รีวิว Pranberry Earth พักผ่อนในโรงแรมน่ารักแบบส่วนตัวที่ "ปราณบุรี" รีวิวโดย Journeyme Journeyyou

กลับมาอีกที ประเทศไทยก็เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ (แม้จะร้อนกันทั้งปีแล้วก็เถอะ)ทริปปุ๊บปั๊บไปทะเลใกล้กรุงดีกว่า คิดเล่น ๆ ง่าย ๆ ว่าอยากไปนอนพักผ่อนโง่ ๆ ให้สมใจ แบบที่ไม่ต้องคิดและวางแผนอะไรมากมาย ไปไหนกันดีนะ?  ตัวเลือกก็มีไม่พ้น พัทยา บางแสน สัตหีบ ชะอำ หัวหิน .. และ ปราณบุรีใช่.. ไปปราณ

รีวิว Pranberry Earth พักผ่อนในโรงแรมน่ารักแบบส่วนตัวที่ "ปราณบุรี"

รีวิว Pranberry Earth พักผ่อนในโรงแรมน่ารักแบบส่วนตัวที่ "ปราณบุรี"

 วันพฤหัสที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564 เวลา 13.32 น.

 วันที่เดินทาง 8 เม.ย. 2564

กลับมาอีกที ประเทศไทยก็เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ (แม้จะร้อนกันทั้งปีแล้วก็เถอะ)
ทริปปุ๊บปั๊บไปทะเลใกล้กรุงดีกว่า คิดเล่น ๆ ง่าย ๆ ว่าอยากไปนอนพักผ่อนโง่ ๆ ให้สมใจ แบบที่ไม่ต้องคิดและวางแผนอะไรมากมาย ไปไหนกันดีนะ?  ตัวเลือกก็มีไม่พ้น พัทยา บางแสน สัตหีบ ชะอำ หัวหิน .. และ ปราณบุรี
ใช่.. ไปปราณบุรีกันดีกว่า ไปนอนนิ่ง ๆ ให้สมองปลดปล่อยจากเรื่องงานที่ WFH กันมาตั้งแต่ต้นปี..
ใช่ เราจะไปปราณบุรีกัน..

ถึงจะเป็นปุ๊บปั๊บทัวร์ แต่ก็ใจไม่แข็งพอที่จะ walk in หน้างาน
หาที่พักกันไว้ซักหน่อยจะเป็นอะไรไป อย่างน้อยก็มีตุ๊กตาปักหมุดไว้ว่าเราจะนอนที่นี่ ส่วนที่เหลือจะไปไหนบ้างค่อยว่ากัน


ใช้เวลาไถหาโรงแรม รีสอร์ท ไม่ได้นานมากนัก และเนื่องจากเราไปกันวันธรรมดา.. การหาที่พักริมทะเลก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร 
เลือกที่ชอบ ไถที่ใช่ โดยมากก็จะเป็นโรงแรมใหญ่ พูลวิลล่า และรีสอร์ท
ไถไป ไถมา ดูราคาน่าคบหา เป็นส่วนตัว ก็สะดุดตากับที่พักแห่งนี้..
"Pranberry"
แว๊บแรกที่เห็นหน้าเว็บ อุ๊ยยยย น่ารักจังเลย.. 


ไถไปไถมา ก็ได้พบเจอว่า Pranberry มีสองโลเคชั่น คือ Pranberry Earth และ Pranberry bed and breakfast
เงื่อนไขของเราคือ "เป็นส่วนตัว ถ่ายรูปขึ้น ราคาไม่แรง และมี twin beds"
ซึ่งที่นี่ ตอบโจทย์เราได้ทุกอย่างจริง ๆ .. เอ๊ะ แล้วสองที่นี้มันต่างกันยังไงล่ะ?

