ไม่มีกิ๊ก แต่อยากซุก ที่"บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์" ห้วยกุ๊บกั๊บ รีวิวโดย t.aroundtogether

ไม่มีกิ๊ก แต่อยากซุก ที่ "บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์" ห้วยกุ๊บกั๊บ ดูชื่อที่พักแล้ว ร้อนๆหนาวๆกันบ้างแหละ แต่สำหรับเรา มันหนาว เย็นสบายมากเลยสำหรับที่นี่ "บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์" ห้วยกุ๊บกั๊บ จังหวัดเชียงใหม่ บางคนอาจคุ้นหู บางคนอาจเพิ่งเคยได้ยินหมู่บ้าน

ไม่มีกิ๊ก แต่อยากซุก ที่"บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์" ห้วยกุ๊บกั๊บ

ไม่มีกิ๊ก แต่อยากซุก ที่"บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์" ห้วยกุ๊บกั๊บ

 วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 19.43 น.

 วันที่เดินทาง 11 ม.ค. 2564

ไม่มีกิ๊ก แต่อยากซุก ที่ "บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์" ห้วยกุ๊บกั๊บ

ดูชื่อที่พักแล้ว ร้อนๆหนาวๆกันบ้างแหละ แต่สำหรับเรา มันหนาว เย็นสบายมากเลยสำหรับที่นี่

"บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์" ห้วยกุ๊บกั๊บ จังหวัดเชียงใหม่

บางคนอาจคุ้นหู บางคนอาจเพิ่งเคยได้ยินหมู่บ้านนี้

แต่จริงๆแล้วที่หมู่บ้านนี้ก็เปิดต้อนรับให้ได้ไปนอนชมวิว เดินป่าสั้นๆ มากันหลายปีแล้ว

แต่เพียงก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนไทยเท่าไหร่

บ้านห้วยกุ๊บกั๊บเป็นหมู่บ้านชาวเขา ชนเผ่าลาหู่

อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 60 กว่ากิโล

กับบรรยากาศที่น่าประทับใจมาก ทั้งบรรยากาศการนอนโฮมสเตย์


ที่ในช่วงต้นปีอากาศจะเย็นสบาย มีสายหมอกไหลผ่านหน้าบ้านกับวิวที่ระเบียง 180 องศา

ช่วงเย็นยังสามารถดูพระอาทิตย์ตกดินได้ที่หน้าบ้านหรือจุดชมวิวของหมู่บ้าน

พูดแล้วเรามาพาดูบรรยากาศให้เห็นภาพกันดีกว่า

การเดินทางเราสามารถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่

ขับมายังเส้นแม่ริม แม่แตง บ้านเมืองกื๊ด หรือปักหมุดไว้ที่ร้านช้างยิ้ม แก่งกื๊ด

การเดินทางขับมาได้ทั้งมอเตอร์ไซต์ รถยนต์ หรือจะนั่งรถโดยสารประจำทางมาก็ได้

เมื่อเราเดินทางมาถึงแล้วก็ฝากรถไว้ที่ร้านช้างยิ้ม แล้วก็นัดกับทางที่พักไว้จะมีรถโฟวิลลงมารับ

เพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้านต่ออีกประมาณ 4 กิโล 

และเราก็เดินทางมาถึงกันแล้วกับ บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์

โฮมสเตย์ที่นี่จะเป็นบ้านไม้ไผ่ทั้งหลัง 

กับห้องนอนเพียง 4 ห้องที่แชร์กันนอน

แต่ถ้าวันที่เราไปคนไม่เยอะก็เลือกนอนได้ตามสบายเลย


และก็มีส่วนพื้นที่ส่วนกลางตรงระเบียงที่ยื่นออกจากตัวบ้าน


หน้าตาห้องนอนและห้องน้ำก็จะประมานนี้

มีห้องอาบน้ำ 2 ห้อง และห้องน้ำอีก 2 ห้อง อยู่ด้านล่างข้างๆบ้าน

ส่วนนี่ก็เจ้าถิ่นประจำบ้านที่ออกมาต้อนรับลูกค้าทุกคนที่มาเยือน

จะนั่งดูวิว ทานข้าว ทานกาแฟ ก็ไม่เหงา จะมานั่งข้างๆตลอด

 


