15 พิกัด Road Trip เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน เที่ยวเส้นทางธรรมชาติ รีวิวโดย กินเพลิน เดินเที่ยว

เที่ยว เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน แจกแพลน เที่ยว เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 3 วัน 2 คืน เที่ยวไหนดี รีวิวนี้มีคำตอบ 15 พิกัด Road Trip เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน เที่ยวเส้นทางธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชน ชมหมอกหน้าหนาว กอดเขา เคล้าธรรมชาติ ชมความสวยงามของดอกไม้และป่าสน พร้อมกับวิวถ่ายรูปแบบ สวย เป๊ะ ปัง พักผ่อนนอ

15 พิกัด Road Trip เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน เที่ยวเส้นทางธรรมชาติ

15 พิกัด Road Trip เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน เที่ยวเส้นทางธรรมชาติ

 วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 18.41 น.

 วันที่เดินทาง 25 ธ.ค. 2563

เที่ยว เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน

แจกแพลน เที่ยว เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 3 วัน 2 คืน เที่ยวไหนดี รีวิวนี้มีคำตอบ

15 พิกัด Road Trip เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน เที่ยวเส้นทางธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชน

ชมหมอกหน้าหนาว กอดเขา เคล้าธรรมชาติ ชมความสวยงามของดอกไม้และป่าสน

พร้อมกับวิวถ่ายรูปแบบ สวย เป๊ะ ปัง พักผ่อนนอนชิลชมวิวธรรมชาติ ราคาหลักร้อย

เที่ยวช่วงนี้อากาศดี เหมาะมากกับการมาพักผ่อน เที่ยว เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน

Road Trip เส้นทางนี้ บอกเลยว่าดีต่อใจ ขับเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ มีวิวสวยๆให้ชมตลอดทาง
– – – – – – – – – – – – – – –
#พิกัดเด็ดต้องโดน เที่ยว เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน
1. แม่กลางหลวง
2. ไร่ชาดอยอินทนนท์
3. โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์
4. ดอยอินทนนท์
5. พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดลและพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ
6. วัดยางหลวง แม่แจ่ม
7. หมู่บ้านทอผ้าตีนจก บ้านท้องฝาย แม่แจ่ม
8. โกวิทกระท่อมปลายนา แม่แจ่ม
9. อนุสรณ์มิตรภาพ ไทย-ญี่ปุ่น
10. บ้านต่อแพ
11. แม่สะเรียง
12. Above The Sea แม่สะเรียง
13. สวนป่าดอยบ่อหลวง
14. สวนสนบ่อแก้ว
15. อุทยานแห่งชาติออบหลวง

Road Trip เส้นทางนี้ บอกเลยว่าดีต่อใจ ขับเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ มีวิวสวยๆให้ชมตลอดทาง

เราเริ่มต้นกันที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ขับรถเที่ยวเป็นแบบวงกลม 

ซึ่งเส้นนี้จะเป็นวงกลมเล็กของทริป เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน

เหมาะสำหรับคนมีเวลาน้อย 3 วัน 2 คืน ก็เที่ยวได้ วิวไม่ซ้ำกันและแวะเที่ยวได้ตลอดเส้นทาง


Day 1

1. แม่กลางหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา ที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ น้ำตก และนาขั้นบันได 

มีโฮมสเตย์สำหรับรองรับนักท่องเที่ยว ที่จะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและบรรยากาศที่เงียบสงบ

ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 26 ระหว่างทางขึ้นดอยอินทนนท์ 

เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาชนเผ่าปกาเกอะญอ ซึ่งยังคงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

ในอดีตหมู่บ้านนี้ปลูกไร่ฝิ่น แต่โดยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 

ชาวบ้านได้เปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบสร้างสรรค์ บางส่วนปลูกกาแฟ บางส่วนทำนาข้าว 

เป็นที่มาของนาขั้นบันไดบ้านแม่กลางหลวง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบัน

ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่นาขั้นบันได ช่วงหน้าหนาวนี้ เราจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนที่แท้จริง 

