รีวิว เที่ยวมัลดีฟส์ 4 วัน 3 คืน กิจกรรมครบงบเบาๆ ไม่เกินคนละ ฿13,000 ดำน้ำดูฉลาม ดูปลาโลมา และเที่ยวรีสอร์ทหรู รีวิวโดย ReviewPapai

รีวิว เที่ยวมัลดีฟส์ 4 วัน 3 คืน   กิจกรรมครบงบเบาๆ ไม่เกินคนละ ฿13,000  ดำน้ำดูฉลาม ดูโลมา และเที่ยวรีสอร์ทหรู วันนี้พวกเราจะพาไปเที่ยวมัลดีฟส์ แบบ 4 วัน 3 คืน ดำน้ำดูฉลาม ดูโลมา และเที่ยวรีสอร์ทหรู กิจกรรมครบ งบไม่เกินคนละ ฿13,000 (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) มัลดีฟส์ (Maldives) อีกหนึ่ง

รีวิว เที่ยวมัลดีฟส์ 4 วัน 3 คืน กิจกรรมครบงบเบาๆ ไม่เกินคนละ ฿13,000 ดำน้ำดูฉลาม ดูปลาโลมา และเที่ยวรีสอร์ทหร

รีวิว เที่ยวมัลดีฟส์ 4 วัน 3 คืน กิจกรรมครบงบเบาๆ ไม่เกินคนละ ฿13,000 ดำน้ำดูฉลาม ดูปลาโลมา และเที่ยวรีสอร์ทหรู

 วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 19.48 น.

 วันที่เดินทาง 23 ก.พ. 2563

รีวิว เที่ยวมัลดีฟส์ 4 วัน 3 คืน 

 กิจกรรมครบงบเบาๆ ไม่เกินคนละ ฿13,000

 ดำน้ำดูฉลาม ดูโลมา และเที่ยวรีสอร์ทหรู

วันนี้พวกเราจะพาไปที่ยวมัลดีฟส์ แบบ 4 วัน 3 คืน ดำน้ำดูฉลาม ดูโลมา และเที่ยวรีสอร์ทหรู กิจกรรมครบ งบไม่เกินคนละ ฿13,000 (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)

มัลดีฟส์ (Maldives) อีกหนึ่งที่เที่ยวในฝันที่ต้องมีอยู่ Travel Bucket List ต้องไปสักครั้งของหลายๆ คนแน่นอน เพราะเมื่อนึกถึงมัลดีฟส์  ภาพในหัวก็เห็น หาดสีขาว ทะเลสีฟ้าใส รีสอร์ทหรูกลางทะเล ว่ายน้ำดูปลาฉลาม ถ่ายรูปแซ่บๆ ให้ทะเลลุกเป็นไฟ ใช่ไหมล่ะ อ่านแล้วคงคิดใช่ไหมละว่า เฮ้ยยย เงินแค่ 13,000 มันไปถึงมัลดีฟส์ได้จริงหรอ?? 

ไปได้จริงค่ะ แต่ไม่ได้ไปนอนวิลล่าหรูกลางทะเล จิบไวน์lสวยๆ นะจ๊ะ หากใครจะไปหรูแบบนั้นก็ข้ามรีวิวนี้ได้เลย เพราะเราจะพาไปประหยัด แต่กิจกรรมแถมได้รูปแซ่บๆ เหมือนกัน งั้นพร้อมก็ตามพวกเรากันมาได้เลยจ้า :) 

