บันทึก 12 วัน สุดประเทศกัมพูชา รีวิวโดย ไม่กี่บาทBackPacker

ก่อนการเดินทาง 12 วันทั้งหมดจะเริ่มขึ้น ฝากVDOที่เราถ่ายทำมากันทั้งหมด 12 วันเดินทางกันสุดประเทศด้วยนะครับ "กัมพูชา" ประเทศเพื่อนบ้าน ที่อยู่ใกล้เรามากๆ นั่งรถแปปเดียวก็ข้ามประเทศ ทริปนี้เราจะพาเดินทางไปสุดของกัมพูชา กับเรื่องราว 12 วันด้วยงบ 14,000 กว่าๆ เราจะพาไปดูจังหวัดต่างๆของประเทศนี้ แบ

บันทึก 12 วัน สุดประเทศกัมพูชา

บันทึก 12 วัน สุดประเทศกัมพูชา

 วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.04 น.

 วันที่เดินทาง 6 มี.ค. 2563

ก่อนการเดินทาง 12 วันทั้งหมดจะเริ่มขึ้น
ฝากVDOที่เราถ่ายทำมากันทั้งหมด 12 วันเดินทางกันสุดประเทศด้วยนะครับ

"กัมพูชา" ประเทศเพื่อนบ้าน ที่อยู่ใกล้เรามากๆ นั่งรถแปปเดียวก็ข้ามประเทศ

ทริปนี้เราจะพาเดินทางไปสุดของกัมพูชา กับเรื่องราว 12 วันด้วยงบ 14,000 กว่าๆ

เราจะพาไปดูจังหวัดต่างๆของประเทศนี้ แบกกระเป๋าแล้วเดินทางไปด้วยกันครับ

เอาจริงๆ วิวไม่ได้ต่างจากบ้านเราเท่าไร แต่ก็ทำให้เรารู้สึกว่า เดินทางไม่ไกลจากบ้าน


สำหรับแผนการเดินทางคร่าวๆ ของเรา 

วันที่ 1 จากตราด - สีหนุวิลล์

เราจะไปอยู่ สีหนุวิลล์ 1 คืน เพื่อทำความรู้จัก

กับทางภาคใต้ของ กัมพูชา

วันที่ 2 สีหนุวิลล์ - เกาะท่อนซาย

เราจะติดเกาะกัน 2 คืนครับ

วันที่ 4 เราต้องไปเปลี่ยนรถที่ กรุงพนมเปญ

วันที่ 5 พนมเปญ - กระแจะ

เป็นเมืองที่ชิลมากๆ เป็นเมืองติดริมแม่น้ำโขงครับเราจะอยู่ที่กัน 2 คืน

วันที่ 7 กระแจะ - เสียมปาง

เราเดินทางมาจุดที่ปักไว้บนแผนที่ ที่คิดว่า

อยู่เหนือสุดของประเทศกัมพูชาครับ

วันที่ 8 เสียมปาง - รัตนคีรี

เป็นเมืองที่สวยมากๆ อีกเมืองหนึงของกัมพูชามีป่าและธรรมชาติเยอะมากๆครับ

วันที่ 10 รัตนคีรี -แสนมโนรมย์

เมืองที่เค้าว่ากันว่า เป็น สวิตเซอร์แลนด์ แห่ง กัมพูชา

วันที่ 12 พนมเปญ - กรุงเทพ

เราเริ่มเดินทางจาก กรุงเทพ(หมอชิต) - ตราด 

เราเลือกมาดึก รอบ4ทุ่ม เพื่อที่จะถึงตราดกันตลอดเช้า ราคารถราคา 259 บาท

มาถึงบขส.ตราด ตี3กว่าๆได้ครับไงหละนั่งตบยุงไปสิอย่างเหงา 5555

รถตู้ ที่วิ่งจาก บขส.ตราด - ด่านหาดเล็ก จะราคา 120 บาทครับ 

เที่ยวแรก ออกประมาณ ตี5 กว่าๆได้ครับ วิ่งประมาณ 1 ช่วงโมง ได้ครับ 

รถจะมาส่งที่ชายแดนเลยครับ

จาก ด่านพรมแดนคลองใหญ่ ที่จังหวัดตราด เราข้ามประเทศกันง่ายๆ โดยเสียเงิน 100 บาท

แบบงงๆ แล้วก็ข้ามประเทศมาด้วยคำถามว่า ตูเสียค่าอะไรหว่ะ ??? ค่าข้ามประเทศงี้หรอครับ 5555 

จากนั้นการเดินทางของจริงก็กำลังจะเริ่มแล้ว

เราเริ่มต้นด้วยการเดินทางไป สีหนุวิวิลล์

เพื่อทำความรู้จักกับภาคใต้ของกัมพูชา

เราต้องไปขึ้นรถที่ท่ารถเกาะกง ตรงนี้หลังจากข้ามด่าน

มาแล้วพี่วินมาถามเยอะมาก ไปไหน หลากหลายภาษามาก

ทั้งไทย ทั้ง อังกฤษ ทั้ง ภาษากัมพูชา

จาก 200 บาท เราต่อ เหลือ 100 บาท

ไปไหมลุง ? ลุงแกไป เราก็เลยได้ไปต่อ

ตอนแรกกะว่าจะเดินไป ท่ารถที่เกาะกง

แต่บอกเลยว่าโค-ตะ-ระ ไกล 5555 คิดถูกแล้วที่ไม่เดินมา

ก่อนการเดินทาง 12 วันทั้งหมดจะเริ่มขึ้น 

ฝากVDOที่เราถ่ายทำมากันทั้งหมด 12 วันเดินทางกันสุดประเทศด้วยนะครับ 


ถ้าพร้อมแล้ว เดินทางกันครับ 


อย่าให้เรื่องเงินมาเป้นข้ออ้างของการเดินทาง 

ถ้าอยากเที่ยวก้ออกมา ไม่กี่บาท หรอกครับ

เดินทางไปกับเรานะครับ

สอบถามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่..

