เที่ยวหนองคาย ในวันธรรมดา แบบวิถี New normal รีวิวโดย Get Away With Ampere

* ช่วงที่แอมเดินทาง (มิถุนายน 2563) สถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มดีขึ้น เลยเดินทางได้ค่ะ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 หลายๆ คนอาจจะเริ่มเบื่อที่จะอยู่บ้าน และอยากออกไปเที่ยวกันแล้ว แต่ก็ยังกลัวว่าคนจะเยอะ ลองไปเที่ยวอีสานในวันธรรมดากันดูไหม ?  ทริปนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวท

เที่ยวหนองคาย ในวันธรรมดา แบบวิถี New normal

เที่ยวหนองคาย ในวันธรรมดา แบบวิถี New normal

 วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เวลา 11.08 น.

 วันที่เดินทาง 25 มิ.ย. 2563

* ช่วงที่แอมเดินทาง (มิถุนายน 2563) สถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มดีขึ้น เลยเดินทางได้ค่ะ


ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 หลายๆ คนอาจจะเริ่มเบื่อที่จะอยู่บ้าน และอยากออกไปเที่ยวกันแล้ว แต่ก็ยังกลัวว่าคนจะเยอะ ลองไปเที่ยวอีสานในวันธรรมดากันดูไหม ? 

ทริปนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่จังหวัดหนองคาย 6 วัน 5 คืน เดินทางด้วยรถยนต์ ใช้เวลา 8-9 ชั่วโมง ก็ถึงแล้วค่ะ ที่พักที่จองไว้ชื่อ ณ ริมโขงริเวอร์วิว เป็นโรงแรมที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง คืนละ 2,800 บาท ได้บรรยากาศนั่งดูพระอาทิตย์ตกยามเย็น วิวดีมากๆ เลยหละค่ะ 

บรรยากาศหน้าโรงแรมและภายในห้องพัก

ที่พักมี Welcome drink ให้ด้วยค่ะ เป็นมะละกอสุกและน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ


ขนมและเครื่องดื่ม ทั้งที่อยู่ในตู้เย็น ทานได้หมดเลยค่ะ และในทุกๆวัน พนักงานก็จะมาเติมให้ จำได้ว่าขากลับกรุงเทพฯ ขนกลับเหมือนเซเว่นเคลื่อนที่

มีรถรับส่งจากที่จอดรถ หรือจะให้ไปส่งตามสถานที่ใกล้เคียงก็ได้นะคะ 


หลังจากเก็บของเข้าที่พักแล้ว ก็ไปหาข้าวเย็นกินกันค่ะ ยอมรับเลยว่า ช่วงที่ไปร้านค้าต่างๆ ก็เงียบเหงาพอควร อาจจะด้วยเป็นวันธรรมดา ข้อดีก็คือ มีระยะห่าง คนไม่แออัด  

ร้านอาหารแถวนั้นก็จะเป็นร้านอาหารตามสั่งทั่วไปเลยค่ะ ขออภัยจริงๆ ที่จำชื่อร้านอาหารไม่ได้ แต่อาหารอร่อย บริการดีมากๆ ด้วยความที่เดินทางมาไกลเมนูที่สั่งก็จะเน้นรสจัดนิดนึง ที่สั่งไปก็จะเป็นเมนูตำถั่วไข่ต้ม ต้มแซ่บทะเล แกงอ่อมหมู ยำวุ้นเส้น ทุกเมนูถือว่ารสจัดจ้านบวกกับบรรยากาศยามเย็นริมแม่น้ำโขง หายเพลียจากการเดินทางเลยค่ะ 


ทานข้าวเสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินย่อย ระหว่างกลับที่พัก ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินริมโขง 



Day 2 

เช้าวันที่ 2 ตื่นมารับประทานอาหารเช้ากันก่อนค่ะ สามารถเลือกได้ว่าจะนั่งทานที่ห้องอาหาร หรือจะให้พนักงานเข้ามาเสิร์ฟที่ห้อง เมนูอาหารเช้าที่นี่ มีหลายเมนู จัดเป็นเซ็ตสามารถเลือกได้ และระบุเวลาที่จัดส่งที่ห้องได้ ต้องบอกก่อนว่า แอมไม่สามารถเลือกครบทั้งเซ็ตได้ เนื่องจากมันเยอะมาก อิ่มจนจุกเลยทีเดียว

เมนูก็ตามนี้เลยค่ะ

  • ข้าวผัดกะเพรากุ้ง
  • ไข่กระทะ
  • ข้าวผัด
  • โรตี
  • ขนมปังปิ้ง
  • ผลไม้
  • ข้าวต้ม
  • ชุด Breakfast (โบโลน่า ไส้กรอก ไข่ดาว)
  • น้ำส้มคั้น

ทานข้าวเสร็จก็ได้เวลาเดินทางไปเที่ยว วันนี้แอมจะไป 2 ที่ คือ วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี และวัดผาตากเสื้อ ซึ่งระยะทางจากที่พักไปวัดป่าภูก้อน ประมาณ 100 กม. เดินทางประมาณ 2 ชม. 

