เทียนจินมันส์จริงๆ🤦🏻‍♀️ รีวิวโดย Naiwamaipai

ถ้าหากพูดถึงเมืองจีนหลายๆคนมักจะนึกถึงเมืองหลักอย่างปักกิ่ง ซึ่งเราก็คือหนึ่งในนั้นจนกระทั่งวันที่เราหาข้อมูลสถานที่เที่ยวในปักกิ่งและเผลอไปเจอคำว่า "Tianjin ; เทียนจิน" พร้อมกับรูป Tianjin Eye ด้วยรูปที่สะดุดตาในครั้งนั้นทำให้เราตัดสินใจทักไลน์หาเพื่อนสมัยมัธยมที่กำลังเรียนต่ออยู่ที่จีน ซึ่งตอนนั้

เทียนจินมันส์จริงๆ🤦🏻‍♀️

เทียนจินมันส์จริงๆ🤦🏻‍♀️

 วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2564 เวลา 16.25 น.

 วันที่เดินทาง 30 ธ.ค. 2562


ถ้าหากพูดถึงเมืองจีนหลายๆคนมักจะนึกถึงเมืองหลักอย่างปักกิ่ง ซึ่งเราก็คือหนึ่งในนั้นจนกระทั่งวันที่เราหาข้อมูลสถานที่เที่ยวในปักกิ่งและเผลอไปเจอคำว่า "Tianjin ; เทียนจิน" พร้อมกับรูป Tianjin Eye ด้วยรูปที่สะดุดตาในครั้งนั้นทำให้เราตัดสินใจทักไลน์หาเพื่อนสมัยมัธยมที่กำลังเรียนต่ออยู่ที่จีน ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าเพื่อนเรียนอยู่ที่เมืองไหน

Dear...เดอะแก๊งมัธยมต้น

T : "เดียรู้จักเทียนจินป่ะ" ประโยคทักทายที่ไม่รู้อะไรดลใจให้ทักไปถามเรื่องนี้

D : "เห้ยยยย อยากจะบอกว่าเราเรียนที่นี่แหละ" ประโยคตอบกลับที่ทำให้ทริปเทียนจินในครั้งนี้เกิดขึ้น (เนื่องจากเรามีข้อมูลเกี่ยวกับเทียนจินไม่มากพอ ถ้าไม่ได้ข้อมูลบางส่วนจากเพื่อนในตอนนั้นทริปเทียนจินของเราอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเลยก็ได้)                                                                                                      

                                                                                     
2019-12-30 Beijing south railway station

เวลาประมาณ 8 โมงเช้า เราออกเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงที่ได้ทำการจองตั๋วไว้ล่วงหน้าผ่านทาง จองตั๋วรถไฟจีน | ราคา ตารางเวลา บริการจัดส่งตั๋ว | Trip.com ซึ่งออกเดินทางจาก Beijing south railway station ไปยัง Tianjin railway station โดยใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง

เราตั้งต้นทริปเทียนจินไว้ที่ Tianjin railway station และนั่ง Subway ไปลงที่สถานี Jinwan square แล้วเดินเลียบแม่น้ำไห่ (Hai river) ไปเรื่อยๆตาม Maps ที่ปักหมุดไว้ตามนี้เลยค่ะ

📍จากสถานี Jinwan Square

📍Jiefang Bridge, Jiefang N Rd, Heping, Tianjin, จีน

📍Century Clock, Hebei District, Tianjin, จีน

📍Aoshi Customs Music Park, Hebei Qu, จีน

📍Italian Style Town Pier, Pedestrian St, Hebei District, Tianjin, จีน

📍原奥匈帝国驻天津领事馆 จีน Tianjin, Hebei District, Jianguo Rd, 153号

📍Wanghailou Christian Church, 292 Shizilin St, Hebei District, Tianjin, จีน

📍Tianjin Eye, Hongqiao Qu, Tianjin Shi, จีน

ใช้เวลาเดินจากสถานี Jiwan square ประมาณ 10 นาที ก็ถึง Jiefang bridge

สะพาน Jiefang

ซึ่งตรงข้ามก็จะเป็นวงเวียนหอนาฬิกาเซ็นจูรี่ (Century clock)

หอนาฬิกาเซ็นจูรี่ (Century Clock)

หลังจากเดินชิวไม่แคร์สภาพอากาศก็เกิดอาการปวดฉี่ขึ้นมา เลยแวะเข้าห้องน้ำเคลื่อนที่ที่จอดไว้ข้างแม่น้ำ และความพีคมันอยู่ตรงนี้ค่ะซิส!! หลังจากถลกกางเกงกำลังจะนั่งลง โทรศัพท์ดันตกลงไปในโถส้วม (โถแบบนั่งยอง) ที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ทำให้มองไม่เห็นตัวโถข้างล่าง เลยรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากป้าที่เฝ้าห้องน้ำ ในใจตอนนั้นร้องไห้ไม่มีน้ำตาแล้วค่ะ ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์แถมยังพูดภาษาจีนไม่ได้ จะไปเที่ยวต่อยังไง หรือจะต้องกลับไทยเลย แล้วจะติดต่อสถานทูตยังไง ความกังวลเกิดขึ้นในหัวเต็มไปหมด

และ

ฉัน : Hey sis, my phone dropped 

ป้า : @#&^$ &*^! (โบกมือพร้อมท่าทางไม่สะทกสะท้าน และพูดอะไรก็ไม่รู้ ฟังไม่รู้เรื่อง)

ฉัน : in water closet (ชี้ไปที่โถ), help me!