เพจ : https://www.facebook.com/maikeebaht/

IG : https://www.instagram.com/mr.konr/

Day1 : ตราด - สีหนุวิวิลล์

จากด่าน มาท่ารถเกาะกง ใช้เวลา สัก 10-15 นาทีได้

ชีหาย!! ยังไม่ได้แลกเงิน

ไอ โนแฮป เรียล (เรียลคือเงินกัมพูชา)

เราก้เลยหยิบแบงค์ ไทย ขึ้นมา 500 บาท

ไอ โนแฮป เรียล ไอวอท เอ๊กเชด มันนี่

จ๊ายเงินทาย ด้าย เอ๊าสบายหละพี่เค้าพูดไทยได้บางนิดหน่อยครับ

ค่าโดยสาร จาก เกาะกง - สีหนุวิลล์

ราคา 450 บาท ไม่รู้เลยว่าราคาเป็นเรียล มันเท่าไร

แต่เรารู้สึกว่า เรท ดอลล่า ราคาดีกว่านะ

4500 เรียล จะเท่ากับ 1 ดอลล่า

100 บาท เราจะได้ประมาณ 12000 -13000 เรียล

มันก็จะงง แล้ว เงินดอลล่า ใช้ได้เกือบทุกที่เลยนะ 555

รถก็ถือว่า โอเคนะครับ แอร์เย็นดี เหมือนรถบัสบ้านเรานี้หละ

จากเกาะกง ถึงสีหนุวิลล์ ใช้เวลาประมาณ

5 ชั่วโมงได้ครับ จากที่เราศึกษา มา

ถ้ามาสีนุวิลล์ อยากสงบๆ หน่อยให้ไปหาด

Otres Beach หาดที่อยู่ท้ายสุดของจังหวัด

คนไม่เยอะ คนไม่พลุกพล่าน

แต่จาก ตัวเมือง สีหนุวิลล์ไป Otres Beach

ไกลพอสมควรครับ เราโดนรถไป 40000 เรียล

รถมาส่งถึงที่พักเลยนะครับ ห้องของเรามีชื่อว่า Chez Paou จองผ่าน Booking มากจาไทย

ที่พักดี ติดหาด มีบาร์ มีอาหาร ห้องพักราคาไม่แรงครับ คืนละ 300 กว่าบาทครับ

ที่พักติดทะเลถือว่าโอเคเลยครับ

ขอชิวกันสักหน่อยครับ เบียร์ตกแล้วละ 2 ดอลล่า 60กว่าบาท ราคาก็ถือว่าเอาเรื่องอยู่ครับ

หาดOtres Beach บอกเลยวาเป็นชายหาดที่ขาวดีครับ ทรายสะอาดนะ

คนท้องถิ่นมาเดินเล่นกันเยอะครับ

มีร้านลูกชิ้นทอด ร้านอาหาร อยู่ข้างทางบ้างครับ

มือนี้โดน ไป 10500 เรียล ตก80กว่าบาทได้มั้งครับ

Day 2 : ติดเกาะกระต่าย

เช้าวันที่2เราเดินทางกันต่อครับ โดยเราซื้อตั๋วจากที่พักเลย ค่ารถ 9 ดอลล่า

รถมารับหน้าที่พัก ตอน9 โมงเป๊ะเลยครับ มีเรทนิดหน่อย

เพราะอาจจะไปรับนักท่องเที่ยวจาก ที่โรงแรมอื่นด้วย

เป็นรถตู้ ที่เราต้องมาเปลี่ยนรถกันที่เมือง กำปอต (Kampot) แต่ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มแล้ว

อยู่ดีๆ รถก็เสียเฉย คือตอนนี้อยู่ไหนของประเทศก็ไม่รู้ 555 ท่ามกลางอากาศ 40 กว่าองศา ได้ครับ

จาก สีหนุวิลล์ เราเดินมายังอีกจังหวัดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า จังหวัด แกป (Kaeb)

ก็เสียเวลากันไปสักพัก ร่วมๆ 3 ชั่วโมงกว่า จนเรามาถึงท่าเรือ

ที่จะข้ามไปเกาะท่อนซาย หรือ (Rabit island)

เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงมี2ชื่อ

เราเองเปิดแผนที่เจอเกาะนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่า บนเกาะจะเป็นยังไง

เค้าบอกว่าที่นี่ เงียบสงบมากๆครับ เป็นเกาะที่คนท้องถิ่นมาเที่ว พักผ่อนกัน

ค่าข้ามเรือ 40000 เรียล ราคาไป-กลับนะ

ต้องรอเรือครบ 6 คน ถึงจะออก แต่เกาะนี้ สามารถไปกลับได้ เหมือน เกาะล้านบ้านเราเลยครับ

แต่เราอยาก จะติดเกาะกันสัก 2 คืน เพื่อที่จะซึมซับบรรยากาศ (มั้ง555)

ถึงกันแล้ว เกาะท่อนซายหรือ Rabit island

ที่พักของเรา อยู่ติดหาดเลยครับ

ห้องพักมีชือว่า Srey Ngin Restaurant and Guesthouse คืนละ 60000 เรียล

จองได้ผ่าน Booking เลย ที่พักไม่มีไฟฟ้าใช้นะครับ จะปั่นให้ช่วง 3-4 ทุ่มนู้นอะ แล้ว 5 ทุ่มกว่าๆ ก็หยุดปั่นไฟ

บอกเลยว่า ฟิวติดเกาะจริงๆครับ บอกเลยว่า 1 ชั่วโมงรีบชาร์ตแบตไห้ไว 555

มีระเบียงให้นอนเล่นชิวๆด้วยครับ แต่เตือนก่อนนะกลางคือยุงอย่างเยอะ 555

เกาะท่อนซายหรือ Rabit island นี้ก็ยังงงอยู่ งงแบบไม่รู้เรื่องนี้ ทำไมเค้ามี 2 ชื่อ