เก็บของเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยก็ไปสำรวจหมู่บ้านกันต่อเลย

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าที่หมู่บ้านนี้ไม่มีไฟฟ้า ก่อนมาต้องเตรียมชาร์ตแบตมือถือ กล้องให้พร้อม

หรือจะพกแบตสำรองมาเผื่อไว้ก็ได้ แต่ส่วนสัญญานโทรศัพท์ยังพอมีเล่นได้สบายๆ

สำหรับเราแล้วที่นี่ไม่ได้อยู่ลำบากอะไรเลย

มีที่นอน ห้องน้ำ ร้านค้าหมู่บ้าน อยู่ได้สบายมาก


ร้านขายของชำที่มีของครบ ใครจะตุนเสบียงไว้กินเล่นตอนนอนดูดาว เลือกซื้อกันตามสบายเลยจ้า

ใครที่ลืมเอายาสระผม แปรงฟัน ยาสีฟันมาก็หายห่วง ร้านนี้มีหมดเลยจ้า

ห่างจากบ้านแค่เนินเดียวเท่านั้น ประมาณ 200 เมตรได้


ระหว่างนั่งรอทานข้าวเย็น

ก็ชมแสงอาทิตย์ก่อนจะลับขอบฟ้ากันก่อน

ตกเย็นพระอาทิตย์เริ่มตก ท้องฟ้าสวยมาก

ซึ่งแต่ละวันท้องฟ้าก็จะสวยแตกต่างกันไป

เมื่อแสงอาทิตย์ค่อยๆลางหายไป ลมหนาวก็เริ่มทำหน้าที่ได้ดีขึ้น

ส่วนนี้เป็นระเบียงหน้าบ้าน ที่ใช้ร่วมกันไม่ว่าจะผิงไฟ ร้องเพลง ทานข้าว ดูดาว ทุกกิจกรรม

มาเดี่ยว มาคู่ มาเป็นทีม ก็มาสร้างมิตรภาพกันที่ระเบียงนี้แหละ

 

และมาพร้อมกับอาหารเย็นซึ่งปกติก็จะเป็นแกงหรือต้ม ผักต้ม น้ำพริก และผัดผัด

ที่เป็นอาหารชาวบ้านที่หาวัตถุดิบได้จากในหมู่บ้าน แต่รสชาติอร่อยมากกก จนต้องขอเพิ่ม 

กลางคืนอากาศเริ่มหนาวเย็น ช่วงที่เราไปอากาศประมาณ สิบองศาต้นๆ

นอนสบายมาก ส่วนใครจะอาบน้ำแนะนำให้รีบอาบแต่หัววัน

เพราะเครื่องทำน้ำเย็นที่นี่เค้าดีมาก น้ำเย็นเจี๊ยบสะใจดีนัก

ตื่นเช้ามาสายหมอกก็ไหลผ่านหน้าบ้านแล้ว

เลยขอเดินไปดูที่จุดชมวิวด้วย

ระหว่างทางมองย้อยขึ้นไปก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น

 


ช่วงเช้าๆ ก็จะมีพระมาบิณฑบาตรด้วย

นี่ถือเป็นแลนมาร์คของหมู่บ้านนี้

และเราก็กลับมานั่งกินลม รับอากาศหนาวยามเช้ากันที่หน้าบ้านกันต่อ

แอบพกน้องขึ้นมาด้วย

ผิงไฟอุ่นๆยาวเช้า จิบกาแฟ รอพร้อมทานข้าว

ส่วนนี่เป็นหน้าตาอาหารเช้าของเรา จะเป็นข้าวต้มหมูร้อนๆกับไข่ลวก

คือมันดีมาก หอมมาก น้ำซุปในข้าวต้มมันคือแบบที่เราชอบ มีหมูสับที่ไม่ใช่วิญญาณหมูที่เจอบางโรงแรม