ที่ยวมัลดีฟส์ แบบ 4 วัน 3 คืน ดำน้ำดูฉลาม ดูโลมา และเที่ยวรีสอร์ทหรู กิจกรรมครบ

Day 1: จากสนามบิน Male ไปพักที่ Maafushi Island ตกเย็น ไป Sunset Finishing

Day2: ไปเที่ยวรีสอร์ทหรูกลางทะเล ถ่ายรูป แซ่บๆ ที่ Fihalhohi Island Resort 

Day3: Shark Bay Tour ดำน้ำดูปลาฉลาม ดูปลาโลมา ดูปะการัง และถ่ายรูปที่ Sandbank

Day 4: เดินทางกลับไทย 

ข้อมูลควรรู้ก่อนไปมัลดีฟส์

  • มัลดีฟส์ไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ 30 วัน แต่ Passport ต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • มัลดีฟส์เป็นประเทศที่ประกอบไปเกาะจำนวน 1,190 เกาะ แต่ละเกาะเรียกว่า “Atoll (อะทอลล์)” มีคนอยู่อาศัยแค่ 200 เกาะและเป็นรีสอร์ท 80 เกาะ
  • อุณหภูมิเฉลี่ย 29-32 องศา (อากาศคล้ายๆ บ้านเรา)
  • Low Season (ฤดูฝน) คือช่วง พฤษภาคม – ตุลาคม ฝนตกตกบ่อย 
  • High Season (ฤดูร้อน) ช่วง พฤศจิกายน-เมษายน (น่าเที่ยวสุด) แต่จริงๆ เป็นประเทศที่เที่ยวได้ตลอดปี หน้า Low ก็สวยนะ 
  • ภาษาที่ใช้คือ ภาษาท้องถิ่น Dhivehi  และภาษาอังกฤษ 
  • สกุลเงินที่ใช้คือ รูฟียาห์ (1 MVR = 2 THB) แต่สามารถใช้สกุลเงิน US ดอลล่าร์ได้ทั่วไป
  • อินเตอร์เนตไปซื้อ sim ที่นั่นเอา เพราะ roaming ของไทยใช้ไม่ได้ ราคาประมาณ $30 

พร้อมแล้วก็ไปเที่ยวมัลดีฟส์กัน..

บินตรงจากไทยสู่มัลดีฟส์ ด้วยสายการบินราคาประหยัดกับ AirAsia

จากกรุงเทพ -มัลดีฟส์  สนามบินมาเล่ (Male) บินตรงระยะเวลา 4 ชั่วโมงกว่า เอง พวกเราบินตอนเช้า 9.15 ถึงสนามบินมาเล่ก็ประมาณ 11.50 เวลาที่มาเล่จะช้ากว่าไทย 2 ชม. นะคะ 

ราคาตั๋วเครื่องบินไป -กลับ รวมกระเป๋า เริ่มที่  8,xxx บาท ขึ้นอยู่กับช่วงวันเดินทางของเราด้วย 

หากใครชอบถ่ายรูปเยอะๆ ขนเสื้อผ้าไปเยอะก็โหลด ก็บวกค่ากระเป๋า 20กิโล 710 บาทจ้า 

    เช็คราคาตั๋วโปรได้ที่ AirAsia Bangkok-Maldives

    เนื่องจากบินเช้า ใครที่หิวก็สามารถสั่งอาหารบนเครื่องได้นะ อาหารเมนู Satan ของแอร์เอเซียถือว่าราคาไม่แพงและรสชาติอร่อยใช้ได้เลยค่ะ เมนูเริ่มต้นที่ 120 บาท รวมน้ำเปล่า 
    พวกเราก็ได้ลองบิมบิมบับกับไก่บุลโกกิ สูตร Chef Hong ตอนขาไป 


    Male International Airport, Maldives 

    เมื่อเอากระเป๋าก็สามารถไปซื้อซิมมือถือได้เลยบริเวณทางออกสนามบินได้เลย เมื่อเสร็จก็รอเวลา Speed Boat ออกเพื่อไปยังเกาะ Maafushi เพราะเราพักกันที่นั้น 

    การเดินทางจากสนามบินไปยังเกาะต่างๆ

    • การเดินทางไปยังเกาะ หรือที่พัก > ถูกสุดคือ Ferry แต่ต้องเชคเวลาดีๆ บางที่อาจไม่มีผ่าน ราคาปรมะมาณ $2 
    • Speed Boat > ราคาสมเหตุผล เดินทางง่าย สะดวก ส่วนใหญ่เป็นเกาะ หรือรีสอร์ทใกล้ๆ สนามบินมาเล่ ระยะไม่เกิน 50 km Scheduled Speed Boat 20$ / คน
    • Sea Planne เหมาะกับรีสอร์ทที่อยู่ไกลสนามบินนมากๆ เพราะประหยัดเวลา แต่ค่าเดินทางก็แพงมากเช่นเดียวกัน