บนเกาะไม่มีกระต่ายสักตัวเลยนะ 5555

เป็นเกาะเล็กๆไม่ใหญ่มากครับ มีหาด แค่ฝั่งเดียวครับ

แต่เราก็ว่าเป็นเกาะที่ชืวๆ เงียบๆ สงบๆ อีกเกาะหนึงเลยหละ

พระอาทิตย์ตกก็งาม

ตกดึกก็พอจะมีบาร์เล็กๆ หาเบียร์กินได้อยู่บ้างครับ เรื่องความเย็นนี้ไม่ต้องพูดถึง

เค้าแช่ไว้ตั้งแต่บ่าย ไอ้ที่เย็นๆ ถ้าหมดแล้วก็หมดอะ เพราะน้ำแข็งละลายไปหมดหละ 5555

แต่มีเบียร์กินเราก็อุ่นใจครับ สำหรับคืนแรก ก็ขอกิน ซีฟู้ดกันสักหน่อย

เราสั่งเมนูกุ้งเผา กับ หมึกกระเทียม ในรูปคืออย่างเด็ด

แต่สิ่งที่ได้มา 55555 เอาเถอะ เป็นอาหารทะเลอยู่นะ แต่ที่นี่ ไม่มีน้ำจิ้มซีฟูด เค้าจะให้ เกลือกับมะนาวมา

มื้อนี้โดนไป 19000 เรียล อะ เบียร์ตกกระป๋องหละ 3500  ใช้ดอลล่า กับ เงินเรียลงงไปหมด

Day 3 ติดเกาะไหนหละกระต่าย

เอาจริงๆ เกาะนี้น้ำใสนะครับ แม้จะห่างฝั่งไม่ไกล แต่น้ำใสจริงๆครับ

เกาะท่อนซาย

พูดถึงเรื่องอาหาร ที่ราคาก็เอาเรื่องเหมือนกันครับ อย่างไข่เจียวไม่รวมข้าว

ราคา 10000 เรียล ประมาณ เกือบๆ 80 บาทเลยหละครับ

Sunset ที่นี่ ดีทุกวันเลยครับ เป็นเกาะที่เงียบสงบจริงๆ ครับ

ถึงแม้ตอนกลางวันจะ มีคนท้องถิ่น ข้ามมาเที่ยวกันเยอะ

แต่ก็ไม่วุ่นวาย เท่าไรครับ

ก็รู้จักกับ ภาคใต้ของประเทศกัมพูชากันมาพอสมควร

ก็ได้เวลาขึ้นเหนือ เดินทางไปกันสุดประเทศแล้วครับ

กับหมุดที่เราปักไว้โดยที่ไม่รู้ว่าจะเดินทางยังไง แต่เราต้องไปเปลี่ยนรถที่ พนมเปญ

โดยเราก็ซื้อตั๋วจากที่บาร์ บนเกาะเลย แนะนำให้ซื้อนะ เพราะรถอาจจะเต็ม

ราคาก็ไม่ได้บวกเพิ่มนะครับ ทางร้านเค้าจัดการจองให้ ในราคา 28000 เรียล

เรือออกประมาณ 8 โมง รถไปพนมเปญจะออกประมาณ 9.45 ตามตั๋วที่เขียนไว้ แต่ก็มีเรทนิดหน่อย

แต่พอข้ามมาถึงฝั่ง รถมันไม่ได้มารับเราที่ท่าเรือนะ เราต้องจ้างรถรับจ้างไปส่งที่ท่ารถอีก 8000

เอาหละครับ ได้เวลาขึ้นเหนือ กันแล้ว

อรุณซัวซะเดย พนมเปญ

จากจังหวัด แกป เรามายัง กรุงพนมเปญเมืองหลวงของกัมพูชา

ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงในการเดินทางครับ

เราแนะนำเลย ถ้ามา กรุงพนมเปญ ให้โหลด App PassApp มา

คล้ายๆ แกร๊ปบ้านเรานี้หละคัรบราคาถูกกว่า โบกเรียก รถข้างทาง

สามารถใช้ได้บางเมืองหลักๆ เมืองท่องเที่ยวครับ

มาพนมเปญ ครั้งนี้ คงจะไม่ได้เที่ยวอะไรมากมายครับ เรากะว่าจะมาเปลี่นรถขึ้นเหนือกันเฉยๆ

คงจะได้เที่ยว พนมเปญกันจริงๆ จังๆ กันวันสุดท้ายก่อนจะบินกลับกรุงเทพ

เราก้จองห้องพัก ใกล้แหลงของกิน และใกล้บาร์ เพื่อที่จะไป หาอะไรกินกันง่ายๆหน่อย

เราจองห้องพักที่มีชื่อว่า Riverside Backpackers คืนละ 200 บาท บอกเลยว่าไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้ 555

แต่เราก็มานอนแค่แบบเดียว ก็ถือว่าพอนอนได้ครับ

พนมเปญเป็นเมืองที่ วุ่นวายดีครับ รถเยอะคนเยอะ ก็อย่างว่า เมืองหลวงอะเนาะธรรมดา

ไม่รู้จะกินอะไร เดินข้าวตลาดก่อนเลยครับ เห็นร้านนี้คนกินเยอะดีก็เลยไปนั่งเลย

เมนูไม่มี เลยอาศัยชี้คนข้างๆ เอาแบบนั้นหละ ที่1  ได้มาเหมือนเฝ้อเลยครับ เราว่ามันคือเฝ้อหละ

เครื่องปรุง มันก็จะแปลกๆ หน่อยครับ ไม่รู้มันคืออะไรเหมือนกัน แต่ก็ใส่ไปมั่วอะ 555