Pranberry bed and breakfast จะอยู่ใกล้หาดมากกว่า ใกล้เซเว่น ร้านค้านี่นั่นโน่น มากกว่า มีสองห้อง และมีร้านอาหาร Italian ตอนเย็น (ร้านเปิดแค่ศุกร์ เสาร์)
ส่วน Pranberry Earth อยู่ไกลจากหาด แต่ก็ละแวกใกล้เคียงกับที่แรก มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า มีสระว่ายน้ำ ห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง และขนาดห้องใหญ่กว่าที่แรกเล็กน้อย
ทางเราจึงเลือกนอนที่ "Pranberry Earth" ด้วยเหตุที่ว่า มันมีช่องว่าระหว่างเตียงสองเตียง.. แค่นั้น

เมื่อเดินทางไปถึง..
จัดการจอดรถข้างโรงแรม ละเดินผ่านซุ้มประตูดินที่หน้าบ้านมีชื่อโรงแรมชัดเจน ไม่กี่ก้าวเราก็มาถึง lobby
เหมือนเป็นโถงอเนกประสงค์ที่เป็นล็อบบี้ โต๊ะทานอาหารเช้า และร้านขายของเล็ก ๆ พร้อมมีเจ้าถิ่นนอนสบายใจกลางโต๊ะอีกหนึ่งหน่วย นั่นคือแมวสามสีที่ชื่อ "เอิร์ธ" นั่นเอง

มีพนักงานออกมาต้อนรับ และ welcome drink ให้ชื่นใจด้วย
กรอกข้อมูลการเข้าพักนิดหน่อยตามธรรมเนียมปฏิบัติกัน และเราก็พร้อมพุ่งตัวไปที่ห้องพักแล้ว..
ก่อนไปทิ้งตัวลงเตียง "เอ๊ะ วันนี้มีแขกเยอะมั้ยคะ?" 
"มีลูกค้านี่แหละค่ะ ห้องเดียวสองคืนเลย" ... นั่นนนนนนล่ะฮะ มาวันธรรมดามันดีอย่างงี้! มาห้องเดียวเสมือนเหมาทั้งโรงแรม เป็นส่วนตัวสมใจอยาก!! 


มาถึงห้องพัก พนักงานได้เปิดแอร์ไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว.. เย็นฉ่ำ พร้อมนอน
แต่ๆๆๆๆ ห้องน่ารักม้ากกกกกกกกกกกกกกก มาก มากกกก จริง ๆ เป็นห้องสีขาว และเฟอร์นิเจอร์เป็นหวายและไม้ ถูกวางไว้ในที่ที่สิ่งของเหล่านั้นควรจะอยู่ มีการตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้น่ารัก ๆ เช่น ตุ๊กตาไม้ ตุ๊กตาผ้า หมอนผ้าลายต่าง ๆ ทุกอย่างเหมือนคิดไว้อย่างลงตัวแล้ว .. เรื่องนอนไว้ก่อนละกัน ขอสำรวจและถ่ายรูปไว้ก่อนที่จะรกด้วยสมบัติของเราและสมาชิกของทริปนี้

มาดูที่ห้องน้ำกันบ้าง..
ห้องน้ำกว้างขาง ที่มีประตูและกระจกให้แสงลอดเข้ามาได้ แยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้ชัดเจน มีทั้งสบู่ล้างมือ สบู่อาบน้ำ แชมพู โลชั่นทาผิว ที่กลิ่นออกแนว botanical กลิ่นพรรณไม้ต่าง ๆ หอมสะอาด ๆ .. และ gimmick คือเจ้ายาสีฟันและ facial scrub นี่แหละ 
ไปพักที่นั่นนี่ก็หลายที่ เพิ่งเห็นที่นี่นี่แหละ ที่มีสครับหน้า และยาสีฟันสมุนไพรแบบผงให้ลูกค้า น่ารักไปอีกแบบ อย่างที่บอกว่าทุกอย่างเตรียมไว้ให้ คิดไว้แล้วสินะ ถึงได้น่ารักขนาดนี้ 

