ห้ามพลาด! แหล่งท่องเที่ยวสุดชิคในจังหวัดตรัง ตะลุยชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลัก สุดยอดชุมชนดีเด่นแห่งปี! รีวิวโดย GreanyDuo เกรียนนี่ดูโอ้

ใครอยากทำกิจกรรมลุยๆบ้างงง 🙋🏻‍♀️ กิจกรรมบนบก ลงน้ำ แอดเวนเจอร์ทั้งหลายมีทั้งลุยป่า! ลุยเขา! ลุยพุ่ม! ลุยน้ำ! ลุยเข้าไป! (?) พร้อมชมธรรมชาติที่สวยงามกับสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ วันนี้เราจะมาแนะนำที่ท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในจังหวัดตรังอย่างชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลักจ้าาา  เผอิญว่าเรากับเพื่อ

ห้ามพลาด! แหล่งท่องเที่ยวสุดชิคในจังหวัดตรัง ตะลุยชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลัก สุดยอดชุมชนดีเด่นแห่งปี!

ห้ามพลาด! แหล่งท่องเที่ยวสุดชิคในจังหวัดตรัง ตะลุยชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลัก สุดยอดชุมชนดีเด่นแห่งปี!

 วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 17.50 น.

 วันที่เดินทาง 8 ส.ค. 2563

ใครอยากทำกิจกรรมลุยๆบ้างงง 🙋🏻‍♀️ กิจกรรมบนบก ลงน้ำ แอดเวนเจอร์ทั้งหลายมีทั้งลุยป่า! ลุยเขา! ลุยพุ่ม! ลุยน้ำ! ลุยเข้าไป! (?) พร้อมชมธรรมชาติที่สวยงามกับสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ วันนี้เราจะมาแนะนำที่ท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในจังหวัดตรังอย่างชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลักจ้าาา 


เผอิญว่าเรากับเพื่อนได้รับเชิญให้ไปเยี่ยมชมชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลัก (Ban Khao Lak Rafting) จังหวัดตรัง ที่ได้รับรางวัลสุดยอดชุมชนดีเด่นประจำปี 2020 (Thailand Rural Tourism Award 2020) ในสาขามากมายก่ายกอง เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน นี่ก็เริ่มสงสัยละ มันดีขนาดนั้นเลยอ่อ? 🤔 เพราะเป็นครั้งแรกที่เราจะได้ไปตรังเลยตื่นเต้นมาก แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยก็เหอะ (คะแนนภูมิศาสตร์ต่ำมากค่ะ ต้องเข้าใจ 🤣)

ซื้อ 1 ได้ถึง 2!


❤️ ซื้อเวาเชอร์ล่องแก่งชุมชนบ้านเขาหลักแพคเกจไหนก็ได้ 

แถมฟรีเมนูไก่ดํายอดฮิตของชุมชนและอาหารใต้โฮมเมดหรอยแรง 1 มื้อ!

👍จองได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 กันยา 2020 เท่านั้น

(สิทธิ์นี้มีจํานวนจํากัด ช้าหมด อดน้า)


👍ซื้อตอนนี้ได้ราคาพิเศษ แถมเก็บไว้ใช้ได้ถึง 1 ปี!

❤️จองโปรโมชั่นนี้ได้ที่นี้


DAY 1 : เดินทางไป ชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลัก จังหวัดตรัง


10.00 AM นั่งเครื่องบินจากดอนเมืองไปจังหวัดตรัง

เริ่มออกเดินทางตั้งแต่เช้า ไปนั่งเครื่องบินที่ดอนเมืองเพื่อบินไปตรัง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้วค่า แล้วต่อด้วยรถตู้เพื่อไปชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลัก (Ban Khao Lak Rafting) กันเลยย



12.00 PM ทานมื้อเที่ยงชุดอาหารท้องถิ่น ปรุงโดยคนท้องที่แท้ๆ

มาถึงที่นี่ก็เที่ยงพอดี ประเดิมกันด้วยอาหารใต้แบบท้องถิ่นแท้ๆ ที่เป็นของขึ้นชื่อของชุมชน ใช้วัตถุดิบท้องที่อย่างเดียว ซึ่งผู้ใหญ่บ้านบอกว่าจะกินอาหารที่นี่ต้องรอคิวไปยาวๆ เพราะคนจองมาเยอะมากกกกกก อื้อหือ รู้สึกเหมือนวีไอพีที่แซงคิวลัดมากินก่อนคนอื่นเลยทีเดียว 😳 มือนี้ก็มีถึง 6 เมนู ให้กินกันอย่างจุใจ

