ขับมอไซด์ไปเที่ยว วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม อ.เมือง จ.จำปาง รีวิวโดย โดย.ณ วงเดือน

ครั้งหนึ่งที่ผู้เขียน ณ วงเดือน ได้เคยมาเยือนตะลอนท่องเที่ยว ในหลายที่หลายแห่งสำคัญ ของจังหวัดลำปาง และวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.เวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง ก็เป็นอีกแห่งที่ผู้เขียนแห่งบันทึกท่องเที่ยว ในความทรงจำได้แวะผ่านและได้เข้าเที่ยวชม เข้าไปทำบุญและได้กราบไหว้เพื่อเป็นมงคลกับ

ขับมอไซด์ไปเที่ยว วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม อ.เมือง จ.จำปาง

ขับมอไซด์ไปเที่ยว วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม อ.เมือง จ.จำปาง

 วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.17 น.

 วันที่เดินทาง 9 ก.พ. 2563

ครั้งหนึ่งที่ผู้เขียน ณ วงเดือน ได้เคยมาเยือนตะลอนท่องเที่ยว ในหลายที่หลายแห่งสำคัญ ของจังหวัดลำปาง และวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.เวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง ก็เป็นอีกแห่งที่ผู้เขียนแห่งบันทึกท่องเที่ยว ในความทรงจำได้แวะผ่านและได้เข้าเที่ยวชม เข้าไปทำบุญและได้กราบไหว้เพื่อเป็นมงคลกับตัวเองด้วย จึงขอบันทึกไว้อีกเรื่องหนึ่งในบันทึกท่องเที่ยวแห่งนี้ด้วย

ในวันที่ผู้เขียนเดินทางไปถึง วัดพระธาตุดอนเต้าสุชาดารามนี้ คือวันที่ 10 กพ.2563 จึงขอบันทึกเรื่องราวความเป็นมา ของสถานที่นั้นให้เป็นความรู้ของการมาเยือนท่องเที่ยวแห่งนี้ด้วย จึงนำข้อมูลมากล่าวไว้ ในบันทึกท่องเที่ยวของผู้เขียน ในงานท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ ด้วยนั้นเอง

วัดนี้แต่ก่อน มี อยู่ 2 วัดพื้นที่ติดกัน นั้นคือ วัดพระแก้วดอนเต้า และวัดสุชาดาราม มีเพียงแค่กำแพงวัดกั้นกันเท่านั้น  ในปี พศ.2527 กระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมการศาสนา ประกาศให้รวม วัดพระแก้วดอนเต้า และวัดสุชาดาราม ให้เข้าเป็นวัดเดียวกันจึงได้ทุบกำแพงรวมเป็นวัดเดียว ได้ชื่อเป็นทางการว่า วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม มาตั้งแต่ในวันที่ 6 สค.2527 เป็นต้นมา แต่ก่อนทั้งสองวัดจะมารวมกันนั้น มาดูประวัติแต่ละวัดดังนี้

ในตำนานวัดพระแก้วดอนเต้า กล่าวว่า เป็นวัดที่เก่าแก่มีอายุมากว่าพัน ปีมาแล้ว ทั้งยังได้เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่ กรุงเทพฯ นอกนี้ที่วัดมีองค์พระธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเกศาธาตุ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไว้ภายในองค์พระเจดีย์ นอกจากนี้ยังมีวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ สร้างมาแต่พร้อมกันกับวัดเลยทีเดียว

และตามประวัติถือได้ว่าพระธาตุดอนเต้าเป็น มหาธาตุประจำเมืองเขลางค์นคร ครั้งเมื่อพระนางจามเทวีส่งเจ้าอนันตยศราชโอรส มาปกครองเมืองแห่งนี้ และได้สถาปนาหลักบ้านหลักเมืองประดิษฐานพระบรมธาตุขึ้นและได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้าเมืองลำปางเรื่อยมา

และมีจารึกกัลปนาสิ่งของเครื่องมหัคฆภัณฑ์ ต่าง ๆที่ได้ถวายแก่พระธาตุนี้ พบเรียกชื่อว่า พระมหาชินธาตุเจ้าม่อนเต้า รวมตลอดหลักฐานการบูรณะพระธาตุนี้ตามลำดับคือ ปี พ.ศ 2449 เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางบูรณะปฎิสังขรณ์พระธาตุแห่งนี้ ด้วยการถวายฉัตรทองคำ 7 ชั้น ประดับยอดองค์พระธาตุ

และในปี พ.ศ. 2563 ที่ทางผู้เขียนไปถึงทางวัดก็กำลังอยู่ในช่วงบูรณะองค์พระธาตุโดย ทำการหุ้มทองจังโก องค์พระธาตุทั้งองค์ ถือเป็นการบูรณะครั้งสำคัญในรอบ 114 ปี ซึ่งได้มีส่วนร่วม จารึกชื่อและร่วมทำบุญกับทางวัดไปแล้วด้วย จึงบันทึกไว้ ณ ที่นี้ เมื่อเวลาผ่านไปได้จำได้

