ครั้งหนึ่งในชีวิต กับการพิชิต ” น้ำตกปิตุ๊โกร ” อ.อุ้มผาง จ.ตาก รีวิวโดย Tiewluem

น้ำตกเปรโต๊ะลอซู หรือ น้ำตกปิตุ๊โก ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผาง บ้านกุยเลอตอ อ.อุ้มผาง จ.ตาก มีความสูงประมาณ 500 เมตร มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย ไหลมาจากยอดเขามะม่วงสามหมื่นผ่านหน้าผาหินขนาดใหญ่ทางซ้ายและขวามาบรรจบกันเป็นรูปตัววีขนาดใหญ่ ในฤดูฝนละอองน้ำสีขาวจะฟุ้งกระจายเต็มหน้าผา ท

ครั้งหนึ่งในชีวิต กับการพิชิต ” น้ำตกปิตุ๊โกร ” อ.อุ้มผาง จ.ตาก

ครั้งหนึ่งในชีวิต กับการพิชิต ” น้ำตกปิตุ๊โกร ” อ.อุ้มผาง จ.ตาก

 วันพฤหัสที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 17.30 น.

 วันที่เดินทาง 4 ก.ค. 2563

น้ำตกเปรโต๊ะลอซู หรือ น้ำตกปิตุ๊โก ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผาง บ้านกุยเลอตอ อ.อุ้มผาง จ.ตาก มีความสูงประมาณ 500 เมตร มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย ไหลมาจากยอดเขามะม่วงสามหมื่นผ่านหน้าผาหินขนาดใหญ่ทางซ้ายและขวามาบรรจบกันเป็นรูปตัววีขนาดใหญ่ ในฤดูฝนละอองน้ำสีขาวจะฟุ้งกระจายเต็มหน้าผา ทำให้ดูคล้ายรูปหัวใจ จนเรียกกันว่า น้ำตกรูปหัวใจ นั่นเอง

การเดินทาง

เราไปช่วง 4-5 ก.ค.63 ทริปนี้เราใช้เวลา 2 วัน 1 คืน กับการออกตาหาน้ำตก ออกจากที่พักในเมืองอุ้มผางเส้นทางสายอุ้มผาง บ้านเปิ้งเคลิ่ง ระยะทาง 60 กิโลเมตร ประมาณ 2 ชั่วโมง จะถึงหมู่บ้านกุยเลอตอและเริ่มเดินเท้าต่อ ลัดเลาะป่าและลำธารไปเรื่อย ๆ ประมาณ 5 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าแล้วแต่การเดินของแต่ละคนด้วย) จนถึงจุดตั้งแคมป์ แล้วต้องเดินเท้าเข้าป่าลึกเพื่อขึ้นไปน้ำตกปิตุ๊โกรอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ( เราใช้เวลาเดินประมาณชั่วโมงครึ่ง ) ทางค่อยข้างชันและอันตราย บางช่วงเป็นทางเลาะไต่ริมเขาและทางแคบประมาณ 1 ศอก และยังไม่มีไม้กั้นหรือราวให้จับ แนะนำว่าเด็กเล็กไม่ควรขึ้นไปหรือควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองทั้งหมดจ้า *สรุปแล้วเดินเท้าทั้งหมดประมาณ 6 ชั่วโมงรวม ตั้งแต่เเรกจนกลับลงมาพักผ่อนที่จุดตั้งแคมป์

จากจุดตั้งแคมป์ไปยังน้ำตกต้องมีไกด์ที่เป็นชาวบ้านหรือผู้ชำนาญทางในพื้นที่พาไปเท่านั้น เพราะป่าลึกและมีทางแยกอยู่หลายจุด เสี่ยงต่อการหลงป่าเอามากๆ สำหรับใครที่ไปเองควรสังเกตทางดีๆ ตามต้นไม้จะมีรอยบากระหว่างเส้นทางเดินไป

