รถเต่าๆ กับเขา4ลูก ขับมอเตอร์ไซร์เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว รีวิวโดย เที่ยวต่อไม่รอแล้วนะ :Travelstyle

สวัสดีครับผมชื่อโด่ง ทริปนี้เป็นทริปแรกของผมที่จะเริ่มเดินทางคนเดียว จนทำให้ทุกวันนี้มีมีรีวิวตามมามากมาย ฉนั้นวันนี้จะมารีวิวการท่องเที่ยวช่วงวันหยุด และต้องไปคนเดียว จะสนุกและผจญภัยแบบไหน ฝากติดตามด้วยนะครับ   โดยแต่ล่ะสถานที่จะเป็นสถานที่ยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวชอบไปกัน และผมจึงไม่พลาดที

รถเต่าๆ กับเขา4ลูก ขับมอเตอร์ไซร์เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว

รถเต่าๆ กับเขา4ลูก ขับมอเตอร์ไซร์เที่ยวเชียงใหม่คนเดียว

 วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 21.40 น.

 วันที่เดินทาง 10 ธ.ค. 2563


สวัสดีครับผมชื่อโด่ง ทริปนี้เป็นทริปแรกของผมที่จะเริ่มเดินทางคนเดียว จนทำให้ทุกวันนี้มีมีรีวิวตามมามากมาย ฉนั้นวันนี้จะมารีวิวการท่องเที่ยวช่วงวันหยุด และต้องไปคนเดียว จะสนุกและผจญภัยแบบไหน ฝากติดตามด้วยนะครับ   โดยแต่ล่ะสถานที่จะเป็นสถานที่ยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวชอบไปกัน และผมจึงไม่พลาดที่จะตามรอย  งั้นมาเริ่มเลยดีกว่า

ยานพาหนะของเรา คือ น้องเต่าคันนี้....คือเวสป้า  / ส่วน 4 เขา คือ ม่อนแจ่ม - เชียงดาว - อ่างขาง - ดอยหลวงห่มปก

 วันแรก  เริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ไป ที่ม่อนแจ่มก่อนเลย   โดยออกเดินทาง 6 โมงเช้ามุ่งหน้าสู่ม่อนแจ่ม   ม่อนตะวัน  และม่อนอิงดอย

ซึ่งมุมม่อนแจ่ม ที่เราๆเคยเห็นไม่ค่อยสวย เนื่องจากคนเยอะ เราเลยเดินทางไปม่อนล่อง วิวก็ในภาพเลย

ซึ่งเราก็นอนม่อนแจ่มคืนแรก หากเอาเต็นท์ไปเอง เสียค่ากางเต็นท์คนล่ะ 150 บาท  (เขาลูกที่หนึ่ง)

ส่วนค่าอาหาร บริเวณนั้นราคาอยู่ที่ 40-50 จาน หากเป็นร้านค้าบนยอดดอยราคาจะสูงถึง 100-150 บาทต่อจาน

มีเครื่องทำน้ำอุ่น  มีร้านค้า มีไฟฟ้า  และสามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆได้ ก่อน 22.00 (หลังจากนั้นห้ามเสียงดัง)

วันที่สอง เรามุ่งหน้าไปเชียงดาว โดยระยะทางจากม่อนแจ่มไปเชียงดาว ประมาณ 71 km ซึ่งเราก็แวะสถานที่ยอดฮิตอีกเช่นเคย......ถ้ำเชียงดาว

และมีสถานที่หนึ่ง ที่มีอยู่ในแผนอยู่แล้ว แต่ระยะทาง+เส้นทาง คนเลยไม่นิยมไป555 นั่นคือบ้าน........ระเบียงดาว....(นอนหลักร้อย วิวหลักร้าน) เราสามารถนอนที่นี้ได้ ด้วยการสั่งจอง แล้วมาเช็คอิน ราคาคืนล่ะ 500 ต่อคน/คืน และเดินขึ้นไปอีกนิดก็เจอระเบียงของบ้าน วิวดอยหลวง  
เราสามารถนอนบ้านวิวดอยหลวงได้ ด้วยการสั่งจอง แล้วมาเช็คอินเหมือนบ้านระเบียงดาวเลย (เขาลูกที่2)
หากใครสนใจนอนเต็นก็สามารถนอนได้ ด้วยราคา 350 บาท ต่อคน/คืน / หากนำเต็นท์มาเอง 300 บาท ต่อคน/คืน

แล้วเราก็เดินทางกลับ เพื่อเดินทางไปอ่างขางต่อ แต่ระหว่างทางก็พบค่ำแล้ว เลยแวะพัก ที่น้ำพุร้อนโป่งอ่าง ค่ากางเต็นท์+ค่ามอไซร์ รวม 70 บาทต่อคน/ครั้ง

สิ่งอำนวยความสะดวก มีผ้าห่ม ที่รองนอน ไฟฟ้า แล้วบ่อแช่น้ำร้อน ที่ทำเอาเราไม่ควรพลาด มีเจ้าหน้าที่อุทยานที่ใจดี    อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยด้วย

ถ้าไม่มีน้ำอุ่นแบบนี้ แทบไม่ต้องอาบน้ำ หนาวมากก   พอเช้าเราก็ไปเดินทางมุ่งหน้าไปอ่างขาง ระหว่างทางก็แวะอีก พักรถบ้าง   ทานอาหารระหว่างเส้นทางที่ไป