Night Life ณ กรุงพนมเปญครับ บอกเลยว่าแจ่มแมวครับ อิอิ

Day 5 : ขึ้นเหนือ เมืองกระแจะ

เราก็ซื้อตั๋วจขากที่พักเลยครับ ในราคา 40000 เรียล มีรถไปส่งที่ท่ารถด้วย (ซึ่งน่าจะโดนบวกราคาไปแล้ว)

เราก็ต้องเอาตั๋ว ที่ซื้อจากโรงแรม ไปเปลี่ยนเป็นตั๋วรถทัวร์

รถออก 9.45 บอกเลยว่ารถออกตรงเวลาเป๊ะครับ

บอกเลยว่าเป็นการนั่งรถที่ยาวนานมากๆ 7 ชั่วโมงครับจาก พนมเปญ เรามาถึงกันที่เมืองกระแจะกันแล้ว

เมืองนี้ เป็นเมืองริมแม่น้ำ ที่ชิวๆอีกเมืองหนึ่งเลยหละครับ ตึกราบ้านช่องเป็นทรงเก่าๆสไตล์โคโลเนียล

เพราะทีนี่เคยเป็นเมืองตากอากาศในยุคอาณานิคมครับ

เราก็จองห้องพักที่มีชื่อว่า Silver Dolphin Guesthouse คืนละ 170 กว่าบาทครับ

บอกเลยว่าห้องก็ดีนะ มีTV ดูที่สำคัญมีช่องไทยด้วย ไม่เหงาแล้ว 5555

ออกมาหาไรกินข้างๆ ที่พักกันสักหน่อยครับก็กินกันข้างทางแบบนี้หละครับ

ชิวดีครับ เสียดายไม่มีเบียร์ขาย 5555 โดนไป 11000 เรียล  

Day 6 : ไปดูปลาโลมา

เช้าวันนี้เรากะว่าจะไปหาอะไรกินที่ตลาดเช้ากันสักหน่อยครับ

แต่ด้วยที่เดินทางเหนื่อยมาจาก พนมเปญ นั่งนั่งรถกันยาวนานจึงทำให้เราตื่นสายไงหละ

นี้ก็ปา เข้าไป เกือบจะ 9 โมงหละ ไม่รู้ว่าตลาดวายหรือยัง

ตลาดเช้าเมืองกระแจะ ตลาดก้คงไม่ต่างจากตลาดบ้านเราเท่าไรครับ

ของขายก็แทบจะเหมือนบ้านเราเป๊ะ ไม่ค่อยมีอะไรแปลกตาก สักเท่าไรครับ

ที่แปลกตา ก็คงจะเป็น ตึกสไตล์โคโลเนียล ที่อยู่ตามมุมต่างๆ ของตลาดนี้หละครับ

เราก็เดินที่ตลาดกันอยู่สักพัก ไม่รู้จะกินอะไร หาน้ำกินกับ ปลาท่องโก๋ หรือ ขนมปังหละกัน

เราก็ไปนั่งร้านน้ำอยู่ร้านหนึ่ง เห็นขวดเขียวๆ ก็นึกว่าชาเขียวก็เลยสั่งมา

สรุปว่าไม่ใช่หว่ะ เป็นรถชาติคล้ายๆถั่วปั่นมั้ง ไม่เคยกินเหมือนกัน แต่ โต-ตะ-ระ อร่อยเลย

แก้วละ 1500 เรียล ตกแก้วละ 10กว่าบาท อร่อยดีแห่ะ

วันนี้เรามีแผน ว่าจะไปดูปลาโลมา จริงๆเราก็เพิ่งรู้ว่าเมืองนี้มีปลาโลมาในแม่น้ำโขงด้วย

วึ่งพี่เจ้าของที่พักแนะนำ เราว่าถ้ามาเมืองกระแจะ เนี่ย ห้ามพลาดเลยนะไปดูปลาโลมานิ ฝูงใหญ่เลยหละ

เออเราลืมบอกไป เมืองกระแจ๊ะ หรือ กระแจะ นี้หละ เป็นเมืองตากอากาศของฝรั่งเศษในยุคนั้น

เป็นเมืองที่ติดกับแม่น้ำโขงเลย กลางคืนนี้อากาศเย็นดีนะ กลางวันก็ไม่ร้อนเท่าไร

พอกินอะไรเสร็จเราก็เช่ารถ จากที่พักของเรานี้หละครับ วันละ 5 ดอลล่า

ขับรถออกนอกเมือง ไปยังไปจุดชมปลาโลมา

พี่เค้าบอกว่าทางง่าย ขับตรงอย่างเดียวไม่ต้องกลัวหลง

ประมาณ 10 กิโลได้ ไอ้เราก็เพิ่งจะขับรถเป็น เป็นหละมั้ง

ก็ห้าว ขับรถนอกประเทศครั้งแรก 5555

ทางก็ค่อนข้างเป็นหลุ่มเป็นบ่อกันพอสมควรครับ รถบรรทุกวิ่งเยอะมาก

10 กิโลเราขับมาเกือบชั่วโมงอะ 5555ก้ขับไปเรื่อยเนาะ ไม่ได้ไปแข่งกับใคร

จนมาถึงสะพานอะไรสักอย่างนี้หละ วิวอย่างสวยครับ แต่เหมือนจะเป็นร้านอาหารอะไรสักอย่าง

เสียงเพลงดังลั่นเลยครับ

แล้วเราก็มาถึงจุดชมปลาโลมาครับ ต้องนั่งเรือไปกลางแม่น้ำ

ค่าเรือ 36000 เรียล ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีได้ครับ ราคาเอาเรื่องอยู่นะ

ปลาโลมา อิรวดี หรือปลาโลมาหัวบาตร บอกเลยว่าฝูงใหญ่ครับ เห็นเยอะมาก

แต่คงจะไมมากระโดด ลอดห่วงเหมือนในสวนสัตว์ หรอกนะครับ 555 ก็เพลินดีนะ

เมืองกระแจะ

เพิ่งจะวันที่ 6 ใช้งบไปเกือบครึ่งหละต้องประหยัดกันหน่อย

เค้าบอกว่า Sunset ที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่งของกัมพูชา อยุ่ทีเมืองนี้หละครับ

