แบกเป้เที่ยว ตะลุยเดี่ยว เที่ยวปากเซ รีวิวโดย Thasana Siriwattanayotin

แบกเป้เที่ยว ตะลุยเดี่ยว เที่ยวปากเซ  การเดินทางการเดินทางไปปากเซมีหลายวิธีนะครับ เช่น เดินทางโดยรถทัวร์, เครื่องบิน, รถยนต์ส่วนตัว. ส่วนการเดินทางในครั้งนี้ของผมคือ  ขาไป เดินทางโดยรถทัวร์จากหมอชิต-ปากเซ ขากลับ เดินทางโดยเครื่องบินจาก อุบลราชธานี-ดอนเมือง การเตรียมตัว: จองตั๋วก่อน

แบกเป้เที่ยว ตะลุยเดี่ยว เที่ยวปากเซ

แบกเป้เที่ยว ตะลุยเดี่ยว เที่ยวปากเซ

 วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เวลา 17.12 น.

 วันที่เดินทาง 12 ก.ค. 2562

แบกเป้เที่ยว ตะลุยเดี่ยว เที่ยวปากเซ 


การเดินทาง
การเดินทางไปปากเซมีหลายวิธีนะครับ เช่น เดินทางโดยรถทัวร์, เครื่องบิน, รถยนต์ส่วนตัว.

ส่วนการเดินทางในครั้งนี้ของผมคือ 

ขาไป เดินทางโดยรถทัวร์จากหมอชิต-ปากเซ

ขากลับ เดินทางโดยเครื่องบินจาก อุบลราชธานี-ดอนเมือง


การเตรียมตัว:

จองตั๋ว
ก่อนการเดินทาง 2 สัปดาห์ ผมจองรถทัวร์ขาไปผ่านทางออนไลน์ กับบริษัท ขนส่งจำกัด เป็น E-Ticket  ส่วนการเดินทางกลับ ผมจองกับสายการบิน ไทยไลออนแอร์ ทั้งสองวิธีนี้ชำระเงินผ่านบัตรเครดิตครับ.

จองที่พัก
ที่พักผมจองออนไลน์ผ่าน อโกด้า และ ห้องพักที่ผมจองคือ ตาดฟานรีสอร์ท

ค่าใช้จ่าย

5000 บาท สำหรับ 2 วัน 1 คืน รวมค่า Zip line แล้ว. ซึ่งจริงๆเหลือ และถ้าใครไม่เล่น Zip line เหลือเพียบ แต่ควรจะพกไปให้เหลือ เพื่อเจอเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

เตรียมพาสปอร์ต,ของใช้ส่วนตัว,กล้องถ่ายรูป,ยา และของใช้ที่จำเป็น.

หลังจากที่จัดการจองทุกอย่างเรียบร้อยแล้วในประเทศไทย (เหมือนไปเที่ยวเมืองนอกไกลๆเลยอ่า ใช้คำว่าประเทศไทย 555) เราก็พร้อมลุยกันเลยคร๊าบ Let's go....

ทริปนี้ผมไม่ได้แวะไหว้พระตามวัดที่ปากเซเลยนะครับ เพราะผมเพิ่งกลับมาจากพม่า ซึ่งวัดเยอะมากขอเที่ยวน้ำตกอย่างเดียวนะครับสำหรับรีวิวนี้


วันศุกร์ที่ 12 กรกฏาคม 2562 ผมขอหัวหน้า กลับบ้าน 3 โมงเย็น Hahaha. ผมเดินทางไปถึงหมอชิตประมาณ 5 โมงเย็น พอถึงหมอชิต ผมก็ไปหาช่องเคาเตอร์เส้นทางเดินรถระหว่างประเทศ เพื่อไปรับตั๋ว และไปยืนยันตัวตน