เมนูที่ 1: แกงกะทิไก่ดำ

ไก่ดำถือเป็นของขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลัก ถ้าไม่ได้กินจะถือว่ามาไม่ถึงเน้อ เราไม่เคยกินแกงกะทิมาก่อน แต่รู้สึกว่ารสชาติเข้ากันดีมากอะ เนื้อไก่ดำต้มเปื่อยกำลังพอดี ไม่เหนียวเลย กินกับข้าวอร่อยดี 😆

เมนูที่ 2: แกงเลียงกุ้งสด

อันนี้ก็ไม่เคยกิน แต่อร่อยมาก! ไม่รู้เพราะผักเค้าปลูกกันเองหรือยังไง แต่รู้สึกว่าผักเค้าหวานกว่าผักทั่วไปแล้วซุปก็กลมกล่อมดีด้วย 😋

เมนูที่ 3: ปลาทับทิมทอดสามรส

เมนูนี้อาจจะไม่ค่อยพิเศษเท่าไหร่ แต่เนื้อปลาทับทิมอร่อย ปกติกินที่อื่นจะมีกลิ่นคาวๆบ้าง แต่ของที่นี่ไม่คาวเลยจ้า 😉

เมนูที่ 4: ยำผักกูดกุ้งสด

เมนูนี้คือที่สุด! ชอบที่สุดละจากทั้งหมด อร่อยจนบรรยายไม่ถูก 55555 เป็นครั้งแรกที่กินอะไรแบบนี้แล้วติดใจฝุดๆ ยำผักกูดคลุกกับกุ้งเนื้อแน่นและเนื้อมะพร้าวขูด ไม่คิดเลยว่าจะอร่อยขนาดต้องขอสั่งเพิ่ม 😍❤️

เมนูที่ 5: ไข่เจียวไก่ดำ

เมนูธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือมันทำจากไข่ของไก่ดำ ซึ่งมีราคา 50 บาทต่อฟอง! โอ้โห ได้ยินแล้วสายตาที่ใช้มองไข่เจียวจานนี้ก็เปลี่ยนไป อื้มมมม ต้องกินให้คุ้มละ 🤣🤣 แต่อร่อยจริงง 

เมนูที่ 6: น้ำพริกกะปิกับผักสด

ผักสดนี่สดจริงตามชื่อ สีสวย กรอบ อร่อย จิ้มกินกับน้ำพริกกะปิคือดีย์! 👍

หลังอาหารจะพลาดของหวานไปได้อย่างไร ของหวานที่นี่ไม่ธรรมดา วัตถุดิบที่เอามาทำมีอายุถึง 100 ปี! 😳 โอ้โห อยู่ไปได้ไงนิ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือทุเรียนนน (แต่ที่มีอายุถึง 100 ปีไม่ใช่ตัวทุเรียนนะ หมายถึงต้นของทุเรียน 😂) เมนูนี้มีชื่อว่า ข้าวเหนียวมูนทุเรียนบ้าน ซึ่งต้นทุเรียนนี้ก็ปลูกอยู่ในชุมชนเช่นกัน

ปกติไม่กินทุเรียนเลยเพราะไม่ชอบกลิ่น แต่เมื่อมาถึงแล้วก็ต้องลองฮึบแล้วชิมดู อื้อหือ! ก็ไม่เลวนะเนี่ยยย รสชาติหวานๆมันๆเข้ากับข้าวเหนียวอยู่ 😏

อาหารมื้อนี้อิ่มหมีพีมันไปอีก อร่อย กินง่าย และสะอาด ปลอดสารพิษ เอาไปเลยค่ะ 5 ดาวเต็มๆ! ถ้าจะมาเปิดร้านที่กรุงเทพบอกด้วยนะคะ จะตามไปกินอีกแน่นอน 😁


