1 Day Trip @ Bang Kachao รีวิวโดย Itthikorn Aunpanthong

Bang Kachao การเดินทาง น่าจะเป็นครั้งที่ 4-5 ที่ได้ไปที่นี่ การไปที่เกาะนี้มีท่าข้ามฟากอยู่ 4 ที่ (หรืออาจจะเยอะกว่านั้น แต่เคยข้ามมา 4 ท่า) ตามนี้ เหมือนตัวเว็บจะมี Bug กับ linked text ในหน้า edit เห็นครบ 4 ท่า แต่ใน View Mode กลับเห็นแค่ 2 ท่า    1.ท่าเรือข้ามฟาก พระประแดง พระร

1 Day Trip @ Bang Kachao

1 Day Trip @ Bang Kachao

 วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 00.19 น.

 วันที่เดินทาง 22 ก.พ. 2563

Bang Kachao

การเดินทาง

น่าจะเป็นครั้งที่ 4-5 ที่ได้ไปที่นี่ การไปที่เกาะนี้มีท่าข้ามฟากอยู่ 4 ที่ (หรืออาจจะเยอะกว่านั้น แต่เคยข้ามมา 4 ท่า) ตามนี้

เหมือนตัวเว็บจะมี Bug กับ linked text ในหน้า edit เห็นครบ 4 ท่า แต่ใน View Mode กลับเห็นแค่ 2 ท่า 

  1.ท่าเรือข้ามฟาก พระประแดง พระราม3
  Google Map


  นับว่าเป็นจุดที่ใกล้คนฝั่งธนแบบเราที่สุดแล้ว เดินทางไปง่ายเดินมาได้จาก BRT

  ทางข้ามอยู่ใต้สะพานนี้ 
  เรือที่ใช้เป็นเรือใหญ่ ส่วนใหญ่คนข้ามจะเป็นคนที่ขับมอไซด์มามากกว่า ถ้าเอาจักรยานมาก็เอาขึ้นเรือมาด้วย. ได้เลย ค่าข้ามไม่แพง ไม่เกิน 10 บาท
  ข้อเสีย: ข้ามไปแล้วเป็นจุดที่ว่าห่างไกลจากส่วนท่องเที่ยวของบางกระเจ้ามาก จากจุดที่ข้ามไปถึงต้องเดินทางไปอีก 5 กิโล ถึงจะถึงตลาดบางน้ำผึ้ง ซึ่งระยะทางเท่านี้ไม่ได้มีปัญหาถ้าเรามีรถ แต่ที่แย่คือ ฝั่งนี้มันไม่มีที่เช่าจักรยานนี่สิ คิดว่าจุดนี้จะโอเคถ้าเราเอารถมอไซด์หรือจักรยานมาเองมากกว่า
เอ้อ แต่ข้ามไปถึงมีมอไซด์รับจ้างนะ แต่ไม่เคยนั่งเข้าไปถึงตัวตลาด ก็ 5 โลอะ ไม่รู้กี่บาท

  2.ถัดออกมาจากท่าที่แล้วหน่อยนึง ไม่รู้ชื่อท่าอะไร อยู่ตรงนี้


  เป็นท่าที่ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะ แพง สกปรก และช้ากว่าท่าอื่น เนื่องจากเป็นท่าที่ไม่ได้ popular มาก จึงไม่ได้มีคนคอยเตรียมเรือมารับ

  ตัวท่าเรือก็เหมือนจะเป็นที่นอนของคน homeless เหม็นกลิ่นฉี่มาก ไปถึงแล้วจะมีเบอร์แปะไว้ ต้องโทรเรียกเค้ามารับ ซึ่งราคาก็ประมาณคนละ 40 ได้ เรือเป็นเรือเล็ก ตอนที่ไปนี่คนขับบอกว่าท่าฝั่งตรงข้ามอะ  เพิ่งมีกลุ่มนักเรียนมาเช่าจักรยานไปจนหมด ไปตอนนี้ก็ไม่มีจักรยานให้เช่า เค้าเลยบอกว่าพาไปอีกท่าไหม ไกลกว่า แต่มีจักรยานชัวร์ ลุงคิดเพิ่มเป็นคนละ 80 
  สุดท้ายลุงพามาที่ แพเจี๊ยบ ซึ่งท่านี้ถ้านั่งมาจากท่าเรือคลองเตยจะไม่เสียค่าเรือเลย (แบบนี้สู้นั่ง taxi มาท่าเรือคลองเตยแต่แรกดีกว่า ไม่ต้องมาดมกลิ่นฉี่ที่ท่าเก่าๆนี่)