ว่าแล้วก็เดินออกมาดูบรรยากาศรอบ ๆ สักหน่อย
อย่างที่บอกว่าโรงแรมแห่งนี้มีทั้งหมด 6 ห้อง หลากชนิดกัน แล้วแต่เตียงและจำนวนคนเข้าพัก ห้องที่เราอยู่คือ 102 ชั้น 1 ที่สามารถเดินขึ้นบันไดข้างห้องไปยังชั้น 2 ที่เป็นลานโล่งให้นั่งเล่นได้
ด้วยความที่ไม่มีแขกในวันนั้น เราจึงเดินดูนั่นนี่ได้พอสมควร บางห้องจะมีระเบียงที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว บางห้องก็ใกล้สระว่ายน้ำ แล้วแต่จริง ๆ ว่าได้ห้องไหน.. ว่าแล้วก็นั่งเล่นซักหน่อย เดี๋ยวเปลี่ยนชุดลงสระกัน


และเราก็ทำนั่นนี่โน่น ออกไปทานข้าว เดินเล่น กลับเข้ามาอีกทีกี่ทุ่มก็จะไม่ได้ 
ก่อนออกไป พนักงานแจ้งว่าล็อบบี้ปิด 20.00 หากต้องการอะไรแจ้งไว้ได้เลย.. กลับเข้ามาก็เหมือนอยู่บ้านอะ เดินดิ่งไปห้องตัวเอง 
ที่นี่เงียบมาก และเป็นส่วนตัวสุด ๆ จะดังสุดก็คงเสียงเรากับสมาชิกนี่แหละ เหมาะแก่การพักผ่อนที่แท้ทรู
นอนเถอะ.. เดี๋ยวตื่นมาพรุ่งนี้มีอะไรต้องทำ


ตัดภาพมาที่มื้อเช้า อาหารเช้าที่นี่พร้อมเสิร์ฟที่เวลา 8.00 นะ (ด้วยความเป็นวันธรรดา พนักงานเลยได้ถามเมนูไว้ตั้งแต่เช็คอินแล้ว แต่คิดว่าช่วงวันหยุด จะจัดให้ลูกค้าเลือกเอง) สิ่งที่สั่งไว้คือไข่ม้วน (จริง ๆ ก็เป็น omelet) มาพร้อมสลัดราด balsamic ทานคู่กับขนมปังปิ้งและครัวซองต์ชิ้นจิ๋ว ในส่วนของเครื่องดื่ม มาเต็มมาก คือ กาแฟ นมสด (จะไม่เอาก็ได้) น้ำผลไม้ และน้ำเปล่า มาแบบครบ ๆ เลย และผลไม้หลังอาหารอีก 1 หากใครจะกินนอกเหนือจากนี้ สามารถสั่งเพิ่มเติมได้นะ(ไม่รวมในมื้ออาหารเช้าและค่าห้อง) มีเมนูแปะไว้แถวนั้นแหละ.. อิ่มท้องแล้ว พร้อมไปรับแดดแล้ว.. เดี๋ยวไปไหนบ้าง จะเล่าอีกทีในโพสท์ถัดไปละกัน


ความคิดเห็นส่วนตัว

  • ที่พักน่ารักมาก ราคาไม่แรง เลือกเอาตามที่ชอบ ที่ถูกใจนะ 
  • โรงแรมแห่งนี้ small details เยอะจริง ๆ คนเยอะแบบเราก็แฮปปี้แหละ
  • ปลั๊กไฟมีเพียงพอต่อการเข้าพักแน่ ๆ เท่าที่สังเกตดู มีปลั๊กไฟ 8 จุดในห้อง เยอะมั้ยล่ะ
  • เนื่องจากวันไปพัก ไม่มีแขกห้องอื่น เราจึงได้ภาพมาเยอะ
  • สระว่ายน้ำเป็นสระคลอรีน หากใครแพ้ก็เลี่ยงนะ
  • พนักงานน่ารักมาก ดูแลดีมากจริง ๆ ชื่นชมมมม

ข้อมูลเพิ่มเติม

JOURNEYMEJOURNEYYOU on Facebook

JOURNEYMEJOURNEYYOU on Instagram

ความคิดเห็น