รีวิว Holiday Inn Express Bangkok Sathorn พักผ่อนเต็มที่กับ 36 hours stay รีวิวโดย Journeyme Journeyyou

วนไปวนมา กว่าจะได้คลายล็อคกันก็ปาเข้าไปเป็นเดือน work from home กันจนเป็นวิถีปกติกันไปแล้ว ดังนั้น เปลี่ยนบรรยากาศมา work from hotel ดีกว่า แต่ไหนๆก็เลือกที่จะถือแล็ปท็อป หอบสมบัติไปทำงาน หอบเสื้อผ้านั่นนี่โน่นกันออกมาแล้ว ขอใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวข้างนอกกันให้ยาวกว่าเดิมหน่อยจากปกติ โรงแรม

รีวิว Holiday Inn Express Bangkok Sathorn พักผ่อนเต็มที่กับ 36 hours stay

รีวิว Holiday Inn Express Bangkok Sathorn พักผ่อนเต็มที่กับ 36 hours stay

 วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564 เวลา 22.39 น.

 วันที่เดินทาง 8 ก.ย. 2564

วนไปวนมา กว่าจะได้คลายล็อคกันก็ปาเข้าไปเป็นเดือน work from home กันจนเป็นวิถีปกติกันไปแล้ว ดังนั้น เปลี่ยนบรรยากาศมา work from hotel ดีกว่า 
แต่ไหนๆก็เลือกที่จะถือแล็ปท็อป หอบสมบัติไปทำงาน หอบเสื้อผ้านั่นนี่โน่นกันออกมาแล้ว ขอใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวข้างนอกกันให้ยาวกว่าเดิมหน่อย
จากปกติ โรงแรมทั่วๆ ไปที่เราสามารถเช็คอิน 14.00 และมาเช็คเอ้าท์ก่อน 12.00 นั้น บางคนยังไม่ทันได้พักผ่อนก็ต้องรีบเก็บของกลับ แต่ช่วงนี้หลายๆที่ก็มีการปรับเปลี่ยนเป็น day use ก็มีเยอะแยะ

...แล้วถ้าหากอยากอยู่ยาวกว่านั้น หรือเลือกเวลาเข้าพักได้ด้วยตนเองล่ะ?

ที่นี่ Holiday Inn Express สาทร ได้มีการจัดโปรโมชั่นให้แขกได้อยู่กันยาวๆ ทั้งวันทั้งคืนแบบจุใจ ในราคาเบาๆ คือ เข้าพักแบบ 36 hours stay พร้อมอาหารเช้า 1 วัน ในราคา 1,000 บาทถ้วน จุใจทั้งเวลาและอาหารกันเลย เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟัง

  • booking

เนื่องจากเห็นโปรโมชั่นหน้าสื่อ official ของทางโรงแรม เลยสอบถามข้อมูลเข้าไปใน page
โปรโมชั่นนี้ แขกสามารถเข้าพักใช้เวลายาวๆ เต็มที่ 36 ชั่วโมง โดยมีอาหารเช้า (หนึ่งมื้อ) สำหรับ 2 คนด้วย ซึ่ง ไม่จำกัดเวลาในการเข้า เช่น เช็คอินเวลา 12.00 ก็สามารถอยู่ยาวๆ นับไป 36 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าเช็คเอ้าท์ได้ 0.00 ของอีกวันนึง ยาวนานจุใจกันไปเลย ให้นั่งทำงาน เคลียร์งาน พักผ่อน นอนเล่น ได้เต็มที่กว่าที่เคย

ซึ่งการจองห้อง สามารถทำได้โดยโทรไปที่โรงแรม หรือคุยผ่านระบบแชทของเพจโรงแรมก็ได้ ส่วนเราใช้วิธีที่สองในการจองห้อง จากนั้นทางสตาฟก็ได้ขอข้อมูล คือ ชื่อ สกุล อีเมลล์ ชนิดห้องที่ต้องการพักเพื่อใช้ในการกรอกข้อมูล และทางโรงแรมก็จะส่งเอกสารใบจองกลับมา แค่นั้น เรียบร้อยจ้า

