ผาหัวสิงห์ - ภูทับเบิก รีวิวโดย สงบ

"สงบไดอารี่" บันทึกการเดินทาง "ผาหัวสิงห์" ภูทับเบิก ขอบันทึกเรื่องราวเล่าถึงการเดินทาง ผ่านแดด ลม ฝน บนยอดเขา ภูทับเบิก ในวันที่พายุเข้า  ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ของการกักตัว เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกคิดถึงการท่องเที่ยว คิดถึงธรรมชาติกันไม่น้อย  เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่คิดถึงและโหยหาธรรมชาติมาก

ผาหัวสิงห์ - ภูทับเบิก

ผาหัวสิงห์ - ภูทับเบิก

 วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 03.49 น.

 วันที่เดินทาง 17 มิ.ย. 2563


"สงบไดอารี่"

บันทึกการเดินทาง "ผาหัวสิงห์" ภูทับเบิก

ขอบันทึกเรื่องราวเล่าถึงการเดินทาง ผ่านแดด ลม ฝน บนยอดเขา ภูทับเบิก ในวันที่พายุเข้า 

ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ของการกักตัว เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกคิดถึงการท่องเที่ยว คิดถึงธรรมชาติกันไม่น้อย  เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่คิดถึงและโหยหาธรรมชาติมากๆ จนเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 63 ที่มีการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว เราก็ไม่รีรอที่จะออกไปสัมผัสกับกลิ่นลม ละอองฝน และสายหมอก คืนวันที่ 16 มิ.ย. 63 พวกเราได้นัดหมายเวลาเดินทางกันในเวลา 00.00 น. โดยในการเดินทางครั้งนี้พวกเรามีสมาชิก 5 คน ซึ่งก็ค่อนข้างแน่นรถนั่งลำบากเล็กน้อย โดยพี่ BOYSNAP คนเดิมขับรถวนรับสมาชิกทุกคน พร้อมออกเดินทางจากอุบลก็เวลาราวๆ 01.00 น. พี่ BOYSNAP พาขัเรื่อยๆ แวะพักระหว่างทางเล็กน้อย

จนช่วงเที่ยงวันของวันที่ 17 มิ.ย. 63 ก็ได้เดินทางถึงจุดหมายของพวกเรา "ผาหัวสิงห์"  และเริ่มเลือกทำเลกางเต๊นเตรียมพรร้อมพักผ่อน

จุดกางเต๊นของพวกเราค่อนข้างวิวดีใช้ได้

หลังจากกางเต๊นท์เสร็จก็แยกย้ายกันพักผ่อนหลังจากเดินทางกันมาทั้งคืน จนเริ่มช่วงเย็นๆพวกเรานัดกันออกไปกินหมูกระทะบนยอดภูทับเบิกพร้อมๆกับฝนที่ลงเม็ดปรอยๆเรียกหมอก ซึ่งความหวังในการรถ่ายดาวของผมในคืนนั้นก็ต้องถูกพับเก็บไป แต่อย่างน้อยก็ดีใจที่มีฝนเพราะคาดหวังทะเลหมอกในตอนเช้า 

ไฟอุ่นๆจากเตาและหมูนุ่มๆให้พลังงานและความอบอุ่น

ระหว่างที่นั่งทานกันอยู่นั้นฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งลมยังพัดแรงจนหวั่นใจเป็นห่วงเต๊นท์กัน ใช้เวลาไปกับการรกินราวๆ 1 ชม. ก็กลับจุดที่พวกเราตั้งแคมป์กัน ระหว่างทางทั้งลมทั้งฝนก็ยังทำให้ไม่สบายใจ ไปถึงจุดกางเต๊นเลยต้องรีบมุ่งหน้าไปดูเต๊นก่อน 

เป็นไปตามคาดครับ ภาพแรกที่เจอตอนขึ้นไปถึงลานกางเต๊นแล้ว เพื่อนบ้านของพวกเราล้มทุกหลัง

