หนึ่งวันที่เชียงราย รีวิวโดย ตะลุยเดี่ยวแบกเป้เที่ยว

ทริปเดินทางในช่วงนี้จะเที่ยวแบบ New normal คือ ใส่หน้ากากเกือบตลอดเวลา ล้างมือบ่อยมาก และจะเว้นระยะห่าง (ถ้าทำได้)  ป.ล.1 รูปเยอะมากๆ ต้องขออภัย  ป.ล.2 รูปทั้งหมดจากกล้องมือถือ ป.ล.3 ถ่ายรูปติดใครมาต้องขออภัยด้วยครับ   ***หากมีข้อมูลผิดอะไรในกระทู้นี้ ขอความกร

หนึ่งวันที่เชียงราย

หนึ่งวันที่เชียงราย

 วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เวลา 03.11 น.

 วันที่เดินทาง 10 ก.ย. 2563

ทริปเดินทางในช่วงนี้จะเที่ยวแบบ New normal คือ ใส่หน้ากากเกือบตลอดเวลา ล้างมือบ่อยมาก และจะเว้นระยะห่าง (ถ้าทำได้) 

ป.ล.1 รูปเยอะมากๆ ต้องขออภัย 

ป.ล.2 รูปทั้งหมดจากกล้องมือถือ

ป.ล.3 ถ่ายรูปติดใครมาต้องขออภัยด้วยครับ

 

***หากมีข้อมูลผิดอะไรในกระทู้นี้ ขอความกรุณาแบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้องด้วยครับ***

ทริปนี้เดินทางวันที่ 10 กันยายน 2563 มีเวลาเดินเที่ยวแค่ในตัวเมืองเชียงรายเท่านั้น เพราะ จองตั๋วแบบไปเช้า - ค่ำกลับ เราออกจากบ้านแบบเผื่อเวลามากๆ ก็เลยทดลองนั่งรถเมล์ไปสนามบินดอนเมืองดูว่ายากง่ายแค่ไหน ออกจากบ้านนั่งรถเมล์ต่อแรกมาลงหัวลำโพง เพื่อมาต่อสาย 29 ที่นี่ พอใกล้ถึงสนามบินดอนเมือง ต้องขอบคุณพี่คนขับกับพี่กระเป๋ารถเมล์ที่แจ้งให้เราลง แถมยังจอดให้ตรงสะพานลอยที่เชื่อมเข้าสนามบินเลย (ปกติจะไม่จอดป้ายสถานีรถไฟดอนเมือง) เราชอบช่วงนี้มากเลย ทุกเที่ยวบินออกตรงเวลามาก

มาถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงรายตรงเวลา ออกจากสนามบินด้วยรถบัสเชียงรายซิตี้บัสในราคา 20 บาท แอร์เย็น นั่งสบาย

มาลงที่สถานีขนส่งแห่งที่ 1 เพื่อต่อรถไปวัดร่องขุ่น ก่อนขึ้นรถมีแทงค์ให้ล้างมือด้วย ชอบมาก ดีงาม

เรานั่งรถพานเพื่อไปวัดร่องขุ่น ค่าโดยสาร 20 บาท เราชอบนั่งรถแบบนี้ คลาสสิคดี

รถไปแบบหวานเย็นใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็ถึงฝั่งตรงข้ามวัดร่องขุ่น ลุ้นสุดก็ตอนข้ามถนนนี่แหละ รถเยอะ ข้ามตามจังหวะสัญญาณจราจร มาถึงวัดร่องขุ่นด้วยความโชคดี แดดดี ฟ้าใสมากๆ เราใจเย็นเสมอที่รอจังหวะถ่ายรูป สรุปเรารอแค่คนเดียวถ่ายรูปเกือบชั่วโมง แต่มันคุ้มค่ามาก สวยกว่าทุกครั้งที่เคยมาวัดร่องขุ่น

ใส่ชุดดำมาวัดขาวมันตัดกันมาก ถ่ายรูปมาสนุกมาก

ผ่านโซนขาวก็มาโซนทองบ้าง

ถึงเวลากลับเข้าเมืองแล้ว พอดีรอบบ่ายเราจองทริปรถรางไว้ ขากลับเดินมาที่แยกเลี้ยวซ้ายไปที่ป้อมรอรถเข้าเมือง ขากลับขึ้นได้ทุกสายที่ผ่านจุดนี้ พอมาถึงสถานีขนส่งไปสอบถามเรื่องรถรางนำเที่ยว ปรากฏว่ามีแค่เราคนเดียว รถรางเลยไม่ออก

เราเลยตัดสินใจเดินเที่ยวเอง จุดแรกที่อยากไปในช่วงบ่าย คือ วัดร่องเสือเต้น หรือ Blue temple ระหว่างทางเราก็พยายามหาร้านเสื้อเพื่อจะซื้อชุดสีขาวให้ตัดกับสีวัด เราเริ่มเดินไปที่ขัวพญามังราย ถ้ามาถึงจุดนี้แสดงว่าไม่หลงทาง

ลงสะพานมาเดินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงรั้วบ้านสีชมพูก็เลี้ยวขวาเดินต่ออีกประมาณ 400 เมตรก็ถึงทางเข้าวัดแล้ว มาถึงพร้อมทัวร์คนไทย 1 บัส เราก็นั่งรออีกเช่นเคย สรุปเรื่องชุดเราหาซื้อสีขาวไม่ได้ ก็สีดำแบบเดิม

ขากลับเดินเส้นทางเดิม พอลงขัวพญามังรายไม่ไปเส้นทางเดิม เลี้ยวขวาที่แยกแรกเพื่อมาที่ศาลากลางหลังเก่า ตอนนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย รอบนี้เวลาไม่ทันไม่ได้เข้าชม

เดินข้ามถนนมาที่วัดพระสิงห์

ออกทางหลังวัด เพื่อเดินต่อมาที่วัดพระแก้ว มาถึงรีบเข้าชมพิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้วก่อนเลย ใกล้เวลาปิดแล้ว

ออกมาสักการะพระแก้วและพระเจ้าล้านทองในพระอุโบสถ

เดินผ่านตลาดเทศบาลทะลุมาที่หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ รอบนี้ได้เก็บภาพช่วงก่อนเปิดไฟอีกครั้ง

เรื่องอาหารการกินเรากินง่ายๆ มื้อเที่ยงเป็นกะเพราเนื้อไข่ดาว เมื่อเย็นก่อนกลับบ้านเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ๊เฮียง

ขากลับรอรถบัสไปสนามบินได้ที่สถานีขนส่งแห่งที่ 1 เลย มาถึงก่อนเวลาพอสมควร ขากลับก็ออกตรงเวลา แต่มาถึงดอนเมืองก่อนเวลา 15 นาที

จบทริปสั้นๆ ง่ายๆ เดินสนุกที่เชียงรายด้วยการเดิน 27,071 ก้าว

ความคิดเห็น