Autumn in Kansai 9 DAY EP.1 - วางแผนก่อนเดินทาง และสรุปค่าใช้จ่าย รีวิวโดย TJเยี่ยวรอบโลก

Autumn in Kansai 9 DAY EP.1 ทริปนี้เป็นทริปที่ 2 ที่เราได้มาเที่ยวญี่ปุ่น โดยครั้งแรกเรามาในช่วงซากุระ (แม้จะ fail เพราะไปก่อนวัน full bloom ประมาณ 1 อาทิตย์ T^T) ครั้งนี้เราตัดสินใจมาเที่ยวญี่ปุ่นอีกฤดูนึงที่คิดว่าต้องสวยมากๆแน่ นั่นก็คือช่วง Autumn ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีนั่นเอง เราตัดสินใจเที่ยวเฉพา

Autumn in Kansai 9 DAY EP.1 - วางแผนก่อนเดินทาง และสรุปค่าใช้จ่าย

Autumn in Kansai 9 DAY EP.1 - วางแผนก่อนเดินทาง และสรุปค่าใช้จ่าย

 วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 22.12 น.

 วันที่เดินทาง 17 พ.ย. 2561

Autumn in Kansai 9 DAY EP.1

ทริปนี้เป็นทริปที่ 2 ที่เราได้มาเที่ยวญี่ปุ่น โดยครั้งแรกเรามาในช่วงซากุระ (แม้จะ fail เพราะไปก่อนวัน full bloom ประมาณ 1 อาทิตย์ T^T) ครั้งนี้เราตัดสินใจมาเที่ยวญี่ปุ่นอีกฤดูนึงที่คิดว่าต้องสวยมากๆแน่ นั่นก็คือช่วง Autumn ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีนั่นเอง

เราตัดสินใจเที่ยวเฉพาะที่โซน Kansai เพราะอยากจะเก็บสถานที่ท่องเที่ยวให้เต็มอิ่มกับโซนนี้ อีกอย่างคือ ถ้าไม่เดินทางข้ามโซนก็จะประหยัดค่าเดินทางไปด้วยค่ะ

ทริปนี้เราใช้เวลาทั้งหมด 9 วัน 8 คืน มีสมาชิคร่วมทริปทั้งหมด 4 คนค่ะ

วันเดินทาง 17-25 Nov 2018

แผนการท่องเที่ยว

สิ่งที่เราทำก่อนเดินทางเสมอ คือวางแผนการท่องเที่ยว เพราะนอกจากจะทำให้รู้ว่าแต่ละวันเราจะไปเที่ยวที่ไหนแล้ว ยังมีข้อดีคือเราสามารถประเมิณค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายในทริปนั้นๆได้ล่วงหน้า เช่น ค่าเข้าสถานที่, ค่าเดินทาง ได้อีกด้วย

รูปด้านล่างนี้ คือแผนการเที่ยวที่เราตั้งใจจะไปจริงๆในแต่ละวัน ซึ่งราคาค่าเข้าสถานที่ก็จะมาจากการ search จาก google นี่แหล่ะ โดยค่าเข้าสถานที่รวมทั้งหมด (ถ้าเราสามารถเข้าได้ครบ) ก็จะตกคนละประมาณ 2,432 บาท แต่พอเอาเข้าจริง ด้วยกำลังขาและแรงของเรา จึงไปได้จริงแค่วันละประมาณ 2 ที่เอง 55+ สุดท้ายค่าเข้าสถานที่ที่เราเข้าชมจริงๆรวมแล้วประมาณคนละ 1,080 บาทค่ะ

วางแผนการเดินทาง และค่าโดยสาร

การวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หลักๆเราใช้ google map และเวป hypedia (สำหรับโดยสารรถไฟ) แค่เราใส่ต้นทาง กับสถานีปลายทางที่เราจะไป จากนั้นในเวปก็จะบอกข้อมูลให้เราหมดเลยค่ะ ว่าต้องขึ้นรถขบวนไหน รถออกเวลากี่โมง และยังบอกราคาค่าโดยสารให้ด้วย

เช่นเคย ตารางข้างล่างคือแผนที่เราตั้งใจว่าจะไป ราคาค่าโดยสารในญี่ปุ่นแพลนไว้ประมาณคนละ 3,500 บาท แต่สุดท้ายเราใช้จริงแค่คนละ 1,723 บาทค่ะ

สรุปค่าใช้จ่ายตามจริงตลอดทริป

ค่าใช้จ่ายตามจริง ตกคนละ 30,080 บาท (รายละเอียดตามรูปด้านล่างค่ะ) ป.ล.สำหรับตั๋วเครื่องบินราคานี้รวมน้ำหนักกระเป๋า 3 ใบ ใบละ 15 กิโลกรัมค่ะ