  3.ท่าเรือ

วัดคลองเตยนอก


  จุดนี้นับว่าสะดวกกว่าสองท่าที่บอกมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากเดินทางมาง่ายกว่า รถเมล์ผ่านหลายสาย หรือจะมาใต้ดินแล้วต่อมอไซด์ก็ได้ 
เรือที่ใช้เป็นเรือเล็ก คนนั่งมาได้ประมาณ 6 คน ซึ่งเรือนี่เล็กมากนะ แนบชิดติดผิวน้ำมากทีเดียว ตอนนั่งก็โดนน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยากระเด็นโดนหน้าเป็นระยะๆ (อย่างน้อยก็ไม่ใช่น้ำจากคลองแสนแสบล่ะวะ)


นั่งมาฝั่งบางกระเจ้าจะมาโผล่ที่แพเจี๊ยบ


ค่าเช่า ณ Feb 2020 คือคันละ 80 บาท (ทั้งวัน) ได้น้ำฟรี 1 ขวด และค่าเรือไปกลับ

  4.ท่าเรือ

วัดบางนานอก


น่าจะเป็นท่าเรือที่ดีที่สุดแล้ว (เสียดายที่อยู่ไกลชาวฝั่งธนที่สุดด้วย :'( ) เป็นท่าที่มีเรือใหญ่ เอามอไซด์ข้ามมาด้วยได้เลย
ข้ามมาถึงมีร้านเช่าจักรยานรออยู่เลย ร้านตรงนี้มีจักรยานอยู่เยอะมากด้วย ไม่ต้องกลัวว่าจะหมด
อีกทั้งข้ามมาแล้วแป๊ปเดียวก็ถึงตลาดบางน้ำผึ้งแล้ว ใกล้มาก อิจฉาคนแถบนี้จริงๆ

ออกเดินทางงง

ครั้งนี้เลือกที่จะไปเท่าเรือคลองเตย เริ่มที่มาขึ้นรถเมล์สาย 205 หน้า The Mall ท่าพระ ตอน 10:20 มาถึงปลายทาง ฝั่งตรงข้ามกรมศุลกากร ตอน 11:10 

กรมศุลกากร

เดินต่อมา 1 กิโล มายังท่าเรือคลองเตย

ได้มาถึงแพเจี๊ยบตอน 11:30 ฝากบัตรประชาชน เอาจักรยาน เชคลม เชคเบรค ปรับระดับที่นั่ง เข้าห้องน้ำ แล้วก็ไปกันเลยยย

ถ้าจักรยานเจ๊งโทรตามเบอร์ที่เค้าให้มาได้เลย เดี๋ยวเค้ามีรถกระบะเอาจักรยานคันใหม่มาเปลี่ยนให้เราเอง แต่ต้องบอกทางเค้าให้ถูกนะ เคยเสียอยู่ครั้งนึงแล้วก็บอกไม่ถูกว่าอยู่ไหน ป้ายเป้ยก็ไม่มี แทบจะ add line แล้ว share location ให้เค้า

ตลาดบางน้ำผึ้ง

ตอนเช่าจักรยานเค้าจะมีแผนที่ให้ แต่ถ้าใครถนัด Google Map ก็ปักหมุดไว้ที่ จุดนี้ แล้วก็ปั่นตามมาได้เลย

ระวังอย่างว่า Google Maps มันชอบพาไปทางแคบ ให้เลือกทางถนนใหญ่ไว้ ทางแคบปั่นยาก ไม่ได้เร็วกว่าด้วย เพราะต้องปั่นช้า ตอนโค้งก็ลำบาก เพราะมันเป็นโค้งเหลี่ยมๆ แบบคิดอยากจะเลี้ยวก็เลี้ยวเลย หักศอกมาก

จริงๆถ้าเริ่มจากแพเจี๊ยบมันใกล้สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย มากกว่านะ แต่เนื่องจากตอนนี้มันใกล้เที่ยง หิว เลยไปที่ตลาดกันก่อน 

ตลาดเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 8:00-16:00 สามารถเชคเวลาและ event ได้จาก เพจนี้ แต่จริงๆอยากให้มาก่อนบ่ายสอง เพราะหลังจากนั้นร้านค้าก็เริ่มปิดกันละ 

ตลาดที่นี่อารมณ์ตลาดนัด จะเดินกินจุ๊บจิ๊บ หรือจะนั่งกินตามร้านก็ได้

จานแรกที่กินคือจานนี้ บัวลอยไส้ทะลักร้อน จริงๆมันก็ไม่ได้ร้อนมากนะ แถมบัวลอยก็เย็นๆ เจอน้ำที่ไม่ร้อนมากเข้าไป บัวลอยเลยยังไม่ร้อนเลย รสใช้ได้ แต่ไส้ไม่เห็นทะลักสมชื่อเลย

