอัพบล็อกนี้ให้หมดนะแต่ไม่สามารถจริงๆ
เพราะภาพเยอะพอสมควรค่า นี่ขนาดคัดภาพออกไปเยอะมากแล้วยังมองว่าภาพเยอะสำหรับเราเลย 555


ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ

ความคิดเห็น