และพวกเราเองก็ไม่รอดล้มไป 2 หลัง หนึ่งใน 2 นั้น เป็นเต๊นท์ของผมเอง ไม่รอดครับ

และพายุเข้าอยู่แบบ 3  วัน เราแทบจะใช้ชีวิตในเต๊นท์กันทั้งวัน หมอกจะจางลงให้พอใด้เห็นวิวภูเขาแค่ครั้งละ 5-10 นาที ในช่วง 3 วันของพายุนั้น ว่างกันจนไม่รู้จะทำอะไร เลยออกไปขุดทางขึ้นลงไม่ให้มันลื่น แล้วก็ซ่อมที่กั้นจุดชมวิวใหม่ 5555  มีเพื่อนบ้านที่มากางเต็นใกล้ๆทุกวัน ส่วนมากจะมานอนกันแค่คืนเดียว และก็ไม่มีใครได้เห็นการเผยโฉมของแสงแดดเลย ในคืนที่ 2 ของพวกเราก็มีสมาชิกมากางเต๊นข้างๆ 1 หลัง เป็นน้องที่ขับมอไซต์กันมาจากปทุมทานี 2 คน เป็นน้องที่ใจรักในการเดินทางมาก กางเต๊นท์ไม่เป็นทั้ง 2 คน พึ่งจะซื้อเต๊นท์กันตอนเช้าแล้วก็ขับรถออกมากันเลย ในฐานะที่อยู่มาหลายวันแบบไม่มีอะไรทำเลยได้ช่วยน้องกางเต๊นท์กันแบบทุลักทุเล เป็นเพราะฝนแท้ๆ ค่ำคืนผ่านไปพร้อมกับฝนที่ยังตกไม่หยุด จนสายๆของวันที่ 17 มิ.ย. 63 เราก็ได้เห็นการเผยโฉมของพระอาทิตย์ พร้อมทะเลหมอก ที่ลมพัดเอื่อยๆไปกับยอดเขา  เกือบๆเที่ยงวันน้องเพื่อนบ้านก็ได้เก็บเต๊นท์และเดินทางกลับปทุมธานี ล่ำลาและอวยพรกันไปเรียบร้อย คณะเราก็ได้เริ่มแพลนในค่ำคืนสุดท้ายของพวกเรา หลังจากที่กินมันต้มมาหลายวัน วันนี้ได้เวลาของการปิ้งย่างตามแบบฉบัยแคมป์ปิ้งที่ควรจะเป็นซะที เข้าไปจัดการเสบียง หมูผัก เครื่องดื่มกันบนภูทับเบิก หลงคารมแม่ค้าชาวหม้งซื้อหมูสไลค์ไป 1 กิโล พอเข้าไปในหมู่บ้านหม้งเอ๋า ถูกกว่ากันครึ่งหนึ่ง 5555 คิดซะว่าอุดหนุนเพื่อให้เกิดการพูดคุยแล้วกัน ใครที่ไปแล้วจะปิ้งย่างกันเราขอแนะนำให้เข้าไปซื้อในหมู่บ้านนะ หมูกิโลกรัมละ 160.- มีบริการสไลค์ให้ด้วย แต่ถ้าใครไม่ติดเรื่องราคาก็ซื้อตรงยอดภูทับเบิกกิโลละ 250.- พร้อมขึ้นกระทะเหมือนกัน ส่วนร้านอาหารตอนกลางวันเราแนะนำร้านในหมูบ้านเช่นกันขับเข้าไปทางวัดร้านจะอยู่ข้างๆห้องพัก สังเกตุรั้วไม้ไผ่ อาหารอร่อย ราคาเดียวกับบ้านเรา เอาล่ะเพ้อเจ้อมานานและ มาชมบรรยากาศบางส่วนของวันที่ฟ้าเปิดกันดีกว่า

ขออนุญาติลงรูปตัวเอง 555

ขี้เก๊กจังวะ ไปดูทิวเขาและเมฆหมอกสวยๆดีกว่า

เมฆหมอกธรรมดาที่สวยงามสมกับการรอคอย นับว่าธรรมชาติยังพอปราณีพวกเราอยู่บ้าง

แสงแดด สายหมอก และทิวเขา 

ผาหัวสิงห์ที่ไม่เคยว่างเว้นผู้คนตลอดช่วงเวลาที่เราอยู่ที่นั่น ถึงฝนจะตกหมอกลงหนาจนมองไม่เห็นอะไรร แต่นักท่องเที่ยวก็มีทะยอยมาตลอดทั้งวัน ยินดีกับทุกคนที่มาเจอในวันที่ท้องฟ้าสดใส

การปิ้งย่างที่รอคอยมาตลอด 3 วัน ในที่สุดก็ได้เปิด "ครัวคุณหงบ" สักที

มันรู้สึกดีจริงๆนะที่ได้นั่งกินข้าว สูดกลิ่นลม สัมผัสไอหมอก ใต้แสงดาว คุ้มค่ากับการอดทนเฝ้ารอ

ก่อนกลับบ้านขอเดินเก็บภาพกันอีกสักเล็กน้อย

ถึงตรงนี้ถ้าใครอ่านจนจบก็ขอบคุณด้วยนะครับ 

หากใครแชร์ให้จะเป็นพระคุณอย่างสูง


1000 เดียวก็เที่ยวได้

ค่าใช้จ่ายหลักๆในการมา "ผาหัวสิงห์" คงจะเป็น ค่าเดินทาง ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 

ค่ากางเต๊นท์คนละ 100.- 

จุดกางเต๊นเราเป็นคนเลือกเองตามความสะดวก 

มีบริการห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ 

มีไฟส่องสว่างแค่จุดห้องน้ำและทางขึ้นจุดกางเต๊น 


สำหรับใครที่จะไปช่วงหน้าฝนก็ขอให้เช็คเต๊นดีๆนะครับว่ารับแรงลมไหวไหม 

ควรมีแผนสำรองสำหรับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดอย่างเต๊นท์ล้มแบบพวกเราไว้ด้วย

ปาร์ตี้กันอย่างมีมารยาทเพื่อสร้างมิตรภาพที่ดีกับเต๊นท์ข้างๆนะครับ


ออกไปเที่ยวกันเถอะหนอ 

สงบไดอารี่ 


ความคิดเห็น