ร้านนี้มาดูสองครั้ง ก็ไม่เคยเห็นเปิดซักครั้ง

มาต่อที่ถุงทองกะหมูโสร่ง

จริงๆพวกของทอดๆนี่ไม่ควรซื้อเลย เพราะส่วนใหญ่ทอดไว้นานแล้ว แข็ง เจ้านี้ก็เช่นกัน

แต่เจ้านี้ห่อสวยกว่าเจ้าที่เกาะเกร็ด

ม้าฮ่อ ตัวไส้อร่อยดี แต่สัปปะรดไม่ฉ่ำเลย แห้งมากกก

น้ำผึ้งมะนาว ร้านนี้อร่อย

ซื้อแบบใส่รวงผึ้งมาด้วย หวานมากกกก คราวหน้าขอแค่ราดน้ำผึ้งพอ

 ร้านกาแฟร้านนี้ร่มรื่นดี อยู่ในตลาด เดินเข้ามานิดหน่อยแล้วอยู่ทางซ้าย เคยเข้ามาหลบฝนร้านนี้ยาวเลย

ขนมจีบร้านแถวๆทางเข้า 10 ลูก 40 แม่งมีแต่แป้ง

บ้านธูปหอม

อยู่ไม่ไกลจากตลาดน้ำเท่าไหร่มีทางเข้าอยู่สองทาง ทางนึงเป็นทางจักรยาน อีกทางนึงเข้ามาจากที่จอดรถยนต์ 

ตอนเข้ามานี่ไม่มีคนเลย นึกว่าปิดแล้วซะอีก แต่ก็แบบ เพิ่งบ่ายโมงครึ่งเองนะ รีบปิดไปมะ

เดินเข้ามานิดหน่อย เริ่มเห็นกลุ่มคนกำลังปั้นธูปหอมกันอยู่ ถ้าจำไม่ผิดค่าปั้นจะอยู่ที่คนละ 40 บาท แต่ถ้าจะมาถ่ายรายการด้วยก็จะคิด rate ที่แพงขึ้น

ไหนๆก็เข้ามาแล้ว เราก็อยากจะทำกิจกรรมไรซักอย่างนึง แต่อันนี้มันดูเลอะๆ แล้วก็ไม่ได้อยากได้ธูปกลับบ้านซักเท่าไหร่ จุดไล่ยุงได้มันก็ดี แต่ไม่รู้จะเอาไปจุดตรงไหนไม่ให้ผงธูปมันหล่นเลอะเทอะ ใช้ยากันยุงเหมือนเดิมดูตอบโจทย์กว่า

นอกจากจะมีให้ปั้นธูปหอมไล่ยุงแล้ว ยังมีให้ทำเสื้อมัดย้อมอีกด้วย

อันนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย มีให้ทำสองแบบ คือย้อมเย็นกับร้อน ถ้าร้อนจะได้สีเดียว ถ้าเย็นเลือกสีได้ตามใจชอบ

ขั้นตอนในการทำคือ

  1. เลือกเสื้อที่ต้องการ อันนี้เราเลือกเป็นเสื้อยืดคอกลมธรรมดา Size L เค้าบอกว่าให้เลือกใหญ่กว่าปกติ เพราะตอนต้มย้อม เสื้อจะหดนิดนึง
  2. จ่ายตังค์ค่าเสื้อ 170 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและแบบเสื้อ)
  3. เลือกลายในหนังสือเค้า
  4. เค้าจะสอนว่าลายแบบที่เลือกต้องมัดตรงไหนยังไงบ้าง เราก็ทำตามเค้าไป ไม่ต้องรีบ ค่อยๆทำ
  5. เอาไปต้มในน้ำย้อมผ้า

  6. รอ 40 นาที (หรือมากกว่านั้น ถ้าอยากให้เสื้อแห้งด้วย) แล้วค่อยกลับมาเอา

เส้นทางมรกต (ถนนสีเขียว)

เห็นมันอยู่แถวๆนั้นเลยมาขับรถเล่น รอเสื้อมัดย้อม 

เป็นที่ๆหายากมาก เพราะว่าหาใน Google Map เท่าไหร่ก็ไม่เจอ สุดท้ายได้ป้ายด้านหน้าของบ้านธูปช่วยไว้

ซึ่งมันหาใน Google Map ไม่เจอจริงๆ ถ้าใครอยากมาให้ตามมาที่จุดนี้ละกัน

เส้นทางมาบ้านธูป เราจะต้องข้ามสะพานสูงๆมาอันนึง ถนนเส้นนี้อยู่ทางขวา ก่อนขึ้นสะพาน ค่อนข้างเด่น เพราะเป็นถนนสีเขียว ค่อนข้างกว้าง ขี่จักรยานสวนกันได้

ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นที่ๆต้องมาเท่าไหร่ เพราะมันไม่เห็นมีอะไรว้าวเลย แต่อาจจะเพราะเรามาตอนบ่ายสอง แดดจ้าาาา

