ตามรอยคูบาศรีวิชัย ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ รีวิวโดย ณ วงเดือน

   ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563  ผมได้เดินทางขึ้นไปยัง จ.เชียงใหม่  ด้วยความตั้งใจอันดับต้น ๆ คืออยากมา ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ แห่งนี้มานานหลายปีแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาศหรือว่าบุญวาสนา ยังไม่ถึงก็เป็นได้จึงได้มีเหตุ ให้ไม่ได้มา ด้วยก็ตั้งใจอยู่หลายปี มาปีนี้ มีวาสนามาจนได้ จึงขอนำบันทึกเร

ตามรอยคูบาศรีวิชัย ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

ตามรอยคูบาศรีวิชัย ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

 วันพฤหัสที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 21.11 น.

 วันที่เดินทาง 3 ก.พ. 2563

   ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563  ผมได้เดินทางขึ้นไปยัง จ.เชียงใหม่  ด้วยความตั้งใจอันดับต้น ๆ คืออยากมา ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ แห่งนี้มานานหลายปีแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาศหรือว่าบุญวาสนา ยังไม่ถึงก็เป็นได้จึงได้มีเหตุ ให้ไม่ได้มา ด้วยก็ตั้งใจอยู่หลายปี มาปีนี้ มีวาสนามาจนได้ จึงขอนำบันทึกเรื่องราวและความเป็นมาไว้ ณ ที่นี้ ถึงวัดแห่งนี้ด้วย


ผมได้มาถึง จ.เชียงใหม่ ช่วงสาย ๆ จากการเดินทางด้วยสายการบิน  จากดอนเมือง กรุงเทพ ฯ ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม. ก็มาถึงสนามบินเชียงใหม่ และเป็นเวลานานมา ที่ครั้งหนึ่งเคยมาพัก ที่เชียงใหม่ เมื่อหลายสิบปีก่อน และมาอีกครั้งนี้ ก็ถือว่าจนลืมเลยก็ว่าได้เพราะกว่า 20 ปี เลยทีเดียว

   จากสนามบินเชียงใหม่ เดินออกมายังด้านหน้าของสนามบิน เพื่อมาใช้บริการขนส่ง ด้วยรถบัสโดยสารประจำทาง ปรับอากาศ ของทางจังหวัด ซึ่งมีวิ่งเข้ามาสู่ตัวในเมือง ในราคา ไม่ถึง 30 บาท และได้แจ้งให้กับกระเป๋ารถเมย์ ว่าจะไปยังพระธาตุดอยสุเทพ ให้รถจอดที่ ป้ายรถ ที่จะพาขึ้นไปดอยสุเทพ ด้วย

  มาถึงประตูท่าแพ รถเมย์ประจำทางได้บอกให้ลงที่ท่ารถแดง นี้ มีรถแดงขึ้นไปยังดอยสุเทพ  เมื่อลงมาสอบถามรถเมย์แดง ที่จอดเรียงรายอยู๋ถนนสิบกว่าคันบอก รถเต็มก็ออกทันที ซึ่งในช่วงนั้นยังไม่มีผู้โดยสาร สักคนจึงแวะ เติมพลังงานให้ตัวเอง ด้วยก๋วยเตี๋ยวชักชามกับร้านข้างวินรถนั้นเอง  เพื่อได้มีแรงพลังในการขึ้นดอยครั้งนี้.

   หลังกินไปได้สักพัก คนขับสองแถวบอกรถจะเต็มแล้ว จึงได้มาซื้อตั๋ว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขึ้นนั่งรอบนรถเกือบเต็มพอดี  จ่ายค่ารถไป 60ิ บาท แล้วมุ่งหน้าสู่ดอยสุเทพ ทันที.ผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่ แล้วรถเมย์แดงสองแถวก็มุ่งขึ้นสู่ดอย แบบวก วนตามสันโค้งขึ้นเขา เกือบร้อยโค้งเลยก็ว่าได้กว่าจะถึงที่หมายดอยสุเทพ ก็แทบอ้วกแตก เพราะเวียนหัวกับการนั่งรถสองแถวเป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบกว่าปี

    วัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ถือเป็นวัดที่มีความสำคีญมากของจังหวัดเชียงใหม่ ตามประวัติว่าสร้างเมื่อ ปี พศ.  1927  ในสมัยพญากือนา  กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา  ของราชวงศ์มังราย  ท่านมีความเลื่อมใสในพุทธศานาเป็นอันมาก อันเห็นได้จากการที่พระอง๕ืเก็บพระบรมสารีริกธาตุไว้สักการะบูชาไว้เองนานถึง 13 ปี 

       จึงได้มีดำริที่จะสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุพระสารีริกธาตุ เพื่อให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชาด้วย จึงได้ทรงอธิษฐานเสี่ยงทาย ให้ช้างมงคล นำสารีริกพระธาตุ ที่มีในครอบครองนั้น ออกเดินทางไปหาสถานที่เหมาะสมที่จะสร้างพระธาตุเจดีย์เพื่อให้ผู้คนได้กราบสักการะในภายถาคหน้าต่อไป  และช้างก็ได้พาลัดเลาะเดินขึ้นลงไปยังที่ต่าง ๆ จนมาสูยอดดอยแห่งนี้

