รีวิว JOSH hotel ใช้เวลาทั้งวันในบรรยากาศย้อนยุคที่อารีย์ รีวิวโดย Journeyme Journeyyou

หากเซ็งกับการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานในบรรยากาศย้อนยุคกันหน่อยมั้ยล่ะ..ไม่ต้องเดินทางไกล อาหารการกินหาง่าย สะดวกสบาย มีขนม เครื่องดื่มให้เลือก และสามารถใช้เวลาทั้งวัน(หรือจะทั้งคืน) ในสถานที่แห่งนี้ ที่ JOSH hotel อารีย์ ซอย 4 (ฝั่งเหนือ)  หากใครเคยเห็นภาพโรงแ

รีวิว JOSH hotel ใช้เวลาทั้งวันในบรรยากาศย้อนยุคที่อารีย์

รีวิว JOSH hotel ใช้เวลาทั้งวันในบรรยากาศย้อนยุคที่อารีย์

 วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เวลา 23.12 น.

 วันที่เดินทาง 9 ส.ค. 2564

หากเซ็งกับการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานในบรรยากาศย้อนยุคกันหน่อยมั้ยล่ะ..
ไม่ต้องเดินทางไกล อาหารการกินหาง่าย สะดวกสบาย มีขนม เครื่องดื่มให้เลือก และสามารถใช้เวลาทั้งวัน(หรือจะทั้งคืน) ในสถานที่แห่งนี้ ที่ JOSH hotel อารีย์ ซอย 4 (ฝั่งเหนือ) 

หากใครเคยเห็นภาพโรงแรมดูย้อนไป 80s ที่สีสันเฉพาะตัว จากตึกที่เป็นหอพัก ถูกรีโนเวทให้เป็นโรงแรมที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยว โดยมีสโลแกน 

"Waiting for the journey of someone like you"

ห้องพักจำนวน 71 ห้อง ถูกตกแต่งให้เข้าธีมกันทั้งตึก รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ก็มีความย้อนยุคและดูทันสมัยไปในเวลาเดียวกัน ทุกอย่างถูกคิดมาแล้วสินะ ไม่ว่าจะเป็นผนังภายนอกและภายในที่เข้ากันโทนสีเขียวอ่อนตุ่น ๆ ขาว ทอง ชมพูนิด ๆ มีความสนุกสนานของสีสันที่ตัดกันและความอบอุ่นจากโทนสีที่ใช้ มาดูกันต่อเลย

  • booking

การจองห้องพักเพื่อเข้าพัก หรือจะเข้ามานั่งทำงาน (โปรโมชั่นของโรงแรม ช่วงสิงหาคม 2564) สามารถทำได้โดยทั้งจองตรงกับโรงแรม โดยการโทรไปจอง หรือใช้ช่องทาง social media ของโรงแรมเอง หรือจะจองผ่านเว็บไซต์กลางเช่น agoda ก็ได้ ส่วน JNMJNY นั้น ใช้การจองผ่าน agoda ซึ่งก็ทำตามขั้นตอนของเว็บไซต์ไป

  • checking in

เมื่อเดินทางไปถึง เปิดประตูหน้าเข้าไปก็พบกับโถงที่เป็น lobby ของโรงแรม มีพนักงานต้อนรับคอยทำหน้าที่เช็คอินให้เราอยู่ โดยแขกแจ้งชื่อและช่องทางการจองให้พนักงาน และใช้หลักฐานการยืนยันตัวตน ง่ายสุดก็บัตรประชาชนคนที่จองนั่นแหละ จากนั้น กรอกข้อมูลที่ใช้ในการเช็คอินเช่น ชื่อ สกุล email เบอร์โทร ทะเบียนรถ(หากมี) และเพิ่มเติม คือใบยืนยันเกี่ยวกับสถานการณ์ covid19 ว่าเราไม่ได้มีอาการหรือเสี่ยงที่จะเป็นนั่นนี่นะ 

จากนั้น เราก็จะได้คีย์การ์ดมาเพื่อใช้ในการเข้าห้อง พร้อมแล้ว.. หันหลังให้เคาท์เตอร์ที่ล็อบบี้ มองไปสุดโถงก็จะเจอลิฟท์ ห้องที่เราได้อยู่ชั้น 4 ก็กดลิฟท์ขึ้นไปกันเลย

  • room(s)

ห้องที่เราจอง เป็น Deluxe room ที่เป็นห้องเริ่มต้นของโรงแรมแห่งนี้ ห้องขนาดกระทัดรัด 20 ตรม. เปิดประตูคีย์การ์ดเข้าไป จะพบกับฉากบังตาเพื่อที่ว่าเปิดประตูมา จะไม่ต้องมองทะลุไประเบียง จัดการเสียบคีย์การ์ดเพื่อให้ไฟฟ้าทำงาน รีโมททีวี แอร์ ป้ายแขวนหน้าประตู ได้ถูกแขวนไว้ในกระเป๋าผ้าหลังฉากบังประตู 

เดินเข้ามาในห้อง เตียงขนาด king size แน่น ๆ วางอยู่กลางห้อง พร้อมหมอนหนุนและหมอนอิงรวมสี่ใบ สบายใจ นอนแบบกองหมอนไว้รอบตัวได้เลยล่ะ ส่วนปลายเตียงเป็นสมาร์ททีวี และมีที่วางของเล็ก ๆ ใต้ทีวี ซ้ายมือข้างทีวีเป็นราวแขวนเสื้อผ้า และที่วางกระเป๋า ซึ่งไม่มีตู้เสื้อผ้า เข้าใจว่าใช้ราวแขวนแทนเพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอย 

