ถ่ายรูปเล่น 6 "คาเฟ่สายเข้ม" ในและใกล้กรุง โทนไม่หวานแต่ได้รูปไม่น้อย รีวิวโดย Journeyme Journeyyou

สวัสดีช่วงก่อนเข้าไตรมาสสุดท้ายของปีแป๊ปๆ จะเดือนตุลาคมแล้ว เราก็ยัง work from home กันมายาวๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วช่วงนี้ก็จะเบาขึ้นนิดนึง ตรงที่หลายๆ ร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม ห้างสรรพสินค้า เปิดขายและลูกค้าสามารถนั่งทานที่ร้านได้แล้ว หลังจากที่อัดอั้นกันมานานนนนนนนน แน่นอนว่ามันไม่ได้กล

ถ่ายรูปเล่น 6 "คาเฟ่สายเข้ม" ในและใกล้กรุง โทนไม่หวานแต่ได้รูปไม่น้อย

ถ่ายรูปเล่น 6 "คาเฟ่สายเข้ม" ในและใกล้กรุง โทนไม่หวานแต่ได้รูปไม่น้อย

 วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564 เวลา 15.54 น.

 วันที่เดินทาง 26 ก.ย. 2564

สวัสดีช่วงก่อนเข้าไตรมาสสุดท้ายของปี
แป๊ปๆ จะเดือนตุลาคมแล้ว เราก็ยัง work from home กันมายาวๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว
ช่วงนี้ก็จะเบาขึ้นนิดนึง ตรงที่หลายๆ ร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม ห้างสรรพสินค้า เปิดขายและลูกค้าสามารถนั่งทานที่ร้านได้แล้ว หลังจากที่อัดอั้นกันมานานนนนนนนน

แน่นอนว่ามันไม่ได้กลับไปเหมือนก่อนที่จะมีโควิดฯหรอก แต่มันก็พอได้มีที่ให้ไปนั่งบ้าง
อาหารบางอย่าง เครื่องดื่มบางอย่าง นั่งทานนั่งดื่มที่ร้านมันได้ฟีลมากกว่าสั่งหรือซื้อกลับมาทานที่บ้านจริงๆ นะ 

และยิ่งสมัยนี้ "ร้านกาแฟ" ที่เราๆ เรียกว่า "คาเฟ่" นั่นแหละ
นอกจากจะขายกาแฟ ขนม เค้ก เครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่กาแฟแล้วนั้น ตัวร้านเองยังตกแต่งให้มีความ "instragramable" คือ ให้มีความน่าถ่ายรูปเล่น เพื่อนำรูปที่ได้ไปลงใน social media นั่นเอง 

วันนี้ JNMJNY จะมาบอกและชี้โพรงคาเฟ่ในกรุงเทพฯ และรอบกรุง ที่มีแนวสี "ไม่หวาน" 
ไม่หวานในที่นี้คือ ไม่ใช่สีพาสเทล มุ้งมิ้ง น่ารัก มีความตุ๊กตา มีความน่ารัก สดใส อบอุ่น
แต่ ... เป็นโทนสีเข้มๆ บางทีคือเทา บางที่เน้นสีดำไปเลย จะว่าดาร์คก็ไม่ขนาดนั้น แต่เอาเป็นว่าไม่ใช่สายสวยหวานแน่นอน ซึ่ง 6 คาเฟ่ที่พูดถึงนี้ ถ่ายรูปรอดแน่ๆ ไม่ว่าจะเพศไหน.. 

**บางรูปเราถ่ายไว้ซักระยะใหญ่ๆ แล้ว ปัจจุอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในภาพนะ
มาเริ่มกันเลย :) 


01: Ha Tien Cafe' Bangkok
ท่าเตียน (ซอยประตูนกยูง)

แอนทีคคาเฟ่แถวๆท่าเตียน ที่ผสมผสานความเป็น ชิโนโปรตุกีสและไทยเข้าไว้ในที่เดียวกัน โทนร้านจะเป็นสีเข้มๆ ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีความเฉพาะตัว ผนังสีเขียวเข้ม กลิ่นอายความยุโรปประมาณนึง แต่ไม่ได้ฝรั่งจ๋า ด้วยความที่ร้านมีเฟอร์นิเจอร์ไม้และของแตกแต่งที่เป็นแนวแกะสลักเยอะด้วย ทำให้มีความเอเซียนปนอยู่ใน mood and tone ของร้าน 

อาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม ตกแต่งให้เข้ากันทั้งร้าน ซึ่งร้านนี้ใช้พื้นที่ในการสั่งเครื่องดื่มและเค้กที่ชั้น 1 จากนั้นจ่ายเงินและถือป้ายขึ้นไปนั่งรอที่โต๊ะ ร้านนี้มี 3 ชั้น อีกทั้งชั้นบนสุดนั้น มีส่วนที่เป็นกระจก ซึ่งรับแสงธรรมชาติเต็มๆ และยังเปิดออกไปรับลมรับแสงได้จริง 