สามารถมองเห็นวิวนาที่เก็บเกี่ยวไปแล้ว เป็นสีเหลืองทองอร่าม สวยไปอีกแบบ 

และหากมาพักที่นี่เราจะได้สัมผัสกับความสงบเรียบง่าย สามารถเดินเที่ยวรอบชุมชนได้

โดยไกด์ท้องถิ่น สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ ทั้งน้ำตกและผืนป่าสีเขียวตามแนวภูเขา

เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติที่ต้องการความเงียบสงบ

และดื่มด่ำวิถีชาวบ้านที่น่าหลงใหล

พิกัด : http://bit.ly/3b3pmt1


2. ไร่ชาดอยอินทนนท์ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่พึ่งเปิดให้เข้าชมได้ไม่นาน แต่จะบอกว่าฮอตฮิตมาก 

ต้องจองคิวออนไลน์ล่วงหน้าเท่านั้น ไม่รับลูกค้า walk in จ้า…

ไร่ชาดอยอินทนนท์ เป็นไร่ชากลางหุบเขา ตั้งอยู่ในหมู่บ้านขุนวาง 

อยู่ก่อนถึงโครงการหลวงขุนวางประมาณ 2 กิโลเมตร

ไม่ไกลจากดอยอินทนนท์ โดยจะมีการปลูกชาเป็นขั้นบันไดตามเนินเชิงเขา 

สามารถมองเห็นวิวต้นชาและวิวเขาได้อย่างสวยงาม

และที่นี่ยังมีต้นเลมอน ให้ลูกค้าได้เก็บกันสดๆ จากต้นอีกด้วย 

สามารถตัดและซื้อกลับบ้านได้ ค่าเข้าชมสวนคนละ 50 บาท

ช่องทางการจองออนไลน์ : https://doiinthanontea.as.me/

พิกัด : http://bit.ly/2X4JaE7


3. โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต ที่ต้องมาให้ได้ซักครั้ง ชม “นางพญาเสือโคร่ง” 

หรือ ที่นักท่องเที่ยวมักเรียกติดปากว่า ดอกซากุระเมืองไทย

ซึ่งจะผลิบานเป็นสีชมพูสะพรั่งทั่วทั้งยอดดอย ซึ่งตอนนี้บานสะพรั่งเต็มพื้นที่แล้ว 

มาถ่ายยรูปสวยๆ กับ ดอกนาพญาเสือโคร่ง พร้อมกับวิวทะเลสาบที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ 

ช่วงนี้อากาศเย็นสบาย แนะนำเตรียมชุด เตรียมพร๊อพกันมาให้พร้อม ได้รูปสวยๆกลับไปแน่นอน 

ปล. อย่าจับหรือเด็ดดอกไม้กันน้า… ช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติให้สวยๆกันนานๆ

พิกัด : http://bit.ly/3pH4Fam


4. ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับหน้าหนาวแบบนี้อีกด้วย

ไฮไลท์ของที่นี่เลย คือ ชมวิวพระอาทิตย์จึ้นยามเช้าพร้อมกับวิวเขาที่สลับซับซ้อน 

ที่วันไดนโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกสุดปังอีกด้วย

และอีก 1 ไฮไลท์ คือ การมาชมแม่คะนิ้ง หรือ น้ำค้างแข็งบนยอดหญ้า 

ที่จะมีให้ชมกันในช่วงเช้าๆ เพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็น

ทำให้สามารถมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในช่วงหน้าหนาวนี้ แนะนำเตรียมชุดกันหนาวกันมาให้พร้อม 

วันที่เราไป 4 องศา คือ หนาวปากสั่น

ปล. ถ้าใครอยากได้วิวพระอาทิตย์ขึ้นแบบนี้ แนะนำให้มาวันที่ 2 ของทริป 

โดยเดินทางจากที่พักในแม่แจ่มขึ้นมา ประมาณ​ 45 นาที

พิกัด : http://bit.ly/2JD12Tp


5. พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล และ พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

อีกหนึ่งจุดห้ามพลาด เมื่อมาถึงดอยอินทนนท์ก็คือ การมาชมและสักการะเจดีย์คู่ “พ่อและแม่” 

หรือ พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล องค์สีน้ำตาล ประดิษฐานอยู่บนที่สูงสุดในประเทศไทย 

เคียงคู่กับ พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ องค์สีม่วงอมชมพู สร้างถวาย

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ณ จุดนี้ เราสามารถมองเห็นวิวเขาที่สวยงามมาก และวิวหมู่บ้านแม่แจ่มได้จากมุมสูงอีกด้วย 