ปลายทาง

Hiddenwoods

ถือว่าเป็นข้อดีของการที่มาทางถนนมรกตเลย ทำให้มาเจอร้านกาแฟบรรยากาศดีๆร้านนี้

ป้ายทางเข้าร้าน

เข้ามาเจอน้ำตก

ทางร้านจะมีสองตึก แต่งสวยทั้งคู่ ตอนที่ไปถึงเกือบบ่ายสาม ข้างนอกยังร้อนอยู่ แต่ในร้านเย็นสบายแม้ไม่มีแอร์ เปิดเพลงเพราะ บรรยากาศดี อาหารอร่อย ถึงจะแอบแพงไปนิดแต่ก็โอเค คุ้มค่า

Google Map

IG ไว้ดูบรรยากาศร้าน

wongnai

นั่งซักพักแล้วก็กลับมาเอาเสื้อมัดย้อม อันนี้ผ่านไปแล้ว 1 ชั่วโมง เสื้อยังมีน้ำหยดติ๋งๆอยู่เลย

อันนี้เห้นของคนอื่น ม้วนได้อลังการมาก น่าจะเป็นลายก้นหอย

หลังจากเอากลับมาลองซักอีกรอบ สีก็ไม่ได้ตกนะ ใส่ได้เลย

พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย

อยู่ไกลจากบ้านธูปหอมห้ากิโล ปั่นจนเหนื่อยเลย

เคยผ่านมาที่นี่ตอนมาครั้งแรก แต่วันนั้นมาเป็นวันธรรมดา (มันปิด) เลยไม่ได้มีโอกาสเข้าไป

ไม่เข้าใจว่าที่นี่เปิดไว้ทำไมนะ แทบจะไม่มี activity ให้เราเสียเงินเลย คือเข้ามาชมปลากัดอย่างเดียว ฟรีๆ มีคนคอยแนะนำอยู่ว่าเล่นกับปลากัดยังไง โหลไหนคืออะไร

ปลา iPhone

สองตัวนี้เค้ากำลังผสมพันธ์กันอยู่ ก็เลยเปิดให้เห็นหน้ากัน แต่ตัวอื่นเค้าจะมี Feature Board กั้นไว้ทุกตัว

มองหน้าหาเรื่องเรอะ

เดินถัดมาอีกตึกนึง เป็นปลาน้ำจืด

ด้านหลังของที่นี่เป็นสวนที่ใหญ่มากอะ ไม่รู้ว่าเปิดให้คนเค้าชมฟรีๆทุกวันแบบนี้จะอยู่ได้ยังไง เอาเงินที่ไหนมาดูแลรักษา (น่าจะอารมณ์เดียวกับสวนสาธารณะ)

สวนศรีนครเขื่อนขันธ์

เป็นที่ๆมาบางกระเจ้าแล้วไม่มาไม่ได้ Sri Nakhon Khuean Khan Park And Botanical Garden

เป็นสวนที่สามารถมาขี่จักรยานเล่นได้ ถายในสวนกว้างอยู่ อยู่ได้เป็นชั่วโมงเลย

มีร้านขายขนมปังอยู่ด้านหน้า ซื้อมาให้อาหารปลาในบ่อได้

แล้วก็กลับมาแพเจี๊ยบ ซึ่งอยู่ใกล้กับสวนมาก

เดินทางกลับ

เรือที่มารับ ลำเล็กแค่นี้ล่ะ

ไม่ถึงห้าโมงก็กลับมาฝั่งท่าเรือคลองเตยแล้ว ที่ได้กลับเร็วเพราะไม่ได้เสียเวลาไปในสวนศรีนครเขื่อนขันธ์เท่าไหร่ เพราะเคยมาหลายรอบแล้ว

จากที่ขามาเดินมาเกือบโลจากป้ายรถเมล์ ขากลับเลยลองเปลี่ยนสายดูบ้าง

สองสายนี้มีต้นสายอยู่ใกล้ท่าเรือมาก เดินมาแป๊ปเดียวก็ถึง เลือกนั่งสาย 4 กลับไปตลาดพลู

นั่งรออยู่บนรถ 10 นาที ถึงจะมีกระเป๋ารถเมล์กับคนขับขึ้นมา รู้สึกดีที่ได้นั่งรถแอร์ทั้งขามาและขากลับ ไม่งั้นคงเหนื่อนกว่านี้เยอะ

กระเป๋ารถเมล์เดี๋ยวนี้ Hightech ไม่ต้องพกเหรียญไว้ขึ้นรถเมล์ละ ใช้บัตรแตะปื๊ดๆไป

ใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมงกับอีก 10 นาทีในการนั่งรถมาถึงตลาดพลู กลับมาถึงเร็วกว่าทีคิด แสดงว่าไปคราวหน้าไม่ต้องตื่นเช้ามากก็ได้ละ :D 


ความคิดเห็น