บินลัดฟ้าสู่สิงคโปร์ ชิมอาหารระดับ 1 Michelin Star โดยเชฟหนุ่มสุดหล่อที่ Vianney Massot @ Singapore รีวิวโดย Do is On The WAY

update Promotion & Review สดใหม่ได้ตลอดที่ https://www.facebook.com/reviewnowz Vianney Massot สวัสดีครับ Vianney Massot เจ้าของมิชลินหนึ่งดาว (1 Michelin Star) จากมิชลินไกด์สิงคโปร์ (Michelin Guide Singapore) โดยมี Chef Vianney Massot เชฟหนุ่มวัย 29 ปีผู้เป็นทั้ง Executive Chef และ Executive D

บินลัดฟ้าสู่สิงคโปร์ ชิมอาหารระดับ 1 Michelin Star โดยเชฟหนุ่มสุดหล่อที่ Vianney Massot @ Singapore

บินลัดฟ้าสู่สิงคโปร์ ชิมอาหารระดับ 1 Michelin Star โดยเชฟหนุ่มสุดหล่อที่ Vianney Massot @ Singapore

 วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 09.42 น.

 วันที่เดินทาง 22 มิ.ย. 2563

update Promotion & Review สดใหม่ได้ตลอดที่ https://www.facebook.com/reviewnowz

Vianney Massot

สวัสดีครับ

Vianney Massot เจ้าของมิชลินหนึ่งดาว (1 Michelin Star) จากมิชลินไกด์สิงคโปร์ (Michelin Guide Singapore) โดยมี Chef Vianney Massot เชฟหนุ่มวัย 29 ปีผู้เป็นทั้ง Executive Chef และ Executive Director ของร้านที่ผ่านประสบการณ์จากตำนานอย่าง Joël Robuchon และ Epicure ร้านมิชลิน 3 ดาวจากฝรั่งเศส ตัวร้านตั้งอยู่บนถนน Hong Kong ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินคลากคีย์ (Clarke Quay) สายสีม่วง (North East line : NE5) ประมาณ 100 เมตรจากถนน New Bridge ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดเล็กภายในเป็นห้องแอร์ขนาดประมาณ 20 ที่นั่งที่ต้อนรับด้วยครัวแบบเปิดอยู่ด้านหน้าที่ออกแบบเป็นลายตารางหมากรุกสีขาว-ดำที่เชฟชอบ ส่วนการตกแต่งโดยรวมเป็นสไตล์ตะวันตกสมัยใหม่สวยงามเรียบหรูครับ

คุณ Jasmine Low ซอมเมอลิเย่ร์ (Sommelier) ประจำร้านนำแชมเปญมาให้เลือกเพื่อสร้างความสดชื่น เลือก 2004 Bruno Paillard Champagne Blanc de Blancs Brut ที่มอบความหอมสดชื่นในแบบแชมเปญคลาสสิคที่คุ้นเคย

คุณ Alexandre Paollilo ผู้จัดการร้านนำขนมปังมาให้เลือกกับหลากหลายขนมปังอร่อยๆที่ทานได้ไม่อั้นพร้อมเนยนำเข้าจากฝรั่งเศสและเกลือคุณภาพพรีเมี่ยมที่ทานคู่กันอร่อยมากๆ

Chef Vianney Massot นำทรัฟเฟิลมาให้ชมเพราะจะเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับอาหารจานแรก

อาหารจานแรกจะเป็นอามูส บุช (Amuse-bouche) ฟรีจากเชฟ


โดดเด่นด้วยความหอมของทรัฟเฟิลตามด้วยความเนียนนุ่มนวลของข้าวโพดพูเรและความหรูหราด้วยทองคำถือเป็นการต้อนรับสู่มื้ออาหารระดับมิชลินที่งดงาม

กุ้งล็อบสเตอร์กับความสุกที่สามารถดึงทั้งสีสันรสชาติและเนื้อสัมผัสได้อย่างครบถ้วน ความหอมหวานนุ่มเด้งมาเต็ม เสริมความหอมและรสชาติให้มีมิติยิ่งขึ้นด้วยเห็ดทรัฟเฟิลและซอสที่ไม่กลบตัวล็อบสเตอร์แต่ส่งเสริมได้อย่างพอดิบพอดี ส่วนตัวให้เป็นหนึ่งในล็อบสเตอร์ที่ดีและลงตัวที่สุดที่นึง อร่อยมากๆ แนะนำ