เมืองนี้ก็ไม่ได้เงียบไป ซะทีเดียวครับ พอจะมีบาร์ให้นั่งชิวอยู่บ้างครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า ตุ๊กแกบาร์ ก้ชิวดีครับ แก้วละ 4000 เรียล หรือประมาณ 1 ดอลล่าได้ครับ

ยามค่ำคืน ก้ยังมีร้านอาหารเปิดอยุ่บ้างครับ

สีสรรยามค่ำคืนของเมืองกระแจะ  

พรุ้งนี้ เราก็จะเดินทางไปยัง จุดหมายปลายทางที่ปักเอาไว้

กับเมืองเหนือสุดของประเทศกัมพูชา

Day7 : สู่จุดหมายปลายทาง เหนือสุดกัมพุชา(มั้ง)

เช้าวันนี้ เราเดินทางออกจากที่พักตั้งแต่ 7 โมง โดยซื้อตั๋วจาก โรงแรมเลยครับ

ราคา 7 ดอลล่า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เราต้องมาเปลี่ยนรถกันที่ เมืองสตรึงเตรง

โดยที่ทางที่พี่เจ้าพักบอกว่า เมืองที่เราจะไปนี้มันบ้านนอกมากๆ เค้าก็ไม่เคยไป

แต่ก็ตต้องไปหารถ ท้องถิ่น ที่เมืองสตรึงเตรง

แล้วเราก็เจอรถที่เดินทางไป เมืองที่เราจะไป นั้นก็คือเมือง เสียมปาง (Siem Pang សៀមប៉ាង)

เดินเข้าไปถามแบบงง ไอวอท โกทู เสียมปาง จนเข้าชี้ๆ มาที่รถคันนี้หละครับ

เป็นรถท้องถิ่น ในราคา 15000 เรียล

เส้นทางที่เราไป นิเป้นเส้นทางที่สามารถออกประเทศลาวได้ด้วยนะครับ

และเมืองที่เราจะไปก็เป็นพรมแดนติดกับประเทศลาว ทางก็จะประมาณนี้หละ

เราใช้เวลาจากเมืองสตรึงเตรง มาถึง เสียมปางใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆครับ

เสียมปางเป็นเมืองที่ติดกับประเทศลาว จริงทำให้คนที่นี่ส่วนใหญ่พูดภาษาลาวได้ครับ

เราก้พอจะฟังรู้เรื่องอยู่บ้านครับ

และที่นี่ก็คือที่พักของเราคืนนี้ครับ ที่นี่มี ที่พัก แค่แห่งเดียว คืนละ 30000 เรียลครับ

ที่พักถือว่าโอเคนะ แอร์ใช้ไม่ได้ ก็งงเหมือนกันว่าติดทำไม 5555

เอาจริงๆเมือง เสียมปาง แทบจะไม่มีอะไร ให้ตื่นตา

ตื่นใจเลยครับ เหมือน บ้านเราชัดๆ

แต่คนที่นี่ สามารถพูดภาษา ลาวได้ครับ

จริงทำให้เราคุ้นเคย สื่อสารกันง่ายครับ

พอจะมีร้านให้ชิวอยู่บ้างครับ

ชาวบ้านที่นี่ กันเองมากๆครับ ก็เลยซดเบียร์กันซะครับ

แต่เบียร์ที่นี่ถูกดีครับ กระป๋องละ 2000 เรียล ตะกระป๋องหละ 15-16 บาทเอง

อาหารก็กินกันง่ายๆ ครับ แต่ร้านแถวนี้ปิดไวนะ ทุ่ม 2 ทุ่มปิดบ้านกันเกือบหมดแล้ว

เราก็สั่ง ผัดเส้นใส่ไข่มา 1จาน คนที่นี่เค้าสื่อสารภาษาลาวกันนะ

Day 8 : สู่บ้านลุง จังหวัดรัตนคีรี

เช้านี้เราต้องเดินทางไปยังอีกจังหวัดหนึ่งของกัมพูชา เราก็มาขึ้นรถกันที่ตรงข้ามที่พัก

มีร้านเฝ้อเล้กๆ อยุ่ริมแม่น้ำ ก็บรรยกาศดีครับ รถออก 9 โมง ราคา 15000 เรียลเท่าเดิม

จากเสียมปาง เราต้องกลับมาที่ สตรึงเตรง

เพื่อเปลี่ยนรถ เดินทางไป ยังจังหวัดรัตนคีรี หรือบ้านลุง(Ban Lung) เราไม่แน่ใจว่าสะกดถูกไหม

แท็กซี่แบบหารแชร์ ตอนแรกนึกว่าจะได้นั่งกันสบายๆ

ที่ไหน ข้างหน้านั่ง 3 คน ข้างหลัง 4 คน อย่างเบียด 5555

ราคาอยู่ที่ 20000 เรียลครับ แต่จริงๆรถประจำทางมีนะ แต่เวลาไหนไม่รู้ พี่แกแกเรียกเราขึ้นรถเลย

เปิดเพลงไทยด้วยนะ แต่พี่แกพูดไทยไม่ได้

เราใช้ประมาณ 2 ชั่วดมงจาก สตรึงเตรง เราก็มาถึงจังหวัด รัตนคีรี หรือ บ้างลุงกันแล้วครับ