หลังจากรับตั๋วเสร็จเรียบร้อยแล้ว หน้าตาของตั๋วก็จะเป็นแบบนี้ครับ รถออก 19.00 ที่นั่ง D3 ชานชลาที่ 10


เรายังมีเวลาเหลือ เพราะรถออก 19.00 ผมแนะนำว่าเราควรทานข้าวก่อนเดินทางให้เรียบร้อยครับ 


หลังจากทานข้าวเรียบร้อย ก็ไปเดินหาชานชลาที่ 10 เพื่อเตรียมตัวขึ้นรถกันครับ รถทัวร์ที่เรานั่งจะเป็นรถของลาว พวงมาลัยซ้าย นะครับ พอถึงเวลาขึ้นรถก็จัดการขึ้นไปนั่งตามที่นั่งได้เลย และสภาพภายในรถก็ตามภาพนะครับ สำหรับผมก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก เพราะเราเลือกแล้ว555


พอถึง 19.00 รถออกตรงเวลาครับ และจะจอดตามจุดพักรถเพื่อให้เราได้ล้างหน้า ทานข้าวกัน ส่วนผมก็หลับยาวๆ ไปจนถึงอุบลราชธานีเลยครับ พอถึงอุบลฯ เราก็ลงจากรถเพื่อไปที่ ตม.พอทำเรื่องเอกสารกับ ตม.เสร็จแล้วเราก็เดินข้ามอุโมงค์ ที่ชาวบ้านเรียกว่า ด่านช่องเม็ก เดินข้ามไปฝั่งลาวเลยครับ ส่วนสัมภาระไม่ต้องเอาลงมาเพราะว่า รถจะไปรอที่ฝั่งลาวแล้วครับ เอาเฉพาะของสำคัญติดตัวมาก็พอ


ด่านช่องเม็ก ฝั่งไทย

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2562 เช้านี้ที่อุบลราชธานี ด่านช่องเม็ก

เข้าไปในอาคาร เพื่อตรวจหนังสือเดินทาง ขาออก จากประเทศไทยไปประเทศลาว

พอผ่าน ตม. ก็จะมีทางออก เพื่อเดินลงเข้าไปในอุโมงค์ ข้ามฝั่งไปประเทศลาว ทางเดินก็จะกั้น ระหว่างเดินทางเข้าไทย กับ เข้าลาว

พอขึ้นมาจากอุโมงค์ก็จะต้องมาต่อแถว ตม. ฝั่งลาวอีก เพื่อตรวจหนังสือเดินทางและเสียค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมผมเสีย 200 บาทครับ (บางคนจากที่อ่านๆมา เสีย 100 บาทบ้าง 200 บาทบ้าง 300 บาทบ้าง) งงกับค่าธรรมเนียม แต่ขาไป ผมเสีย 200 บาท หลังจากผ่าน ตม. เราก็จะเห็นรถของเรามาจอดรอเราแล้ว

พอคนครบ ก็เดินทางต่อเพื่อไปท่ารถของปากเซ จุดหมายคือ ตลาดดาวเรือง เป็นท่ารถลงจุดสุดท้าย พอลงรถก็จ้างสามล้อไปหาเช่าร้านมอเตอร์ไซด์ครับ รถรับจ้างที่นี่แนะนำดี และร้านเช่ามอเตอร์ไซด์ ก็คือ LAO GO Car Rental ค่าเช่าวันละ 250 บาท (ถูกเว่อร์) แล้วแต่รุ่นนะครับ ผมเช่า Honda wave 100 และเค้ามีเก็บ passport เราไว้ และจะถ่ายเอกสาร passport กับใบเช่ารถให้เรา พอเช่าเสร็จ เราก็แว๊นไป ปากเซ ทันทีครับ


ถนนของลาว ขับเลนขวา นะครับ จะตรงข้ามกับ ไทย ทุกอย่าง อันนี้เวลาขับรถต้องระวัง บางทีเพลินๆ อาจมีขับผิดเลนได้นะครับ


