แมงน้อยขอสวัสดีปีใหม่กับทริปแรกของปี ช่วงก่อนหน้านี้ไม่นานเท่าไร เชียงคานกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนให้ความสนใจและมาเที่ยวกันอย่างคึกคัก เรียกได้ว่า บูมแบบกระทันหันเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทาง ททท.โปรโมทการท่องเที่ยว ให้จังหวัดเลยเป็นเมืองต้องห้ามพลาดหรือเปล่า ใครๆ ก็ไปเชียงคาน คอนเสิร์ตก็เริ่มมาจัดที่เชียงคาน นี่เลยเป็นโจทย์ให้แมงน้อยต้องตามมาเก็บสถานที่แห่งนี้ เพื่อเป็นการชาร์ตแบต ก่อนลุยงานในต้นปีนี้ค่ะ
การใช้ชีวิตที่เชียงคานแบบชิวๆ ควรอยู่สัก 2 คืน เพื่อซึมซับกับบรรยากาศรอบริมน้ำโขง รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และใช้เวลาที่เหลือปล่อยใจสบายๆ นั่งอ่านหนังสือ ชมวิวทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขงอย่างสงบ จิบกาแฟ พูดคุยกับคนในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ แล้วเราจะรับรู้อะไรที่ไม่เคยรู้มาก่อน
ทริปนี้เดินทางวันที่ 7-9 ม.ค. 58 แมงน้อยเริ่มต้นทริป โดยการออกเดินทางตั้งแต่คืนวันที่ 6 ม.ค. 58 ที่เลือกมาช่วงหลังปีใหม่ เพราะเป็นการเลี่ยงคลื่นมหาชน และน่าจะยังได้สัมผัสอากาศเย็นๆ บ้างสักหน่อย หรือแอบมีลุ้นหมอกกับเขาบ้าง
ขออนุญาตนำภาพแผนที่จากเว็บไซด์ “เมืองต้องห้ามพลาด" มาประกอบรีวิวค่ะ
เดินทางถึงจังหวัดเลย รุ่งสางพอดีในอำเภอด่านซ้าย จุดแรกที่ได้แวะคือจุดชมวิว “สุดทางที่ด่านซ้าย" แค่จุดแรกก็ประทับใจแล้วค่ะ
จุดแวะที่นี่เป็นทางผ่านเกือบทั้งหมด ไม่ต้องวกหรืออ้อมไปไกล จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายไปจุดที่ 2 ไหว้พระทำบุญที่ “วัดเนรมิตวิปัสสนา"
"วัดเนรมิตวิปัสสนา" เป็นวัดที่สวยงาม บรรยากาศดี และสงบมากๆ ค่ะ เห็นแล้วตะลึงนิดหน่อย ว่ามีวัดที่สวยงามมากในจังหวัดนี้ด้วยเหรอ นึกว่าอยู่วัดพระแก้ว เพื่อนๆ ต้องลองไปชมให้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง วัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง อีกทั้งยังเป็นสถานวิปัสสนาด้วยค่ะ ถือเป็นเริ่มต้นการท่องเที่ยวที่ดีที่ได้ทำบุญไหว้พระตั้งแต่เริ่มทริป
ต้นนี้ ซึ่งไม่รู้เรียกว่าต้นอะไร กับดอกโป๊ยเซียนปลูกอยู่ทั่ววัดเลยค่ะ
จุดที่ 3 ใกล้ๆ กัน คือวัดพระธาตุศรีสองรัก เป็นวัดแห่งมิตรภาพระหว่างไทย-ลาว ที่ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับพม่า และเป็นที่ผูกศรัทธาชาวด่านซ้ายไว้เป็นหนึ่งเดียว ปล.ซึ่งหากไม่ได้อ่านประวัติจะนึกว่าเป็นวัดที่เกี่ยวกับความรักนะนี่ (เข้าใจผิดตามชื่อวัดอ่ะค่ะ)
จุดนี้ห้ามผู้หญิงเข้าไปโดยเด็ดขาด แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าทำอะไรนะคะ ช่ายบายศรีหรือเปล่าน้า
จุดที่ 4 วัดโพนชัย และพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน เป็นวัดเล็กๆ ที่แบ่งพื้นที่ส่วนนึงไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน โดยบอกเล่าเรื่องราวที่มาของผีตาโขนได้อย่างน่าชื่นชม และเพลิดเพลินกันเลย
ก่อนจะเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ แวะดูของฝากเล็กๆ น้อยๆ สักหน่อยค่ะ