สำหรับที่พักวันนี้ เราดูไว้ราคา โค - ตะ - ระ ถูกเลยครับ

คืนละ 3 ดอลล่าเท่านั้นหละครับ ตกคืนละ 100 กว่าบาทได้

ที่พักของเรามีชื่อว่า Reggae Homestay

ก็ถือว่าโอเคนะครับ บ้านๆดี เจ้าของที่พักเป็นกันเองมากๆ พี่แกชื่อพี่โซนา

พูดลาว พูดไทยได้บ้างนิดหน่อย ถ้าไป ฝากความคิดถึงให้พี่แกด้วยนะ

ที่นี่ก็ สามารถสั่งอาหาร มีเบียร์ขาย หรือแม้แต่ทัวร์เดินป่า 4-5 วันก็มีครับ

ก็บ้านลุงทีเราอยู่นี้ เป็นศุนย์กลางของจังหวัด รัตนศีรีครับ สามารถออกไปยังประเทศเวียดนามได้ด้วย

ห้องก็จะประมาณนี้หละครับ เป็น Hostel แบบบ้านๆจริงๆ

แต่วันนี้ มีเรากับต่างชาติชาวโปแลนด์นอนคนละห้องกัน ก็ถือว่านอนสบายดีนะ

มีรถให้เช่าด้วยนะครับ ทั้งมอเตอร์ไซค์และจักรยาน

แต่พี่โซนาก้ใจดีครับ ให้เรายืมจักรยานไปปั่นฟรี พี่แกบอกว่าปั่นไปหลังบ้านสิมีบึงน้ำสวยดี แกว่างั้นครับ

เออ!! อย่างที่พี่โซนาบอกหละครับ ตกนี้ก็จะมีคนท้องถิ่นมานั่งกินข้าวกันเยอะ

รอบๆบึงนี้ก็มี รีสอร์ทที่พักอยุ่หลายที่ครับ แต่ราคาก้น่าจะแพงนะ

บึงนี้มีชื่อว่า Kan Seng

บรรยากาศยามเย็น ของบ้านลุงก็ชิวงดีครับ

คนที่นี่ นิยมกิน อวาโคโด้ ปั่นกันครับ ก็อร่อยดีนะ

เย็นนี้พี่โซนา ก้พามากินที่ตลาดกลางคืน ของเมืองบ้านลุงครับ เป็นข้าวต้มกับ หมุพะโล้ อร่อยดีครับ

Day 9 : สำรวจบ้านลุง (รัตนคีรี)

เช้าๆนี้ไม่รู้จะไปไหน เราเข้าตลาดก่อนเลย เพื่อไปหาอะไรกิน และดูวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นครับ

ไม่รู้จะกินอะไร ก็ไส้กรอกทอดกับขนมปังหละกัน แต่มีผักที่รสชาติคล้ายๆ ส้มตำใส่มาในขนมปังด้วยครับ

ก็อร่อยดีนะราคา 4000 เรียล

เราซื้อ ทัวร์ พี่โซนา หรือพี่เจ้าของที่พักมานี้หละครับ

แบบ วันเดย์ทริป ราคา 20 ดอลล่าวันนี้ของเที่ยวแบบสบายๆ หน่อย ให้พี่เค้าพาเที่ยวเลยครับ

พี่แกจะพาไปเที่ยว 2น้ำตก 1บึง 1วัด จริงๆก้สามารถขับรถมอเตอร์มาเที่ยวเองได้นะ มันก็ไม่ได้ไกลเท่าไร

เช่ารถก็แค่ 5 ดอลล่าเอง น้ำมัน 1-2 ดอลล่าก้น่าจะพอแล้ว แต่ก็ถือว่าอุดหนุนพี่แกหละกันครับ

พี่แกคุยเก่ง คุยสนุก และเป็นกันเองดีครับ

ทางไปน้ำตก ที่1ครับ

เออ!!! คือแบบว่า ไหนละ น้ำตก ประเด็นคือโดนเก็บค่าเข้าด้วยนะ 2000 เรียล

น้ำตกนี้มีชื่อว่า Cha Ong Waterfall เราดูจากในเน็ต น้ำตกนี้สวยนะ ถ้าน้ำเยอะๆอะ

แต่วันนี้ แห้งเชียว 55555  น้ำตกแรก เฟล จ้าาาาาา

ไปน้ำตก 2 ต่อเลยครับพี่โซนา อยู่ทำมะเขือไรหละ

น้ำตกที่2 ค่อยชื่นใจหน่อยว่าไม่เฟล แต่น้ำช่วงนี้ก้ไม่ได้เยอะเท่าไรนะ

น้ำตกนี้มีชื่อว่า Kachanh Waterfall เสียค่าเข้า 4000 เรียล

สวยดีครับ ธรรมชาติดี คนไม่เยอะเท่าไรด้วย

พี่โซน่าก็พาเรามาดูวัดระหว่างทาง พี่แกก็ไม่รู้เรื่องประวัติเหมือนกันครับ

แต่เค้าบอกว่าองค์พระสวยดี และอยุ่บนเขา ก็ไม่ค่อยเห็นวิวเท่าไร 555

ไปกันต่อเลยดีกว่าครับ

ที่นี่เป็นจุดไฮไลท์ของ บ้านลุงหรือ จังหวัดรัตนคีรีเลยหละครับ

Yeak Laom ที่นี่เคยเป็นภูเขาไฟเก่าที่ กลายเป็นบ่อน้ำลึกกว่า 50 เมตรเลยหละครับ

สวยดีนะ แต่ค่าเข้า ตั้ง 8000 เรียล อย่างแพง 5555

คนท้องถิ่น มากระโดดน้ำเล่นกันเยอะครับ น้ำลึกนะ แล้วก็ใสด้วยแอบน่ากลัวเหมือนกัน 555

แต่มาทั้งที ขอลงไปเล่นน้ำหน่อยหละกันครับ

จบทริป วันเดย์ทริป ที่พี่โซนา พาเราไปทั่วเมือง รัตนคีรีเลยครับ

จริงๆ มีกิจกรรมอีกเยอะ ครับ แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้น