เรื่องที่ควรรู้ก่อนไป

  • ปฏิบัติตามกฎของป่าชุมชนบ้านกุยเลอตอ
  • มีจุดลงทะเบียน พร้อมชำระค่าบริการ คนละ 20 บาท
  • กางเต๊นท์ในจุดที่กรรมการป่าชุมชนจัดให้-ขึ้นไปแล้วเก็บขยะของตัวเองลงมาด้วยเสมอ
  • น้ำตกนี้สวยมากช่วงฤดูฝน แนะนำเดือน ก.ค.-ส.ค. เพราะน้ำเยอะจะเห็นหัวใจเต็มดวงชัดมาก-หนอนบุ้งขนเยอะมาก อย่าเอามือจับต้นไม้ริมทางถ้าไม่จำเป็น ดูก่อนจับ
  • ป่าดิบและลึก ทางแยกเยอะ ยังไม่มีป้ายบอก อาจหลงได้ ควรเดินเกาะกลุ่มและพยายามสังเกตรอยบากต้นไม้เป็นเครื่องหมายบอกทาง บางช่วงทางแคบและชันต้องระวังไหลตกดอยด้วย
  • ควรมีไกด์/ลูกหาบ ถ้าใครอยากแบกเองก็ควรหาไกด์ให้อุ่นใจไว้จะดีมาก โดยติดต่อไว้ล่วงหน้า ( เราใช้บริการ อิงดอยรีสอร์ท พี่ๆน้องๆเป็นทั้งลูกหาบ ไกด์ มาสเตอร์เชฟ ดูแลเราดีมากๆ สนใจสอบถามแพคเกทหรือราคาติดต่อ 0862162368 )

สิ่งที่ต้องเตรียมไป (เที่ยวฤดูฝน)

1.ของใช้ส่วนตัว ทิชชู่เปียก (สำหรับเช็ดทำความสะอาดตัวและสำหรับทำธุระส่วนตัว) ตอนไปห้องน้ำชำรุด น้ำไม่ไหล ทิชชู่เปียกคือนิพพาน

2.น้ำหวาน ขนม ของกินพกตัวตัวตอนเดินเท้า เพราะค่อนข้างเหนื่อยเอาเรื่อง

3.ไฟฉาย ถ้าเป็นแบบที่กันน้ำและคาดหัวได้จะดีมาก ช่วงเดินขึ้นน้ำตกป่าลึก หมอกลงทีคือมืดมาก และถ้าใครขึ้นไปหลัง 15.00น. โอกาสลงมาอาจจะมืดสูงมาก อันตรายค่ะ

4.เสื้อกันฝน ใส่ตลอดตอนเดินเท้า, ร่มใช้สะดวกตอนอยู่แคมป์

5.กระเป๋ากันน้ำติดตัว เป้กันน้ำ

6.ถุงกันทาก จากจุดเริ่มเดินเท้าไม่เจอทากเลย แต่ไกด์บอกเราว่าจะมีทากช่วงทางไปยอดดอยมะม่วงสามหมื่น เกินจุด 15000 ขึ้นไป แต่ใส่ไว้ก็อุ่นใจแหล่ะ

7.รองเท้าสตั๊ดดอย คู่ละ 50-60 บาท เราซื้อสีดำมา เดินไม่มีลื่นนะ เกาะดีมาก ช่วยชีวิตให้รอดตายได้เยอะ แต่ไม่ค่อย support เท้า คนพื้นที่บอกเราว่ารุ่นสีเหลืองจะ support เท้ามากกว่าสีดำ

8.รองเท้าแตะดอกยางดี สำหรับใส่ไปอาบน้ำ/ใชชีวิตตอนอยู่แคมป์

9.ยากันยุง ฉีดพ้นทั้งตัวตอนเดินป่า ( ระวังมาลาเรีย ไข้เลือดออกด้วยจ้า )