ผมขับรถมาตาม GPS จุดมุ่งหมายคือ ตาดฟาน รีสอร์ท แต่ระหว่างทาง เที่ยงพอดี ซึ่งผมก็หิวข้าวแล้วด้วย เลยแวะกินข้าวร้านข้างถนน ก็ได้ก๋วยเตี๋ยวมา 1 ชามครับ



ทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วก็แว๊นไปน้ำตกและระหว่างทางที่ขับรถได้ชมวิวข้างทางไปด้วย ปากเซเป็นเมืองที่ไม่วุ่นวาย ธรรมชาติสองข้างทางทำให้ผมต้องจอดรถถ่ายรูปเป็นระยะๆ

โรงงานกาแฟ ดาว ก็อยู่ปากเซ นะ 555. ผมขับรถไปเรื่อยๆ ตาม GPS จุดแรกก็คือน้ำตกตาดผาส้วม


น้ำตกตาดผาส้วม


หลังจากออกจากน้ำตกตาดผาส้วมแล้วผมก็เริ่มเพลีย เพราะเกือบบ่าย 2 โมงแล้ว ก็เลยขับรถไปตาดฟานรีสอร์ท เพื่อพักผ่อน ก่อนครับ


ตาดฟานรีสอร์ท

ตาดฟานรีสอร์ท ที่นี้เป็น ไฮไลท์ ของปากเซเลย เพราะมีกิจกรรม Zip line โหนสลิงผ่านน้ำตกตาดฟาน ซึ่งผมเองก็จะมาเล่น Zip line ที่นี่เช่นกัน 

เช็คอินเสร็จก็เอาของเก็บเข้าห้องพัก ซึ่งห้องพักที่ตาดฟาน ไม่มีแอร์นะครับ แต่จะบอกว่า ไม่ร้อนเพราะอยู่ในเขา เย็นยิ่งกว่าเปิดแอร์อีกบอกเลย 555 


บรรยากาศในตาดฟานรีสอร์ทและทางเข้า

มาถึงปากเซต้อง check in ที่น้ำตกตาดฟาน ไม่เช่นนั้นจะมาไม่ถึง 5555

ทางเข้าห้องพัก

บ้านพัก คืนนี้นอนนี่นะ

ดอกไม้ออกดอกรับฝน


หลังจากเอาของเก็บที่ห้อง ผมก็ไปเดินเล่นถ่ายรูปที่น้ำตกตาดฟาน กับไปดูสถานที่เล่น Zip line ซึ่งวันนี้อากาศดี ฝนไม่ตก เหมาะกับการเล่น Zip line มากๆ แต่ด้วยผมเพลีย เลยจะไว้เล่นพรุ่งนี้


น้ำตกตาดฟาน



ทานข้าวเย็น ชมวิวน้ำตกตาดฟาน อารมณ์แบบ ราคาอาหารหลักสิบแต่วิวหลักล้าน อะไรประมาณนี้ 555

ผมกลับห้องตอนเย็นและอาบน้ำเตรียมตัวนอน ซึ่งกลางคืนเราจะได้ยินเสียงน้ำตก และมีฝนตกทั้งคืน. ในใจคิดว่า พรุ่งนี้ขอให้แดดดีๆ จะได้เล่น Zip line เพราะการมา ลาวใต้ ครั้งนี้ของผมคือ การโหนสลิง นอนเปลกลางเหวที่น้ำตกตาดฟาน ถ้าเล่นไม่ได้นี่จบเลยนะเนี่ย ฮือๆ


วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562

ตื่นเช้ามาแบบเศร้าๆ เพราะฝนตกทั้งคืน พอเปิดประตูห้องออกไปข้างนอก หมอกลงจนมองไม่เห็นทาง ไม่เห็นน้ำตก คิดแล้วเศร้า หมอกลงขนาดนี้เล่น Zip line ไม่ได้ แล้วกรูจะมาเพื่อ? (อารมณ์ตอนนั้นแบบโครตเสียใจ555) ไปดูบรรยากาศตอนเช้ากันครับ 