ผักก็เป็นผัดที่ชาวบ้านปลูก เค้าเรียกผักชีดอย มั้งนะอันนี้

ข้าวต้มร้อนๆ กับไข่ลวกตอนเช้า

สายกาแฟก็มาจ้า ดริปไปกับสายหมอกเลย


เมื่อตื่นเช้าเราก็ไม่ต้องเดินไปที่ไหนไกล ออกมานั่งที่ระเบียงหน้าบ้าน

ก็จะเจอวิวประมาณนี้เลย พร้อมกับสายหมอกที่ไหลผ่าน

บางวันถ้าอากาศดี หมอกก็จะอยู่กับเราไปจนถึง 10 โมงเลยก็มี


คือตอนนั้นประมาณ 8 โมงกว่าแล้ว หมอกก็ยังคงไหลอยู่ไม่ขาดสาย

อากาศเย็นๆอยู่บ้าง บวกกับแสงอาทิตย์เลยทำให้อุ่นขึ้นมานิด

ถามพี่เจ้าของบ้านบอกวว่า บางทีช่วงหน้าหนาว หรือบางวันหมอก็อยู่ถึง 9 -10 โมงเลย

และแล้วก็ต้องเก็บของเพื่อเดินทางกันยังจุดหมายต่อไป

แดดมันแสบตาอ่าเนอะ


ถ้ามีโอกาสเรากลับมาที่นี่อีกแน่นอน รู้สึกประทับใจคนที่นี่ ทั้งเจ้าของที่พัก

ที่ดูแลดีมาก บรรยากาศที่ไม่ต้องออกจากตัวเมืองไกล ก็ได้เห็นสายหมอกยามเช้า

และที่สำคัญครั้งหน้าจะมาพิชิตดอยสามเหลี่ยมด้วย

ค่าใช้จ่าย
350฿/คน รวมอาหาร 2 มื้อเช้าเย็นเป็นอาหารชาวบ้าน
เช้า - ข้าวต้ม ไข่ลวก
เย็น - แกง น้ำพริก ผักต้ม ผัดผัก (เด็ดจนเติมข้าว 2 จาน)
ค่ารถรับ-ส่ง 300฿/คน จากจุดจอดรถ
การเดินทาง
รถส่วนตัว
สามารถขับจากตัวเมืองเชียงใหม่มาประมาณ 60 กว่าโลได้ โดยมาเส้น แม่ริม-แม่แตง-บ้านเมืองกื๊ด หรือปักหมุดที่ ร้านช้างยิ้ม แก่งกื๊ด และฝากรถตรงนั้นหลังจากนั้นจะมีรถโฟวิลของโฮมสเตย์ลงมารับไปยังหมู่บ้านต่อประมาน 4 กิโลค่ะ
** เนื่องจากทางขึ้นหมู่บ้านเป็นทางลูกรัง ดินแดงซึ่งอันตรายไม่อนุญาตให้ขับรถส่วนตัวขึ้นไปยังหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัย ต้องใช้รถจากหมู่บ้านเท่านั้น**
รถขนส่งสาธารณะจากตัวเมืองเชียงใหม่
- ขึ้นรถจากสถานีช้างเผือกเชียงใหม่
รถเมลสีส้ม สายเชียงใหม่-ท่าตอน
รถสองแถวสีส้ม สายเชียงใหม่-ฝาง
รถสองแถวสีขาว สายแม่แตง-เชียงใหม่
ลงที่ “ปากทางแม่ตะมาน” แล้วจะมีรถจากโฮมสเตย์ไปรับ
ระยะทางจากโฮมสเตย์ - ปากทางแม่ตะมาน: 19.3 กม. ประมาน 35 นาที

หรือสอบถามได้ที่ บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์ : ห้วยกุ๊บกั๊บ

byeeeeeeeeeeee


;)


ช่วงฝากของ

t.aroundtogether


ติดตามกันต่อด้วยนะค้าบบบบ



ความคิดเห็น