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นผีตาโขน
หลังจากจุดนี้ก็ยิงยาวไปเชียงคานเลยค่ะ แต่ระหว่างทางเราได้แวะภูเรือ ซึ่งหน้าที่ว่าการอำเภอยังคงมีควันหลง “เทศกาลดอกไม้ภูเรือ ปี 57" ซึ่งจะจัดช่วงหน้าหนาวต้นปีไปจนถึงปีใหม่ของทุกปี ถ้าใครมาหลังจากนี้ อาจจะไม่มีงานให้เก็บภาพเหล่านี้แน่นอนค่ะ
จากหน้าเทศบาลตรงไปประมาณ 4 กิโล ก็จะถึง “คิตตี้ รีสอร์ท" รีสอร์ทชื่อดัง ปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จดี แต่ก็เปิดให้เข้าไปถ่ายรูป โดยเสียค่าเข้าชม 20 บาท แมงน้อยไม่ได้เข้าไปถ่ายข้างในค่ะ แค่ส่องๆ ไกลเท่านั้นเอง เพราะวันนั้นอากาศร้อนมากมาย
เพลิดเพลินกับสีชมพู้ ชมพูไปแล้ว ก็ยิงยาวไปเชียงคานกันต่อเลยค่ะ ประมาณอีก 100 กว่ากิโล ซึ่งก่อนจะถึงตัวเมืองเชียงคาน อยากให้เพื่อนๆ ไปชมหนังสั้นที่แฟนแมงน้อยเล่น และร้องเพลงประกอบเกี่ยวกับเชียงคานบิ้วก่อนนะคะ อิอิ
เฮือนหลับนอนคืนแรก
http://pantip.com/topic/33100456
หลังจากพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว ได้เวลาปั่นจักรยาน หรือเดินเลาะด้านหลังที่พักเพื่อชมบรรยากาศริมน้ำโขง
ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน แล้ววกเข้าถนนคนเดินค่ะ
ปล.ไปชมภาพกันยาวๆ เลยนะคะ
ตรงนี้เป็นจุดที่ทางเทศบาลจัดเป็นที่นั่งชมวิวให้กับคนทั่วไป ซึ่งมีอยู่หลายจุดค่ะ
แอบถ่ายชาวต่างชาติค่ะ
ในตัวเชียงคานมีวัดอยู่เยอะแยะมากมาย ตามซอยจะเป็นวัดและส่วนมากจะใช้ลานวัดเป็นพื้นที่จอดรถของที่พักบางทีค่ะ
ได้เวลามาเดินเล่นถนนคนเดินก่อนจะมืดค่ะ
ร้านปาท่องโก๋ยัดไส้ (ลุงมุข) ชื่อดัง
ไส้ละ 30 บาท อารมณ์เหมือนกินปอเปี๊ยะทอดค่ะ
ตอนแรกจะเลือกพักที่นี่ เพราะชอบสไตล์การตกแต่งค่ะ แต่ไม่ติดริมน้ำและเป็นห้องน้ำรวม เลยเปลี่ยนใจ
เริ่มมืดแล้ว
ติดกับร้านปล่อยแสงมีผัดไทพริกเผาอร่อยเจ้านึง ต้องลองค่ะ
ณ เดช แฟนแมงน้อยเคยมาพักที่นี่ด้วย
มาถึงทั้งทีต้องลองชิมสักหน่อย
เบียร์วุ้น โค้กวุ้นไหมค่ะ
อากาศช่วงหัวค่ำ จากที่กลางวันร้อนๆ ก็เริ่มเย็นสบายไม่ถึงกับหนาวเท่าไร หลังจากเดินเล่น ชิมของอร่อยบนถนนคนเดินเพลินๆ ก็ได้เวลาพักผ่อน เผื่อตื่นมาตักบาตรข้าวเหนียวประมาณ 6 โมง - 7 โมงเช้า ถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาลจะไม่ค่อยมีพระเดินต่อกันหลายรูปเท่าไร ชุดใส่บาตรส่วนใหญ่ก็หาซื้อได้ตามร้านขายอาหารข้างๆ ที่พัก ส่วนมากจะจัดให้เป็นชุด 50 บาท (บางร้านก็มีอุปกรณ์แต่งตัวให้สำหรับผู้หญิงด้วยค่ะ เป็นผ้าถุงกับสไบห่มเฉียง สำหรับเป็นพร็อพถ่ายรูป) ช่วงนี้ชาวบ้านบอกว่าไม่มีหมอกที่ภูทอก ก็เลยไม่ต้องตื่นไปแต่เช้ามืด แต่หลังจากทานอาหารเช้าและเก็บภาพบรรยากาศช่วงเช้าอีกรอบเสร็จ แมงน้อยจะพาไปเที่ยวต่อที่แก่งคุ้ดคู้และภูทอกค่ะ
ขอเดินเก็บบรรยากาศรอบๆ ช่วงเช้าก่อนไปชิมอาหารเช้านะคะ
ได้เวลาหม่ำแล้วค่ะ เป็นคูปองอาหารจากที่พัก ซึ่งสามารถเลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่งตามเมนูเลย การมาเชียงคานต้องกินข้าวเปียกเส้น ไม่กินถือว่าไม่ถึง ซึ่งได้คุยกับชาวบ้านแถวนั้น ทราบว่า คนในพื้นที่เขาไม่กินกัน มีแต่นักท่องเที่ยวนี่แหละ ส่วนใหญ่เขาจะกินข้าวปุ้นน้ำแจ่ว กินสุกี้โบราณจุ่มนัวยายพัด และต่อด้วยข้าวเหนียวส้มตำ
