Ratchaprapa Dam (A hidden Gem of nature lovers) รีวิวโดย Travelholic

Ratchaprapa Dam "A hidden gem of nature lovers" "Wherever nature works there will be beauty" William Morris     ขอพูดถึงที่ตั้งของเขื่อนเชี่ยวหลานก่อนนะคะ ถ้าดูจากแผนที่ด้านล่างเลยเราจะเห็นว่าตัวเขื่อนจะอยู่ตรงกลางระหว่างพังงา กับ สุราษ ง่ายๆเลยก็คือ ไม่ว่าจะมาจากสุราษหรือพังงา ระยะ

Ratchaprapa Dam (A hidden Gem of nature lovers)

Ratchaprapa Dam (A hidden Gem of nature lovers)

 วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 19.50 น.

 วันที่เดินทาง 18 ม.ค. 2563

Ratchaprapa Dam

"A hidden gem of nature lovers"

"Wherever nature works there will be beauty"

William Morris



    ขอพูดถึงที่ตั้งของเขื่อนเชี่ยวหลานก่อนนะคะ ถ้าดูจากแผนที่ด้านล่างเลยเราจะเห็นว่าตัวเขื่อนจะอยู่ตรงกลางระหว่างพังงา กับ สุราษ ง่ายๆเลยก็คือ ไม่ว่าจะมาจากสุราษหรือพังงา ระยะทางก็จะไกล้เคียงกันค่ะ ส่วนตัวเป็นคนภูเก็ต ขับรถยนต์ส่วนตัวจากภูเก็ตไปประมาณ 2

ชั่วโมง เข้าไปที่ตัวอุทยานเขาสกเพื่อลงเรือไปที่พักค่ะ

Let me talk about the dam's location first, As the map i attached below you will see the dam is located in between Phang-nga and Surat Thani, No matter where you will depart, Travelling period will be the same about 2 hours


การเดินทาง (How to go)


- รถสวนตัว (Personal Car) ขับไปทีอุทยานได้เลย เสียค่าจอดรถวันละ 20 บาท

- รถแท็กซี่ (Taxi) เหมารถไปจะถูกกว่า หลังไมค์ได้ค่ะถ้าหาแท็กซี่ถูกๆไปจากภูเก็ต

- รถทัวร์ (Bus) รถทัวร์ที่ผ่านสุราษ สามารถให้จอดที่เขาสกได้แต่ต้องเดินเข้าไปในอุทยานเอง


พอถึงที่อุทยานแล้วก็เสียค่าเข้าและไปลงเรือค่ะ ถ้าใครที่ไม่ได้รวมค่าเรือไปกับในแพคเกจของรีสอร์ท สามารถเหมาเรือที่ท่าเรือไปได้ค่ะ ประมาณ 1,500 ถึง 1,800 ขึ้นอยู่กับว่ารีสอร์ทไกลแค่ไหน ถ้าหาคนไปด้วยได้จะถูกกว่าค่ะ จ่ายน้อยลง ถ้าเป็นเรือของรีสอร์ทต้องไปให้ทัน 11:30 นะคะ 
After arriving you have to pay for the entry ( I don't remember how much), If your package is already included transportation, Make sure you will arrive at the pier before 11:30AM If not you have to pay separately for 1,500-1,800 depends on how far you stay, You can find a sharing boat as well if you lucky you will pay less 

ส่วนตัวคือตกรอบเรือค่ะ และต้องจ่ายเอง แต่ยังคงเป็นเรือของรีสอร์ทนะคะ แต่โชคดีที่ว่าได้เรือส่วนตัว เพราะไม่มีคนแชร์ด้วย ห้าๆ จ่ายลุงคนขับเรือเพิ่มอีก 300 เพื่อให้พาไปเขาสามเกลอ ถ่ายรูปแบบส่วนตัว

ที่พัก (Where to stay)


   โดยส่วนตัวได้ที่พักฟรีนะคะ ได้พักที่ Panvaree Resort เพราะว่าเพื่อนรู้จักกับเข้าของรีสอร์ท แต่อยากจะแนะนำคนที่ยังไม่เคยไปว่ามันมีรีสอร์ทหลายรูปแบบมาก ทั้งที่เป็นแบบ Hostel สำหรับคนที่ Travelling on budget ก็มีค่ะ สามารถหาข้อมูล Package ได้ตามเว็บไซต์จองที่พัก 

Package จะมี 1 วัน 2 คืน (2,800 / คน) กับ 3 วัน 2 คืน (5,000/คน) แต่ละวันจะรวมอาหาร 3 มื้อ เรือไปรับไปส่งที่ท่าเรือ ทัวร์ต่างๆ อย่างเช่นส่องสัตว์ตอนเช้า Trekking ไปดูถ้ำประการัง ไปดูเขาสามเกลอ แต่ละอย่างค่าใช้จ่ายจะรวมอยู่ในเพคเกจนะคะ แต่ถ้าจองแบบธรรมดา ก็ต้องจ่ายค่าเข้าอุทยานเอง (ตอนไปดูถ้ำประการัง) 

Panvaree Resort

ชอบสไตล์ของรีสอร์ทนี้มากค่ะ ทั้งตัวบ้านที่มีชั้นสอง นอนได้ทั้งหมด 5 คน จะมีสองโซนนะคะ อีกโซนมีชื่อว่า The greenery จะเป็นไม้เหมือนกันแต่หลังคาจะเป็นจาก สามารถเดินถึงกันเลยค่ะ

In each one will be 2 floor house, 5 people can sleep in

อาหารอร่อยมาก เติมได้ตลอดยกเว้นปลาค่ะ รูปถ่ายแบบเร็วๆนะ เพระว่าหิวมาก หิวจนมือไม้สั่น

Food will be served like this with one portion of rice, You can refill


ทำอะไรดี (What to do there)


แพคเกจที่ได้มาจากรีสอร์ทจะมีส่องสัตว์ตอนเช้า Trekking ดูถ้ำปะการัง ดูเขาสามเกลอ ทางรีสอร์ทจะมีคายัคให้ พายชมวิวไปเลยค่ะ  

ถ้าแค่ไปพักผ่อนเฉยๆก็นั่งชมวิวที่รีสอร์ทค่ะ

ขอให้ทุกคนท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนะคะ  ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ช่วยกันรักษาควาสวยงามของธรรมชาติบ้านเราต่อไปนะคะ

ความคิดเห็น