13.00 PM ทดลองทำกล้วยหินฉาบ สุดยอดผลิตภัณฑ์ของชุมชน

หลังอาหารเราก็เดินมาดูขั้นตอนการทำกล้วยหินฉาบของคนในชุมชนต่อ ซึ่งก็ไม่ไกลจากที่ทานอาหารเท่าไหร่ เดินประมาณนาทีกว่าๆก็ถึง ข้างในมีคนเริ่มทำกันแล้ว

ที่เค้าเรียกว่ากล้วยหินฉาบก็เพราะขั้นตอนนี้เลยค่ะ เค้าจะเอากล้วยไปวางบนแผ่นไม้ที่จะมีที่ฉาบไว้ตรงกลาง แล้วพอเค้าเริ่มถูกล้วยบนนั้น มันก็จะฉาบกล้วยให้ออกมาเป็นแผ่นบางๆแบบนี้

แล้วจากนั้นเค้าก็จะเอาไปทอดให้เหลือง กรอบ ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ยั่วต่อมหิวที่พักไปให้ทำงานอีกรอบ 😭

แล้วเค้าก็จะพักให้กล้วยหินฉาบหายร้อน ระหว่างนี้คุณป้าทอดกล้วยก็บอกว่า สามารถหยิบชิมได้ตามสบาย หรือถ้าเราเป็นคนทำเองจะเอากลับไปเท่าไหร่ก็ได้! คนที่นี่ใจกว้างดั่งแม่น้ำขุนเขาแต่จะดีเหรอคะ? คุณป้าหันมาอีกทีอาจจะหายไปหมดแล้วก็ได้นะคะ หึๆๆ 😈

ขนาดยังไม่ปรุงรสยังอร่อยยยยยย หยุดกินไม่ด้ายยย นี่มันเบรกแตกชัดๆ

หากใครที่ไม่สามารถ move on ไปจากกล้วยหินฉาบที่นี่ได้ ก็สามารถซื้อเป็นของฝากแบบนี้กลับไปได้เหมือนกัน ราคา 50 บาทต่อถุง อีกทั้งยังมีให้เลือกถึง 5 รสชาติ! มีทั้ง รสหวาน, รสเค็ม, รสปาปริก้า, รสหมาล่า, และรสคั่วกลิ้ง อยากจะขอเหมาทุกรสแต่คุณป้าบอกว่าสินค้าหมดสต็อกจ้า (เศร้าแปป 😢) แต่ถ้าอยากซื้อจริงๆ ติดต่อซื้อทาง Facebook ได้ที่เพจ กล้วยหินฉาบบ้านเขาหลัก น้าา


14.00 PM พายเรือคายัคล่องแก่ง ระยะทางกว่า 4.5 กิโลเมตร

ชื่อชุมชนก็บอกอยู่แล้วว่าที่นี่คือ ชุมชน’ล่องแก่ง’ บ้านเขาหลัก เพราะฉะนั้นมาที่นี่แล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือการพายเรือคายัคล่องแก่งงง

หลังจากชิมกล้วยกันจนพุงยื่นแล้วก็เดินออกมาอีกแปปๆ จะมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ให้เราเปลี่ยนเสื้อผ้า ออกมาก็จะเห็นว่ามีเสื้อชูชีพกับหมวกให้เลือกสำหรับใส่ไปพายเรือคายัคล่องแก่ง

จากนั้นเราก็นั่งรถสองแถวต่อเพื่อไปแม่น้ำสำหรับล่องแก่ง การล่องแก่งของที่นี่จะมีความยากถึงระดับ 4 ซึ่งค่อนข้างยากเพราะระยะทางที่ไกลถึง 4.5 กิโลเมตร และหินก็ค่อนข้างเยอะ ทำให้ต้องมีคนในท้องที่ช่วยเป็นคนพายให้

แต่ทว่าเรานั้น มั่นใจว่าพายได้ เพราะเราได้มีประสบการณ์การพายเรือที่โชกโชน (พายในทะเลประมาณ 10 นาที และพายอยู่ที่เดิม...) เราจึงขออาสาที่จะเป็นคนพายเองค่ะ!  😤