นอกจากเจดีย์แล้ว บริเวณรอบๆ ของเจดีย์ จะมีสวนดอกไม้เมืองหนาวสวยงาม 

และจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกด้วย เวลาที่เหมาะในการไปเที่ยวที่นี่คือช่วงเช้าหรือเย็น

เพราะจะได้ไม่ร้อนเกินไป และจะมีลมหนาวเย็นๆ พัดมาตลอด

พิกัด : http://bit.ly/38W8xNV


6. วัดยางหลวง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

วัดยางหลวง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 24 โดยชาวกะเหรี่ยง หรือ “ยาง” เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้น

สิ่งที่สะดุดตาผู้มาเยือนเป็นสิ่งแรก คือ ผนังด้านหลังของวิหาร ซึ่งมีภาพที่งดงามของพระ 3 องค์

ที่มีลักษณะของศิลปะของภาคเหนืออย่างเด่นชัด คิดว่าเป็นภาพพระพุทธองค์ และพุทธสาวก

และยังมี กู่ปราสาท หรือ กิจกูฏ ตั้งอยู่หลังพระประธานในวิหารของวัด 

ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าเป็นประตูไปสู่สวรรค์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของกิจกูฏ

เป็นแบบพุกามจากพม่า ผสมกับล้านนาสกุลช่างเชียงแสน

ซึ่งวัดแห่งนี้นับเป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่กับอำเภอแม่แจ่มมาอย่างยาวนาน 

และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในพื้นที่อีกด้วย

อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่ไม่ควรพลาดก็คือ ภาพเงาสะท้อนพระวิหารกลับหัว 

ซึ่งจะเห็นภาพนี้ได้โดยการเข้าไปชมในพระอุโบสถ แล้วปิดไฟ ปิดประตูหน้าต่าง ทุกบาน 

เพื่อให้ด้านในมืดสนิท แง้มหน้าต่างให้แสงลอดผ่านขอบหน้าต่างที่ได้องศาที่สุด

เพียงเท่านี้เราก็จะเห็นเงาของพระวิหารอันน่าตื่นตา

พิกัด : http://bit.ly/38TmVGF

7. หมู่บ้านทอผ้าตีนจก บ้านท้องฝาย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ตำบลท่าผา เป็นตำบลที่ชาวบ้านนิยมทอผ้าซิ่นตีนจกกันมาก ซึ่งทำกันถึง 150 ครอบครัว 

และแต่ละบ้านจะมีเครื่องทออยู่ใต้ถุนบ้าน ขณะนี้ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองชนิดนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง 

เพราะมีความสวยสดงดงามและลวดลายที่ออกมามีเอกลักษ์เฉพาะ

ราคาย่อมเยาเหมาะที่จะซื้อไว้เป็นที่ระลึกของฝาก

พิกัด : http://bit.ly/2KYUJub


8. โกวิทกระท่อมปลายนา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ที่พักที่ทำให้ต้องร้องว้าว กับ บรรยากาศสุดธรรมชาติ ที่ยังคงความดิบ 

และอุดมสมบูรณ์ ถึงแม้จะไร้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

แต่ที่นี่มีความสุขและความสดชื่นให้อย่างเต็มที่ คนละ 900 บาท 

ที่นี่เหมาะมากกับคนที่รักธรรมชาติ และอยากพักผ่อนบนหุบเขาแห่งนี้

เพราะมีความสงบและเป็นส่วนตัวมาก ยามเช้ามองหมอกไหลผ่านภูเขา 

สูดอากาศบริสุทธิ์ และอากาศเย็น มีลำธาร เล็กๆ ข้างที่พัก

พร้อมนาขั้นบันได ให้ถ่ายรูปสวยๆ ที่นี่จะทำให้คุณได้อยู่กับตัวเองและคนรอบข้าง 

และได้ความสุขกลับไปอย่างเต็มเปี่ยม

กลางคืนนอนดูดาว ตอนเช้าดูหมอก โฮมสเตย์กลางหุบเขา ชมวิวนาขั้นบันได 

คนละ 900 บาท รวมอาหาร เช้า,เย็น ที่ โกวิท กระท่อมปลายนา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 

มาสัมผัสอากาศหนาว เคล้าไอหมอกยามเช้า ตกเย็นนั่งล้อมวง

นอนดูดาว ชมทางช้างเผือกด้วยตาเปล่า เหมาะกับการมาพักผ่อน ไม่วุ่นวาย 

ไม่มีทีวี ตู้เย็น แอร์ ที่นี่มีแต่ความสุข ช่วงเดือนแนะนำ : ก.ค. – มี.ค.