ดื่มคู่กับไวน์ขาว Sancerre Mélodie de Vieilles Vignes 2018

เป็นคนที่ไม่ชอบดอกกะหล่ำด้วยเนื้อสัมผัสที่กระด้างและรสชาติที่น่าเบื่อเลยตั้งใจเลือกจานนี้เพราะอยากรู้ว่าเชฟจะทำวัตถุดิบน่าเบื่อตัวนี้ออกมาเป็นยังไง


ให้ดอกกะหล่ำชิ้นใหญ่ขนาด 4-6 คำ ทานแล้วนุ่มละมุนมากและมีรสชาติผ่านการ roasted กับ lobster roe ทานคู่กับซอสต่างๆและไข่หอยเม่นที่มอบความเป็นทะเลที่หอมหวานมันเค็มเข้มข้นแบบนุ่มนวล


ระหว่างทานแต่ละคำให้จิบน้ำซุปอุ่นๆที่ในถ้วยไปด้วยซึ่งช่วยเพิ่มเรื่องกลิ่นรสหอมมันเข้มข้นของล็อบสเตอร์และความลื่นไหลในการทานได้อย่างมีสีสันลงตัวสุดๆ

ไวน์ขาวรีสลิ่ง Zind Humbrecht Riesling Turckheim Brand Alsace Grand Cru 2014

จานหลักเป็นซี่โครงลูกแกะนำเข้าจากยุโรป

ตัดแต่งชิ้นสะอาดสวยงาม ขนาด 2-3 คำ โดดเด่นด้วยความเป็นนมนุ่มหวานมันตามธรรมชาติของลูกแกะที่เลี้ยงด้วยนม และกลิ่นเฉพาะที่ไม่มีเหลือ ตัวซอสปรุงพอมีรสมีชาติไม่กลบตัวแกะ ทำได้ดีมากๆ

ทานคู่กับไวน์แดง 2015 Domaine Alain Chabanon Coteaux du Languedoc Les Boissières

สุดท้าย Chef Maxine Ngooi ซึ่งเป็น Pastry Chef ประจำร้านที่มีประสบการณ์ผ่านงานจากร้าน Joël Robuchon ด้วยเช่นกัน นำเสนอเป็นเมนู LeNid d’Abeille ของหวานปิดท้าย

เป็นขนมเมอแรงค์ชิ้นใหญ่โดดเด่นด้วยความกรอบที่ละมุนเนื้อในที่บางเบาเช่นเดียวกับความหวานที่สะอาดลิ้นแบบหมดจด

อภินันทนาการจากเชฟด้วยช็อคโกแลตและขนมไว้สำหรับทานคู่ชาหรือกาแฟปิดมื้อ

ไวน์หวาน 2008 Hetszolo Tokaji Asuz 5 Puttonyos จากฮังการี

กับบรรยากาศที่สวยงามเรียบหรูดูมีระดับ การบริการที่เอาใจใส่ตั้งการเลือกที่นั่งที่โด้ที่บินมาจากประเทศไทยคนเดียวได้ที่นั่งบริเวณด้านหน้าของครัวเพื่อให้เห็นขั้นตอนการปรุงอย่างใกล้ชิด และตัว Chef Vianney Massot จะเข้ามาพูดคุยพร้อมถึงเสริฟ์อาหารด้วยตนเองเป็นระยะๆ รวมถึงทีมงานต่างๆทำให้การมาทานคนเดียวนั้นไม่เงียบเหงาแต่กลับอบอุ่นประทับใจ ตามด้วยอาหารกับคุณภาพวัตถุดิบที่คัดมาอย่างดีมีที่มาที่ไป การตกแต่งจานที่ละเมียดใส่ใจและมีความพอดิบพอดี สุดท้ายรสชาติที่มีทั้งความเข้มข้นที่ผสมผสานกลมกล่อมนุ่มนวลสามารถดึงรสชาติของวัตถุดิบหลักออกมาได้อย่างลงตัว ด้วยรสนิยมมุมมองความตั้งใจและแรงบันดาลใจของเชฟหนุ่มท่านนี้และทีมงานทุกท่านกับเส้นทางในวงการอาหารระดับโลกถือเป็นที่น่าจับตามมองทีเดียวสำหรับร้าน Vianney Massot ครับ.

ขอบคุณมากครับ
โด้

รายละเอียดร้านอาหาร
ร้าน Vianney Massot
39 Hongkong Street, 059678 Singapore [Singapore] [สิงคโปร์]
12:00-16:00 / 18:30-23:30 (หยุดวันอาทิตย์)
โทร. +65 6909 6360
website : www.vianneymassot.com

update Promotion & Review สดใหม่ได้ตลอดที่ https://www.facebook.com/reviewnowz

ความคิดเห็น