เพื่อนเรา(พยายาม)เชื่อใจเพราะนางไม่คิดจะพาย (เรือนั่งได้แค่สองคนต่อลำและมันบอกไม่อยากเหนื่อย 😂) ปล่อยให้เราพายไป แต่ทว่าสุดท้ายเราก็ต้องหยุด!"... หยุดเพราะมีอะไรมากั้นเยอะเกิน 🤣🤣 ไม่ว่าจะมีโขดหิน, พุ่มไม้, ขอนไม้ หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในแม่น้ำ ไม่รู้ทำไม เราจะสามารถพายไปชนได้ทั้งหมดแม้ว่าสิ่งที่เราชนจะอยู่นิ่งๆก็ตาม(?) และเนื่องจากน้ำบางช่วงตื้นมากทำให้เรือชะงัก แล้วต้องลงเรือมาลากเรือเองอีก 😛

ยังดีที่คนท้องที่พายตามกันมาหลายคน ทำให้เราตัดสินใจกันแยกเรือ ซึ่งมันก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก เพราะระยะทางมันไกลมากกกกถ้าพายกันเองคือหมดแรงแน่นอน

ธรรมชาติรอบๆคือสวยจริง ปกติไม่ค่อยอินกับพวกธรรมชาติเท่าไหร่ แต่พอได้มานั่งเรือเอื่อยๆ กับดูวิวสวยๆ ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ก็รู้สึกดีไปอีกแบบ อีกอย่างคือ ระหว่างทางมีที่ให้หยุดแวะพักแวะเล่นชิงช้าด้วยย เพลินๆกันไป

ใช้เวลาไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งการพายเรือล่องแก่งก็จบลง จากนั้นก็นั่งสองแถวกลับมาที่ชุมชน ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนพายแต่พอต้องนั่งนานๆบนเรือก็แอบเหนื่อยอยู่นิดหน่อย คนที่นี่ก็ช่างรู้ใจ มีการเตรียมของหวานอย่างขนมครกที่ทำเอง และเครื่องดื่มอย่างน้ำเปล่าเย็นๆและน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่คั้นเองให้กินแก้กระหาย อ่าาา ชื่นจายยย 😆


16.30 PM เยี่ยมชมกลุ่มเลี้ยงแพะ

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อย ก็นั่งรถตู้ไปที่ตั้งของกลุ่มเลี้ยงแพะ ซึ่งก่อนจะได้เจอน้องแพะทั้งหลาย ก็มีน้องหมาดูมารยาทงามมาต้อนรับที่ด้านหน้า

น้อนเชื่องมาก น่ารักมุ้งมิ้งจนลืมจุดประสงค์หลักไปอีก ❤️❤️

โอเคกลับมาดูแพะกันต่อ แพะที่นี่เค้าก็เลี้ยงกันเองเพื่อเอาไว้ขาย ให้อาหารน้องๆเค้าได้น้า

ในกลุ่มจะมีหัวหน้าใหญ่ตัวนี้คุมอยู่ มีความเผด็จการและค่อนข้างขี้บ่น เพราะร้องบ่อยมาก 😂 (ดูปากที่เชิดๆนั่นสิ =3=)



17.00 PM เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงไก่ดำ

นั่งรถมาอีกไม่กี่นาทีก็ถึงศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงไก่ดำจ้า ไก่ดำที่นี่ถือว่ามีชื่อเสียงระดับนึง เพราะมีฟาร์มเลี้ยงไก่ดำแบบครบวงจร และเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาศึกษาเยี่ยมชมน้องๆไก่ดำได้

เวลานี้พึ่งมีลูกๆไก่ดำคอกใหม่พึ่งออกจากไข่ อยู่ในตู้ฟักไข่ น้อนๆก็จะมีความงุนงงนิดนึงว่าตัวอะไรมารุมดูฉันเยอะขนาดนี้ 🤫


17.30 PM ทานมื้อเย็นชุดอาหารท้องถิ่น ปรุงโดยคนท้องที่แท้ๆ รอบสอง

นั่งรถกลับมาชุมชน ยังไม่ทันหิวดีก็ได้เวลากินมื้อเย็นแล้ววว จัดเต็มและน่ากินอีกเช่นเคย จากที่ไม่หิวท้องก็เริ่มร้องประท้วงซะละ