  • checking in

จัดการจอดรถ แจ้ง รปภ. วัดอุณหภูมิให้เรียบร้อย จะได้สบายใจกันทุกฝ่าย 
จากนั้นก็กดลิฟท์จากชั้นล่างมาที่ล็อบบี้ของโรงแรม เพื่อที่จำทำการเช็คอินให้เรียบร้อย ก็ตามมาตรฐานโรงแรมทั่วไปคือยื่นเอกสารยืนยันตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน พาสปอร์ต หรือใบขับขี่ จากนั้นกรอกข้อมูลตามที่มีในเอกสาร และจ่ายเงินค่าเข้าพัก ซึ่งในที่นี้ สามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด บัตรเดบิต หรือเครดิตก็ได้ และเราก็จะได้คีย์การ์ดมาเพื่อไปยังห้องพัก .. แค่นั้นเลย ง่าย ไม่ซับซ้อน

  • rooms' type

    ห้องพักที่นี่ก็มีทั้งเตียงเดียว เตียงคู่ มีหลายชนิด ตามนี้..

    • standard room (19 sqm)
      • twin
      • queen
    • deluxe room (19 sqm)
      • twin 
      • queen
    • superior room (30 sqm)
    • room with balcony (19/30 sqm)

    ซึ่งห้องที่เราเลือก ก็เบสิคสุดเลย นั่นก็คือ standard queen room ขนาดกระทัดรัด มากับเตียงควีนไซส์หมอนสี่ใบ นอน กอด ให้สบายใจกันไปเลย ซึ่งแปลนของห้อง ก็คือเปิดประตูเข้ามา จะเจอห้องน้ำก่อน (ไม่ทางซ้ายก็ขวา) ซึ่งมีการจัดแจงพื้นที่และตกแต่งให้ห้องดูกว้างขึ้นโดยการใช้กระจก และถัดจากนั้นคือห้องนอน และส่วนที่เป็นที่แขวนเสื้อผ้า โต๊ะ เตียงต่างๆ สังเกตง่ายๆจากพื้นเลย จะแบ่งเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน

    • inside room

    ในห้องพัก ถึงขนาดจะไม่ได้กว้างขวางมาก แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีพร้อมและเพียงพอให้ใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ได้อึดอัดหรือลำบากอะไร เริ่มจากห้องน้ำ ก็มีผ้าขนหนููที่แยกเป็นผ้าเช็ดตัว เช็ดผม และผืนเล็กอีก (รวมแล้วสามชนิด) มีไดร์เป่าผมไว้ให้ใช้ในห้องน้ำ และข้าวของนิดหน่อยทั่วๆไป

    ส่วนในห้องพัก มีน้ำดื่มบริการไว้ให้สองขวด (ซึ่งถ้าอยู่ยาวแบบเราคือซื้อขวดใหญ่เพิ่มจากข้างนอกมาเองเลย ง่ายดี) ชา กาแฟ กาน้ำร้อน และแก้วสำหรับชงกาแฟเตรียมไว้ให้ในห้องพัก 
    มีการจัดการพื้นที่สำหรับเป็นที่วางกระเป๋าเดินทาง ที่วางของใต้ทีวีแบบลอยติดผนัง และโต๊ะทำงานที่มีโคมไฟ led ให้ใช้งานได้จริง พร้อมเก้าอี้ทำงาน