    Day1: จากสนามบิน Male - Maafushi Island 

    ทริปนี้เราจะไปพักกันที่เกาะมาฟูชิ Maafushi Island ซึ่งเป็น Local Island ที่ใหญ่ที่สุดของ Maldives ค่ะ นั่งเรือ Speed Boat ประมาณ 30 นาที ราคาอยู่ที่ $20/คน 

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  https://web.facebook.com/MaafushiTours 

    Maafushi Island ตั้งอยู่ในเขตภาคใต้ของ Male Atoll ในพื้นที่ Kaafu Atoll คนส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นชาวประมง ไม่มีหมูให้ทานเพราะที่นี่นับถือศาสนาอิสลามกัน ที่สำคัญบนเกาะไม่มีแอลกอฮอล์ขาย 

    ที่นี่มีหลายหาดแต่หาด  Bikini Beach เป็นหาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่สามารถใส่ชุดว่ายน้ำได้ ส่วนหาดอื่นๆ ไม่ได้แต่สามารถไปเดินเล่นได้ปกติค่ะ Bikini Beach จะอยู่บริเวณหน้าโรงแรม Kaani

    ไปเกาะ Maafushi Island พักที่ไหนดี? 

    จริงๆ ที่เกาะนี้มีโรงแรมหลายที่ที่น่าพักราคาไม่แพงด้วยเริ่มที่ 1,xxx  แล้วแต่ว่าชอบแบบไหน พวกเราพักกันที่ Sunrise Beach & Spa เป็นโรงแรม 3 ดาว ไม่ไกลจากท่าเรือเดินไปประมาณไม่เกิน 400 เมตร  โรงแรมติดกับหาดที่เป็น Public และห่างจาก Bikini Beach ประมาณ 200 เมตร 

    ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ คืนละ 2, xxx/ คืน ส่วนพวกเราจองห้องพร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็น รวม 3 คืน 9,500 บาท ตกคืนละ 3,160 (ราคาขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่พัก) เช็คออนไลน์ได้เลย

    ปล. อาหารเช้าและดินเนอร์อาจจะไม่ได้มีให้เลิลือกเยอะ หรือรสชาติถูกปากคนไทยเท่าไร แต่พอกินได้ค่ะ 

    ได้ห้องมีระเบียงและมองเห็นวิวทะเล

    พวกเรามาถึงโรงแรมก็ประมาณบ่าย 2  เก็บของและพักผ่อนกันได้สักพักก็ไปปั่นจักยานชมเกาะกัน ก่อนที่จะมาไป Sunset Fishing ตอน 5 โมง

    ที่เกาะมาฟูชิไม่ได้เน้นที่พักหรู แต่เป็น Local Island ที่เน้นกิจกรรมเป็นหลัก ได้อารมณ์ของการเที่ยวมัลดีฟส์อีกแบบ 

    ร้านค้า หรือ ร้านอาหารไม่เยอะ ส่วนใหญ่เป็นร้านเล็กๆ ของคนท้องถิ่น 

    ร้านเหล้าอย่าถามหา เพราะไม่มีมีแต่ร้านนมปั่น ผลไม้ปั่น สุขภาพดีนะจ๊ะ :) 

    ติดกับที่พักของเราจะมีคาเฟ่น่านั่ง ชื่อ Stingray Cafe' บรรยากาศดี เย็นสบาย

    เมื่อถึงเวลา 5 โมงก็เตรียมตัวกันมาที่ท่าเรือเพื่อไปทัวร์ Sunset Finishing กันค่ะ 

    กิจกรรม Sunset Finishing เป็นการพาไปตกปลาชมพระอาทิตย์ตกดิน สัมผัสชีวิตชาวประมงกลางทะเล  ราคาคนละ $25/คน ตั้ง 17.00-20.00 ควรจะหาอะไรรองท้องกันก่อนไป

    เบ็ดเขาจะเป็นแบบนี้นะ เขาจะให้หย่อนลงไปให้ยาวประมาณ 20 เมตรได้ จากนั้นก็รอให้ปลากินเหยื่อ สนุกดีค่ะ ใครที่ชอบกิจกรรมตกปลา รับรองว่าต้องชอบแน่ๆ 

