"4 คืน 5 วัน" ไปเที่ยวกันเถอะ รีวิวโดย หญิงนุช

"สวัสดีค่ะ" หลังจากที่ได้ห่างหายจากการเที่ยวไปนานเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยนั้น... ในช่วงวันที่ 21 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา ก็ได้ถือว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับเราที่จะได้ออกเที่ยวแบบเต็มที่... จริง ๆ แล้ว การเที่ยวครั้งนี้ไม่ได้วางแผนใด ๆ ทั้งสิ้น ว่าจะไปที่ไหนบ้าง และไ

"4 คืน 5 วัน" ไปเที่ยวกันเถอะ

"4 คืน 5 วัน" ไปเที่ยวกันเถอะ

 วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เวลา 02.27 น.

 วันที่เดินทาง 21 พ.ย. 2563

"สวัสดีค่ะ"

หลังจากที่ได้ห่างหายจากการเที่ยวไปนานเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยนั้น... ในช่วงวันที่ 21 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา ก็ได้ถือว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับเราที่จะได้ออกเที่ยวแบบเต็มที่...

จริง ๆ แล้ว การเที่ยวครั้งนี้ไม่ได้วางแผนใด ๆ ทั้งสิ้น ว่าจะไปที่ไหนบ้าง และไม่รู้ว่าจะไปกี่วันดี...สืบเนื่องมาจากว่า เราต้องเดินทางไปส่งเพื่อนที่อยู่ จ.ชัยภูมิ และจึงได้บอกกับตัวเองว่า "ฉันจะไปเที่ยว" จากนั้นก็ทำการโยนเสื้อผ้ากับกระเป๋ากล้องขึ้นรถ และออกเดินทางไปบ้านเพื่อนในเช้ามืดของวันที่ 20 พ.ย. 63 ทันที

หลังจากทำการส่งเพื่อนกลับบ้านเสร็จแล้ว คืนวันที่ 20 พ.ย. 63 เราก็นอนบ้านเพื่อนที่ อ.หนองบัวแดง 1 คืน และเช้าวันที่ 21 พ.ย. 63 ก็ป็นวันที่เริ่มเดินทางเที่ยวแบบไม่ได้เตรียมตัวของเรา ซึ่งคืนนั้นก็ได้นอนคิดไว้แล้วว่า "เราอยากไป จ.เลย" เพราะยังไม่เคยไป...0

วันที่ 1 : มุ่งหน้าสู่ จ.เลย

เช้าวันที่ 21 พ.ย.63 เริ่มออกเดินทางจากบ้านเพื่อนประมาณ 10.00 น. เพื่อมุ่งหน้าไปยัง จ.เลย ระหว่างทาง เห็นป้ายภูกระดึง ซึ่งอยากขึ้นมานานแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ได้เตรียมตัวมาแม้แต่น้อย ขอแวะเข้าไปเยี่ยมชมอุทยานด้านล่างเฉย ๆ ก็แล้วกัน

หลังจากเดินรอบ ๆ บริเวณด้านล่างเพื่อสำรวจสถานที่ ก็ได้แวะถ่ายรูปกับป้ายเก็บเป็นที่ระลึกซะหน่อย และบริเวณด้านล่างก็มีผาหล่มสักจำลองไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปด้วยนะคะ แต่เราไม่ได้ถ่ายมา เพราะขี้เกียจรอคิว อีกอย่างคืออยากขึ้นไปถ่ายกับของจริงมากกว่า ไว้ปีหน้าไม่พลาดแน่นอน...ภูกระดึง !!!

ระหว่างที่เดินสำรวจบริเวณดด้านล่างภูกระดึง ก็ได้คิดวางแผนว่า คืนนี้จะไปนอนที่ "เชียงคาน" และสิ่งที่เป็นกังวลคือเรื่องที่พัก เพราะเราไม่ได้จองไว้เลย และอีกอย่างเป็นช่วงวันหยุดยาวด้วย เต็มทุกที่แน่ ๆ ตัดสินใจไปหาข้างหน้า ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ล้อหมุนสู่เชียงคานทันที...