กาแฟ เครื่องดื่ม ถือว่ามีเมนูให้เลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งกาแฟ ชา สปาร์คกิ้งต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือ "เค้ก" เค้กร้านนี้ถือว่าตกแต่งได้น่ากิน "ทุกเมนู" จริงๆ นะ สีสันและวัตถุดิบที่ใช้ ดูช่างเย้ายวนให้สั่งมากินคู่กับกาแฟแก้วโปรดที่สุดเลย 


02: Puritan
อารีย์ ซอย 5 

อีกหนึ่งคาเฟ่ ที่ดูลึกลับ ขับรถผ่านอาจจะนึกว่าเป็นบ้านมากกว่าร้านขนมเค้ก ด้วยความที่มีต้นไม้ปกคลุมทางเข้าอย่างหนาตา ทำให้ไม่โดดเด่นดึงดูสายตา ยกเว้นแต่ว่าจะตั้งใจมา 
เดินผ่านทางเข้ามา จะเจอความร่มรื่นและความเย็นจากต้นไม้ เดินเข้ามาจะเจอประตูทางเข้า เปิดประตูผ่านเข้าไป (ร้านนี้ถอดรองเท้าด้วยนะจ๊ะ) จะเจอเคาท์เตอร์และโถงที่ถูกตกแต่งได้เหมือนบ้านที่อุดมไปด้วยของสะสมหลายๆแบบ ไม่ว่าจะเป็นหุ่น ตุ๊กตา นาฬิกา สัตว์สตาฟ เฟอร์นิเจอร์ไม้ โคมไฟ มีความแอนทีคเช่นเดียวกัน และมีสีเขียวของต้นไม้ไว้ให้พักสายตาด้วยเช่นกัน ช่างแตกต่างกับบรรยากาศคึกครื้นข้างนอกของอารีย์

จัดการสั่งขนมและเครื่องดื่มให้เสร็จสรรพเรียบร้อย ก็ไปนั่งรอที่โต๊ะ ซึ่งร้านนี้โดดเด่นที่ "เค้กและเบเกอรี่ต่างๆ" ซึ่งมีหน้าตาดี น่ากิน มาแบบชิ้นโต เครื่องแน่นๆ เน้นที่วัตถุดิบ ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งกาแฟ ไม่ใช่กาแฟ อย่างน้ำผลไม้ สมูทตี้ โซดา บลาๆ เยอะแยะ เอาเป็นว่าจำไม่ไ้ด้ แต่เยอะแยะมากมายและละลานตาเลย ราคาค่อนข้างสูง แต่ก็ให้กับวัตถุดิบที่ดีละกัน 

  • (FACEBOOK) Puritan
  • (IG) Puritan
  • 02-357-1099
  • 13.00-21.00
  • close on MONDAY
  • BTS อารีย์ และเดินต่อหรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์มาอารีย์ซอย 5 (อยู่ค่อนมาทางอารีย์สัมพันธ์)
  • ไม่มีที่จอดรถ


03: Bottomless
นนทบุรี

ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ออกนอกเมืองมาฝั่งนนทบุรีกับร้านกาแฟสีดำ โทนเข้ม ขรึม กันบ้าง เป็นร้านที่ขายทั้งกาแฟ ขนม และเมล็ดกาแฟ เดินเข้ามาในร้านเหมือนเข้ามาในในโรงงานผลิตกาแฟอย่างไงอย่างงั้น จะเจอเคาท์เตอร์กาแฟอยู่กลางร้าน ลายล้อมด้วยเก้าอี้บาร์ และที่นั่งรอบๆร้านอีกชั้น ซึ่งทำให้สามารถนั่งพูดคุยกับบาริสต้าได้

ความโดดเด่นคือเรื่องกาแฟ ที่มาเยอะแยะมากมาย หลายแบบ หลายชนิด จะร้อน เย็น แนว latte หรือ black coffee ก็มีหมด ไม่พอ เมล็ดกาแฟที่นี่ก็มีให้เลือกเช่นกัน จะสายกาแฟไทยก็มี หรือเมล็ดนอกก็พร้อมให้ลูกค้าเลือก จะนั่งดื่มกาแฟซักแก้ว และซื้อเมล็ด specialty coffee กลับไปทำเองที่บ้านก็ได้ ไม่ว่ากัน ชอบแบบไหนคุยกับบาริสต้าได้เลย ยังไม่พอ ที่ร้านมีขนมอบอื่นๆ เช่น ครัวซอง เค้กอีกด้วยนะ 

