ครั้งแรกที่สะพานมอญ สังขละบุรี รีวิวโดย Old bag

ถ้าถามว่าวันหยุดนี้ จะทำอะไรดี ตอบได้ทันทีเลยค่ะว่า.. ออกไปเที่ยวกัน  ! สำหรับทริปนี้ เป็นหนึ่งในทริปวันหยุดยาวของพวกเรานะคะ แต่แอดขอหยิบยกมาแค่ที่นี่ "สังขละบุรี" หนึ่งในอำเภอของจังหวัดกาญจนบุรีที่พูดถึงแล้วไม่มีใครไม่รู้จัก และแอดเชื่ออย่างนึงว่า..ที่ที่แอดจะพาต่อไปนี้  ต้องเป็นหนึ

ครั้งแรกที่สะพานมอญ สังขละบุรี

ครั้งแรกที่สะพานมอญ สังขละบุรี

 วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 15.29 น.

 วันที่เดินทาง 19 พ.ย. 2563

ถ้าถามว่าวันหยุดนี้

จะทำอะไรดี ตอบได้ทันทีเลยค่ะว่า.. ออกไปเที่ยวกัน  !

สำหรับทริปนี้ เป็นหนึ่งในทริปวันหยุดยาวของพวกเรานะคะ แต่แอดขอหยิบยกมาแค่ที่นี่

"สังขละบุรี" หนึ่งในอำเภอของจังหวัดกาญจนบุรีที่พูดถึงแล้วไม่มีใครไม่รู้จัก

และแอดเชื่ออย่างนึงว่า..ที่ที่แอดจะพาต่อไปนี้ 

ต้องเป็นหนึ่งในลิสท์ที่ทุกคนอยากไปเที่ยวด้วย..ใช่มั้ยล๊าา ><

การเดินทาง

ทริปนี้ แอดรวมทีมกับพี่ๆที่ทำงานและแพลนกันเที่ยวหลายๆที่

เราจึงเลือกเหมารถตู้ เพื่อความสะดวกในการเดินทางตลอดทริปค่ะ 

  • ค่าเหมารถตู้(พร้อมคนขับเด้อ) วันละ 1800.-  บาท 
  • ค่าน้ำมัน คิดตามที่ใช้จริงเลยนะคะ 

**ก่อนเดินทางอย่าลืมเตือนให้พี่คนขับเขาเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนนะคะ**

แล้วค่อยทยอยเติมระหว่างทาง(ถ้าไม่พอ) และพอจบทริปก็ค่อยเติมให้กลับมาเต็มถังเหมือนเดิมน่า 

ขอท้าวความนิดนึงเพื่อเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆได้กะเวลาในการเดินทางกันนะคะ!!

พวกเราเริ่มออกเดินทางจากในเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 8:30 น.(เพราะมาพักที่แพแล้วคืนนึงค่ะ)          และแวะเข้าชมน้ำตกเอราวัณกันชั่วโมงเศษๆ โดยแวะทานข้าวเที่ยงเสร็จสรรพ                                              แล้วก็ออกเดินทางไปยังสังขละบุรี ช่วงประมาณบ่ายโมงค่ะ                                                                    เรามาถึงสังขละบุรีประมาณ 4 โมงกว่าๆ 

## จากในตัวเมืองกาญไปสังขละบุรีใช้เวลาเดินทางประมาณ  3 ชม.กว่าๆ

ที่พักของเราคือ ต้องตะวันรีสอร์ท

ซึ่งหาข้อมูลจากเพจของรีสอร์ท แล้วทำการโทรจองกันอีกทีค่ะ


ทาด๊าาาาาาาาาาาาา..   

หลังจากเช็คอิน เก็บของกันเรียบร้อย

ก็เดินออกมาจากที่พักไปที่สะพานมอญเลยจ้า..  (ที่พักห่างจากสะพานประมาณ 300 เมตรนิดๆเองน่า)

บอกเลยว่าบรรยากาศยามเย็นคือดีมากกกกก แสงอาทิตย์ที่กำลังตกกระทบผิวน้ำก็งดงามมากมาย..

งือ..ที่ทำให้อดยิ้มตามไม่ได้ก็คือ เด็กๆที่นั่งรอต้อนรับนักท่องเที่ยวและมาขอปะแป้งนี่เลยค่ะ

น่ารัก น่าตีเลยแหละ 555+ บางทีถ่ายๆ รูปอยู่น้องวิ่งมาแย่งซีนด้วย 

โอ๊ย..จับถ่ายรูปด้วยกันได้เลยจ้า.. 

     

ช่วงหยุดยาวแบบนี้ คนเยอะก็ถือว่าปกติจ้า !!!!

   แล้วพวกเราก็เดินถ่ายรูปกันเพลินจนมืดค่ำ จากนั้นก็ได้ไปติดต่อกับร้านค้าร้านนึงเกี่ยวกับกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้ค่ะ

โดยเขาจะมีกิจกรรมให้ทำบุญ ตักบาตรในช่วงเช้า และนั่งเรือชมวัดด้วยนะคะ

  • เช่าชุดมอญ คนละ 100.- บาท
  • นั่งเรือชมวัดแบบเหมา 1 วัด = 300 บาท และ 3 วัด = 500 บาท โดยนั่งไม่เกิน 6 คน/ลำ


      เช้าวันรุ่งขึ้น..เราก็ตื่นกันตั้งแต่ตีห้า

แล้วเดินไปยังสะพานไม้เลยจ้า ไม่รอช้ารีบเข้าไปที่ร้านแล้วเปลี่ยนชุดมอญทันทีจ้ะ

แอบบอกนึดนึงว่า ตอนแรกก็เกี่ยงกันไม่มีใครจะแต่งชุดมอญนะ

แต่พอมาเจอชุดในตอนเช้าก็.. อยากใส่ขึ้นมาทันเลยเลยค๊าาาาาา ><

งู้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย

อากาศคือหนาวเย็น.. กำลังดีเลยจ้า !!

