Veranda High Resort Chiang Mai ประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบ รีวิวโดย Gate1Terminal1

          บอกก่อนนะครับว่าที่นี่เป็นโรงแรมที่ผมฝันจะไปพักสักครั้งมานานแล้ว และผมเป็นสมาชิกบัตร Accor และเมื่อมีทริปไปเที่ยวตะลอนภาคเหนือ เลยไม่พลาดที่จะจัด Veranda High Resort Chiang Mai เข้าไปในโพรแกรมด้วย ที่นี่ไม่ใช่ที่พักราคาถูก จริงๆค่อนไปทางแพงเลยแหละ ตอนนี้โรงแร

Veranda High Resort Chiang Mai ประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบ

Veranda High Resort Chiang Mai ประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบ

 วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 16.17 น.

 วันที่เดินทาง 15 ธ.ค. 2563

          บอกก่อนนะครับว่าที่นี่เป็นโรงแรมที่ผมฝันจะไปพักสักครั้งมานานแล้ว และผมเป็นสมาชิกบัตร Accor และเมื่อมีทริปไปเที่ยวตะลอนภาคเหนือ เลยไม่พลาดที่จะจัด Veranda High Resort Chiang Mai เข้าไปในโพรแกรมด้วย ที่นี่ไม่ใช่ที่พักราคาถูก จริงๆค่อนไปทางแพงเลยแหละ ตอนนี้โรงแรมเข้าร่วมเราเที่ยวด้วยกันด้วยนะครับ จริงๆจะได้ราคาที่ดีกว่าใช้บัตร Accor แต่ผมต้องการเก็บแต้มเลยต้องเลือกใช้บัตร Accor แทน        

โรงแรม Veranda High Resort Chiang Mai เป็นโรงแรมใน M Gallery ซึ่งเป็นระดับ Up scale ซึ่งสูงกว่า Novotel หรือ Mercure ซึ่งโรงแรมที่อยู่ในกลุ่ม M Gallery ยกตัวอย่างในกรุงเทพก็เช่น โรงแรม Vie ตรงสะพานหัวช้าง หรือโรงแรม Muse Bangkok ตรงหลังสวน

          กลับมาที่ Veranda High โรงแรมจะอยู่เชิงดอยสุเทพแต่ค่อนไปทางด้านหลัง เดินทางจากเชียงใหม่ได้ 2 เส้นทางคือใช้เส้นทาง เชียงใหม่-หางดง ถึงแยกสะเมิงเลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 121 ต่อด้วย 1269 ระยะทางประมาณ 9 กม.โรงแรมจะอยู่ขวามือ  หรือใช้เส้นทางรอบเมืองเชียงใหม่ แล้วมาเลี้ยวขวาเข้าถนน 1269 วิ่งไปอีกประมาณ 7 กม. ถ้ามาจากแถวนิมมาน หรือฝั่งสวนสัตว์เชียงใหม่ ใช้ถนนรอบเมืองเชียงใหม่สะดวกกว่า แต่ถ้ามาจากสนามบิน เส้นทางเชียงใหม่-หางดงสะดวกกว่าครับ

          ผมไปจากเชียงใหม่ จอดรถที่ลานจอดรถด้านล่างใต้ต้นไม้ แต่มารู้ตอนกลับว่ามีที่จอดรถใต้อาคารด้วย...รู้ช้าไปหน่อย ใบไม้เต็มรถเลย พนักงานนำรถกอล์ฟมารอรับที่รถ พนักงานรีบนำกระเป๋าขึ้นรถแล้วขับพาไปส่งที่หน้าทางเข้าส่วนต้อนรับ

         ผมไปถึงตั้งแต่ยังไม่เที่ยง ตามสิทธิของบัตร Accor จะได้อัพเกรดห้องพักไปในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งพนักงานแจ้งว่าปรับระดับห้องพักของผมเป็นห้องแบบ Plung Pool Villa แต่ห้องยังไม่ได้ มีตัวเลือกคือจะออกไปเที่ยวข้างนอกก่อนหรือจะรอในห้องพักที่จองไว้ตอนแรก...คงรู้คำตอบนะครับ เลือกนั่งเล่นรอในห้องดีกว่า