10.ยารักษาโรคเบื้องต้น11.ถุงนอน / เบาะรองนอน ถ้าเอาของตัวเองไปก็จะสบายตัวมาก

ความรู้สึกของทริปนี้อ่ะหรอ โคตรสนุกเลยเว้ย

…ขอบอกก่อนเลยว่าเราเริ่มเดินป่าแบบจริงจังเป็นทริปแรกที่เลือกเดินหน้าฝน โคตรบันเทิง โคตรเละเทะ โคตรเหนื่อยและท้อ แต่แม่งโคตรสนุกเลยว่ะ กว่าจะเดินไปถึงน้ำตกแอบคิดในใจตอนนั้นว่ากูมาทำอะไรที่นี่ น้ำตกมีจริงไหมไม่ถึงซักที แล้วแต่ละป้ายที่บอกว่าใกล้จะถึงแล้วหรือถึงแล้ว แม่งไม่มีอยู่จริง เหมือนหลักจิตวิทยาว่ามึงต้องฮึบสู้อ่ะ อีกนิดเดียวว้อยยยยยย แต่เชื่อไหมพอเห็นน้ำตกเท่านั้นแหล่ะ อาการเหนื่อยมันหายไปเหมือนไม่เคยเหนื่อยอ่ะ คือ มันสวยมากจริงๆเว้ยคุณ ที่เล่ามาทั้งหมดจะชวนมาเที่ยวกันแหล่ะ มาเถอะ มาเห็นด้วยตาซักครั้งมันคุ้มค่าชีวิตแล้ว มันคุ้มค่าที่จะลอง แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ขึ้นไปยอดดอยมะม่วงสามหมื่นเพราะฝนตกทั้งคืน หมอกลงเยอะมาก ไกด์บอกเราว่าทางช่วงที่เกินระยะหมื่นห้าขึ้นไปจนถึงสามหมื่นจะเป็นสันเขาอันตรายพอสมควร ไว้คราวหน้าจะมาใหม่ไปให้ถึงยอดเลยนะ

จุดแรกที่มาถึง คือ จุดลงทะเบียนขึ้นน้ำตก โดยปกติแล้วจุดนี้ต้องมีการเก็บค่าบริการคนละ 20 บาท
แต่เราไปช่วงโควิทที่เพิ่งซาจึงยังไม่มีชาวบ้านมาเก็บค่าบริการ

เตรียมของสำหรับเดินขึ้นน้ำตก นำโดยหนึ่งผู้ที่เป็นทั้งพ่อครัว ลูกหาบ ไกด์ และเพื่อนร่วมทางที่ดีคนหนึ่ง

จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้

รองเท้าของทริปนี้ภูมิใจนำเสนอสตั๊ดดอยจ้าแม่ เกาะดี เกาะทนมากๆๆ แต่ไม่ค่อย support เท้าเท่าไรหรอกนะ แต่เรื่องการยืดเกาะยกให้เป็นนางเอกของทริป

เดินป่าหน้าฝนทางก็จะเละเทะประมาณนี้จ้า

ตรงนี้สวยมาก เราจะมองเห็นยอดเขาและน้ำตกด้านบน ถ้าฝนตกเราจะเห็นหมอกลอยๆอยู่ปลายยอดเขา
คือควรค่าแก่การพักถ่ายรูปมาก

จุดนี้เราขอเรียกว่าทุ่งเทเลทับบี้ เพราะหญ้าเขียวแบบน่ากลิ้งมากๆ
แถมยังมีฝูงน้องควายที่กำลังกินหญ้าอยู่เป็นฝูงใหญ่มาก

สวัสดีคนแปลกหน้า

มีกระท่อมประมาณนี้เยอะมากค่ะระหว่างทาง เราจะเดินลัดเลาะไร่ของชาวบ้านแถวนี้ไปเรื่อยๆ

บางจุดต้องเดินลุยน้ำ มีหินกรวดเยอะอยู่ระวังหินบาดเท้าสำหรับใครที่ใส่รัดส้นไป
ถ้าฝนตกน้ำอาจจะแรงต้องคอยดูเพื่อนร่วมทริปด้วย ประคองตัวเองดีๆด้วย