เริ่มต้นออกเดินทาง

เราออกเดินทางจากกรุงเทพ วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2018 เวลา 14:15 น. จากท่าอากาศยานดอนเมือง วันนี้เราใช้บริการสายการบิน Air Asia บินตรงจากกรุงเทพ - คันไซ ประเทศญี่ปุ่น ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง. 25 นาที ซึ่งจะถึงประเทศญี่ปุ่นเวลา 21:40 น. (เวลาประเทศญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง)

เหตุผลที่เราเลือกที่จะบินไปถึงเที่ยวดึก แทนที่จะเป็นถึงเที่ยวเช้านั้น เป็นเพราะว่าเรามีประสบการณ์จากการเที่ยวญีุ่ปุ่นรอบที่แล้ว  คือการนั่งเครื่องบินมา 5 ชั่วโมง ถึงเช้าแล้วเที่ยวต่อเลย มันค่อนข้างเหนื่อย หน้าตาไม่สดใส ถ่ายรูปมาหน้าตาดูอิดโรย แถม..กว่าจะออกจากต.ม. กว่าจะออกจากสนามบิน ก็เสียเวลาไปแล้วหลายชั่วโมง เที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้เราเลยเลือกที่จะมาเที่ยวดึก เข้าที่พัก นอนเอาแรงหนึ่งคืน แล้วลุยออกเที่ยววันรุ่งขึ้นแต่เช้าค่ะ

เราสั่งแกงเขียวหวานไก่กินบนเครื่อง อร่อยใช้ได้เลย

การเดินทางจากสนามบินคันไซ เข้าตัวเมืองโอซาก้า

ที่พักของเราจะอยู่ไม่ไกลจาก Namba Station เมืองโอซ้าก้า  การเดินทางจากสนามบินคันไซ เข้าสู่ตัวเมืองโอซาก้า เราใช้บริการรถไฟ Nankai Airport Exp. For Namba เพื่อลงที่สถานี Namba Station (โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถไฟเลยค่ะ) สำหรับ Nankai Airport Exp. รถไฟเที่ยวสุดท้ายคือเวลาเที่ยงคืนค่ะ

ที่พัก

ที่พักแรกเราเลือกจองที่พักผ่าน Airbnb พักที่เมือง Osaka ใกล้ๆ Namba Station เราจะพักที่นี่ 2 คืน ก่อนที่จะย้ายเข้าไปพักที่เมืองเกียวโต  ที่พักจะเป็นอพาร์ทเมนต์ พักได้ 4 คน มี 2 เตียง ชั้นบนกับชั้นล่าง (ขึ้นบันไดเล็กๆไปจะมีอีก 1 เตียง ตามรูปค่ะ) นอกจากนี้ยังมีห้องอาบน้ำ ห้องส้วม ชุดครัว เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้า

ค่าที่พัก 2 คืน 261.54$ (8,369.28 บาท) ตกคนละ 1,046.16 บาท ต่อคืนค่ะ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ย้ายโรงแรมบ่อยค่าที่พักจะถูกลง เพราะเค้าจะคิดค่าทำความสะอาดครั้งเดียวตลอดการพักค่ะ

    สำหรับเราในการเลือกที่พักของ Airbnb เราจะ filter เลือกห้องที่เจ้าของห้องเป็น Super Host และจะเข้าไปอ่านรีวิวว่าเจ้าของห้องพักมีการ response ดีมั๊ย มีคะแนนการรีวิวที่ดีมั๊ย

    หลังจากเราจองที่พักแล้ว host จะส่ง e-mail แจ้งรายละเอียดการเดินทางตั้งแต่สถานีรถไฟ จนถึงที่พัก รวมถึงส่งรูปถ่ายจำลองการเดินเท้ามาแต่ละ step ว่าเราต้องเลี้ยวถนนไหนบ้าง มีจุดสังเกตุยังไง ละเอียดมากค่ะ

    การรับกุญแจเข้าห้องพัก host ก็จะบอกรหัสเปิดตู้จดหมาย ซึ่งด้านในจะมีกุญแจห้อง และจะบอกรหัสเข้าตึก วิธีการง่ายๆไม่ยุ่งยาก และค่อนข้างเป็นส่วนตัว ซึ่งระหว่างการเข้าพัก เราไม่ได้เจอ host เลย           

    Image from Airbnb

    จบแล้วสำหรับวันแรก ขอนอนเอาแรงก่อน พรุ่งนี้จะได้หน้าตาสดใสพร้อมลุยเที่ยวค่ะ

    ฝากติดตาม EP.2 เราจะไปน้ำตกมิโนะ และปราสาทโอซาก้าค่ะ

    #TJเยี่ยวรอบโลก

    ความคิดเห็น