    พักก็ไปถ่ายรูปกัน บนชั้น 2 บรรยากาศชิลล์มาก 

    นี่แหละคือผลงานของทุกคน แต่ไม่ใช่เรา เพราะเราตกไม่ได้เลย 5555 

    จากนั้นก็กลับไปทานอาหารเย็นที่โรงแรม ทานข้าวเสร็จก็อาบน้ำนอนพักผ่อน เพราะจะได้ตื่นเช้าไปถ่ายรูปสวยๆ ที่หาด Bikini Beachกัน แบบไม่มีคน 

    Day2: Visit Resort Day Trip ไปเที่ยวรีสอร์ทหรูกลางทะเล ถ่ายรูปแซ่บๆ ที่ Fihalhohi Island Resort 

    มามัลดีฟส์ทั้งที ไม่ให้ไปถ่ายรูปวิลล่าหรูๆ กลางทะเลก็เหมือนไม่ได้มาใช่มั้ยล่ะ? แต่เราไม่จำเป็นต้องพักวิลล่าหรูๆ เราก็ได้ภาพสวยๆ กันได้ ประหยัดตังได้เยอะเลยเพราะเขามีให้ไปทัวร์รีสอร์ทหรูกลางทะเลได้แบบไม่ต้องพัก เป็นแบบ Day Use คือ เราสามารถจ่ายเพื่อไปใช้ facilities ของรีสอร์ทได้ แต่ไม่ต้องพัก  ตามเกาะที่เราเข้าพัก หรือตาม Counter โรงแรมในเกือบทุกที่ จะมีขายทัวร์อยู่ ราคาจะมีตั้งแต่ 100 USD – 200 USD ต่อคน ขึ้นอยู่กับรีสอร์ท ซึ่งราคานี้จะเป็นราคาที่รวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าเดินทาง และค่ากิน เราสามารถเข้าใช้บริการเหมือนเป็นแขกในโรงแรมเลย แต่แค่ไม่มีห้องพัก เดินถ่ายรูป และลงเล่นน้ำได้ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฟรี พร้อมอาหารเที่ยง Buffet อย่างดี ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม  โดยส่วนใหญ่แล้วทัวร์อาจจะเริ่มประมาณ 9.00 – 17.00 น. 

    ของเราได้ไปเที่ยวรีสอร์ทหรูกลางทะเล ถ่ายรูปแซ่บๆ ที่ Fihalhohi Island Resort ราคา $100/คน ต้องนั่ง Speed Boat ไปประมาณ 30 นาที จากเกาะมาฟูชิ  

    Fihalhohi Island Resort เป็นรีสอร์ท 4.5 ดาว สวยเริ่ดมาก หากมาพักเองก็เริ่มต้นที่ 1x,xxx / คืน (ไม่ใช่ห้องพักกลางน้ำนะ)

    รีสอร์ทค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว เดินทางหน้า Lobby ไปแต่ละจุดก็ห่างกันพอสมควร เราสามารถเดินไปถ่ายรูปแต่ละจุดและไปทานเครื่องดื่มที่บาร์ได้ ตามเมนูที่ร่วมในแพ็คเก็จ 

    มีให้ถ่ายรูปหลายมุมมากเด้อ สาวๆ เตรียมชุดไปให้พร้อม รับรองได้รูปสวยๆ กันแน่นอน

    พอถึงเที่ยงก็ไปทานข้าวกันที่ร้านอาหารของรีสอร์ท เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ รสชาติอาหารคือดีงามแถมมีให้เลือกมากมาย พอทานเสร็จก็ไปพักผ่อนหน้าหาดกันต่อ

    พวกเราอยู่ถึง 5 โมงเย็นก็กลับไปที่เกาะมาฟูชิกัน ก็ไปเดินเล่นชิลล์หน้าหาดกันต่อเพราะพลังงานยังเหลือ หากใครไม่อยากไปทัวร์รีสอร์ทหรูกลางน้ำ ที่นี่ก็มีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกมากมายเลย เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นกีฬาต้องชอบกีฬาเลย ไม่ว่าจะเป็น Parasailling, Jet Ski, Flying Board และอื่นอีกเยอะ ราคาก็ไม่ถือว่าแพงแล้วแต่เราจะเลือกว่าจะเล่นไร