    ในส่วนของเตียงนอน ไม่นุ่มยวบยาบ แต่ก็ไม่ได้แข็งมาก มีความหนึบเด้งหน่อย ผ้าห่มขนาดพอดีกับเตียงและหมอนสี่ใบ ซึ่งสี่ใบนี้แบ่งมาเป็น 2 ชนิด คือ solf และ firm ซึ่งเราแฮปปี้กับตรงนี้มาก โคมไฟและปลั๊กไฟก็มีเพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งในจุดนี้จะแบ่งเป็นไฟ master ไฟอ่านหนังสือ และโคมไฟข้างเตียง อีกฝั่งของเตียงมีเก้าอี้สำหรับเอนหลังดูทีวี นั่งเล่นอีกหนึ่ง ซึ่งเอาจริง ห้องไซส์นี้ก็ไม่คิดว่าจะใส่เฟอร์นิเจอร์ได้ขนาดนั้นเหมือนกัน ถือว่าเป็นห้องที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกได้ค่อนข้างครบเลยแหละ (ไม่มีเตารีดกับโต๊ะรองรีดให้นะ หากต้องการ ส่ง laundry ของโรงแรมได้)

    • breakfast

    เนื่องจากการเข้าพักแบบ 36 hours stay จะมีการจัดอาหารเช้าให้แขกที่เข้าพัก 1 มื้อ (2 คนต่อหนึ่งห้อง) ซึ่งอาหารเช้าก็เริ่มตั้งแต่ 6.00-10.00 และเนื่องจากช่วงที่ไปพัก สถานการณ์โควิดฯยังเป็นสีแดงเข้มกันเลย ทางโรงแรมจะให้แขกเลือกอาหารจากใบรายการที่กำหนดให้ และถือลงไปส่งก่อนเวลา 21.00 ซึ่งถ้าหากการเข้าพักนั้นข้ามเกี่ยวช่วงเวลาที่พักสองวันแบบเรา (เข้าสายๆ ออกค่ำๆวันถัดมา) ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเลือกให้จัดมื้อเช้าให้ในวันแรกหรือวันที่สอง แต่เลือกแค่วันเดียวนะ  

    รายการอาหารที่ให้เลือกก็แบ่งเป็นมื้อหลัก (main dishes) อาหารอบทั้งหลายเช่นขนมปัง เบเกอรี่ ผลไม้ สลัด ซีเรียล น้ำผลไม้ กาแฟ โยเกิร์ต ซึ่งแต่ละหัวข้อจะมีการระบุว่าเราสามารถเลือกได้กี่อย่าง ก็ตามที่ชอบ ที่สบายใจกันเลย ระบุชื่อห้อง ชื่อคน เวลาที่จะลงไปรับอาหารให้ชัดเจน จากนั้นนำใบนี้ลงไปส่งที่ front desk ก่อนเวลาที่กำหนด

    ถึงเวลามื้ออาหาร แขกต้องบริการตนเองโดยการลงไปที่ห้องอาหารของโรงแรม (อยู่ชั้นหนึ่ง) แจ้งสตาฟว่าห้องไหน .. มื้ออาหารที่ถูกจัดไว้เป็นถาดของเรา ก็แพ็คเตรียมพร้อมที่จะถูกถือไปทานบนห้องแล้ว เว้นแต่กาแฟร้อน สตาฟจะกดให้เมื่อเราลงไปถึงนั่นเอง ในส่วนนี้ไม่แน่ใจว่าขออะไรเพิ่มได้ไหม ต้องถามหน้างานอีกที .. จากนั้น อาหารเช้ามื้อนี้ถูกลำเลียงขึ้นมาไว้บนห้องโดยตัวเราเองจ้า นั่งกิน ฟังข่าวเช้า จะเช็คอีเมลล์งาน ฟังเพลง หรืออะไรก็ว่าไป สบายๆ ไม่ต้องรีบ 

