วันนึงชั้นเดินเข้าป่า...ฟิลลิ่งนี้ที่ Hintok River Camp at Hellfire Pass รีวิวโดย Up-to-Elle

วันนึงชั้นเดินเข้าป่า...ฟิลลิ่งนี้ต้องที่นี่เท่านั้น Hintok River Camp at Hellfire Pass หินตก ริเวอร์ เเคมป์ ณ ช่องเขาขาด ขอพักร่าง พักใจ ทิ้งตัวลงที่นอนท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มันช่างดีต่อใจจริงๆค่ะคูนนนน ที่นี่เป็นเต้นท์สไตล์ซาฟารีแคมป์ ที่ตกแต่งออกมาให้มีความบูติค หรูหรา

วันนึงชั้นเดินเข้าป่า...ฟิลลิ่งนี้ที่ Hintok River Camp at Hellfire Pass

วันนึงชั้นเดินเข้าป่า...ฟิลลิ่งนี้ที่ Hintok River Camp at Hellfire Pass

 วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2564 เวลา 13.23 น.

 วันที่เดินทาง 26 มี.ค. 2564

วันนึงชั้นเดินเข้าป่า...ฟิลลิ่งนี้ต้องที่นี่เท่านั้น Hintok River Camp at Hellfire Pass หินตก ริเวอร์ เเคมป์ ณ ช่องเขาขาด ขอพักร่าง พักใจ ทิ้งตัวลงที่นอนท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มันช่างดีต่อใจจริงๆค่ะคูนนนน

ที่นี่เป็นเต้นท์สไตล์ซาฟารีแคมป์ ที่ตกแต่งออกมาให้มีความบูติค หรูหรา กินอยู่สบายๆ สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เหมือนเราได้เข้ามานอนในป่าเขาลำเนาไพร ริมแม่น้ำแควน้อย พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ในเต้นท์ติดแอร์ เรียกได้ว่าเที่ยวแบบไม่ต้องแคร์ฤดูกาลเลย แถมยังมีห้องน้ำภายในเต้นท์มีความเป็นส่วนตัวมาก ตอบโจทย์ให้กับคนที่ต้องการพักผ่อนแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องกางเต้นท์เองให้เหนื่อยและเสียเวลา จะมาเป็นครอบครัว มากะเพื่อน มากะคนรู้ใจ ได้หมดนะ กิจกรรมมีให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแช่บ่อน้ำธรรมชาติ ขี่จักรยาน พายเรือแคนู ล่องแพ

“Hintok River Camp at Hellfire Pass” บางคนอาจจะคุ้นๆชื่อนี้อยู่บ้าง เพราะที่นี่ถือว่าเป็น Glamping ที่ดีที่นึงในจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในรีสอร์ทกรุ๊ปของ SERENATA Hotels & Resorts Group www.serenatahotels.com แค่เฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรีก็มีอยู่ 5 รีสอร์ทแล้ว(Hintok River Camp / The Floathouse River Kwai / River Kwai Resotel / Home Phutoey / River Kwai Jungle Raft) และมีอยู่อีกในหลายจังหวัด เช่นกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย หัวหิน กาญจนบุรี เกาะยาว ลำปาง สุโขทัย สมุย

การเดินทางสะดวกมาก รีสอร์ทอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 1 ชั่วโมง ขับรถตรงมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 323 มายังอำเภอไทรโยค ให้เข้ามาทาง”กองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา” ซึ่งอยู่เลยจากน้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 20 นาที ทางเข้าอยู่ซ้ายมือ เราจะแวะเที่ยวที่ “พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด” ก่อนนะเพราะเป็นทางเข้าเดียวกันเลย

จะมีในส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงบอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีในส่วนที่เป็นสถานที่จริงที่สามารถเดินลงไปด้านล่างซึ่งเส้นทางตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นหุบเขา และหน้าผา ทำให้ในสมัยนั้นต้องใช้แรงงานของเชลยศึกขุดเจาะเขาตรงนี้ด้วยมือเปล่าเพื่อให้เป็นช่องทางที่รถไฟสามารถผ่านไปได้ และต้องทำงานทั้งวันทั้งคืน ทำให้ช่วงกลางคืนต้องทำงานท่ามกลางคบไฟที่ส่องสว่างอยู่ในช่องเขา จึงเป็นที่มาของอีกชื่อเรียกนึงคือ “ช่องไฟนรก”

ออกจากช่องเขาขาดก็เดินทางต่อมาที่รีสอร์ทเลย ใช้เวลาแค่ประมาณ 10 นาทีก็ถึง บริเวณรอบๆรีสอร์ทจะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีโรงเรียนหาดงิ้ว วัดหาดงิ้ว และร้านขายของชำเล็กๆด้วย ขาดเหลืออะไรหาซื้อที่นี่ได้แต่ของอาจมีไม่มากนัก ทางเข้าอยู่ซ้ายมือมีป้ายบอกชัดเจน

บริเวณนี้จะเป็นในส่วนของ Reception จุดนี้วิวสวยเห็นแม่น้ำด้วย มีจัดโซฟาให้นั่งเล่นชมวิวระหว่างรอลงทะเบียนเช็คอิน และตรวจคัดกรองโควิดก่อนเข้าที่พัก