หลังจากทำบุญตักบาตรเสร็จ เราก็ออกมาชมบรรยากาศบนสะพานกันต่อ 

แล้วก็เดินไปตามสะพานเพื่อไปอีกฝั่ง ซึ่งเป็นฝั่งพม่านั่นเองค่ะ

ในภาพเป็นฝั่งพม่านะคะ

เดินต่อไปอีกก็เป็นตลาดเลยจ้า คนเยอะมากกกกก

ซึ่งพวกเราจะลงเรือเพื่อไปชมทั้ง 3 วัด เลยเดินเลี้ยวซ้ายมือ แล้ววกกลับลงไปท่าเรือจ้า

จะเป็นยังไงนั้น.. ตามไปดูกันเลยจ้า ><

และนี่ก็คือวิวท่ามกลางหมอกในยามเช้า  งือ..ดีมากกกกกกกกก (ก.ไก่ล้านๆตัว)

สำหรับวัดแรกก็คือ วัดวังก์วิเวการาม(วัดเก่า) หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2496 ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่จมใต้น้ำ

ว่ากันว่า..วัดทั้ง 3 ทำมุมเป็น 3 เหลี่ยมครอบจุดบรรจบของแม่น้ำทั้งสามสาย หรือที่เรียกว่า "สามประสบ" นั่นเองค่ะ

วัดที่ 2 คือ วัดสมเด็จ(เก่า) ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ตรงข้ามเมืองบาดาล สร้างโดยพระครูวิมลกาญจนคุณเจ้าคณะตำบลหนองลู เป็นวัดที่ไม่ได้จมน้ำ แต่ถูกทิ้งร้างเมื่อตอนที่ย้ายอำเภอสังขละบุรี                          โดยวัดนี้ จะต้องเดินขึ้นบันไดไปนิดนึง (แต่แอดว่าไม่นิดนะคะ หอบแฮ่กๆเลย 555+)

ข้างบนก็จะเป็นอุโบสถและภายในโบสถ์จะมีพระพุทธรูปให้สักการะด้วยนะคะ

ระหว่างรอเพื่อนๆเข้าไปข้างใน แอดขอเดินแอคให้ถ่ายรูปรอบๆ ก่อนละกัน ^^

ส่วนวัดที่ 3 ก็คือ วัดศรีสุวรรณ(เก่า) เป็นวัดของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งนอกจากวัดเก่าที่จมใต้น้ำก็จะมีวัดศรีสุวรรณนี้ เป็นอีกวัดที่จมอยู่ใต้น้ำเช่นกันค่ะ  พี่คนขับเรือเล่าว่า ถ้ามาช่วงที่น้ำลด วัดนี้ก็จะสามารถเดินลงไปได้เลย ..

หลังจากชมวัดครบทั้ง 3 วัด เราก็ให้พี่เขาส่งที่ท่าเรือฝั่งไทย แล้วก็ไปถ่ายรูปเก็บภาพกันต่อจ้า

เอาเป็นว่า..ใครที่อยากได้วิวบนสะพานแบบไม่มีคนเดินไปมาในเฟรมของเรานั้น จังหวะนี้เลยค่ะทุกคน!!

แปดโมงเป็นต้นไปนี่คือ..แดดออก อากาศก็เริ่มร้อน คนก็จะเริ่มน้อยจ้า

แต่ต้องสู้กับแดดกันหน่อยน๊าาาาาาาาา ><

ไหนว่าคนน้อยไง.. แอดก็รอๆ วนๆไป จนเขาเดินผ่านไปหมดก่อนแหละ 555

เหมือนจะง่วง..ตื่นเช้าไปหน่อย คิคิ ><

ท๊าดาาาาาาาาาาาาาาาาา

รูปนี้คือได้ ได้ละ ภูมิใจละ!! 

เป็น 1 ใน ร้อยกว่ารูปที่ถ่ายกันมุมนี้ เพราะกว่าจะถ่ายออกมาแล้วให้ไม่เห็นคนเดินไปมา (คือ..ยากกก><)

เอาเป็นว่า..พอใจแล้ว อากาศก็เริ่มร้อนมากๆ ที่สำคัญหิวค่ะ เอิ้กๆๆๆ

พอเก็บภาพกันจนพอจิตพอใจกันแล้วนั้น และด้วยความที่พวกเราก็ต้องเดินทางไปที่อื่นๆต่อ

ก็ไม่รอช้า เผื่อเวลากันกลับไปนอนเก็บแรงก่อนด้วย เลยเริ่มเดินกลับที่พักกันเลยจ้า

ส่งท้ายด้วยภาพนี้ .. (เขิลลลลลล ^^)

    สำหรับการเที่ยวในสังขละบุรีครั้งแรกนี้ ถือเป็นเรื่องน่าประทับใจมากกกกก

เพราะฉะนั้น ใครที่ยังลังเลว่าจะไปดีมั้ย..แอดตอบเลยว่า "ไปเถอะค่ะ" 


แต่ละที่จะมีความโดดเด่นและได้ความรู้สึก ที่แตกต่างกัน

ถึงจะเป็นภูเขาเหมือนๆกัน หรือทะเลเหมือนๆกัน เชื่อเถอะค่ะ

ฟิลลิ่งที่ได้.. It's totally different. ค่าาาาา 



ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ

ติดตามบทความต่อๆไป เรื่อยๆน่า ^^

#Oldbag

ความคิดเห็น