    บรรยากาศตอนเย็นที่หน้าหาด Bikini Beach เดี๋ยวเราจะมาถ่ายรูปตอนเช้าจะได้ไม่มีคนเท่าไร

    จากนั้นก็กลับที่พักอาบน้ำ ทานข้าวเย็นและก็ออกมานั่งร้านนมปั่นชิลล์ๆ แฮงค์เอ้าท์แบบคนมาฟูชิ ที่ไม่มีแอลนะจ๊ะ 

    อันนี้เป็นผลไม้ท้องถิ่นที่นี่  Pine Fruit  เปรี้ยวๆ มันๆ เอามาปั่นก็อร่อยดีค่ะ

    เมื่ออิ่มน้ำผลไม้กันได้ที่ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ไนท์ๆๆ ตื่นมาจะได้สวยๆ :) 


    Day3:  Shark Bay Tour กิจกรรมดำน้ำดูปลาฉลาม ดูปลาโลมา ดูปะการัง และถายรูปสวยๆ ที่ Sandbank 

    กิจกรรมดำน้ำดูปลาฉลาม   ดูปลาโลมา ดำน้ำดูปปะการัง และถายรูปสวยๆ ที่ Sandbank  เป็น One Day Trip ตั้งแต่ 09.30-16.00 ราคา $50/คน โดยรวมค่าเดินทาง ค่าอาหารกลางวัน ค่าผ้าเช็คตัว เครื่องดื่มและอุปกรณ์ดำน้ำเรียบร้อยแล้ว และเขาจะถ่ายรูปให้เราฟรีด้วยสามารถเอา drive ไปเซฟได้เลยตอนเย็น เราซื้อแพ็คเก็จที่โรงแรม Sunrise Beach เลย แต่หากใครอยากจะซื้อกับที่อื่นๆ ก็มีให้เลือกมากมายนะ ราคาไม่ต่างกัน

    Shark Bay Tour: 

    แนะนำว่าเป็นกิจกรรมที่ต้องห้ามพลาดเลย! มันคุ้มค่าของการมามากค่ะ เจอน้องฉลามตัวเป็นๆ ซึ่งเป็น Nurse Shark ที่ไม่ดุร้าย สามารถว่ายไปใกล้เขาได้ แต่ห้ามแตะไม่งั้นโดนกัดแน่ๆ 

    ต้องนั้น Speed Boat จากฝั่งไปประมาณ 30นาที เมื่อถึงจุดเขาก็จะเอาปลาเป็นเหยื่อล่อ น้องๆ ก็จะโผล่มาทันที หากใครไม่อยากลงก็สามารถมองเห็นจากบนเรือได้  

    ใครที่ดำน้ำได้แบบไม่ต้องใส่ชูชีพนี้จะได้รูปสวยๆ เด้อ เขาจะปล่อยให้ดำน้ำกับฉลามประมาณ 1 ชม. ก่อนจะไปจุดอื่น

    มาดูหน้าตาเขาใกล้ๆ น่ารักไหมล่ะ? 


    Dolphin Watching : 

    จากนั้นก็จะขับเรือมาดูเจ้าโลมาน่ารัก เยอะมากและใครคิดว่าอยากจะลงไปว่ายน้ำด้วย น่าจะไม่ทันเขาเพราะเขาว่ายน้ำกันเร็วมาก

    Sandbank Maldives: 

    จุดนี้สามารถถ่ายรูปกับหาดสวยๆ น้ำใสๆ หากเราจะเอารูปโดรนสามารถให้เขาถ่ายให้ได้ เพิ่มคนละ $10 แต่เราโชคร้ายวันนี้โดรนพังเอาขึ้นไม่ได้ เลยอดเลย เราก็พกแค่ Gopro ไปเลยไม่ค่อยมีรูปสวยๆ จุดนี้เท่าไร  T.T

    เราจะพักทานข้าวกันตรงนี้ละจ้า กินกลางทะเล เขาจะเอาไปปักให้นั่งทานกัน ทานเสร็จก็ตามสบายประมาณ 50 นาทีตรงจุดนี้ 

