เขาสันแอ่น สวย ทรงพลัง… รีวิวโดย คน ฟ้า ป่า น้ำ

เขาสันแอ่น สวยทรงพลัง… กลุ่มของพวกเรากำลังยืนมองแสงสุดท้ายของวันอยู่บนยอดสันแอ่น ภาพที่ฉายอยู่เบื้องหน้า คือ เทือกเขาที่สลับซับซ้อนกันไปเป็นชั้นๆ แสงสีทองสาดส่องไปทั่วทิวเขา สีแห่งตะวันในช่วงโมงยามที่อาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า สวยงามบันเทิงสายตาอารมณ์มากมาย อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงทีละครึ่งองศา ผนังร่างกายส

เขาสันแอ่น สวย ทรงพลัง…

เขาสันแอ่น สวย ทรงพลัง…

 วันพฤหัสที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 07.54 น.

 วันที่เดินทาง 19 ธ.ค. 2563

เขาสันแอ่น สวยทรงพลัง…



กลุ่มของพวกเรากำลังยืนมองแสงสุดท้ายของวันอยู่บนยอดสันแอ่น ภาพที่ฉายอยู่เบื้องหน้า คือ เทือกเขาที่สลับซับซ้อนกันไปเป็นชั้นๆ แสงสีทองสาดส่องไปทั่วทิวเขา สีแห่งตะวันในช่วงโมงยามที่อาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า สวยงามบันเทิงสายตาอารมณ์มากมาย อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงทีละครึ่งองศา ผนังร่างกายสัมผัสได้ถึงความเย็นในระดับที่เรียกว่าหนาว เสียงพูดคุยเริ่มเบาลง เมื่อดวงตะวันใกล้ลา ทุกอย่างดีงาม…



เขาสันแอ่น เรามีโอกาสได้รู้จักกันชื่อนี้ ด้วยความบังเอิญหรือจะไม่บังเอิญก็แล้วแต่ สถานที่แห่งนี้เพิ่งเปิดให้ผู้คนมาเยือนเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา อันนี้น่าสนใจมาก ถ้าน่าสนใจงั้นไปเลยดีกว่า วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ ยอดเขาที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของ จังหวัดตาก บอกไว้ก่อนนิดนึงนะ เราชอบที่นี่มากเพราะรู้สึกว่าที่นี่มีเซอร์ไพรส์ตลอดเลย ไปเริ่มต้นเดินทางกันดีกว่า…
อ่านก่อนชมหรือรับชมก่อนอ่านก็ได้นะ เป็นการเพิ่มอรรถรส…https://youtu.be/fjTvrBHb2VI




นัดรถตู้มารับที่จุดนัดหมายออกจากกรุงเทพมหานคร เวลาประมาณห้าทุ่มถึงอำเภอบ้านตาก จ.ตาก ตีสี่กว่า ขับเร็วจัง ภาพจับมาที่ตลาดสดบ้านตาก มาถึงเร็วเกินก็นอนรอในรถไปก่อน รอเช้ากว่านี้อีกนิดแล้วค่อยไปซื้อของสดอีกนิดหน่อย กินอาหารเช้าแล้วค่อยไปต่อ

รวบรัดตัดความประมาณเจ็ดโมงเช้าทุกอย่างเรียบร้อย ออกเดินทางต่อไปอีก สามสิบกิโลเมตร ถึงที่หมายแรก ชุมชนม้งขุนห้วยตาก เรานัดกับผู้ใหญ่หนั่งไว้แล้ว และเป็นความบังเอิญหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ พอรถตู้ขับเข้ามาบริเวณหมู่บ้าน คนแรกที่เราไปถามทางว่าที่นี่ใช่บ้านม้งหรือป่าว คือ ผู้ใหญ่หนั่งนั่นเอง ทุกอย่างเลยง่ายเลยที่นี้

ผู้ใหญ่หนั่งกระโดดขึ้นมอไซค์คู่ใจควบตะบึงนำ ให้รถเราขับตามเข้าไปในหมู่บ้าน ที่หมู่บ้านม้งเป็นจุดที่เราต้องเปลี่ยนจากรถตู้เป็นกระบะขับสี่ เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินเท้า รวมถึงชั่งน้ำหนักของบางส่วนที่จะให้ลูกหาบแบกขึ้นไป

จัดแจงแต่งองค์ทรงประกอบให้เข้าที่เข้าทาง เตรียมเสบียงน้ำดื่ม เมื่อทุกอย่างพร้อมปีนขึ้นกระบะได้เวลาลุยกันจริงๆแล้ว…