ขอบอกว่าเส้นข้าวเปียกนุ่ม เหนียว อร่อยมาก น้ำซุปก็รสชาดแบบว่ามันเลิศอ่ะ ติดใจซื้อข้าวเปียกเส้นมาทำกินต่อที่บ้านด้วยค่ะ
คืนวันที่สองก็เหมือนเดิมค่ะ แต่ร้านวันแรกอร่อยกว่า
ไปเก็บบรรยากาศรอบๆ เชียงคาน แบบวิวตอนเช้ามั้งดีกว่าค่ะ
ตัวนี้เจ้าถิ่น ตัวใหญ่มาก วิ่งรอบซอยเลย
จำเลยรักล้วนๆ
มาถึงที่นี่ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือสุกี้โบราณ จุ่มนัวยายพัด แบบว่าถ่ายป้ายเสร็จลืมถ่ายรูปสุกี้เฉยเลย มารู้ตัวอีกทีนี่เกลี้ยงชามแล้ว 555 อร่อย การันตีจากคนในพื้นที่และในโลกโซเชียลเลย
7-11 ที่นี่เค้าก็อินเทรนด์นะคะ ทำเป็นธีมไม้เช่นกัน
ตุ๊กแกรักแป้งมาก
แมงน้อยเริ่มงงตัวเอง จะถ่ายรูปเยอะไปไหนนี่ยังอยู่ในเชียงคาน กระทู้จะระเบิดแล้วค่ะ 555
สังขยาคุณแม่ ไม่ได้ลองทานค่ะ มาไม่ทัน เค้าขายหมดก่อน
ถึงเวลาพาไปเที่ยวภูทอกแล้วค่ะ แต่เสียดายที่ช่วงนี้ไม่มีหมอก เค้าไม่ให้เอารถขึ้นไปนะคะ ต้องนั่งรถรับจ้าง ไป-กลับ 25 บาท/คน
บรรยากาศระหว่างทางขึ้นเย็นสบายมาก ทางก็ชันมากด้วย นั่งไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงยอดภูทอกแล้วค่ะ
ระหว่างทางเจอพี่เสือภูเขาของจริงมันชันนะคะ แต่ถ่ายออกมาเหมือนไม่ชันเลย
ด้านล่างบริเวณที่จอดรถมีร้านกาแฟน่านั่งให้บริการค่ะ
ไปกันต่อที่แก่งคุดคู้ค่ะ ห่างจากภูทอกไม่ไกลเลย จุดจอดรถมีหลายที่ เก็บไม่เท่ากัน
แมงน้อยได้ที่ใกล้ๆ ริมน้ำเสียแค่ 10 บาท แต่เห็นบางคนจ่าย 40 บาทก็มีค่ะ
ระหว่างทางไปแก่งคุดคู้ ก็มีการจัดสวนดอกไม้เก็บค่าเข้าเต็มไปหมดเลยค่ะ (บางที่ติดป้ายว่า รีบมาชมก่อนหนูจะเหี่ยวนะคะ)
เฮือนหลับนอนแห่งที่สอง
http://pantip.com/topic/33098067
หลังจากการพักผ่อนทริปนี้ ก็ได้เวลาส่งความคิดถึงไปยังเพื่อนๆ แมงน้อยก่อนกลับค่ะ
เชียงคานเป็นเมืองเล็กๆ ที่น่ารัก น่าพัก หลังจากที่ได้คุยกับคนในพื้นที่ บางคนเขายังอยากให้เชียงคานเป็นเมืองที่สงบ รองรับ
เฉพาะนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนจริงๆ ไม่ชอบความวุ่นวาย และยังคงเป็นเมืองศิลปะ ขายไอเดีย อย่างช่วงเทศกาลที่ผ่านมา
คนในพื้นที่หลายคนมองว่านักท่องเที่ยวมาเยอะเกินไป จากรถที่ไม่เคยติด ติดเกือบ 5 ชั่วโมง ไม่มีที่พัก ถนนคนเดินแออัด ทำให้
เป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่ แม่ค้าบางร้านถึงขนาดปิดร้านนี้เตลิดไปที่อื่นเลยค่ะ (จากคำบอกเล่า) บ้านไม้ส่วนใหญ่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป
ตามยุคสมัย ซึ่งหลายคนก็ต้องปรับตัว เพราะฉะนั้นแมงน้อยแนะนำว่าการมาเที่ยวแบบนี้ต้องหาเวลาที่ไม่ใช่เทศกาล เพื่อจะได้
สัมผัสกับธรรมชาติและความสงบอย่างแท้จริง
ก่อนจากกัน แมงน้อยได้ภาพกลับบ้านมาเป็นของที่ระลึกจากพี่นาง นักวาดถนนคนเดินเชียงคานด้วย น่ารักมากเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ
Malang Lunla
วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เวลา 22.15 น.