#ข้อมูลติดต่อที่พัก

น้องวิทย์ : 091 8584546 , line id : wit8548

พิกัด : http://bit.ly/3pKkn4x


Day 2

9. อนุสรณ์มิตรภาพ ไทย-ญี่ปุ่น อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

สัมผัสตำนานรัก “โกโบริ-อังศุมาลิน” แห่งขุนยวม สายใยมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น 

“อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น” ในอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

เป็นสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวดังกล่าวได้ดีที่สุด เพราะเป็นที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่ง

ของสงครามมหาเอเชียบูรพาที่เกิดขึ้นในแถบ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน หรือ สงครามโลกครั้งที่ 2

เรื่องราวประเพณี วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวไทใหญ่ 

และสถานที่สำคัญต่างๆในอำเภอขุนยวม “อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น”

เป็นสถานที่ทำให้เห็นแง่มุมดีๆในสงครามที่โหดร้าย และมิตรภาพนั้นงอกงามได้ทุกแห่ง

ไม่เว้นแม้แต่ในสมรภูมิรบ

สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดม่วยต่อ จ.แม่ฮ่องสอน 

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 40 บาท, เด็ก 20 บาท

เวลาทำการ : 08.00 – 16.30 น.

พิกัด : http://bit.ly/2X4wBst

10. บ้านต่อแพ อ.ขุจยวม จ.แม่ฮ่องสอน

บ้านต่อแพเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากมาสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน 

ที่นี่ยังมีที่พักโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยว โดยเส้นทางท่องเที่ยว 

จะเป็นการท่องเที่ยวเดินป่าชมธรรมชาติ บนเส้นทางประวัติศาสตร์สงครามโลก ครั้งที่ 2

วัดต่อแพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชน วัดเก่าแก่ 

มีเจดีย์อายุหลายพันปีและวิหารโบราณ ศิลปะพม่าผสมไทใหญ่

นักเดินทางที่หลงใหลสถาปัตยกรรมงามๆ ชมศิลปะพม่าผสมไทใหญ่ เรียนรู้การตอกลาย ‘ปานซอย’

งานหัตถกรรมท้องถิ่น กับช่างท้องถิ่นที่พร้อมถ่ายทอดวิชาให้ทุกคน

พิกัด : http://bit.ly/3rOhX6R

11. แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

เมืองเล็กๆ แต่โคตรมีเสน่ห์ ของ จ.แม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่กลางหุบเขา มีแม่น้ำยวมไหลผ่าน 

ส่วนใหญ่บ้านเรือนยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของบ้านไม้เดิมเรียบง่าย เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย 

ที่นี่ส่วนใหญ่จะมีแต่นักท่องเที่ยวฝรั่ง เราชอบคำกล่าวนี้มาก 

“ฝรั่งมักจะเห็นความงามของชุมชนและวิถีชีวิตเรียบง่ายก่อนคนไทยเสมอ” 

หลายคนอาจจะแวะนอนที่นี่เพื่อเป็นทางผ่าน แต่สำหรับเรากลับหลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจัง 

ตอนเช้าเราสามารถปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตชุมชนได้แบบไม่ต้องเร่งรีบ 

เป็นเมือง slow life อย่างแท้จริง บอกเลยว่า รอบหน้าจะต้องไปทำความรู้จักให้มากกว่านี้แน่นอน

พิกัด : http://bit.ly/3ncJuv4

12. Above The Sea อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ในตัวเมืองแม่สะเรียง มีที่พักทั้งแบบ เกสต์เฮาส์และรีสอร์ทให้เลือกเยอะมาก 

มีตั้งแต่หลักร้อยขึ้นไป วิวแม่น้ำยวม หรือ จะเป็นบรรยากาศบ้านๆ

แต่ที่ Above The Sea ไม่ติดแม่น้ำ แต่ให้บรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อน ตกแต่งน่ารัก 

