คาเฟ่ไม้ไผ่ฟีลป่าสุดแสนจะธรรมชาติ ได้ตั้งตัวอยู่อย่างลึกลับย่านพระราม 2 | Natura Garden Café รีวิวโดย Littlebabyjourney

วันนี้กลับมาอีกครั้งกับการพาทุกคนไปเที่ยวคาเฟ่ย่านพระราม 2       ซึ่งคาเฟ่ที่เราจะพาไปวันนี้เรียกได้ว่าลึกลับมากๆ แต่บรรยากาศดีสุดๆ เป็นคาเฟ่ที่ยังคงอนุรักษณ์ความดั้งเดิมของกรุงเทพในสมัยก่อน อีกทั้งยังมีความเป็นธรรมชาติอย่างถึงที่สุด ต้องบอกเลยว่าเป็นคาเฟ่ที่ทุกคนจะต้องอยากไปมากแน่ๆ &

คาเฟ่ไม้ไผ่ฟีลป่าสุดแสนจะธรรมชาติ ได้ตั้งตัวอยู่อย่างลึกลับย่านพระราม 2 | Natura Garden Café

คาเฟ่ไม้ไผ่ฟีลป่าสุดแสนจะธรรมชาติ ได้ตั้งตัวอยู่อย่างลึกลับย่านพระราม 2 | Natura Garden Café

 วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 09.31 น.

 วันที่เดินทาง 19 ส.ค. 2563

วันนี้กลับมาอีกครั้งกับการพาทุกคนไปเที่ยวคาเฟ่ย่านพระราม 2

     

ซึ่งคาเฟ่ที่เราจะพาไปวันนี้เรียกได้ว่าลึกลับมากๆ แต่บรรยากาศดีสุดๆ เป็นคาเฟ่ที่ยังคงอนุรักษณ์ความดั้งเดิมของกรุงเทพในสมัยก่อน อีกทั้งยังมีความเป็นธรรมชาติอย่างถึงที่สุด ต้องบอกเลยว่าเป็นคาเฟ่ที่ทุกคนจะต้องอยากไปมากแน่ๆ

     

โดยคาเฟ่นี้นั้นมีชื่อว่า Natura Garden Café นั่นเองง

คาเฟ่นี้จะตั้งอยู่ภายในซอยวัดสีสุก พระราม 2 ซอย 28 แยก 18 หรือซอยจอมทอง 19

ตัวร้านจะเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 - 18.00

     

ในส่วนของวิธีการเดินทางมายังคาเฟ่นั้นจะมีด้วยกันทั้งหมด 4 วิธีด้วยกัน

          วิธีการเดินทางที่ 01 เดินทางด้วย BTS โดยนั่งมาลงที่สถานีวุฒากาศ และต่อด้วยเรือ โดยต้องนัดหมายกับชาวบ้านล่วงหน้าที่วัดใหม่ยายนุ้ย โดยติดต่อที่เบอร์ 085-991-6332 หรือ 086-783-7555

          วิธีการเดินทางที่ 02 เดินทางด้วยรถเมล์โดสามารถนั่งสาย 17 68 76 105 140 141 142 มาลงยังป้ายวัดสีสุก

          วิธีการเดินทางที่ 03 เดินทางด้วยรถเมล์โดสามารถนั่งสาย 111 มาลงยังป้ายตลาดจอมทอง 15

          วิธีการเดินทางที่ 04 เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยเข้ามายังซอยวัดสีสุก พระราม 2 ซอย 28 แยก 18 หรือซอยจอมทอง 19 และจอดรถที่ลาดจอดรถตรงข้ามแยกที่ 18 จากนั้นต่อรถรับส่งของทางร้านเข้าไปยังภายในสวน

        

เมื่อจอดรถเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็จะมีรถกระป้อคอยรับส่งคนเข้าออกร้านอยู่ตามจุดรอรถ

     

โดยตัวร้านจะตั้งอยู่ภายในสวนลิ้นจี่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ซึ่ง Concept ของทางร้านคือต้องการที่จะคงอนุรักษณ์ความดั้งเดิมของบ้านสวนริมคลอง และเป็นสื่อกลางที่เชื่อมระหว่างความเป็นไทยในแบบดั้งเดิมกับความสมัยใหม่เข้าด้วยกันน

     

นอกจากจะ Concept ของบ้านริมคลองแล้วนั้นทางร้านยังคงอนุรักษณ์ รักษาพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ซึ่งเป็นเหมือนกับปอดสุดท้ายของกรุงเทพไว้ให้เป็นเหมือนที่พักผ่อนหย่อนใจ จึงได้มีการจัดโซนพื้นที่จอดรถสำหรับผู้ที่นำรถมาเพื่อที่จะไม่ต้องตัดต้นไม้และยังคงพื้นที่แห่งนี้ไว้ให้ผู้ที่มาเยือนได้สัมผัสถึงธรรมชาติอย่างถึงที่สุด

         

ซึ่งก่อนที่จะเข้าไปถึงร้านนั้นเราก็จะเจอกับต้นไม้นานาชนิดบริเวณสวนหน้าร้าน

     