          พนักงานขับรถกอล์ฟไปส่งที่ห้อง ซึ่งเป็นแบบ Valley Deluxe Scenery ขนาดห้อง 58 ตรม. ราคาสมาชิก Accor ที่จองไปคือ คืนละ 5,364 บาทรวมอาหารเช้า ขนาดห้องถือว่าใหญ่มากแล้วสำหรับผม เปิดประตูเข้าไปครั้งแรกยังคิดว่าจริงๆห้องนี้ก็โอเคแล้วนะ อาคารห้องพักจะเล่นระดับ 3 ชั้นโดยชั้นล่างสุดจะเห็นวิวนาขั้นบันไดจำลองแบบเต็มตา ส่วนชั้น 2 และ 3 จะได้วิวที่กว้างขึ้น

          ขนาดห้องพักที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้วางเตียงขนาดใหญ่และยังมีที่เหลือเฟือให้วางเดย์เบดได้อีก 1 ตัว และโต๊ะทำงานขนาดย่อมๆอีก 1 ชุดและยังมีที่เหลือให้นั่งๆนอนๆได้อีกสบายๆ สำหรับผมมีเพียงโทรทัศน์เท่านั้นที่ดูจะเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับขนาดห้อง

          ถึงเป็นห้องระดับนี้แต่ก็มีอ่างให้แช่ตัวด้วย แต่ถ้าไม่ชอบแช่ก็มีที่อาบน้ำแบบฝักบัวไว้ให้ด้วยครับ ส่วนสบู่ แชมพูใช้ของ THANN ถ้าดูแบบนี้จะเหมือนว่าห้องนอนกับห้องน้ำไม่มีอะไรกั้น แต่สามารถเลื่อนบานไม้มาปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวได้

          อุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็ครบถ้วนตามมาตรฐานโรงแรมระดับนี้ นอกห้องมีที่นั่งไว้ให้จิบกาแฟชมวิวต้นไม้เขียวๆตอนเช้าได้ และมีบ่อน้ำอยู่ถัดไปแต่เท่าที่ดูไม่ใช่บ่อไว้ให้เล่นครับ ทำไว้ประดับเฉยๆ

          เที่ยงแล้วไปหาข้าวทานกันครับ...สิทธิของบัตร Accor ที่ผมชอบอีกอย่างคือทานอาหาร 2 คนลด 50% นี่แหละทานที่โรงแรมเลยแล้วกัน ผมไปทานที่ร้าน The Higher Room ซึ่งบริการอาหารเช้าด้วย เท่าที่เคยเห็นในรูปที่นี่เหมือนจะเปลี่ยนการตกแต่งเพดานไป เมื่อก่อนจะเหมือนไม้ถักกันไปมา แต่ตอนนี้จะเหมือน...เอ่อ เหมือนดินสอไม้ที่เหลาแล้วเป็นแผ่นๆนั่นแหละครับ ราคาอาหารก็เป็นไปตามระดับของโรงแรมคือค่อนไปทางราคาสูง

          ผมสั่งเนื้อส่วนภรรยาสั่งแซลมอน เนื้อขนาดไม่ใหญ่มากแผ่นไม่หนาย่างมาได้ค่อนข้างดีเป็นมีเดียมแร ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทย โดยรวมรสชาติใช้ได้ครับ ส่วนแซลมอนมาพร้อมกับข้าวกระเทียม แซลมอนไม่แห้งเกินไปซอสรสเปรี้ยวอมหวานเข้ากันดี ตบท้ายด้วยน้ำสับปะรด อิ่มอร่อยในราคาลดแล้วเหลือไม่ถึง 800 บาท คุ้มมากๆ

         อิ่มแล้วก็เดินเล่นเสียหน่อย ชั้นล่างของร้านอาหารเป็นยิมไว้ออกกำลังกาย และมีจักรยานให้เช่าขี่ได้