เมนูที่ 1: แกงส้มปลากระพง

น้ำซุปกลมกล่อม เผ็ดหน่อยแต่ซดคล่องคอ รสชาติทำให้เจริญอาหารมาก ระวังอย่าซดแรงเพราะอาจจะสำลักได้เน้อ 

เมนูที่ 2: หยวกกล้วยกับผักกูด

ในชีวิตนี้ไม่เคยกินหยวกกล้วยมาก่อน (รู้สึกมาที่นี่จะได้ลองอะไรใหม่ๆหลายอย่างเหลือเกิน 🤣) พอลองกินดูแล้วก็เห็นภาพกระทงขึ้นมาบนหัว (?) บรรยายไม่ถูกว่ารสชาติเป็นไง แต่รสชาติโอเค เคี้ยวเพลินๆดี

เมนูที่ 3: สะตอกุ้งสด

เราคิดว่าเราเคยกินสะตอนะ แต่สะตอที่อร่อยขนาดนี้เพิ่งเคยกินอะ ไม่ได้อวยนี่เรื่องจริง! มันกินเพลินมากแบบเอาเข้าปากไม่หยุด ไม่แคร์กลิ่นเพราะกลิ่นไม่ค่อยแรงด้วย

เมนูที่ 4: ไก่ดำตุ๋นยาจีน

ไก่ดำสรรพคุณมากมายอยู่แล้ว ทั้งไขมันต่ำ โปรตีนสูงกว่าไก่ทั่วไป แล้วยังเอามาตุ๋นกับยาจีนคือบำรุงกันสุดๆ น้ำซุปอร่อยมาก ไม่ขมเลย เนื้อไก่ดำก็นุ่มมมม อร่อยเหาะไปเลย! 👍

หลังอาหารเราก็ไปพักกันที่โรงแรม แต่จริงๆที่ชุมชนเค้าก็มีโฮมสเตย์ให้พักนะ เห็นว่าอากาศดีมาก ตอนเช้าก็มีหมอกสวยๆ ให้ชม อาหารเช้าอร่อยๆก็มีให้กินกันแบบจุกๆ ฮือออ ไม่น่าพลาดเลยยย 😭


DAY 2 : ตะลุยซิ่งเข้าป่าหฤโหด ชมถ้ำน้ำ ดูหินย้อย

8.50 AM ไหว้พระนอนทรงเทริดมโนราห์ที่วัดภูเขาทอง

ก่อนจะเข้าชุมชน เราก็แวะมาไหว้พระนอนทรงเทริดมโนราห์ที่วัดภูเขาทอง ซึ่งเป็นทางผ่านของชุมชนอยู่แล้ว

จากนั้นก็เดินออกมาชมรอบๆวัด ภายในวัดเงียบสงบ แล้วยังมีสถาปัตยกรรมสวยๆให้ชม ซึ่งจะเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบภาคใต้และภาคเหนือเข้าด้วยกัน


9.30 AM ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คนท้องที่ เตรียมตัวลุยป่า

พอมาถึงชุมชน เราก็ทำการเตรียมตัวไปบวชป่า ชมถ้ำน้ำกันในป่า ตอนแรกเราไม่คิดเลยว่าการเข้าป่าที่ว่ามันจะหมายถึงป่าแบบ...ป่าขนาดนี้ (ป่าดิบชื้น ต้นไม้เยอะแยะมากมาย) ชุดที่เตรียมมาคือชุดแขนสั้น ขาสั้น รองเท้าแตะ คนท้องที่แนะนำให้ใส่ขายาว แขนยาว รองเท้าผ้าใบ… คือเรายังไปได้อยู่ถูกมั้ย 😂

โอเค ไหนๆก็มาละก็ลุยไปทั้งๆอย่างนี้แล่ะ

เราต้องซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คนท้องที่เข้าป่า ช่วงแรกๆทางก็เรียบๆอยู่ แต่ผ่านไปสักพักทางก็ค่อยๆไปยากขึ้น ดินเปียกเอย หลุมเอย พุ่มไม้รอบๆเอย แล้วบางทียังมีต้นไม้ล้มขวางหน้าอีก ในใจมีเป็นหมื่นล้านคำ พูดไม่ออกซักคำจริงๆ นั่งลุ้นจนหน้าเบี้ยวว่าจะตกจากรถมั้ยเป็นชั่วโมง 😱 เพราะระยะทางมันไกลเป็นกิโลๆ! คนขี่ก็เก่งเกิ๊น เจอหลุมเจออะไรก็ขี่ต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่เราอยากจะร้องกรี๊ดหลายรอบละ เครื่องเล่นที่เล่นมาทั้งชีวิตชิดซ้ายไปให้หมด เมื่อเจอการซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เข้าป่าของที่นี่ เป็นประสบการณ์ที่เสียวที่สุดในชีวิตแล้ว 😭