    จากนั้นก็มาต่อที่ Coral snorkeling ซึ่งเราว่าจุดนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไร มันจะมีอีกจุดที่สวยแต่เป็นทัวร์แบบ half day ซึ่งจะมีพาไปดูเต่าทะเลด้วย 

    ถึงเวลาประมาณเกือบบ่าย 4 โมง ก็กลับที่พักกัน แยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะเย็นนี้จะลองไปกินพิซซ่าบ้านเขาดู ไม่อยากทานอาหารเย็นที่โรงแรมล่ะ แถวโรงแรมมีร้านพิซซ่าน่าไปโดนอยู่ร้านนึง ราคาและรสชาติได้เลยเลยนะคะ ไม่แพง เราไปทานกัน 5 คน สั่งไป 2 ถาดใหญ่ (หน้าไก่และหน้าทะเล) สปาเก็ต 1 ตี้ และนักเก็ตไก่ 1 และเครื่องดื่มน้ำเปล่า จ่ายทั้งหมด $35 ตกคนละ$7 เอง เมนูคิดเป็นเงิน Rufiyaa แต่เราจ่ายด้วย USD ได้

    ทานเสร็จก็แยกย้ายไปพักผ่อน เก็บของเตรียมกลับพรุ่งนี้ 

    Day 4: Maafushi - Thailand

    วันสุดท้ายขอตื่นเช้าไปสัมผัสบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นที่ Bikini Beach เพราะตอนเช้าไม่มีคนเราจะได้ภาพสวยๆ หาดสวยๆ เป็นของเรา:)

    ก่อนไปขึ้นเรือไปสนามบินก็แวะซื้อของฝากก่อนไป เพราะเรือออกประมาณ 10.00  ร้านก็อยู่ใกล้ๆ ที่พักเลยค่ะ 

    Flight กลับของเรา ออกตอน 12.35 ถึงไทยประมาณ 19.05 ค่ะ 

    ขากลับได้เมนูกุ้งอบวุ้นเส้น เฮ้ยยเมนูนี้แซ่บมาก น้ำจิ้มอร่อยประทับมาก บอกเลยว่าโดนรอบหน้าบินกับแอร์เอเซียต้องจัดอีกแน่นอน 

    จบแล้วทริปเที่ยวมัลดีฟส์แบบสบายกระเป๋า  4 วัน 3 คืน กิจกรรมครบงบเบาๆ สำหรับใครที่กำลังแพลนจะไป หากเราวางแผนดีๆ ไม่จำเป็นต้องเสียตังเยอะค่ะ 

    รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด $822 หรือ ฿ 25,893 เฉลี่ยคนละ  ฿12,946.5 

    • 1 Sim card ใช้ด้วยกัน $30
    • Speed Boat ไป-กลับ $80
    • Visit  resort day trip $200
    • Sunset fishing $50
    • Day Trip Shark bay tour $100
    • ค่าที่พัก 3 คืนรวมอาหารเช้าและเย็น $302
    • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม $60

    *ป.ล. ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เราไป หรือ ราคาแพ็คเก็จที่ซื้อ


    บินตรงจากไทยสู่มัลดีฟส์ ด้วยสายการบินราคาประหยัดกับ AirAsia

    จากกรุงเทพ -มัลดีฟส์ สนามบินมาเล่ (Male) บินตรงระยะเวลา 4 ชั่วโมงกว่า ราคาตั๋วเครื่องบินไป -กลับ รวมกระเป๋า เริ่มที่ 8,xxx บาท ขึ้นอยู่กับช่วงวันเดินทางของเรา

      เช็คราคาตั๋วโปรได้ที่ AirAsia Bangkok-Maldives


      แล้วไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า ... หาที่ไปก่อน ใครมีอะไรเด็ดๆ แวะมาแนะนำกันบ้างน๊า

      บ ะ บ า ย ^ ^

      ติดตามรีวิวอื่นๆได้ที่ https://th.readme.me/id/ReviewPapai

      ฝากเพจด้วยนะคะ หากมีคำถาม สงสัยตรงไหน inbox เข้ามาทักกันได้ที่ https://www.facebook.com/ReviewPapai/ แล้วพบกันใหม่ : )

      ความคิดเห็น