          เดินดูรอบๆโรงแรมเสียหน่อย สิ่งที่ชอบคือมันเขียวไปหมดเลยครับ สงบและสดชื่นมากๆ การตกแต่งของโรงแรมผสมความเก่าใหม่ ธรรมชาติกับความทันสมัยไว้ด้วยกัน อย่างอาคารโรงแรมเป็นอาคารทันสมัยแต่มีแนวกำแพงเก่าอยู่ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเก่าจริงหรือทำให้เก่า มีศาลาบนเนินเตี้ยๆไว้ชมวิวได้

          ประมาณบ่ายโมง พนักงานก็แจ้งว่าห้องพักได้แล้ว จากนั้นก็ขนของขึ้นรถกอล์ฟแล้วขับลึกเข้าไปด้านใน ห้องพักโซนนี้จะแบ่งเป็นหลังๆ 1 หลังจะมี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องแบบ Scenery Pavilion มีอ่างให้แช่ตัวได้และเห็นวิวมุมสูง ชั้นล่างจะเป็นห้อง Plung Pool Pavilion ที่ผมจะพักคืนนี้ครับ

          ความรู้สึกตอนเข้าห้องมาครั้งแรกคือ "จะใหญ่ไปใหน" ห้องใหญ่มากครับ ถ้านอนคนเดียวผมว่าเหงาอ่ะ Plung Pool Pavilion เป็นห้องขนาด 88 ตรม. ราคาที่ผมดูในเวปสำหรับสมาชิกคือคืนละ 8,000 กว่าบาท ได้อัพเกรดมาแบบนี้คุ้มมากๆ

          ห้องพักจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ หลังเตียงจะเป็นโซนห้องน้ำ(ซึ่งใหญ่มาก) จากนั้นเป็นห้องนอนและด้านหน้าที่ติดกับพื้นที่สวนด้านนอกจะเป็นที่นั่งเล่นและบ่อแช่ตัวอยู่นอกชานอีกที

          ส่วนของที่นั่งเล่นกับส่วนที่นอนจะมีม่านกั้นไว้เผื่ออยากได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น สิ่งที่ห้องนี้ไม่มีเมื่อเทียบกับห้องที่แล้วคือห้องนี้ไม่มีโต๊ะทำงาน อารมณ์ประมาณว่าอยู่ห้องนี้ให้มาพักผ่อนให้เต็มที่ งานวางไว้นอกห้องก่อน

          อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบถ้วน แต่สิ่งที่ไม่ชอบเป็นการส่วนตัวในห้องนี้คือโทรทัศน์เล็กมากถ้าไปนอนดูบนเตียงนี่แทบจะดูไม่รู้เรื่อง ถ้าได้ขนาดที่ใหญ่กว่านี้หน่อยน่าจะดีทีเดียว WIFI ความเร็วใช้ได้ครับดูคลิป FullHD สบายๆ

          หน้าห้องน้ำมีโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ เปิดประตูห้องน้ำที่เป็นบานเลื่อนเข้าไปจะเห็นโต๊ะขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าแบบ His & Her แต่เป็นแบบยืนคนละด้านนะครับไม่ใช่ยืนข้างกัน

          ด้านขวาของห้องเป็นอ่างอาบน้ำ ขนาดใหญ่พอประมาณเลยครับแช่ตัวชมวิวต้นไม้เขียวๆด้านนอกได้ ลึกเข้าไปด้านในเป็นที่อาบน้ำแบบฝักบัว ส่วนด้านซ้ายของห้องน้ำเป็นโถสุขภัณฑ์ที่นั่งชมวิวได้เช่นเดียวกัน แต่ไม่มีประตูปิดนะครับ ถ้ามีใครทำอย่างอื่นอยู่ในห้องน้ำด้วยก็อาจจะเขินๆหน่อย

          เดินกลับไปที่อาคารที่เป็นร้านอาหาร The Higher Room อีกทีครับ ด้านหน้าของห้องอาหารจะเป็นสระว่ายน้ำซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยครับ ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปที่นี่