อย่างเดินป่า 4-5 วัน 300-400 ดอลล่าเลยหละครับ ราคาแพงเอาเรื่องครับ

แต่นี้ก็ทำให้เรารู้จัก จังหวัดรัตนคีรี ของประเทศกัมพูชากัน พอหอมปากหอมคอครับ

Day 10 : สู่จังหวัดสุดท้ายของทริป

ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อไปยังจังหวัด สุดท้ายของทริปนี้กันแล้วครับ

กับ จังหวัดมณฑลคีรี

เราต้องมาขึ้นรถที่หน้าตลาดครับ รถออกประมาณ 9 โมง ราคา 35000 เรียล

เกือบๆ 3 ชั่วโมงกว่า เราก้เดินทางมาถึง จังหวัดมณฑลคีรีกันแล้วครับ

เมืองแสนมโนรมย์ เค้าบอกว่ากันว่า.. สวิตเซอร์แลนด์ แห่งกัมพูชาเลยครับ

เราเองก็ยังไม่เคยไป สวิต ก็เลยไม่รู้ว่าเหมือนไหมนะ 555

แต่ที่เราเห็นๆคือ เมืองนี้อยู่บนภูเขาสลับซับซ้อนเยอะมากๆ และมีน้ำตกอยู่หลายแห่งครับ

2 คืนที่เราอยู่ที่ แสนมโนรมย์ เราพักกัที่นี่ครับ Phanyro Guesthouse

คืนละ 40000 เรียล ตกเป็นเงินไทยประมาณ 300 บาทครับ

ห้องพักถือว่าดีเลยครับ พรุ้งนี้เราวางแผนว่าจะไปดูน้ำตก ที่อยู่ใกล้ๆเมืองครับ

วันนี้ขอไม่ไปไหนเดินเล่นกันในเมืองหละกันเบาๆพักวันนี้ครับ

เมือง แสนมโนรมย์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาเดินเล่นในเมืองมีแอบเหนื่อยเหมือนกันครับ

แต่อากาศเย็นดีครับ มีตู้ ATM ให้กดเงินด้วย จริงๆ ก็มีทุกเมืองหละที่เราไปอะ 5555

ยกเว้น เสียมปาง นั้นลึกจัดครับ  เมืองนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะพอสมควรครับ

เพราะนี้มีทั้งเดินป่า หมู่บ้านช้าง(แต่เราไม่ได้ไปแพงจัด) และน้ำตกหลายจุดนะ

อีกทั้งสามารถข้ามพรมแดนไปยัง เวียดนามได้ด้วยครับ

มีของขายข้างทางแบบนี้เลยหละครับ

เบียร์ที่นี้ ตกกระป๋องหละ 4000 เรียล หรือประมาณ 1 ดอลล่าครับ

เราสั่งอะไรมากินไม่รู้ รสชาติเหมือนเขียวหวานหมู แต่ไม่ใช่

แต่เค้าเขียนในเมนูว่า Green curry มันเหมือนจะใช่แต่ไม่ใช่อะ อธิบายไม่ถูก555

มื้อโดนไป 15000 พร้อมเบียร์ 1 กระป๋อง

เราชอบกัมพูชาอย่างนะ เค้าแทบจะมีรูปปั่น หรือ สัญลักษณ์เป็นวงเวียนแทบจะทุกเมืองเลยครับ

ถ้าอย่างบ้านเรา คงจะเป็นหอนาฬิกา อะไรอย่างนี้หละครับ

เมืองแสนมโนรมย์ จะเป็นตัวกูปรี สัญลักษณ์ของเมืองนี้ครับ

ตกกลางคืน ที่นี่เราไม่เห้นผับเห็นบาร์เหมือนกันนะ แต่คนจะมา ร้านผลไม้ปั่นกัน 5555

คนที่นี่เค้านิยมกิน อะโวคาโด้กันแห่ะ ก็เลยจัดซา แพงกว่าเบียร์อีก แก้วละ 5000 เรียล5555

Day 11 : เดินน้ำตกคนเดียวกลางป่า

เช้านี้เราตั้งใจว่าจะไป เช่ามอเตอร์ไซค์แล้วขับไปเที่ยวนอกเมือง แล้วก็ไปดูน้ำตกกันครับ

แถวที่พักของเรามีร้านข้าวเยอะครับ แต่รา้นที่พอจะคุยกับนักท่องเที่ยวต่างชติได้มีไม่กี่ร้าน555

ส่วนใหญ่จะเป็นร้านคนท้องถิ่นนั่งครับ วันนี้เรากะว่าจะมาถามเส้นทางไปการขับไปน้ำตกสักหน่อย

เจ้าของร้านแนะนำเราว่า เดินไปสิ ไม่ต้องไปเช่ารถหรอก ถ้าคุณมีเวลา1วัน คุณสามารถเดินไปได้

เดินไป สักชั่วโมงก็ถึงแล้ว เราก้ไม่รีบ ก็ตั้งใจว่าเอาว่ะ เดินไปก็ได้ เดินเล่นด้วย  

อาหารมื้อ เราสั่งข้าว หมูทอดครับกับไข่เจียว ราคา24000 ก็ถือว่าแพงอยู่นะ 555

กินข้าวอิ่มก็เดินทางกันเลยครับ ทางเดินแอบเหนื่อยเหมือนกันนะ เอาจริงๆ คิดผิดปะหว่ะ

ที่เดินมา ทำไมไม่เช่ารถ5555

เอาน้ำมาด้วยนะถ้าจะเดินมาแนะนำเลย ฝุ่นเยอะดีครับ ยิ่งใกล้น้ำตก ทางยิ่งโหดครับ

แทบจะไม่มีบ้านคนเลย

เอ๊า!!! มีที่พักเฉย เห้นมีเบียร์ขายด้วยนะ หรือเราจะแวะกินเบียร์ที่นี่ แล้วเดินกลับดีหว่ะ5555

สัก 1 ชั่วโมงได้เราก็เดินมาถึงสักทีครับ ที่นี่เข้าฟรีนะ แต่มีร้านน้ำ ขายอยู่ร้านนึง