ป้า : #@&$^ (ยังคงท่าทางเดิม) 

ฉัน : help me pleaseee, help สิโว้ยยยยยยย 

ระหว่างนั้นก็หันไปเห็นไม้ม็อบ เลยหยิบไปเขี่ยฟองสบู่จึงเห็นว่าโทรศัพท์ไม่ได้ร่วงลงคอห่านไป 

พระเจ้ายังช่วยไว้อยู่ค่ะ🤣🤣🤣 โทรศัพท์ไม่เป็นอะไร ยังสามารถพาไปเที่ยวต่อได้

วิวรอบแม่น้ำไห่ (Hai river)

หลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญไป เราก็เดินตาม Maps ต่อไปเรื่อยๆจนถึง Aoshi customs music park

Aoshi customs music park

ซึ่งจะอยู่ไม่ไกลจากอิตาเลียนทาวน์

เดินเลี้ยวเข้าอิตาเลียนทาวน์เจอน้องชวนถ่ายรูปน่าร๊ากกก

เดินเล่นอยู่ในอิตาเลียนทาวน์อยู่พักใหญ่เลยค่ะ เพราะมีมุมให้เดินเล่นเยอะมากกก

มุมถ่ายรูปก็เช่นกัน

เดินเพลินจนรู้สึกว่า “เดี๋ยวจะไปที่อื่นต่อไม่ทัน”

จึงตัดสินใจเดินออกมาจากอิตาเลียนทาวน์ แล้วเดินเลียบแม่น้ำไห่ตามหมุดที่ปักไว้

สะพานข้ามแม่น้ำไห่อยู่ใกล้ๆกงสุลออสเตรีย-ฮังการี

ใช้เวลาเดินไม่ถึง 20 นาที ก็มาถึงยังหมุดที่ปักไว้ว่า 原奥匈帝国驻天津领事馆 จีน Tianjin, Hebei District, Jianguo Rd, 153号 (คือกงสุลออสเตรีย-ฮังการี ประจำเทียนจินนั่นเองค่ะ)

เสร็จแล้วก็เดินต่อไปเรื่อยๆ

ผ่านโบสถ์ Wanghailou

เริ่มเห็นสะพานจินกัง (Jingang bridge) แบบใกล้ๆ

แล้วก็ไปสิ้นสุดที่เทียนจินอาย (Tianjin eye) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมหานครลูกครึ่งจีน-ยุโรป แห่งนี้

***ขอเพิ่มเติมแพลนเดิมที่เราวางไว้จริงๆจะมี St. Joseph’s church, Five great avenue และ Tianjin binhai library ซึ่งถ้าใครได้มีโอกาสไปเยือนเมืองเทียนจิน เราอยากให้ไปมาก แต่ด้วยสภาพอากาศที่หนาวจัดและลมแรงมากในวันนั้น เราจึงตัดสินใจเดินกลับไปนั่งรอรถไฟเพื่อกลับปักกิ่งก่อน 1 ชั่วโมง

อากาศหนาวจัดขนาดที่น้ำในแม่น้ำเริ่มเป็นน้ำแข็งแล้วค่ะ

ด้วยความที่มีเวลาเหลือชิวๆประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เลยนั่งแชทไลน์คุยกับเพื่อนถึงเรื่องระทึกขวัญโทรศัพท์ตกส้วมไปเมื่อตอนเช้า จน...

ตกรถไฟกลับปักกิ่งค่ะ!

รถไฟจีนออกตรงเวลาเป๊ะ!

ตั๋วเดิมขากลับที่จองไว้คือ 5 โมงครึ่ง เพราะเมื่อถึงปักกิ่งเราจะต้องรีบเก็บกระเป๋าแล้วนั่งรถไฟต่อไปยังฮาร์บินตอน 3ทุ่ม แต่เรานั่งเล่นจนไม่ดูเวลา รู้ตัวอีกทีจากเสียงประกาศของรถไฟขบวนถัดไปที่จะเข้าเทียบชานชาลา เราจึงรีบวิ่งไปเปลี่ยนตั๋วใหม่ตามคำแนะนำจากพนักงานตรวจตั๋ว ซึ่งเขาช่วยเหลือดีมาก เราได้ตั๋วใหม่เป็น 6 โมงครึ่งโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด และกลับถึงปักกิ่งประมาณ 1 ทุ่มนิดๆ

Bye bye เทียนจิน 

แล้วเราจะกลับไปแก้ตัวใหม่นะ : )

ความคิดเห็น