ด้วยความที่เดินทางแบบไม่เร่งรีบ พักบ้าง แวะทานข้าวบ้าง เราก็มาถึงเชียงคานตอนประมาณบ่ายสอง ก็ได้ทำการหาที่พัก เราใช้วิธีการดูใน google map ว่ามีที่พักตรงไหนบ้าง แล้วก็หาเบอร์โทรสอบถาม โดยเลือกที่จะไม่พักแถวถนนคนเดิน เพราะน่าจะเต็มทุกที สุดท้ายได้ที่พักแถว ๆ ทางไปภูทอก ซึ่งราคาอยู่ที่ 1,300 บาท ไม่รอช้า รีบเก็บกระเป๋าเข้าห้อง ขอนอนพักเอาแรงก่อนดีกว่า...

หลังจากตื่น ก่อนที่จะไปถนนคนเดิน เราไปที่ "แก่งคุดคู้" ก่อน เพื่อชมวิวแม่น้ำโขง... สำหรับที่นี่ก็มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกและของฝาก แถมบรรยากาศช่วงเย็นก็ดีมาก ๆ มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะดี ที่นี่มีบริการนั่งเรือชมแก่ง แถมช่วงที่เราไป น้ำน้อย สามารถลงไปถ่ายรูปบริเวณหาดด้านล่างได้อีกด้วย...

หลังจากที่ถ่ายรูปเสร็จ เราก็จะไปหาของกินที่ถนนคนเดินเชียงคาน ขอบอกเลยว่า... หาที่จอดรถยากมาก และพอไปถึงถนนคนเดิน เราไม่ได้ถ่ายรูปมาเลย เพราะคนเยอะต้องเดินเบียดเสียดกันมาก ร้านข้าวคนเยอะแทบทุกร้าน เดินต่อไปไม่ไหวแล้ว ได้ครึ่งทางเลี้ยวกลับทันที เรารีบหาของกินแล้วกลับที่พัก เตรียมตัวนอน เพราะตอนเช้าเราจะไป "ภูทอก"

วันที่ 2 : เราจะไปนอนที่ภูเรือ

เช้าวันที่ 2 แอบตื่นสาย ตื่นมาก็แปดโมงแล้ว รีบอาบน้ำแต่งตัวไปภูทอก เขาว่ากันว่าที่นี่เป็นจุดชมทะเลหมอกของเชียงคาน แต่เราไปสาย ไม่มีหมอกให้ชมแน่นอน... เมื่อไปถึงตีนภูทอก เราต้องจอดรถไว้ แล้วซื้อตั๋วขึ้นรถสองแถวขึ้นไปด้านบน โดยมีค่าโดยสารแค่คนละ 20 บาทเท่านั้น (รวมขาขึ้นไป-ขาลงมา) จากนั้นกระโดดขึ้นรถแล้วจับให้แน่น ๆ เพราะทางขึ้นคดเคี้ยวและชันเล็กน้อย...

ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ก็ขึ้นมาถึงด้านบนของภูทอก ขอบอกเลยว่า มุมสวย ๆ มีให้ถ่ายรูปเยอะมาก เราไม่เจอทะเลหมอก เพราะสายมากแล้ว มีแค่บาง ๆ ให้เห็นเท่านั้นเอง...

เมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็ขึ้นรถเพื่อลงมาที่เดิมได้เลย และบริเวณตีนภูก็มีตลาดเช้าขายของกินเยอะแยะมากมาย เช่น ข้าวจี่ กาแฟ โจ๊ก ไข่กระทะ ข้าวเปียกเส้น ฯลฯ และอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ต้องกลัวอดกันเลยทีเดียวเชียว...