พักไปพักมา เราก็มาถึงอ่างขางจนได้ เราเลยแวะถ่ายรูป แล้วขึ้นไปหาจุดกางเต็นท์ (เขาลูกที่3)

โดยเลือกกางเต็นท์ตรง ลานของหมู่บ้านขอบด้ง ซึ่งจะติดกลับวิวที่คนนิยมขึ้นมาดูพระอาทิตย์

พอค่ำมาก็มีชาวบ้านที่มาดูแลรักษาความปลอดภัย เขามาพูดด้วย เล่นด้วย เพิ่มไม้ในกองไฟให้ด้วย

พอรุ่งเช้า เราก็ได้ยินเสียงนักท่องเที่ยว เสียงดังรีบมาดูพระอาทิตย์ขึ้น

โดยค่ากางเต็นท์ราคา 70 บาท/คน/คืน แล้วค่าผ้าห่ม 50,80,100 บาทตามไซร้
พอเสร็จจากกางเต็นท์ เราก็ออกไปทานข้าว ที่อยู่ใกล้ๆ ราคาอยู่ที่ 40 บาทถึง100บาท

พอค่ำมาก็มีชาวบ้านที่มาดูแลรักษาความปลอดภัย เขามาพูดด้วย เล่นด้วย เพิ่มไม้ในกองไฟให้ด้วย


พอรุ่งเช้า เราก็ได้ยินเสียงนักท่องเที่ยว เสียงดังรีบมาดูพระอาทิตย์ขึ้น  เราก็รีบตาม555 วิ่งไปขนของ หอบเสื่อ หอบผ้า เดินตามหวังจะไปจองที่สวยๆ
และแล้ว แสงอรุณของเช้าวันใหม่  ก็ค่อยๆออกมม

พักดูดอกไม้บ้าง

เจ้าหนุ่มน้อย ก็ออกมาช่วยแม่ และพี่ชาย ตำข้าวแต่เช้าเลย เดินมาสักนิด ก็เจอหมูน้อย....เฮ้ย หมาน้อย


และแล้วก็ออกเดินทางไปสุดท้าย คือ ดอยหลวงผ้าห่มปก  ทางขึ้นนี่ แสนโหดมาก ไม่แนะนำเอามอเตอร์ไซร์ขึ้น ขาขึ้นไม่เท่าไหร่ ขาลง แทบตกเขา 2-3 รอบ(อันตรายมาก)

บรรยากาศ สงบ เรียบง่าย พอเพียงมากๆ

พอมาถึงจุดชมวิว ก็มีพี่ๆชาวบ้าน เอาแอปเปิ้ลป่ามาให้ กิน555 งงใหญ่เลย??? เป็นไงหว่า..?? 

พอมาถึง เราก็รีบเร่งกางเต็นนอน ซื้อผ้าห่ม และแผ่นรองเพิ่ม เพราะอากาศเริ่มหนาวเหน็บ ค่าใช้จ่ายค่าเข้าคนล่ะ45 บาทต่อคน ค่าผ้าห่ม30-50 แผ่นลอง20 ค่าอาหารอยู่ที่ 40-60 นับว่าไม่แพง

หลังจากนั้นก็เริ่มนอน บน (เขาลูกที่ 4)


ถึงเวลาออกไปดูพระอาทิตย์ ต้องตื่นตี3.30 เพื่อเริ่มเดินไปดูพระอาทิตย์ระยะทาง 3.5 km แต่ทำไมเหมือน 40 โลเลย   ทั้งเหนื่อย และล้า แต่ก็สู้ครับวันสุดท้าย ขี่รถขึ้นมาว่าเหมื่อยล่ะ เดินเหมื่อยกว่า
พอมาถึงจุดชมวิว ก็เริ่มตั้งกล้อง ต้องตัว ถ่ายภาพกัน แฉะ.......แฉะ

อากาศตอนนี้อยู่ที่ 5 องศา หนาวมากๆๆ

วิวรอบๆ สวย และคุ้มกับการเดินอันแสนเหนื่อยครับ เลยขอโดดสักนิด


ได้ภาพพอสมควร  ก็เก็บเต็นท์ ลงเขาอันแสนโหด   วิ่งยาว 190 km กลับอ.เมือง เพื่อมาทำงานต่อวันพรุ่งนี้ครับ...โอกาศหน้าจะพาไปเที่ยวอีก  บาย...

ขอแนะนำ
-ทางไปอ่างขาง มี2ทาง ควรไปทาง บ้านอรุโณทัย / เพราะทางไชยปราการทางชัน  อันตราย  ระวังเบรกไหม้ มีอปพร.ควรโบกตลอดโค้ง

ดอยหลวงห่มปก  ทางขึ้นเป็นทางดินแดง หรือดินภูเขา  เส้นทางมีหินขรุขระ  หน้าฝนอาจมีบางย่อมเป็นโคลน  ขาขึ้นไม่ห่วง  ขาลงเกียร์ออโต้ระวังเบรกไหม้  แล้วเบรกไม่อยู่  จะหลุดโค้งเอา รถเก๋งไม่น่าขึ้นได้  เพราะรถกระบะยังแทบไม่ไหว

ติดตามผลงานได้ที่  เพจ https://www.facebook.com/Trave...


ความคิดเห็น