ดูพุ่มไม้ทั้งหลายและทางนั่นสิ 🤣🤣

แต่จริงๆแล้วช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนด้วยแล่ะ เลยทำให้ทางยากลำบากกว่าปกติ ถ้ามาหน้าอื่นไม่น่าจะลำบากขนาดนี้ 😅 (แอบถามคนที่นี่ว่าใช้มอเตอร์ไซค์ยี่ห้ออะไร ทำไมถึกขนาดนี้ เค้าบอกว่ามอเตอร์ไซค์อ่ะธรรมดา แต่ล้อเป็นแบบวิบาก แล้วคือต้องส่งซ่อมบ่อย 55555 ก็น่าอยู่นะ)

ผ่านไปสักพัก ก็ลงจากมอเตอร์ไซค์มาเดินป่าต่อ เพื่อไปที่ถ้ำน้ำ เรื่องความปลอดภัยเค้าจะมีคนท้องที่ตามมาเยอะอยู่ เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยได้ทันที พอเห็นแบบนี้ก็อุ่นใจไปอีก


10.30 AM เดินทะลุป่าต้นน้ำ เข้าชมถ้ำน้ำ

เดินมาประมาณสิบกว่านาที ก็มาถึงป่าต้นน้ำ ต้องเดินลุยน้ำเข้าไปเรื่อยๆเพื่อไปถ้ำน้ำ คนที่ใส่ขายาวกับรองเท้าผ้าใบคือเปียกหมด ส่วนเราไม่เป็นอะไรเพราะใส่สั้นทุกอย่าง พร้อมกระเป๋ากันน้ำจ้า

ทางเข้าถ้ำน้ำจะเป็นโขดหินซ้อนๆกันแบบนี้ขึ้นไป เราต้องปีนข้ามไปอีกฝั่งถึงจะเจอทางเข้าถ้ำน้ำ ถ้ากลัวลื่นคนในชุมชนจะช่วยดูให้ บริการทุกระดับประทับใจจริมๆ 😌

ทางเข้าถ้ำจะค่อนข้างแคบ แต่ก็ไม่ได้แคบถึงขนาดคนเดินเข้าไม่ได้น้า

ข้างในมืดมากๆ ต้องมีไฟฉายช่วยส่อง แนะนำให้ใส่หน้ากากมาด้วย เพราะแมลงจะบินเข้าหาแสงเยอะมาก ถ้าใส่หน้ากากจะกันได้ระดับนึง น้ำข้างในมีตื้นบ้าง ลึกบ้าง ระดับลึกสุดคือถึงต้นขา

เดินเข้าไปประมาณสิบกว่านาที ก็เจอหินย้อยสวยๆแบบนี้ แล้วก็จะมีน้ำไหลลงมาเรื่อยๆ น้ำน่าจะสะอาดเพราะมีพี่คนนึงไปล้างหน้าให้ดูเลยจ้า

แล้วจากนั้นก็ออกจากถ้ำเพื่อไปบวชป่าต่อ


12.00 PM ทานกะเพราไก่ไข่ดาวกลางป่า ชมวิวข้างลำธาร

ก่อนบวชป่าเราก็แวะไปกินอาหารเที่ยงกันตรงริมลำธารก่อน บรรยากาศดีงาม มีมุมถ่ายรูปชิคๆไปอีก

เมนูมื้อนี้คือข้าวกะเพราไก่ไข่ดาววว ห่อมาอย่างดีและให้เยอะอีกแล้วว ทำไมคนที่นี่ใจดีกันจัง 😍

เนื่องจากว่าค่อนข้างหิว แปปเดียวก็โซ้ยหมดละ อร่อยมากกกก ไก่และไข่มาจากไก่ดำหมดเลยยย ❤️👍