หมอกเต็มๆ มองไม่เห็นน้ำตกเลย :(


เดินไปทานข้าวเช้า ถามเจ้าหน้าที่ว่า วันนี้จะได้เล่นไหม ได้คำตอบมาว่า สายๆ สัก 10 โมงถึง 11 โมงน่าจะได้เล่น ถ้าฝนไม่ตกซ้ำลงมาอีก. ใจชื้นขึ้นมานิด แบบรอความหวัง 555 

เจ้าหน้าที่กำลังกวาดใบไม้ ที่ฝนตกเมื่อคืน

อาหารเช้า สุกี้แห้ง รสชาดเหมือนบ้านเรา 


และแล้วเวลาประมาณ 11 โมงกว่าๆ ฟ้าเปิด หมอกจาง โอ้ย....สรรค์. ดูรูปกันเต็มๆ ในการเล่น Zip line กันเลยครับ :)


 Zip Line

พอฟ้าเปิด ก็ชำระค่าใช้จ่าย ถ้าเล่น Zip line อย่างเดียว 1800 บาท โหนสลิง 4 เส้น ถ้าเล่นเพิ่ม คือนอนเปลกลางน้ำตก ตาดฟาน หรือจิบกาแฟ ชำระเพิ่มอีก 1000 บาท ซึ่งทริปนี้ในการเล่น Zip line ผมจ่าย 2800 บาท คือ โหนสลิง + นอนเปล. เมื่อชำระเงินเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะแต่งตัวใส่อุปกรณ์ให้และรวมกลุ่มคนเล่น มาฝึกซ้อมการใช้เครื่องมือก่อนและหลังจากนั้นก็เตรียมตัวเล่นได้เลยครับ


จุดชำระเงินก็หน้าลาน Zip Line เลยครับจะมีเจ้าหน้าที่บริการ

ใส่อุปกรณ์พร้อม เตรียมตัวเล่นครับ

กับเจ้าหน้าที่ครับที่จะไปดูแลเราตลอดทริป


ถึงคิวละเด้อ คนดูให้กำลังใจเราด้วย หรือรอดูเราตกหว่า 555 บอกได้เลยว่าจุดนี้ตื่นเต้นที่สุดเป็นสลิงเส้นแรกที่ยาว 450 เมตร สูง 250 เมตร เลยนะ และโหนผ่านน้ำตกตาดฟานด้วย


หลังจากถึงฝั่ง ผมก็จะโหนสลิงกลับไปอีกรอบ เพื่อไป นั่งเปลต่อ เพราะว่าสลิงเส้นที่ 1 นี้เป็นจุด Highlight ของน้ำตกตาดฟาน. เจ้าหน้าที่จะลากผมไปผูกเปลตรงกลางเหว ซึ่งเป็นจุดที่เสียวที่สุด เพราะต้องห้อยต่องแต๊ง อยู่กลางเหว ถ้าตกมานี่ ตายสถานเดียว 555


 โหนกลับไปกลางเหวเพื่อผูกเปล

ห้อยต่องแต๋งอยู่ประมาณ 10 นาทีกว่าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผูกเปล โคตรเสียว

สูง 250 เมตร 


จุดที่เสียวที่สุดคือการกางเปลและการเก็บเปล เพราะเราจะต้องห้อยกลางอากาศเป็นเวลานาน ผมนี่ยอมใจเจ้าหน้าที่เลย เฟี้ยวฟ้าวมาก.