          วิวสุดยอดเลยครับ ฝั่งตรงข้ามจะเห็นโลหะปราสาทพระธาตุศรีเมืองปง ซึ่งเห็นว่าสร้างมานานแล้วแต่ก็ยังไม่เสร็จ สีขาวโดดเด่นถ้าเสร็จแล้วคงสวยมากๆ นอกจากนั้นก็เป็นวิวภูเขาให้ความรู้สึกโปร่งโล่งมากๆ

          ตัวสระว่ายน้ำเองแบ่งเป็น 2 ฝั่งคั่นกลางด้วยที่นั่งพักผ่อน ด้านซ้ายของสระเป็นสระตื้นสำหรับเด็กซึ่งก็ถือว่าใหญ่พอสมควร ส่วนด้านขวาเป็นสระผู้ใหญ่ลึกน่าจะประมาณ 1.5 เมตร กว้างประมาณ 8 เมตรและยาวประมาณ 25 เมตร ขนาดใหญ่ใช้ได้เลยครับ

          สิ่งที่เป็นข้อควรระวังสำหรับใครที่พาเด็กไปนะครับ สระเด็กกับผู้ใหญ่ไม่ได้กั้นแบบเด็ดขาดสามารถไปถึงกันได้ง่ายๆและสระผู้ใหญ่ถือว่าค่อนข้างลึก ระวังกันด้วยครับ

          มื้อเย็นฝากท้องไว้ที่ห้องอาหาร "ระเบียงชา" เสริฟอาหารไทย ผมสั่งเป็น Set ไปราคา 1,800 บาท ประกอบไปด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารหลัก อาหารก็เป็นอาหารไทยนี่แหละครับ รสชาติไม่ถึงกับมีอะไรโดดเด่น ถือว่าทานได้ครับ

          ทานอาหารเสร็จก็ไปถ่ายรูปตรงพื้นที่ต้อนรับเสียหน่อย ตรงนี้เป็นอีกจุดเด่นของที่นี่ ใครมาก็ต้องถ่ายภาพกลับไปและกลางคืนสวยกว่ากลางวันมากเลยครับ

          เช้าวันต่อมาไปทานข้าวที่ห้องอาหารเดิม ขอนั่งด้านนอกชมวิวอีกสักหน่อย รายการอาหารเช้ามีความหลากหลายตามมาตรฐานโรงแรมระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารหนักๆอย่างข้าวและกับข้าวต่างๆ หรือสลัด ผลไม้ ไข่แบบต่างๆก็มีไว้บริการ

          ทานข้าวเสร็จก็ไปเดินเล่นย่อยอาหารเสียหน่อย เดินกลับไปที่ร้านอาหาร "ระเบียงชา" จะเห็นว่ามีที่นั่งแบบยกระดับอยู่ที่หนึ่งเมื่อคืนมีคนนั่งอยู่เลยอด เป็นที่ๆวิวดีใช้ได้เลยครับและมีห้องปรับอากาศไว้บริการด้วย เดินชมวิวไปเรื่อยๆแล้วก็กลับห้องเก็บของเตรียมกลับซึ่งถ้าไม่มีโพรแกรมอื่นรออยู่อยากจะขออยู่ต่ออีกสักคืน

          Veranda High Resort Chiang Mai เป็นอีกโรงแรมที่เป็นโรงแรมโปรดของผมไปเรียบร้อย สถานที่สวยงามและสงบมาก ห้องพักใหญ่โตถึงแม้จะเป็นแค่ห้อง Deluxe ก็มีเนื้อที่เหลือเฟือ อีกจุดที่ชอบคือพนักงานน่ารักมาก บริการดีและเป็นมิตรมากๆครับ ถ้ามีโอกาศจะกลับไปอีก ใครไปเชียงใหม่ ลองดูที่นี่เป็นตัวเลือกก็ไม่เลวนะครับ ยิ่งเข้าโครงการเที่ยวด้วยกันราคาน่าจะจับต้องง่ายขึ้นครับ...สวัสดีครับ

ความคิดเห็น