เมื่อทานข้าวเช้าเสร็จ เราเดินทางไป sky walk เชียงคาน แต่เมื่อไปถึง คนรอต่อคิวขึ้นสองแถวไปด้านบนเยอะมาก เราเลยตัดสินใจว่า ไม่ขึ้นดีกว่า ไว้คราวหน้าก็ได้ กลับรถออกมาทันที คิดหาเป้าหมายต่อไป ตกลงกันได้ว่าจะไปนอนที่ภูเรือ...ไม่รอช้า มุ่งหน้าสู่ภูเรือเลยจ้า

ระหว่างทาง เห็นป้ายเขียนว่า "ห้วยกระทิง" ก็เลยอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ตัดสินใจเลี้ยวรถและขับเข้าไป ไม่ไกลก็ถึง... ห้วยกระทิงจะเป็นอ่างเก็บน้ำที่บรรยากาศดีมาก และที่นี่ยังมีให้บริการล่องแพด้วย เราเลยตัดสินใจทานมื้อเที่ยงที่นี่ โดยสั่งไปทานบนแพ ซึ่งจะมีเรือพาแพของเราไปปล่อยกลางน้ำ และค่าแพอยู่ที่ 350 บาท ไม่จำกัดเวลาสามารถอยู่ได้นานเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ...

หลังจากทานข้าวเสร็จเรียบร้อยก็มุ่งหน้าสู่ "ภูเรือ"... ถึงภูเรือเวลาประมาณบ่ายสี่โมงเย็น หาที่พักได้ในราคา 600 บาท อยู่ทางเข้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ... ที่นี่จะมีเทศกาลตินคริสต์มาสเปิดให้ชมกัน (ตอนเราไปยังไม่เปิดงานอย่างเป็นทางการค่ะ) และตอนกลางคืนก็จะมีไฟประดับสวยงามให้ได้ถ่ายรูปกันด้วยค่ะ...

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ก็ไปทานข้าว และกลับที่พัก หาข้อมูลว่าวันต่อไปเราจะไปไหนดี จากนั้นก็เตรียมตัวนอนเพราะตอนเช้าเราจะขึ้นไปยอดภูเรือเพื่อดูหมอกกัน ...

วันที่ 3 : เราจะไปภูหินร่องกล้า

เช้าวันที่ 3 เรารีบตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อที่จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ไม่รอช้ารีบอาบน้ำแต่งตัว ออกจากที่พักและขับรถไปที่อุทยานทันที... เมื่อไปถึงด้านในอุทยาน จะมีบริเวณให้เราจอดรถไว้ และมีจุดบริการรถสองแถวเพื่อส่งเราไปที่ยอดภูเรือ ค่าโดยสารจะอยู่ที่คนละ 10 บาท (ไป-กลับ 20 บาท)... จ่ายเงินค่าโดยสารเสร็จ กระโดดขึ้นรถได้เลยค่ะ...

พอมาถึงยอดภูเรือ สภาพอากาศวันนี้หมอกลงฟุ้งกระจาย ลมแรงมาก หมอกไม่ฟูเหมือนที่เราเคยเห็นที่ภูทับเบิกเลย แถมลมแรงอีกต่างหาก อากาศก็กำลังดีประมาณ 15 องศา ไม่หนาวมากเท่าไหร่... ช่วงแรก ๆ ที่ขึ้นมาแทบมองไม่เห็นดวงอาทิตย์เลยค่ะ เพราะหมอกหนามาก แต่พอสาย ๆ หน่อยก็เริ่มจางไป... ที่ยอดภูเรือมีที่ให้ถ่ายรูปเยอะมาก ถ่ายกันให้เพลินไปเลยค่ะ...

รูปนี้เป็นรูปที่เราแอบถ่ายพี่ 2 คนนี้ค่ะ ... ขออนุญาตพี่เค้าด้วยนะคะ ขอลงรูปนี้ ชอบรูปนี้มากจริง ๆ ค่ะ

และมุมที่สวยอีกมุมคือถ่ายกับต้นสนค่ะ ใครที่มาก็ไม่ควรพลาดเลยนะคะ

หลังลงมาจากยอดภูเรือแล้ว ก็ทานข้าวเช้าบริเวณที่เราขึ้นรถสองแถวได้เลยนะคะ...เราทานข้าวเสร็จก็ออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่ "อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า"...

เรามาถึงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเวลาประมาณบ่ายสามโมง เป้าหมายของเราคือไปลานหินปุ่ม เมื่อมาถึงบริเวณลานจอดรถ จะมีทางให้เดินไปลานหินปุ่มค่ะ โดยมีระยะทางไปกลับประมาณ 2.7 กิโลเมตร ซึ่งมีจุดที่เป็นไฮไลต์ 2 จุดด้วยกันคือ ผาชูธงและลานหินปุ่มค่ะ ขอบอกว่าสวยมาก ๆ เลยค่ะ...

เมื่อเดินกลับจากลานหินปุ่ม เราก็ลงมาหาที่พักแถว ๆ อ.นครไทย เพื่อพักผ่อนและเตรียมตัวเดินทางในวันต่อไป...

วันที่ 4 : เราจะไปทุ่งแสลงหลวง

เช้าวันที่ 4 ตื่นสายได้ เนื่องจากเมื่อวานเดินเยอะ วันนี้เลยได้ออกเดินทางประมาณ 10 โมง และมุ่งหน้าไปยัง "อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง" เพื่อไปทุ่งหญ้าสะวันนา... และหลังจากที่ได้ศึกษาเส้นทางเข้าอุทยานแล้ว เราจะต้องไปเข้าที่ ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ ไม่รอช้า รีบเดินทางไปเขาค้อทันที

มาถึงเขาค้อประมาณเที่ยง เดินทางต่อไปหนองแม่นา ถึงทุ่งแสลงหลวงประมาณบ่ายโมง พอมาถึงก็ไม่รอช้า รีบถ่ายรูปกับทุ่งหญ้าสะวันนากัน....

จริง ๆ ยังมีทุ่งนางพญาที่เข้าไปได้อีก แต่ด้วยรถเราเป็นรถเก๋ง จึงไม่ได้ไปต่อ เราจึงออกมาทานข้าวและไปที่พักที่เราจองไว้ ตอนแรกว่าจะไปเที่ยวทุ่งกังหันลมต่อ แต่ทางขึ้นมันน่ากลัวสำหรับเรา ไม่สามารถขับรถไปต่อได้จริง ๆ เลยไปที่วันพระธาตุผาซ่อนแก้ว พอไปถึงคนก็เยอะมาก รถติดยาวมาก เลยกลับรถเพื่อกลับที่พัก ตกเย็นมาจัดหมูกระทะหน้าที่พักพร้อมกับรับลมเย็น ๆ และพักผ่อน เตรียมตัวกลับบ้านในวันต่อไป...

วันที่ 5 : เราจะกลับบ้านแล้ว

เช้าวันที่ 5 รีบตื่นมาแต่เช้า อาบน้ำ ทานข้าวและรีบเดินทางแต่เช้าเพื่อที่จะไปวันพระธาตุผาซ่อนแก้ว หลังจากที่เมื่อวานคนเยอะไปไม่ถึง... เราถึงวัดประมาณแปดโมงครึ่ง คนก็เยอะประมาณหนึ่ง แต่รถไม่ติดเหมือนเมื่อวาน...สุดท้ายเราก็ไปถึง "วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว"

หลังจากไหว้พระทำบุญเสร็จ เราก็เดินทางกลับบ้านที่ จ.สระแก้ว เพื่อมาเตรียมตัวทำงานทำการหลังจากที่หนีเที่ยวไปหลายวัน... จริง ๆ แล้วรายละเอียดการเที่ยวแต่ละที่ค่อนข้างเยอะ ถ้าเราเขียนลงในบทความนี้คงจะยาวมาก ไว้มีเวลาว่าง ๆ เราจะลงรีวิวแยกแต่ละที่ให้ได้อ่านเล่น ๆ กันนะคะ

ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะคะ

นี่เป็นรีวิวฉบับย่อ ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

"สวัสดีค่ะ"

-หญิงนุช-

ความคิดเห็น