13.00 PM บวชป่า รักษาสิ่งแวดล้อม

การบวชป่าเป็นประเพณีอย่างนึง ที่มาจากความเชื่อความศรัทธาของคนท้องถิ่น เพื่อยับยั้งการตัดไม้ทำลายป่า และต่ออายุให้กับต้นไม้ที่ได้ทำการบวชป่าด้วย

ต้นไม้ที่โดนเลือกส่วนมากจะเป็นต้นไม้ที่ดูมีอายุและต้นใหญ่ โดยที่จะเอาผ้าสีส้มแบบนี้มาผูกกับต้นไม้ที่เลือกไว้

จากนั้นก็ทำการอธิษฐาน และเคารพต้นไม้ต้นนั้นก่อนที่จะปล่อยมือออกจากผ้า หลังจากนี้เมื่อมีคนผ่านมาเห็นต้นไม้ต้นนี้ก็จะรู้แล้วว่าห้ามทำลาย ต้องปกป้องรักษาต้นไม้เอาไว้ เป็นวิธีการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีมากๆ 👍


13.30 PM กลับชุมชน เตรียมตัวออกเดินทางกลับ

กลับชุมชนทางเดิม วิธีเดิม เสียวรอบสองจ้า นั่งลุ้นไปยาวๆเช่นเคย

หลังจากที่กลับถึงชุมชนก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ทว่าก็มีเหตุการณ์น่าสะพรึงเกิดขึ้น เมื่อเท้าของเพื่อนเราเลือดไหลไม่หยุด ตอนแรกนางก็งงว่าทำไมไม่หยุดไหลซะที จนกระทั่งเห็นทากดูดเลือดเกาะรองเท้าเท่านั้นแล่ะ นางเกือบกรี๊ดเลยจ้า ยังดีที่มีคนช่วยเอาเอาทากที่เกาะรองเท้าไปเผาให้มันหลุด แล้วยังเอายาสูบมาโปะบนแผลให้ถึงค่อยๆหยุดไหล  ครั้งแรกในชีวิตนางเค้าล่ะ 😂

เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากโดนตัวอะไรเกาะหรืออยากป้องกันตัวเองจากทุกสรรพสิ่งแนะนำว่าก่อนจะเข้าป่า ให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้นทับด้วยขายาว และรองเท้าผ้าใบ แต่ถ้าจะให้ดีก็เตรียมรองเท้าบู๊ทกันน้ำไปจะดีที่สุด ถ้ากลัวรองเท้าผ้าใบเปียกอะนะ 


14.30 PM แวะกินขนม Tubtieng Old Town Cafe & Bistro ก่อนกลับ

ก่อนไปสนามบินยังพอมีเวลา เลยแวะหาอะไรกินกันก่อนที่คาเฟ่สไตล์คูลๆ ชื่อว่า Tubtieng Old Town Cafe & Bistro

หน้าร้านมีเวสป้าให้แวะถ่ายรูปได้จ้า

ภายในร้านตกแต่งสไตล์วินเทจๆหน่อย ร้านจะออกโทนเก่าๆ แต่ก็ดูเท่ดี มีมุมถ่ายรูปสวยๆเยอะอยู่

เพื่อนเราสั่งขนมมาลองกิน 4 เมนู มีเค้กเมืองตรัง, ขนมโก๋, เขาควาย,แล้วก็ขนมม่อหลาว หรือเรียกอีกอย่างว่าขนมงาพอง จากทั้งหมดที่ชิมมา เค้กเมืองตรังกับม่อหลาวอร่อยสุดละ อีกสองอย่างหวานละก็แห้งไปหน่อย

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเซย์บ๊ายบายเมืองตรัง กลับกรุงเทพโดยการนั่งเครื่องบินจากสนามบินเมืองตรังกลับไปดอนเมืองจ้า 