อีกฝั่งของห้องคือห้องน้ำและระเบียง โดยที่มีอ่างล้างมือขนาดใหญ่และกระจกเงาอยู่ข้างนอก ข้างเตียงมีสตูวางโคมไฟและปลั๊กไฟพร้อมใช้งาน รวมถึงมีเก้าอี้โยกไว้นั่งเล่นรับแสงธรรมชาติจากระเบียงได้ ระเบียงข้างนอกมีที่ตากผ้าเช็ดตัวไว้ให้ด้วย (แต่สูบบุหรี่ตรงระเบียงไม่ได้นะจ๊ะ)

  • inside room facilities

ในห้องจิ๋ว ๆ แห่งนี้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็มีให้โดยที่ถือกระเป๋าเสื้อผ้ามาแค่นั้นก็ได้ เหมือนมาตรฐานทั่วไป ที่มีน้ำดื่ม สบู่ ยาสระผม หมวกคลุมอาบน้ำ ไดร์เป่าผม เพิ่มเติมคือมี แปรงสีฟัน slippers แก้วกาแฟที่สามารถเดินไปชงได้ตรงทางเดินข้างนอก และมีไฟฉายไว้ตรงประตูเข้าห้อง ส่วนปลั๊กไฟก็มีเพียงพอต่อการใช้งาน

  • interior and exterior decor

พอมีเวลา เราก็จัดการใส่แมสค์ ถือสเปรย์แอลกอฮอล์และถือกล้องไปเดินถ่ายรูปเล่นรอบโรงแรม 
อย่างที่บอกไป ที่นี่ตกแต่งเป็นแนวย้อนยุค ไปช่วง modern vintage สีสันน่ารักเหมือนมีฟิลเตอร์คุมโทนภาพตามสมัยนิยมที่เห็นตาม Instagram สีไม่ถึงกับสดใสแสบตา แต่น่ารักแบบตุ่น ๆ ซึ่งถ่ายรูปขึ้นมากกกกกกกกก จริง ๆ ถ่ายด้วยกล้องมือถือก็น่ารักแล้ว ไหนจะเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับการตกแต่งภายในที่ถูกคิดไว้แล้วก็เช่นกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่น น่ารัก ย้อนยุคแต่ไม่ได้เก่าเก็บ 

ส่วนภายนอกก็มีสระว่ายน้ำขนาดย่อม ที่เสมือนเป็นสระส่วนตัวที่บ้าน ล้อมฉากบังตาด้วยต้นไม้ มีร่มสี ๆ อยู่ขอบสระ และสามารถเดินถ่ายรูปเล่นได้รอบสระ (แต่ช่วงสถานการณ์ covid19 แขกสามารถเดินเล่น ถ่ายรูปได้ แต่ลงสระไม่ได้นะจ๊ะ) ได้ภาพเซ็ทน่ารัก ๆ ดูคุมโทนและคุมธีมได้อีก

  • enjoy eating

นอกจากโรงแรมที่เป็นที่พักแบบถ่ายรูปขึ้นแล้ว ที่ JOSH hotel ยังมีคาเฟ่ข้างล่าง คือร้าน JOSH kaffa ร้านกาแฟเข้มขรึม  ซึ่งเราได้ลองจัด dirty coffee รสชาติดี นวล นุ่ม อร่อยเลยแหละ และมีคีออสเล็ก ๆ Volks ที่ขาย bagels ในโรงแรมด้วย อีกทั้งถ้าเดินออกมานอกประตูโรงแรม เลี้ยวขวาใต้ตึก มีร้านโดนัท Drop by dough และร้านอาหารอื่น ๆ ด้วย เอาเป็นว่าเข้ามาเวิ้งนี้แล้วอยู่ได้โดยไม่ต้องออกไปไหนเลยล่ะ

related information

    • เป็นโรงแรมถ่ายรูปขึ้น มีความย้อนยุค ที่ตกแต่งเข้ากัน สมกับเป็น lifestyle hotel
    • การเดินทางสะดวกมาก ๆ
      • bts อารีย์ ลงทางออก 3 มายัง อารีย์ ซอย 4 ฝั่งเหนือ โรงแรมอยู่ทางขวามือ มีป้ายทางเข้า
      • รถยนต์ส่วนตัว มีที่จอด (แต่ไม่มาก) และต้องใช้ความสามารถในการขับรถประมาณหนึ่ง เพราะทางเข้าออกเป็นที่อยู่อาศัย ถนนค่อนข้างเล็ก 
      • รถเมล์ และเดินจากปากซอยอารีย์หรือนั่งมอเตอร์ไซค์เข้ามาก็ได้ 
      • grab/taxi ก็สามารถกดจากแผนที่ ว่า JOSH hotel ได้เลย
    • มีร้านอาหาร/ขนม ภายในบริเวณโรงแรม เช่น DROP by DOUGH, The key room no.72 , JOSH Kaffa, KISU IZAKAYA
    • ห้องพักในโรงแรม
      • superior: twin bed, 18 sqm
      • deluxe: king-size bed, 20 sqm
      • family: 1 queen-size bed and 2 single bed, 20 sqm
      • JOSH's room: 1 king-size bed,  bathtub, 49 sqm
    • ราคาห้องพัก 4XX-2,XXX บาท/ 1 คืน (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงแล้วแต่โปรโมชั่นแต่ละเดือน, โปรดเช็คอีกครั้งก่อนทำการจอง)
    • ช่องทางการจอง/ติดต่อ
    • map https://g.page/joshhotelbangko...

    แล้วกลับมาเล่าให้ JNMJNY ฟังบ้างนะ : )

    JOURNEYMEJOURNEYYOU on Facebook
    JOURNEYMEJOURNEYYOU on Instagram

    ความคิดเห็น