ผจญภัย ดินแดนไดโนเสาร์ ณ หุบป่าตาด รีวิวโดย Pongsiri Bunnak

วันนี้จะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี เมืองรองของประเทศไทยเรานี่เอง สำหรับสถานที่ที่เราภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมาก ก็คือ หุบป่าตาดนั่นเอง หลายคนอาจจะเคยไป และหลายคนอาจจะยังไม่เคยมาเห็นกับตา หรือ อาจจะได้ยินชื่อมาบ้าง วันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสกับตาตัวเองให้ทุกท

ผจญภัย ดินแดนไดโนเสาร์ ณ หุบป่าตาด

ผจญภัย ดินแดนไดโนเสาร์ ณ หุบป่าตาด

 วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เวลา 21.43 น.

 วันที่เดินทาง 9 พ.ย. 2563

วันนี้จะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี เมืองรองของประเทศไทยเรานี่เอง สำหรับสถานที่ที่เราภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมาก ก็คือ หุบป่าตาดนั่นเอง หลายคนอาจจะเคยไป และหลายคนอาจจะยังไม่เคยมาเห็นกับตา หรือ อาจจะได้ยินชื่อมาบ้าง วันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสกับตาตัวเองให้ทุกท่านได้จินตนาการและเห็นภาพไปพร้อมกัน

หุบป่าตาด ตั้งอยู่ อำเภอลานสัก ตำบลทุ่งนางาม จ.อุทัยธานี เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยป่าไม้ที่หายากหบายชนิด เช่น ยมหิน ยมป่า เต่าร้าง คัดเคล้าเล็ก ต้นปอหูช้าง เป็นต้น และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอีกด้วย เช่น ไก้ฟ้า ลิง เลียงผา และนกอีกหลายหลายสายพันธุ์ 

เมื่อขับรถมาถึง จะเจอปากทางขึ้นและจุดขายบัตร เรากับเพื่อนจ่ายไปคนละ 20 บาท และยังได้ไฟฉายคนละอันด้วย คำเตือนก่อนจะขึ้นไปผจญภัยควรใส่รองเท้าผ้าใบ ไม่ควรใส่รองเท้าแตะ เพราะอาจจะโดนสัตว์กัดต่อยได้ และ ควรพกสเปรย์ทากันยุงติดตัวไปด้วย หรือทาก่อนออกเดินทางจะดีมาก

เอาหล่ะ! ไปกันเลย เริ่มแรกก็เดินขึ้นบันไดไปตามทางเรื่อยๆ คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ในการเดินชมธรรมชาติ ท่านจะพบกับต้นตาดขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นที่ แวดล้อมไปด้วยหินงอก หินย้อย นับไม่ถ้วน แต่ก่อนจะไปถึง จะเจอกับปากถ้ำที่จะพาเราไปพบกับดินแดนจูราสสิคอีกฝั่งหนึ่งของถ้ำ (ไม่ได้ถ่ายภาพบรรยากาศภายในถ้ำมากลัวพี่ๆค้างค้าวจะตื่นมาเล่นกับเรา) เอาภาพนอกปากถ้ำไปแทนนะครับ

มาถึงปลายทางออกของถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ จะเห็นแสงส่องลงมา และจะพบกับจุดชมวิวที่เขียวที่สุดที่ผมเคยเห็นมา โดยมีพืชตระกูลปาล์ม มีแฉก เจริญเติมโตได้ดีในป่าตาด ไม่ได้มีแค่ต้นตาดเท่านั้น ยังมีต้นกระพง ต้นไทร ขนุนดิน เป็นต้น ที่ปกคลุมตลอดเส้นทางการเดิน เหมือนกับว่านั่งไทม์แมชชีนมาในโผล่ยุคดึกดำบรรพ์ 

ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่เลยก็คือ กิ้งกือมังกรสีชมพู นั่นเอง เป็นสัตว์ที่ค้นพบที่เดียวในโลก น่าเสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้เห็นเจ้ากิ้งกือมังกรสีชมพูด้วยตาตัวเอง เป็นสัตว์ที่มีสีสันสวยงาม แต่รู้หรือไม่ว่า สัตว์ตัวเล็กๆตัวนี้ ที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย ตัวของมันกลับมีพิษที่ไว้ใช้ป้องกันศัตรูจากธรรมชาติ

เดินเข้ามาอีกหน่อยก็จะพบกับถ้ำเปิดรับแสง ตรงนี้บรรยากาศเหมือนย้อนไปในยุคไดโนเสาร์เลยจริงๆ มีทั้งหินงอก หินย้อย และหินปูน ถ้ามาตอนกลางวันแสงกระทบกับหินจะสวยมาก

คาดว่าผู้อ่านน่าจะได้จินตนาการตามและเห็นภาพ เสียดายที่ไม่สามารถลงคลิปบรรยากาศที่ถ่ายเก็บไว้ให้ท่านได้ชมรับชมกันได้ เอาเป็นว่าแค่นี้ก็คงตื่นตาตื่นใจกันไปไม่ใช่น้อย ลากันไปด้วยภาพตอนออกจากถ้ำนะครับ แล้วเดี๋ยวจะมาเล่าประสบการณ์การท่องเที่ยวครั้งหน้าให้อ่านกันใหม่ รอติดตามกันด้วยนะครับ

ความคิดเห็น