      เมื่อมาถึง ยอดดอยสุเทพแห่งนี้ ช้างมงคลที่ได้นำพระสารีริกธาตุมาด้วยนั้นก็ไม่ยอมเดินไปที่ใหนอีก แต่ได้เดินวนเวียน อยู่ 3 รอบ พร้อมกับส่งเสียงร้องสามครั้งแล้วล้มตัวลงนอนเสียชีวิต พระองค์จึงได้ให้ข้าราชบริพารขุดดินลึกลง  8 ศอก กว้าง 6 วา 3 ศอก แล้วนำแท่นหิน 6 ก้อนมาวางแล้วอัญเชิญพระสารีริกธาตุนั้นบรรจุไว้แต่นั้นมา

  ในปี พศ. 2081  ในรัชสมัยของพระเมืองเกษเกล้า กษัตริย์ องค์ที่ 12  ได้มาบูรณะพระธาตุองค์นี้ให้สูงขึ้นเป็นกว้าง  6 วา สูง 11 ศอก   และให้ช่างในราชสำนัก  นำทองคำมาทำเป็นรูปดอกบัวทอง บรรจุองค์พระธาตุแล้วบรรจุใส่บนยอดเจดีย์ รวมทั้งพระโอรสพระองค์ คือ ท้าวทรายคำ ได้ทรงนำทองมาแต่เป็นแผ่นบาง ๆ เพื่อติดรอบองค์พระธาตุเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา อีกด้วย

   ปี พศ. 2100  พระมหาญาณมงคลโพธิ์  เจ้าอาวาสวัดอโศการาม เมืองลำพูน ได้จัดสร้างบรรไดนาคหลวง ทั้งสองด้านชึ้นสู่องค์พระธาตุ เพื่อให้ประชาชนขึ้นไปกราบสักการะได้สะดวกยิ่งขึ้น 

     จนมาปีพศ  2477   ท่านครูบาศรีวิชัย ท่านมีศรัทธาแรงกล้าร่วมกับชาวบ้าน ได้ทำถนนเพื่อให้ผู้คนได้ขึ้นไปกราบสักการะองค์พระธาตุได้สะดวกสบายตั้งแต่ปากทางสวนสัตว์เชียงใหม่ ในทุกวันนี้ขึ้นสู่องค์พระธาตุระยะทางกว่า 11.53  กม. ยังการเดินทางขึ้นไปกราบพระธาตุดอยสุเทพ แต่นั้นมาได้รับสดวกสบายถึงทุกวันนี้

    ในทุกวันตลอดจนวันสำคัญต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา จะมีผู้คนทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและต่างชาติ ที่ศรัทธาเลื่อมใสขึ้นมากราบไหว้เที่ยวชม อยู่เสมอ ซึ่งด้านหลังผู้เขียนนั้นก็มีชาวเขา ที่แต่งตัวประจำเผ่าที่สวยงามมาก มากราบไหว้ขอพร และเที่ยวยังพระธาตุด้วยเช่นกัน

ภายในวิหารด้านหน้าของพระธ่าตุดอยสุเทพ ผู้คนก็เข้ามกราบไหว้ทำบุญถวายสังฆทานได้ด้วย และกราบไหว้พระประธานด้านในเพื่อเป็นสิริมงคลจาก ตลอดทั้งรดน้ำมนต์ จากหลวงพ่อในวัดแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

      วัดพระธาตุดอยสุเทพ เปิดให้ผู้คนทั้งไทยและต่างชาติ ได้ขึ้นมาเที่ยวชม และกราบไหว้ขอพรกันทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-17.00 น. และงานประเพณีประจำปีของพระธาตุดอยสุเทพ ที่เรียกว่าประเพณีเตียวขึ้นดอย  จะจัดขึ้นในช่วงวันวิสาขบูชา  ซึ่งประเพณีนี้ มีขบวนการแห่น้ำอบน้ำหอม สำหรับสรงพระธาตุ มีพุทธศาสนิกชนทั้งไทยและต่างชาติ เข้าร่วมกันมากในทุกปี

    ซึ่งทางขึ้นสู่บนที่ตั้งองค์พระธาตุนี้ มีทางขึ้น 2 ด้าน ด้านหน้าจะเป็นบันไดนาค 7 เศียร ทั้งสองข้างทางขึ้นไปสู่ด้านบน มีขั้นบันได ถึง  306 ขั้น  มองดูมีความเข้มขลังสวยงามมาก  ส่วนทางขึ้นอีกด้านทางขึ้น จะเป็นรถรางไฟฟ้า สำหรับคนที่เดินขึ้นไม่ไหว เสี่ยค่าขึ้น 20 และก็ลง 20  บาท 

ด้านซ้ายมือของบันได ทางขึ้นจะเป็นร้านค้าขายของชุมชน ซึ่งมีของจำหน่ายหลายอย่าง ทั้งของกินของใช้  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องทองเหลือง กำไล ลูกปัด พระพุทธรูปขนาดต่าง ๆ และผ้าทอผ้าแพร นุ่งห่มสีสันสวยงาม มีให้เลือกซื้อหาได้อย่างที่ใจต้องการ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบของพื้นถิ่นที่ทำกับมือ

      ในการมาท่องเที่ยวและตั้งใจมาที่ดอยสุเทพแห่งนี้ ของทางผู้เขียน ที่มีความตั้งใจมาหลายปี ก้ถือว่าสำเร็จลุล่วงดังใจแล้ว จึงได้ขอเขียนเป็นบันทึกในความทรงจำไว้ แตลอดจนข้อมูลความเป็นมาของพระธาตุดอยสุเทพ ได้บันทึกไว้เป็นความรู้ข้อมูลในความทรงจำตลอดไป..

ความคิดเห็น