บอกเล่าความประทับใจ

บอกเลยว่าประทับใจทริป 2 วัน 1 คืน ที่ชุมชนล่องแก่งบ้านเขาหลัก จังหวัดตรังมากกก ❤️ ทุกคนอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง ระบบของชุมเป็นระเบียบ เรียบร้อย และสะอาดมาก คนในชุมชนคือต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ เลี้ยงดูปูเสื่อรับรองนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมเยียนชุมชนได้เป็นอย่างดี 👍 ทุกคนยิ้มแย้ม แจ่มใส มีน้ำใจกว้างขวางยิ่งกว่ามหาสมุทรไปอีกก อาหารอร่อยแบบห้าดาวไปเลย ⭐️ ⭐️ ⭐️ ⭐️ ⭐️ แล้วแต่ละกิจกรรมก็สนุกแบบคาดไม่ถึงมาก อย่างล่องแก่งพอรู้ว่าไม่ใช่แบบลุยๆ ก็คิดว่าคงจะไม่มีอะไร แต่ก็สนุกแล้วก็เพลินกว่าที่คิดไว้ อีกอย่างที่คาดไม่ถึงสุดๆก็คือทริปเข้าป่า จะไม่มีวันลืมเลยจริงๆ 🤣🤣 หายสงสัยละว่าทำไมถึงได้รางวัลชุมชนยอดเยี่ยมดีเด่นแห่งปี 😁

ถามว่าถ้าจะให้มาจะมาอีกมั้ย? จากใจเลยนะคือ มาแน่นอนนนนนแล้วครั้งหน้าจะนอนแบบโฮมสเตย์ด้วยย ไม่พลาดแน่นอน!

ก็อยากให้ทุกคนควรลองไปเที่ยวชุมชนล่องแก่ง บ้านเขาหลักที่จังหวัดตรังสักครั้งนึงจริงๆ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นสายเที่ยว สายลุย จะต้องรู้สึกว่าทริปนี้มันปังสุดๆไปเลยยยยยย


ใครที่สนใจอยากลองไปบ้างแล้ว มี Package คุ้มๆ ราคาไม่แพงมาแนะนำจ้าา

ซื้อตอนนี้ราคาพิเศษ แต่จะใช้ตอนไหนก็ได้นะเออ ในเวลาภายใน 1 ปีหลังจากซื้อแล้วจ้า

1. ล่องแก่งบ้านเขาหลัก: ผู้ใหญ่ 200 ต่อท่าน/ เด็ก 100 ต่อท่าน (3-10 ปี)

2. ท่องเที่ยวชุมชนบ้านเขากลักแบบแอดเวนเจอร์ 1 วัน: ผู้ใหญ่ 450 ต่อท่าน/ (อย่างน้อย 5 ท่านขึ้นไป)

3. โปรแกรมท่องเที่ยวชุมชนบ้านเขาหลัก 2 วัน 1 คืน: 1250 บาทต่อท่าน


วิธีการจองทริปชุมชน:

👉จองโปรแกรมเที่ยวชุมชนได้ที่นี่ (FB INBOX)

📲 0979956288

👉จองออนไลน์ราคาพิเศษได้ที่นี้https://affiliate.klook.com/ju...

*จองกิจกรรมล่วงหน้า 7 วันก่อนวันเดินทางโดยติดต่อแจ้งทางชุมชนที่เบอร์ 0824204691 (ผู้ใหญ่สวัสดิ์)

📌https://goo.gl/maps/F61wCujZWt29ydWt5


แนะนำวิธีเดินทางมาเที่ยวที่ชุมชนล่องแก่งบ้านเขาหลัก จังหวัดตรัง:

✈️เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา แนะนําให้นั่งเครื่องบินจากดอนเมืองมาลงที่ตรังเลย เลือกนั่งไฟลท์ช่วงเช้าประมาณชั่วโมงนิดๆก็ถึงแล้ว ถ้ามาถึงตรังแล้ว มากันหลายๆคน แนะนําว่าให้เช่ารถมาขับกันเอง สะดวกสุดๆ

🚌ถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ เช่ารถตู้ก็สะดวกนะ เจ้านี้

⭐️Atom travel & tour

0833956042

2500/ 10 ชั่วโมง (รวมค่านํ้ามัน)

🚌หรือจะนั่งแท็กซี่จากสนามบินเข้าไปตัวเมือง นั่งสองแถวเส้นทางตรัง-นํ้าผุด ไปลงที่ชุมชน (ค่าสองแถว 70 บาท)


FACEBOOK

www.greanyduo.com

YOUTUBE

PANTIP

INSTAGRAM

TWITTER

ความคิดเห็น