ออกจากบ้านม้งไม่ถึงสามนาทีกะบะหักเข้าขวาทะยานเข้าสู่ถนนดินแดงหน้าเชิด พร้อมโยกซ้ายทีขวาสองทีแล้วกลับไปซ้ายอีกที ตามสภาพถนนเรื่อยไปตลอดเส้นทาง แต่สิ่งที่ทำให้เราเกือบจะไม่ได้สนใจการกระเด้งกระเด็นกระดอนของร่างกายบนรถกระบะ คือ ภาพของทิวทัศน์สองข้างทาง ต้องบอกว่ามันสวยมาก สวยมากมาก 


มองไปข้างบนจะมีหมอกลอยเอื่อยๆอยู่บนยอดเขา มองไปข้างทางมีดอกหญ้าปลิวไสวไปกับสายลม มองกลับไปเบื้องหลัง เป็นภาพภูเขาลูกแล้วลูกเล่าที่เราได้ไต่ระดับขึ้นมา เพลินมาก ใช้เวลาไม่นานประมาณสามสิบนาทีก็ถึงจุดจอดรถ 


จากตรงนี้ก็ได้เวลาใช้แรงกันแล้ว เริ่มเดินก็ขึ้นเลย ไม่ต้องมีอินโทรให้เสียเวลา จัดชุดชันให้ตั้งแต่ก้าวแรกเลย ไม่ต้องรอให้เครื่องร้อน แต่ด้วยเส้นทางเดินไม่ไกล ถือว่าเป็นการเดินป่าที่สั้นมาก ประมาณกิโลกว่าเท่านั้นก็ถึงจุดตั้งแคมป์เขาสันแอ่น ใกล้มากอ่ะ คือเครื่องกำลังอุ่นๆจะร้อนแล้ว อ่าวถึงแล้วเหรอ 


ต้องบอกก่อนว่าวันที่เรามาเป็นช่วงเวลาที่อากาศเริ่มหนาวจัด ขึ้นมาบนยอดสูงสุด บรรยากาศด้านบนโดนปกคลุมไปด้วยหมอกขาวโพลน มองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากความขาว ประมาณเวลา เกือบสิบโมงเช้า เราทั้งหมดก็มาถึงจุดหมายเป็นที่เรียบร้อย 

ตอนนี้แสงเริ่มมานิดๆแล้ว…

จะทำอะไรละทีนี้ ไปขึ้นจุดชมวิวก็ไม่ได้ ถ่ายรูปก็ไม่เห็นอะไรเลย อากาศก็หนาวเพราะเพิ่งขึ้นมายังไม่ได้ปรับสภาพร่างกาย จัดการตั้งแคมป์ก่อน กางเต็นท์ เรียบร้อย ไม่มีอะไรทำก็นั่งกินข้าวเหนียวไก่ทอด นั่งเล่นไปเรื่อยรอลุ้นเมื่อไหร่หมอกมันจะไปซักที บางคนก็ใช้เวลานี้พักผ่อนหลบไปนอนในเต็นท์ จนใกล้เที่ยงแสงเริ่มมา เริ่มมีความหวัง แต่มันมาเป็นจังหวะ เดี๋ยวสว่างไสว เดี๋ยวลมก็พัดหมอกมาอีกแล้ว 

เรื่องธรรมชาติเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เดาล่วงหน้าได้ แต่จะเป็นอย่างที่เราคิดหรือป่าวไม่รู้นะ ประมาณบ่ายโมงกว่าๆอยู่ๆหมอกมันก็หายไปเลย ภาพที่เราเห็นคือ ว๊าวเลย ต่อไปเราขอบรรยายตามภาพไล่ไปเรื่อยๆเลยนะ……

พอแสงมาเริ่มลุยกันเลย

ที่นี่มีเหลี่ยม มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากจริงๆ…

พักเรื่องถ่ายรูปไว้ก่อน ประมาณสี่โมงเย็นเริ่ม หุงข้าว ทำกับข้าว เพราะดูจากสภาพอากาศแล้ว แสงสุดท้ายของวันสวยแน่นอน อิ่มท้องไว้ก่อน แล้วลุยยาวรวดเดียว…