ที่พักสไตล์ minimal มีสระว่ายน้ำ ราคาไม่แพง มีอาหารเช้า ใกล้ร้านอาหารและร้านสะดวซื้อ 

มีจักรยานให้ยืมปั่นกันฟรี!! เป็นที่พักดีๆ ที่อยากแนะนำเมื่อมาเที่ยวแม่สะเรียง

พิกัด : http://bit.ly/2JIxEvc


Day 3

13. สวนป่าดอยบ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

ที่พักสุดฮิต ที่มีคิวจองกันแบบยาวข้ามปี ที่นี่เป็นที่พักบ้านไม้กลางป่าสน 

ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศ มีห้องพักหลากหลายแนว พักได้ตั้งแต่ 2-4 คน ขึ้นไป 

ห้องพักราคาไม่แรง แต่วิวดีเกินเบอร์มาก รอบนี้เราไม่ได้ไปพัก 

แต่ขอแวะเข้าไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศมาฝากเพื่อนๆ กันซักนิด 

จะบอกว่าที่พักโคตรชิลล์ น่าไปนอนซักคืน รอบหน้าต้องจัดแล้ว ป่าสนวิวสวยมาก 

ถ่ายรูปเหมือนอยู่เมืองนอก ยิ่งช่วงนี้อากาศเย็นสบาย แนะนำต้องโดน!!

ปล.สำหรับคนที่ไม่ได้เข้าพัก แต่อยากไปถ่ายรูป 

ทางเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าได้ในช่วงเวลา 11.00 – 14.00 น. เท่านั้น 

เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนลูกค้าที่เข้าพัก

พิกัด : http://bit.ly/3n2UT0A


14. สวนสนบ่อแก้ว อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

อีก 1 สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด เมื่อมาเที่ยว จ.เชียงใหม่ คือ สวนสนบ่อแก้ว อ.ฮอด

ที่นี่จะเป็นป่าสนที่มีต้นสนเรียงรายกันอย่างสวยงาม ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก 

เหมือนอยู่ต่างประเทศ หลายๆ คนชอบแวะมาเที่ยวถ่ายรูปกัน ที่นี่เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 

แต่ได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน (เหมือนอยู่ในซีรี่เกาหลียังไงยังงั้น)

พิกัด : http://bit.ly/3rNuuaD

15. อุทยานแห่งชาติออบหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

เป็นอีก 1 เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่ควรมาซักครั้ง ที่นี่จะเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ใน อ.ฮอด

ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ ​100 กม. มีธรรมชาติและป่าไม้ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์

เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นธรรมชาติ ที่นี่ยังเปิดเป็นลานกางเต็นท์

สำหรับคนที่อยากมาพักค้างแรมกันตามธรรมชาติอีกด้วย

ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่หน้าผาเขาพิงกัน ที่มีสะพานแขวนข้ามแม่น้ำ เป็นวิวที่สวยงามมาก

#อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ 20 บาท, เด็ก 10 บาท

รถจักรยานยนต์ 20 บาท, รถยนต์​ 30 บาท

ค่าเช่าใช้สถานที่กางเต็นท์ 30 บาท/คน

พิกัด : http://bit.ly/3nb8JxM

และนี่ถือเป็นเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติ เที่ยว เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน ที่ต้องไปซักครั้ง 

โดยเฉพาะช่วงนี้ คืออากาศเย็นสบาย ธรรมชาติสวยงาม เหมาะกับการมาพักผ่อน

และชมความสวยงามของเส้นทางท่องเที่ยวแห่งนี้ แนะนำขับรถเที่ยวสะดวกที่สุด 

สามารถเดินทางตามที่เราลงไว้ได้เลย เส้นทางขับไม่ยาก วิวสวย แวะเที่ยวได้ตลอดทาง

ใครกำลังมองหาที่เที่ยวแนวธรรมชาติและชมวิถีชีวิต เส้นทางนี้เป็นอีก 1 ทางเลือกที่น่าสนใจ

ภาคเหนือ คือ 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวในใจเราเลย เพราะเที่ยวได้ทุกฤดู 

เราว่าเมืองไทยนี่ สวยแพ้ที่ไหนๆ ในโลกเลยก็ว่าได้

ความคิดเห็น