หลังจากเก็บเต้นท์เรียบร้อยเราก็ไปโหนสลิงเส้นที่ 2-3-4 กันต่อครับ ซึ่งสลิงเส้นอื่นๆ จะเป็นป่าธรรมชาติเห้นน้ำตก ไม่เต็มตาเท่าเส้นที่ 1 แต่อยู่บนที่สูงก็จะได้เห็น TOP VIEW ที่แปลกตาออกไป สวยครับ


เก็บเปล ลากเข้าฝั่ง

เตรียมโหนสลิงเส้นที่ 2

สลิงเส้นที่ 3 จะเป็นแนวป่า 

สลิงเส้นที่ 4 จะย้อนกลับไปที่เดิมและจะเห็นน้ำตกตาดฟานไกลๆ 


หลังจากจบกิจกรรมเข้าฝั่งแบบปลอดภัยและขาสั่นเล็กน้อย ก็ไปหาน้ำหากาแฟดื่มแก้ขาสั่นแป๊ป 555

จบทริป Zip line แล้วผมก็อาบน้ำและทำการ Check out เพื่อเดินทางกลับ แต่ก่อนกลับผมก็จะแวะน้ำตกอีก 2 ที่ เพราะเป็นทางผ่านขากลับเข้าเมือง


น้ำตกตาดเยื้อง

น้ำตกตาดเยื้องต้องเดินลงไปที่น้ำตกถึงจะสวยครับ เป็นน้ำตกที่ใหญ่ กล้องถ่ายไม่ค่อยชัดเพราะช่วงเดือนกรกฎาคาม หน้าฝน น้ำจะเยอะมาก ขนาดอยู่ไกลจากน้ำตก แค่เดินไปถ่ายรูปตัวเปียกหมดเลย เพราะระอองน้ำฟุ้งมาก


ละอองน้ำกระเด็นเปียกกล้อง

จริงๆ น้ำตกตาดเยื้อง ของจริงสวยมาก แต่ด้วยน้ำเยอะ ทำให้ใช้กล้องดิจิตอลถ่ายไม่ได้ เพราะกล้องจะเปียก ขนาด GoPro ยังมีระอองน้ำกระเด็นมาใส่กล้องทำให้ได้รูปไม่ชัดเลยครับ ตัวผมก็เปียกหมดเลย


ออกจากตาดเยื้องก็ไปน้ำตกสุดท้ายคือตาดอีตู้ เป็นน้ำตกที่สวยเช่นกัน เข้าใกล้ได้แต่ก็มีระอองน้ำเหมือนกันแต่น้อยกว่าตาดเยื้อง


น้ำตกตาดอีตู้

ระอองน้ำเปียกกล้อง


หลังจากที่เที่ยวน้ำตกหมดแล้ว ผมก็รีบขับรถกลับเข้าเมืองเพื่อคืนรถมอเตอร์ไซด์ และก็นั่งสามล้อไปท่ารถเพื่อนั่งรถตู้ไปด่าน ช่องเม็ก เพื่อข้ามกลับฝั่งไทย ค่ารถตู้คนละ 200 บาท พอถึงด่านช่องเม็กก็เข้า ตม ฝั่งลาว ก็เสียค่าธรรมเนียมอีก 200 บาทและเดินข้ามอุโมงค์กลับฝั่งไทย และก็ผ่าน ตม. ฝั่งไทย จากนั้นผมก็นั่งรถตู้จาก ด่านช่องเม็ก-อุบลฯ เข้าเมืองก็มืดพอดี ผมนอนพักที่โรงแรมที่อุบลฯ 1 คืนและขึ้นเครื่องกลับไฟล์เช้า จากอุบลฯ-ดอนเมือง


ตม. ลาว


ตม. ฝั่งไทย

สนามบินอุบลราชธานี


จบทริป แบกเป้เที่ยว ตะลุยเดี่ยวเที่ยว ปากเซ แล้วนะครับ ฝากติดตามรีวิวและเป็นกำลังใจให้ผมด้วย

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคร๊าบบ :)


ผลงานที่ผ่านมาทั้งหมด

https://th.readme.me/u/5cb58fba1ae1252b469ae69b








ความคิดเห็น