เมนูวันนี้ แกงส้ม กระเพราหมูนุ่ม ไข่เจียว ผัดผัก น่ากินเนอะ…


แสงช่วงเย็น…

สุดจริง…

แสงสุดท้ายที่ปลายฟ้า…


ค่ำคืนบนยอดดอย ลมหนาวที่ค่อนแรงถึงแรงมาก แรงกระแทกของสายลมทำเต็นท์ตีสะบัดทั้งคืน พรึบพรับ พรึบๆๆพรับ อันนี้เป็นการทดสอบความแข็งแรงของเสาเต็นท์ไปในตัวด้วยว่าคุณภาพเค้าดีจริงป่าว อากาศก็หนาวมาก ซุกตัวอยู่ในถุงนอน ฟังเสียงลมปะทะกับเต็นท์ ทั้งคืน หลับมั่งตื่นมั่งสบายเลย รอเช้าตั้งใจจะดูพระอาทิตย์ขึ้น


เช้าวันใหม่กับบรรยากาศแบบเก่า ทุกสิ่งทุกอย่างขาวโพลนไปหมด หนักกว่าเมื่อวานตอนขึ้นมาถึงอีก เรื่องจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นไม่ต้องหวังแล้ว เอาแค่สามเมตรยังแทบมองไม่เห็น ตั้งแต่หกโมงเช้ายืนโต้ลมหนาว ใจสู้จนถึงเกือบแปดโมง ปรึกษากันทุกคน ลงดีกว่า วันนี้ถ้าจะไม่เห็นอะไรแล้ว ได้เมื่อวานไปก็เกินจะคุ้มแล้วล่ะ 
แยกย้ายเก็บเต็นท์ เตรียมเดินลง…ตั้งแต่เราเกริ่นไว้ตอนแรกแล้วว่าเราชอบที่นี่นะ มันมีเซอร์ไพรส์ตลอดเวลาอ่ะ 

ตอนลงจากเขา เราเปลี่ยนเส้นทางเดินไปอีกทางระยะจะยาวกว่า ประมาณเกือบสามกิโล ตอนลงสนุกมากช่วงแรกลมแรงมาก (ดูได้จาก link https://youtu.be/fjTvrBHb2VI ที่แปะไว้ครับ) แรงแบบคุยกันเหมือนในหนังฝรั่งเวลาไปเดินอยู่บนภูเขาหิมะ ลมแรงจริงๆแต่สนุกดี ผ่านช่วงพายุมาได้ก็หรรษากับสองข้างทางกันต่อ ตามภาพมาเลย…

เส้นทางมีความหลากหลายดี เพลิดเพลินมาก…



สนุก สวย ทรงพลัง หลากหลาย และสุดท้ายไม่เหนื่อย ร่างกายไม่พัง ก่อนมาคิดว่าเส้นทางเดินไม่ไกล เพิ่งเปิดได้ไม่นาน หารีวิวก็มีน้อย ภาพในใจก็น่าจะเพลินเพลิน แต่พอมาได้สัมผัส บรรยากาศ ภาพวิวทิวทัศน์ สถานที่กางเต็นท์ อากาศ มัดรวมเข้ากันทุกสิ่งอย่างที่นี่สุด สุดจริงๆ การเดินทางก็ไม่ยากมาก มือใหม่อยากสัมผัสป่าแบบดิบๆ เชิญได้เลย เหมาะมาก ส่วนพวกเดินมาหลายป่าหลายเขา แนะนำที่นี่ ธรรมชาติให้สุด…
จบบริบูรณ์……


ขอบคุณมากพี่น้อง ไว้กลับมาเที่ยวด้วยกันอีก…



ลายแทงมหาสมบัติ เขาสันแอ่น…

มีสองวิธีการเดินทาง ไปกับคุ้มป๋าต๋องหรือจะตรงเข้าบ้านม้งเลยก็ได้

คุ้มป๋าต๋อง 0938162949 

บ้านม้งขุนห้วยตาก ผญ.หนั่ง 0872006043 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน วันวิสา 0982587649 

ค่ารถ คุ้มป้าต๋อง - สันแอ่น 3000 บาท 

ค่ารถ บ้านม้ง - สันแอ่น 1500 บาท 

ค่าลูกหาบหนึ่งคน 20 กิโลกรัม 1000 บาท 

น้ำหนักเกินคิดกิโลละ 60 บาท มีน้ำให้ 20 ลิตรต่อทริป 

ต้องการเพิ่ม หาบครั้งละ20 ลิตร 300 บาท

คนนำทาง 1200 บาท

ค่าบำรุงสถานที่ 20 บทาต่อหนึ่งคน
หมายเหตุ ทำประกันอุบัติเหตุ30บ./คน เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตาย หรือทุพลภาพโดยสิ้นเชิง คุ้มครอง 200,000 บาท การค่ารักษาพยาบาลอุบัติเหตุแต่ละครั้ง 100,000 บาทต่อหนึ่งคนผู้ที่มีประกันแล้วใม่ทำก็ได้

ความคิดเห็น