วันที่ไป ทางวัดไม่ได้เปิดให้เข้าไปในอุโบสถนะคะ ให้สักการะได้แค่ข้างหน้า และเดินเที่ยวชมได้รอบๆบริเวณอุโบสถ

เดินทางไปกันต่อที่ วัดผาตากเสื้อ ระยะทางจากวัดป่าภูก้อน 54 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. นาทีนี้เปิด google map อย่างเดียวเลยค่ะ 5555 

ถึงแล้ววววว จอดรถเสร็จก็เดินตรงเข้ามา ไปสักการะพระพุทธรูป จากนั้นก็ไปที่ Landmark สำคัญของที่นี้ นั่นก็คือ Skywalk วัดผาตากเสื้อ ซึ่งถ้ามองไปทางซ้ายมือ จะเห็นแม่น้ำที่ทอดยาวคดโค้ง ซึ่งถ้ามองไปฝั่งตรงข้าม ก็จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเราเอง


Day 3

วันนี้มีแพลนเดินเล่นในตัวเมืองหนองคาย และก็จะไปคาเฟ่  ซึ่งในเมืองหนองคายนั้นยังคงความเป็นเมืองเก่าอยู่  ตึกต่างๆ ให้บรรยากาศเหมือนย้อนไปในวัยเด็กเลย แต่ถ้าเอาสายไฟลงใต้ดิน ถ่ายภาพสวยแน่นอนนนนนนน

คาเฟ่ที่ไปวันนี้ชื่อ บ้านทวดคาเฟ่ (Baan Thuad Cafe) เป็นคาเฟ่สุดชิค ในร้านแต่งโทนสว่างๆ มีจักรยานเท่ๆจอดหน้าร้าน ผนังจะมีอักษรพยัญชนะไทย เมนูเครื่องดื่มที่เราสั่งมานั้นก็จะเป็นโกโก้ปั่นและนมสดอัญชัน ส่วนขนมหวานก็จะเป็นสโคนกับ โรตีไอศกรีมฝอยทอง รสชาติถือว่าดีเลยค่ะ อร่อย คุ้มราคา ถือว่าเป็นอีกร้านที่ต้องแวะมาเมื่อมาถึงหนองคาย

มุมถ่ายรูปน่ารักเยอะมาก 


เสร็จจากคาเฟ่ก็เดินเล่นเรื่อยๆ กลับที่พัก ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูป เสพบรรยากาศยามเย็นริมโขงในวันที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน 


Day 4

วันนี้ก็เหมือนเดิมค่ะ แพลนจะเดินเล่นในเมืองและเที่ยวใกล้ๆกับที่พัก แต่ด้วยอากาศที่ร้อน กว่าจะได้ออกจากห้องก็เกือบบ่ายโมงเลย ได้แค่ตื่นมาทานอาหารเช้ารับบรรยากาศที่ริมระเบียงเหมือนทุกๆวัน

มีอีกที่นึง ที่เป็นอีกสถานที่ที่อยู่ใกล้ที่พัก และควรจะไป นั่นก็คือ พระธาตุกลางน้ำหรือพระธาตุหนองคาย ซึ่งประวัติเดิมชื่อพระธาตุหล้าหนอง องค์พระธาตุก่อด้วยอิฐถือปูน ล้มตะแคงไปตามกระแสน้ำ เหลือเพียงแค่ครึ่งฐานที่โผล่พ้นน้ำ ซึ่งที่ริมฝั่งก็มีพระธาตุจำลองไว้อยู่ หากอยากชมใกล้ๆสามารถจ้างเรือไปได้ แต่วันนั้นพี่ที่มาด้วยกัน ได้จ้างเรือไปลอยอังคารกระดูกของน้องหมา เลยได้มีโอกาสไปชมพระธาตุใกล้ๆ

ขึ้นฝั่งแล้วท้องเริ่มร้อง ไปกินมื้อเที่ยงกัน ที่ร้านอาหารเวียดนาม ริมโขง ชื่อว่า กาแฟเวียด เมนูที่สั่งมาก็จะมี ข้าวยำหมูยอ ปาเต้ เฝอญวน และก็ชาไข่มุก ร้านนี้รสชาติถือว่าดีเลยนะคะ ราคาอาจค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพถือว่าสมราคาแล้วค่ะ

เฝอญวนหมดเกลี้ยงเลย ถ่ายไม่ทัน


Day 5 

ก่อนกลับกรุงเทพ 1 วัน เลยมา พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย ไปเดินตากแอร์เย็นๆ เดินดูปลาและสัตว์น้ำต่างๆ ค่าเข้าเด็ก นักเรียน นักศึกษา 30บาท ผู้ใหญ่ 50บาท ไม่รู้เป็นเพราะช่วงโควิดรึเปล่า พิพิธภัณฑ์ค่อนข้างเงียบ แต่ยังพอมีคนมาเดินอยู่ ส่วนสัตว์น้ำตามตู้ต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ก็ดูแลและทำความสะอาดอย่างดีอยู่นะคะ อยากให้ทุกคนไปช่วยสนับสนุนกันค่ะ


วันที่ 6

วันสุดท้ายแล้ว เตรียมตัวเช็คเอ้าท์ออกจากที่พักกลับกรุงเทพฯ กัน ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปที่ใช้เวลาอยู่กับหนองคายนานมากๆ มีอีกหลายสถานที่ที่ไปแต่ไม่ได้เอามารีวิวเนื่องจากไปแต่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เลย เช่น วัดโพธิ์ชัย วัดพระธาตุบังพวน วัดหินหมากเป้ง ตลาดอินโดจีน ฯลฯ หรือจริงๆ สามารถเที่ยวได้หลายที่ภายในสองวันสามวันได้นะคะ แต่แอมมาหลายวัน เลยค่อยๆเที่ยววันละที่สองที่ ใช้เวลาพักผ่อนอยู่กับบรรยากาศริมโขง ชาร์จแบตเพื่อกลับไปทำงานอีกครั้ง โอกาสหน้าค่อยมาตามเก็บที่เหลือต่อค่ะ 

ปิดท้ายไปด้วยภาพผู้ร่วมทริปของเรา ฝ่าแดด ฝ่าลมอยู่ด้วยกันตั้ง 6 วัน



ฝากติดตามช่องของแอมด้วยนะคะ :)

Follow me :






ความคิดเห็น