ในส่วนของการตกแต่ง ทางร้านจะเน้นการตกแต่งเป็นแนวธรรมชาติ ที่ได้มีการประดับประดาไปด้วยต้นไม้สีเขียวสูงใหญ่นานาชนิด และความพิเศษอยู่ที่การนำต้นเคราฤาษีหลายๆขนาดมาห้อยตามต้นลิ้นจี่นั่นเองง ทำให้สัมผัสรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น ปลอดโปล่ง สบายตาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีมุมโซนที่เป็นเหมือนสวนต้นเคราฤาษีจำนวนมากให้หลายๆคนได้มาถ่ายรูปอีกด้วยยย

     

อีกหนึ่งความพิเศษของคาเฟ่แห่งนี้ก็คือการเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติอย่างไม้ไผ่มาเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างอาคาร การทำเฟอร์นิเจอร์ เช่นโต๊ะ เก้าอี้ หรือเป็นส่วนหนึ่งของผนังร้านอีกด้วย เรียกได้เป็นการยกระดับไม้ไผ่ให้มีความ Premium สุดๆ ซึ่งเป็นเหมือนหนึ่งในกิมมิคของทางร้านที่ใส่ใจในทุกๆรายละเอียด และดูแตกต่างไปจากคาเฟ่ในสวนคาเฟ่อื่นๆโดยสิ้นเชิง

        

ความกว้างขวางของสวนลิ้นจี่นี้นั้นทำให้ที่ร้านนั้นได้มีการจัดสรรที่นั่งให้สำหรับผู้มาเยือนได้อยากมากมาย โดยที่นั่งภายในร้านจะมีตั้งแต่ที่นั่งภายในอาคาร ที่นั่งภายนอกอาคาร ภายในสวน หรือแม้กระทั่งที่นั่งริมคลอง ซึ่งทุกคนจะสามารถเลือกที่นั่งได้ด้วยตนเองตั้งแต่มาถึงคาเฟ่เลยยย

     

เมื่อทุกคนได้ที่นั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วถึงจะไปสั่งอาหารได้ เนื่องจากตอนสั่งอาหารเราจะต้องแจ้งเบอร์โต๊ะด้วย เพื่อพนักงานจะได้มาเสิร์ฟอาหารได้ถูกโต๊ะ

     

ถ้าพูดในเรื่องของอาหารก็ต้องบอกว่าอาหารของคาเฟ่นี้จะมีความเรียบง่าย ธรรมดาๆที่มีการเลือกใช้และนำวัตถุดิบที่สามารถเก็บได้เองภายในสวนมาประกอบอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับการวิถีชีวิตของคนริมคลองในย่านนี้นั่นเอง นอกจากอาหารจานหลักแล้วยังมีขนม และเครื่องดื่มให้เลือกสั่งมาทานได้ด้วยเช่นกันนน

     

นอกจากนั้นยังมีขนมหวานแบบไทยดั้งเดิมขายอยู่ข้างหน้าอีกด้วย

     

อาหารที่ทางเราเลือกสั่งมาทานในวันนี้ก็คือผัดไทยกุ้งสด 120.- และข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว 100.- ในความรู้สึกของเรา เรารู้สึกว่ารสชาติอร่อยเลยแหละไม่ได้แย่เลยยยย ส่วนตัวก็คือชอบทั้ง 2 เมนูที่สั่งมามากๆ แต่กะเพราจะแอบเผ็ดหน่อย คนที่ไม่ทานเผ็ดอาจจะต้องแจ้งกับทางร้านในตอนสั่ง ส่วนผัดไทยสำหรับเรา เราชอบเส้นมากๆ และยังได้กุ้งมา 1 ตัวใหญ่ๆด้วย

     

ในส่วนของขนมที่ทางเราสั่งมาจะเป็น Chocolate Banana Cake 130.- สำหรับเรา เราคิดว่าขนมเค้าไม่ได้หวือหวาขนาดนั้น ตัวนี้ก็จะไม่ได้หวานมาก และสำหรับคนที่ไม่ชอบ Chocolate ที่ผสมกล้วย ต้องบอกเลยว่าตัวนี้จะไม่ได้ผสมกันโดยสิ้นเชิงจึงทำให้สามารถทานได้ เพราะส่วนตัวเราก็ไม่ชอบแต่ตัวนี้ถือว่าดีเลยยย

เครื่องดื่มที่ทางเราสั่งมาจะเป็น Cocoa 100.- และ Litchi Smoothie 125.- นั่นเอง

     

เป็นยังไงกันบ้างทุกคน คาเฟ่นี้ดีไม่ใช่น้อยเลยใช่มั้ยยย

ต้องบอกเลยว่าห้ามพลาดกับคาเฟ่นี้จริงๆ ถือเป็นคาเฟ่ที่มาแรงในช่วงนี้เลยยยย

     

เป็นคาเฟ่ที่เหมาะแก่การมาทานอาหารกับครอบครัว

มาพักผ่อน คลายเครียด สูดอาการที่ปลอดโปล่งไม่มีฝุ่นควัน

สำหรับใครที่เป็นสายคาเฟ่ สายธรรมชาติต้องห้ามพลาดคาเฟ่เลยแหละะ

          

สามารถติดตามและสอบถามรายละเอียดได้ที่

                 

                 Natura Garden Café: facebook.com/NaturaBKK/

                 Little Baby Journey: facebook.com/Littlebabyjourney/
                       TWITTER Account: twitter.com/lttb_journey
                 ฝากกด LIKE กด SHARE และติดตามเราด้วยน้า แล้วเจอกันใหม่ที่หน้าว่าเราจะพาไปที่ไหน

ความคิดเห็น