    • spending time

    อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า โรงแรมแห่งนี้มีโปรโมชั่นที่ทำให้เราสามารถพักผ่อนหรือนั่งทำงานได้ยาวๆ ถึง36 ชั่วโมงแหนะ ซึ่งเราก็อยู่จนเกือบเต็มแม็กซ์ที่เขาให้มานะ คือเข้าเช็คอินตั้งแต่ช่วงสาย และเช็คเอาท์ในช่วงค่ำของวันถัดไป เอาเป็นว่านั่งทำงานได้เต็มๆสองวันเลยแหละ 
    อาหารเช้าถูกจัดมาให้ตามเวลาที่เราเลือกไว้ (เราระบุไว้ 7.30) ส่วนมื้อที่เหลือใช้วิธีการสั่งและเดินลงไปซื้อละแวกใกล้เคียง เอาเข้าจริง แถวนั้นคืออุดมไปด้วยของกินจริงกินเล่นทั้งนั้น ไม่ได้ลำบากในการลงไปซื้อหรือสั่งเลย มื้อที่เหลือ เลยอยู่ได้สบายๆ 

    อีกอย่าง เมื่อตอนเช็คอิน ทางโรงแรมได้ให้ voucher 100 บาท ของร้านกาแฟที่ชั้นหนึ่งของโรงแรม นั่นก็คือ "the coffee club" ซึ่งเป็นคาเฟ่ มีทั้งกาแฟ เครื่องดื่มอื่นๆ เค้ก และอาหารด้วยนะ ใครใคร่ซื้อจากร้านนี้ไปนั่งกินข้างบนห้องก็ได้ หรือจะกดสั่งจากแอพพลิเคชั่นสั่งอาหาร และเลือก "รับด้วยตนเอง" ก็ได้ (ซึ่งในแอพจะมีส่วนลดนั่นนี่ด้วย) ก็เอาตามที่สะดวกแล้วกัน 

    • more details
      • promotion สำหรับการเข้าพักที่นี่มีหลายแบบ แบบ 36 hours stay เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งหากสนใจเข้าพักแต่ต้องการรายละเอียดที่แตกต่าง อาจศึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมโดนตรงจากทางโรงแรม
      • ที่จอดรถอยู่ชั้นใต้ดิน เข้าออกง่าย ปลอดภัย และมีมากเพียงพอ สามารถนำรถมาได้อย่างสบายใจ
      • โลเคชั่นดีมาก การเดินทางสะดวกมาก ติดกับ bts ช่องนนทรีเลย อีกทั้งสามารถเข้ามายังโรงแรมได้หลายเส้นทาง 
      • ห้องพักมีแบบทั้งมีระเบียงและไม่มีระเบียง ซึ่งห้องที่เราพักคือห้องเริ่มต้น แบบไม่มีระเบียง เปิดไปเจอวิวตึกข้างๆ แต่ก็ไม่ได้ลำบากใจอะไร หากใครต้องการวิวโล่งๆ หรือชั้นสูงๆ ควรแจ้งหรือสอบถามกับสตาฟอีกที 
      • พนักงานบริการดีมาก ช่วยเหลือและให้คำแนะนำ เอาใจใส่ดีเลยแหละ 
      • ถือว่าเป็น the best value อีกหนึ่งโปร สำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศนั่งทำงาน หรือจะมานอนเล่นพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ
      • ห้องขนาดกระทัดรัดแต่ไม่อึดอัด และสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครันเลย 
    • information
      • making reservation
      • ราคา 8XX-1,XXX
      • มีโปรโมชั่นในแต่ละเดือน (โปรดดูจากทางเว็บไซต์หรือfacebookทางโรงแรมอีกที)
      • การเดินทาง
        • รถประจำทาง สาย 149, 15, 17, 17 AC, 177 AC
        • BTS ช่องนนทรี ทางออก 4

    แข็งแรง ปลอดภัย จะได้อยู่เที่ยวกันไปยาว ๆ
    ด้วยความปารถนาดีจาก JNMJNY

    JOURNEYMEJOURNEYYOU on Facebook
    JOURNEYMEJOURNEYYOU on Instagram


      ความคิดเห็น