เต้นท์ถือว่ากว้างมากนะ มีพื้นที่เหลือๆ ไม่อึดอัด แม้เต้นท์ห้องพักจะไม่ติดริมแม่น้ำ แต่เค้าก็มีจุดให้เราชมวิวได้อยู่นะ ภายในตกแต่งคุมโทนสีน้ำตาล เขียว ให้บรรยากาศป่าไม้ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนโรงแรมดีๆนี้เอง เตียงนอนนุ่มๆตามมาตราฐาน แอร์เย็นฉ่ำ ห้องน้ำในตัว มีตู้เย็น ชุดชงชากาแฟให้ แต่ไม่มีทีวีนะ เพื่อไม่ให้มีเสียงดังรบกวนเต้นท์ข้างๆ และที่นี่มีกฏงดใช้เสียงหลัง 4 ทุ่มด้วยนะ มีพื้นที่หน้าเต้นท์จัดเก้าอี้และเปลให้นอนเล่นชิลล์ๆได้ ตกกลางคืนนอนดูดาว ฟังเสียงจิ้งหรีดเพลินๆ เต้นท์ห้องพักที่นี่มี 2 แบบ แต่คือดูแล้วการตกแต่งคล้ายๆกัน ขนาดก็เท่ากัน ต่างกันตรงที่ "Deluxe" เป็นเต้นท์ใหม่และอยู่โซนด้านหน้า ส่วน "Superior" เป็นเต้นท์หลังเดิมและอยู่โซนหลัง

เราได้พัก "Deluxe" อยู่โซนหน้าๆ มีพื้นที่สนามหญ้าโล่งๆหน้าห้อง บางห้องก็จะใกล้กับลานแคมป์ไฟที่ทานอาหารเย็น

ห้องน้ำส่วนตัวเลยดีมาก ณ จุดนี้ จะมีกระจกบานเลื่อนกั้นระหว่างเต้นท์กับห้องน้ำ แบ่งแยกเป็นโซนได้ดีอ่างล้างหน้าอยู่ตรงกลาง ด้านข้างเป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำที่เป็นแบบ Shower

มีจัดมุมให้ถ่ายรูปเยอะแยะเลย พอกลางคืนก็จะประดับไฟไว้อย่างสวยงาม

บริเวณภายในรีสอร์ทร่มรื่นมาก มีจัดทางเดินและสนามหญ้าไว้อย่างสวยงาม ต้นไม้เล็กใหญ่เต็มไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียวขจี สบายตาเป็นที่สุด

ไฮไลท์อย่างนึงของที่นี่คือ "บ่อน้ำธรรมชาติ" เป็นธารน้ำตกเล็กๆไหลลงจากเขา และไหลลงสู่ในบ่อน้ำที่สร้างไว้ได้กลมกลืนกับธรรมชาติมากๆ นอนแช่น้ำพร้อมชมวิวแม่น้ำแควน้อยไปด้วยฟินสุด รู้ตัวอีกทีตัวเปื่อยล่ะ

ถัดลงไปจากบ่อน้ำจะมีแพริมน้ำให้นั่งเล่น ชมวิวโค้งของแม่น้ำแควน้อยได้อย่างเต็มตา

บรรยากาศมื้อค่ำให้ความรู้สึกเหมือนมา "แคมป์ปิ้งรอบกองไฟ" ลานแคมป์ไฟมีการจัดโต๊ะอาหาร และตกแต่งประดับประดาด้วยโคมไฟสวยงาม อาหารเป็นบุฟเฟต์ บาร์บีคิว มีทั้งอาหารไทย ส้มตำ ผัดไทย ผลไม้ และขนมหวาน

มื้อเช้าสำคัญเสมอ สำหรับอาหารเช้าที่นี่จะเป็นบุฟเฟ่ต์ที่มีให้เลือกหลากหลาย อร่อยทุกอย่างเลย ห้องอาหารจะเป็นแบบ open air โล่งๆ สัมผัสอากาศที่เย็นสบายในช่วงเช้า ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่

สำหรับอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจต้องขอแนะนำเลยคือ "ขี่จักรยานชมวิวสะพานแขวน" บริการฟรีนะเลือกเอาคันที่เหมาะๆแล้วไปกันเลย ขี่ไปตามทางซึ่งเป็นทางในหมู่บ้านนั้นแหละ จริงๆแล้วทางก็ไม่ได้สบายอย่างที่คิดหรอกนะเพราะจะมีทางลาดชันอยู่บ้างนิดหน่อย ระยะทางประมาณ 2 กม. ถือว่าได้ออกกำลังกายเลย

"สะพานแขวน" นี้ชาวบ้านใช้สัญจรไปมาปกติเพื่อข้ามผ่านแม่น้ำแควน้อย ส่วนอีกฝั่งนึงของแม่น้ำเป็นที่ตั้งของ "วัดหาดงิ้ว" ซึ่งมีองค์พระที่หลากหลายสีสัน ตอนที่เราไปเค้ากำลังปรับปรุงอยู่ แนะนำให้มาช่วงเย็นนะจะได้ชมพระอาทิตย์ตกไปด้วย

ใครขี่จักรยานเหนื่อย ปวดเมื่อย อยากผ่อนคลาย ก็มาใช้บริการนวดที่ห้องนี้ได้เลยนะ

จบทริปนอนเต้นท์ติดแอร์เป็นที่เรียบร้อย เป็นการพักผ่อนกับธรรมชาติที่แสนสะดวกสบาย สายชิลล์ สายเต้นท์ควรมาสัมผัสอย่างยิ่งจ้า

หินตก ริเวอร์แคมป์ ณ ช่องเขาขาด (Hintok River Camp at Hellfire Pass)

เว็บไซต์: www.hintokrivercamp.com/th

Facebook: https://www.facebook.com/hintokrivercamp

เบอร์ติดต่อ: 081-7543898GPS: 14.353397, 98.929545

Direct Booking link: https://bit.ly/3icNnhP

ความคิดเห็น