มาดูที่วัดสุชาดาราม วัดนี้ตำนานว่าสร้างขึ้นราว พศ. 2325-2352 ครั้งที่ชาวเชียงแสน ถูกต้อนเป็นเชลยมายังเมืองเขลางนครค์นี้ และอีกตามประวัติหนึ่งก็ว่า นางสุชาดา ชาวบ้านแถบนี้ ผู้มีศรัทธาต่อพระศานาอย่างแรงกล้า ในวันหนึ่งได้ผ่าแตงโม หรือที่ชาวบ้านทางนี้เรียกว่าหมากเต้า ได้พบกับแก้วมรกต ในหมากเต้า มีความสวยงามมากมีความคิดว่าหากได้นำไปถวายพระเถระเจ้า คงจะเป็นบุญมหากุศลมาก เมื่อพระเถระ ได้รับแก้วมรกตนั้นมาแล้วจึงได้ให้ช่างมีฝืมือ แกะสลักเป็นพระพุทธรูป และได้ชื่อว่า พระแก้วดอนเต้า เพราะได้มาจากหมากเต้า หรือแตงโมนั้นเอง ทราบว่าปัจจุบัน อยู่ที่พระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา

แก้วมรกตที่ได้รับการเจียรไน เป็นพระพุทธรูปมีความสวยงามมาก และได้รู้ไปถึงหู เจ้าเมืองลำปางในขณะนั้น ซึ่งมีผู้ที่อิจฉานางสุชาดานั้น นำข่าวไปฟ้องเจ้าเมืองว่านางได้แก้วมรกตมา แต่ไม่เอามาให้เจ้าเมือง แต่เอาไปให้พระเถระ นางคงเป็นชู้กับพระเถระวัดนี้เป็นแน่แท้

เจ้าเมืองจึงได้สั่งให้ทหารไปจับตัวทั้งพระเถระและนางสุชาดา นั้นมาเพื่อประหารชีวิตเสีย แต่ทางพระเถระได้รู้ข่าวถึงภัยมาถึงตัวเอง จึงได้แอบหลบหนีออกมา พร้อมนำพาพระแก้วมรกตออกมาด้วย แล้วนำไปฝากไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ที่ อ.เกาะคา ในทุกวันนี้นั้นเอง

นางสุชาดาก่อนที่นางจะถูกประหาร ได้เอ่ยปากบอกถึงความต้องการที่จะยกที่ดินบ้านเรือนของตัวเองให้เป็นที่สร้างวัดในพุทธศานาสืบไปภายหน้า ชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อที่ดินบ้านเรือนตรงสร้างวัดนี้ว่า วัดสุชาดาราม เพื่อเป็นเกียรติประวัติในความมีศรัทธาแรงกล้า บริจาคที่ดินบ้านเรื่อนให้เป็นที่ตั้งวัดนั้นเอง

ในวันที่ ผู้เขียน ได้เดินทางมากราบไหว้ ที่วัดพระธาตุดอนเต้าสุชาดารามแห่งนี้ ทางวัดกำลังอยู่ในช่วงการซ่อมแซมบูรณะหุ้มองค์พระธาตุด้วยแผ่นทองจังโก ทั่วทั้งองค์ ซึ่งทราบมาว่า ครั้งนี้เป็นการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วง 114 ปีเลยทีเดียว จึงขอบันทึกไว้เป็นควาทรงจำไว้ด้วย

และที่ลานด้านหน้าของวัดแห่งนี้ ยังมีศาลของเจ้าพ่อทิพย์ช้าง ซึ่งชาวบ้านลำปาง ให้ความเคารพมาก ถือเป็นวีระบุรุษ แห่งเขลางค์นคร ลำปาง ผู้กอบกู้อิสระภาพลานนาไทยให้เป็นอิสระ และได้ปกครองนครลำปาง ในช่วง ปี พศ.2275 เป็นปฐมวงศ์ของเจ้าเจ็ดตน ต้นตระกูล ณ ลำปาง ณ ลำพูน ณ เชียงใหม่ และเชื้อเจ็ดตน

เมื่อเดินเข้าไปด้านในบริเวณลานของ องค์พระธาตุดอนเต้า ยังมีวิหารสร้างเป็นยอดปราสาทหลายชั้นตามแบบศิลปะของมอญพม่า มีความวิจิตรสวยงามมาก ด้านในยังมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย แบบพม่าหรือพระเจ้าบัวเข็ม ตลอดรูปปั้นของบูรพาจารย์ของชาวเหนือ คือหลวงพ่อศรีวิชัย และหลวงพ่อคูบาเจ้า เกษม เขมโก ให้ได้กราบไหว้บูชาในวิหารหลังนี้ด้วย

ทางผู้เขียนก็ได้รับรู้ ถึงความเป็นมา ของวัดพระธาตุดอนเต้าสุชาดาราม ทั้งสองวัดนี้แล้วก่อนเป็นวัดเดียวกันอย่างทุกวันนี้ จึงขอนำมาบันทึกไว้ ในบันทึกท่องเที่ยวในความทรงจำ ของผู้เขียนไว้ เพื่อเป็นข้อมูล และความทรงจำดี ๆ ให้คงอยู่ตลอดไปที่ได้มาเยือนและได้กราบไหว้ บูชา ยังความปลื้มปิติใจ ที่ได้รู้เรื่องราวต่าง ๆ ของวัดนี้ ด้วย

ในปัจจุบันวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ มีเนื้อที่วัด 51 ไร่ 2 งาน 61 ตารางวา การเดินทางมายังวัดนี้ จากตัวเมืองลำปางข้ามสะพานรัษฎาภิเศก แล้วเลี้ยวขวา มาทางถนนพระแก้วเกือบ 2 กม. ก็มาถึงวัดนี้แล้ว ทางผู้เขียน ณ วงเดือน บันทึกท่องเที่ยวในความทรงจำ ขอบันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งได้ตะลอนมาและได้เป็นบุญวาสนา ที่ได้มาเที่ยวชมกราบไหว้ เป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป..

ความคิดเห็น