แวะกินน้ำเย็นๆ แล้วก็เดินลงไปน้ำตกกันครับ

และนี้ก้คือ น้ำตก Sen Monorom

ก็ไม่ได้ สวยอลังการ เท่าไรครับ แต่ก็พอได้สดชื่นกับธรรมชาติบ้างครับ

Sen Monorom Waterfall

น้ำตกที่ไม่ห่างจากตัวเมือง เท่าไร แต่ทางทีดี ขับรถมอไซค์ มาดีกว่าครับ เช่าวันละ 4-5 ดอลล่าเอง555

ขากลับนี้ฝนตกฉ่ำเลยครับ แต่มันก้ทำให้เมืองฝุ่นหายไป ก็สวยดีนะ เมืองแสนมโนรมย์

ในเมือง ก็พอจะมี คาเฟ่ อยู่บ้างนะครับ แต่ผมชอบกินรา้นข้างทางมากกว่า

ยามเย็นที่เมืองแสนมโนรมย์

พรุ้งนี้เราก็ได้เวลาเดินทางกลับไปพนมเปญกันครับ เรายังพอเวลาเวลาเที่ยวที่ พนมเปญอีก1วัน

ก่อนที่จะไทย คิดถึงหมุกะทะ ผัดกระเพรา เผ็ดๆจังครับ 555

Day12 : การวันสุดท้าย สู่กรุงพนมเปญ

เช้าวันนี้เราเดินทางออกจาก เมืองแสนมโนรมย์ เพื่อที่จะเดินทางไป พนมเปญ

เราเดินทางกลับกรุงเทพ วันพรุ้งนี้ครับ มีบริษัทหลายบริษัทที่มีรถวิ่งไป พนมเปญ

แต่เค้าบอกว่า บริษัทนี้รถใหม่สุด จากที่พักโรงแรมเค้าแนะนำมาครับ

รถจะจอดิยู่ตรงวงเวียนเลยครับ รถออก 9 โมง ราคาอยู่ที่ 40000 เรียล

ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมงได่ครับ ตลอดการเดินทาง 12 วัน บอกเลยว่า งบแทบหมดครับ

จนมาถึงพนมเปญ เราเหลืออยู่ 10 ดอลล่า 5555 ก็ตกประมาณ 300 บอกเลยว่าต้องพอครับ

แต่คืนนี้อยากนอนห้องแอร์ราคา ถูกๆหน่อย ก็ตัดสินใจนอน Hostel

เราก็หวังว่าจะหารถไป สนามบินง่ายๆหน่อยครับ

ที่พักของเรามีชื่อว่า Lebou Boutique hostel คืนละ 4 ดอลล่า

วันสุดท้ายที่พนมเปญ ก็เลยกะว่าจะไปเดินเล่นรอบๆ เมืองกันสักหน่อยครับ ไปหาอะไรกินด้วย

เหลือเงินอีกประมาณ 6 ดอลล่า กับเงินเรียลนิดหน่อย ประมาณ 20000 เรียล ประมาณ 150 บาทได้ครับ

เอาจริงๆ ถนนกัมพูชาน่าเดินนะ พื้นเรียบไม่มีน้ำกระเด็นแน่นอน 555 ถนนสวยเนีนยกริ๊บ

ยามเย็นเอาจริงๆ เมืองพนมเปญ สวยนะ วัดใหญ่ผสมกับตึกใหม่ๆสูงมันก็ดูแปลกตาดีครับ

เดินเล่นกันไปเรื่อย จนมาถึง ถนนย่านผับ หรือถนน136  (Street 136)

ย่านนี้บอกเลยว่า สาย Night Life คอดื่มก็ต้องมากันหละครับ ผับบาร์เพียบ

แต่เราขอหาไรกินก่อนหละ เดินไปเดินมา จนมาเจอร้านหนึ่ง ก่วยเตี๋ยวผัดอะไรไม่รู้หอมดีครับ

รสชาติเหมือน คลายผัดซีอิ๋ว แต่เผ็ดแบบแปลกๆ อร่อยดีครับ โดนไป 1.5 ดอลล่า

ไหนๆ เงินก็เหลือหละ จัดเบียร์ ร่ำลา กัมพูชากันสักหน่อยครับ

ตกแก้วหละ 0.75 ดอลล่าครับ จัดไป 2 แก้ว

จบทริปกัมพูชา 12วัน

ก็นี้หละครับ คือเรื่องราวทั้งหมดตลอด 12 วัน

เอาจริงๆ ประเทศกัมพูชาวิวอะไรหรืออาหารต่างๆก็ไม่ได้จากประเทศไทยบ้านเราด้วยซ้ำ

แต่ก็ทำให้เราได้เดินทางไปเห็นจังหวัดต่างๆ ของประเทศกัมพูชาประเทศเพื่อนบ้าน

ได้มาสัมผัสกับผู้คน ใช้เงินแบบงงๆ 555

สรุปค่าใช้จ่าย ตลอด12วัน

10,970 บาท + ค่าเครื่องบินสายการบินไทยกรับกรุงเทพ 3,466 บาท

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยประมาณ 14,436 บาท

ก็ต้องขอบคุณนะครับ ที่อ่านเรื่องราวของเราจนจบ หากเขียนผิดไปหรือข้อมูลผิดพลาดต้องขออภัยด้วยครับ

แล้วเจอกันในการเดินทางครั้งหน้าครับ

อย่าให้เรื่องเงินมาเป้นข้ออ้างของการเดินทาง

ถ้าอยากเที่ยวก้ออกมา ไม่กี่บาท หรอกครับ

เดินทางไปกับเรานะครับ

สอบถามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่..

เพจ : https://www.facebook.com/maikeebaht/

IG : https://www.instagram.com/mr.konr/

ยังไงฝาก VDO ที่เราบันทึกการเดินทางตลอด 12 วันด้วยนะครับ

ความคิดเห็น