สายแบกผู้หญิงก็เดินได้สบาย

เจ้าตัวนี้มีเยอะมากแถวต้นไม้

เดินมาถึงตรงนี้เริ่มสิ้นสุดทางเดินในที่โล่งแจ้งแล้งค่ะ

เริ่มเห็นป้ายแบบนี้ย้ำเตือนว่าทางข้างหน้าไม่สบายอย่างที่คิด

เริ่มเข้าป่าดิบและชื้นขึ้น ทางเริ่มชันและแคบมากขึ้นไกลเอาเรื่องเลย

เจอน้องเห็ดสีส้มระหว่างทาง

เดินมาถึงจุดกางเต๊นท์กันในที่สุด แต่น่าเสียดายที่มาถึงแล้วเราไม่มีโอกาสได้จับจองที่เพราะบางจุดเป็นที่พักของรีสอร์ทต่างๆจำนวนมาก ทำให้เราต้องหาที่ด้านบนที่ไกลจากจุดอาบน้ำด้านล่าง หากใครจะมาเองแบบไม่จ้างไกด์แนะนำให้เดินมาถึงเช้าที่สุดเพราะยังพอมีที่เหลืออยู่จำนวนหนึ่ง และแนะนำให้ไปวันธรรมดาหรือเลี่ยงวันหยุดยาวเพราะคนจะเยอะมาก จนแทบไม่มีที่กางเต๊นท์หากคุณเดินไปถึงค่ำ

จากจุดตั้งแคมป์เดินต่อไปอีกประมาณสามกิโลเมตรเพื่อไปน้ำตกรูปหัวใจ โดยข้ามสะพานนี้ไป ทางขึ้นของจุดนี้โคตรชัน(เสียงสูง)
ยืดเกาะกันดีๆ โหนราวกันดีๆเลยค่ะ ขาขึ้นยังพอทน ส่วนขาลงนั้นไถลลงมาตามระเบียบจ้า

เดินไปทางไหนดีถ้าเกิดคำถามนี้เมื่อไรให้สังเกตุต้นไม้ที่มีรอยบากนำทาง

เดินป่าที่หมอกลงเป็นระยะ เหมือนฉากในหนังผีในบางคราว

ทางแคบมากเดินสวนกันแทบไม่ได้เลย ฝั่งขาวมือคือเนินเขาถ้าลื่นคือกลิ้งตกไปได้เลย
ก้มดูทางแล้วอย่าลืมดูกิ่งไม้ด้านบนด้วย เราชนไปประมาณสามสี่รอบได้

นั่งรอเพื่อนอยู่ที่ท่าน้ำ
ฉากนี้คือหมอกลอยลงต่ำมากและป่ามืดมาก

เดินต่อใกล้ถึงน้ำตกแล้ววว เป็นคำพูดที่ปลอบใจเพื่อน

สะพานนี้ถือเป็นครึ่งทางก่อนจะถึงน้ำตก

ใครไหวไปก่อนเลย

ในที่สุดก็มาถึงจนได้ โคตรสวยเลยยยยยย

หัวใจใหญ่มากๆ มาหน้าฝนก็จะเห็นเต็มดวงแบบนี้

มุมนี้ใช้เลนส์ wide เก็บได้หมดเลยค่ะ ทั้งคนและน้ำตก (ถ่ายจากเลนส์ระยะ 24 mm)

ขาลงจากน้ำตกแนะนำที่อาบน้ำแถวนี้ คือ จุดที่เดินเลยสะพานมา น้ำใสและดุเป็นส่วนตัวเอามาก

มีน้ำตกให้เล่นด้วย มาตอนเช้าหรือตอนเย็นก็ฟินมาก

จุดแคมป์ของเรา

อาหารทุกมื้ออร่อยและอิ่มจุกๆมากๆ
เช้ามายังมีกระบอกไม้ไผ่ให้ชงชากาแฟกันอีกจ้า
ฟินไม่ไหวว

เด็กที่นี่เดินกันเก่งมาก บางคนไม่ใส่รองเท้านะถ้าสังเกตุดีๆ

ทีมลูกหาบของเรา

โบกมือลาแล้ว
ไว้พบกันใหม่ทริปหน้าจ้าาาา

แล้วมาเที่ยวกันนะ

.

#อุ้มผาง #ตาก

#น้ำตกรูปหัวใจ #น้ำตกเปรโต๊ะลอซู

#น้ำตกปิตุ๊โกร

#เที่ยวลืม

ความคิดเห็น