อย่างที่บอกไปตอนต้น ว่าเดินเข้ามารู้สึกเหมือนเป็นแล็บหรือโรงงานสีเข้มๆ ด้วยความที่นี่ตกแต่งด้วยสีดำเป็นหลัก มีเฟอร์นิเจอร์สีเทาหรือไม้บ้างเล็กน้อยย (น้อยมาก) ความรู้สึกที่ได้ก็จะแนวเท่ห์ๆ ดิบๆ เรียบ นิ่ง ตัดกับไฟในร้านสีอุ่นๆ ทำให้บรรยากาศไม่เย็นชาจนเกินไป ที่นั่งในร้านมีค่อนข้างมาก หากชอบถ่ายภาพแนะนำให้มาวันธรรมดา และหามุมสวยๆเก็บภาพได้เลย 


04: Blackwood.bkk
เจริญกรุง 71

ข้ามฝั่งกลับมาพระนครเหมือนเดิม แวะเวียนไปแถวเจริญกรุง มีคาเฟ่สีดำอีกหนึ่งร้านที่ตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ดั้งเดิม ที่เจริญกรุง 71 มาในโทนดาร์คๆ มีความดิบนิดๆด้วยอาคารดั้งเดิม สีที่ใช้ งานโชว์ผิวของผนังร้าน เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ ภายในร้าน นอกจากนี้ ชั้นสองของคาเฟ่แห่งนี้ยังเป็นแกลลอรี่แสดงภาพด้วย 

เมนูในร้าน มีทั้งกาแฟ ไม่ใช่กาแฟก็มี แต่หลังๆ โดดเด่นเรื่องพิซซ่า อาหารอิตาเลียน เช่น pasta, buffalo wings หรือจะเป็นพาสต้าแบบหิวชั่น มีการนำต้มยำกุ้งมาผสมผสานให้เป็นอาหารที่น่าทานอีกหนึ่งจาน ทางร้านมีการจัดเซ็ทอาหารไว้บ้างให้ลูกค้าเลือกทานได้ง่าย หรืออยากจะทานแค่พิซซ่าถาดเดียวกับละปิดท้ายด้วยเอสเพรสโซซักช็อต แบบ Italian's style ก็ได้เช่นกัน 

  • (FACEBOOK) Blackwood.bkk
  • (IG) blackwood.bkk
  • 086 391 7721
  • MON-FRI 7.30-21.00
  • SAT-SUN 8.00-21.00
  • ไม่มีที่จอดรถ (ทางร้านแจ้งว่าสามารถจอดได้ที่วัดสุทธิฯ)


05: Analox Film Cafe
ช่องนนทรี

อีกร้านที่เป็นคาเฟ่สีดำ บรรยากาศดิบๆ ไม่หวานเลี่ยน ร้านนี้คือ Analox เป็นร้านกาแฟ ร้านล้างฟิล์ม และเป็นบาร์ในตอนกลางคืน เราขอเล่าในส่วนที่เป็นคาเฟ่แล้วกัน เพราะยังไม่ได้ลองล้างฟิล์มและไม่ได้นั่งยาวจนเป็นบาร์ ในร้านให้ความรู้สึกแบบเป็นบาร์มากกว่าคาเฟ่ มีการจัดวางกล้องฟิล์ม การจัดไฟต่างๆ ให้ดูสลัวๆ ผ่อนคลาย เหมาะแก่การเอนหลังและจิบอะไรเย็นๆ ซักแก้วให้ชื่นใจ แม้ว่าจะเป็นตอนกลางวันก็เถอะ 

ในส่วนของเครื่องดื่ม ก็มีทั้งกาแฟ และไม่ใช่กาแฟ มีการทำเมนู ที่ทางร้านแนะนำว่าเป็น signature drink เป็นเมนูน่าสนใจ ชอบกาแฟใส่นม หรือไม่ใส่นม หรือยังไง ลองคุยกับบาริสต้าดูได้ ยังไม่พอ มีของหวานด้วย เผื่อสาวๆหรือหนุ่มๆ ชอบบรรยากาศแต่ไม่ได้อยากกินแค่กาแฟแก้วเดียว สั่งขนมหรือของหวานมาทานซักชิ้นกับกาแฟแบบที่ชอบ ในบรรยาศผ่อนคลาย ดิบๆ นิดๆ ได้ฟีลอีกแบบ


06: Labyrinth Cafe - แล็บลิ้นน คาเฟ่
สามย่าน

อีกคาเฟ่สาย loft ที่มีความเข้ม ดิบ อีกที่ คือ "แลบลิ้นน" ที่เป็นคาเฟ่ที่ปูพื้นชั้นล่างด้วยหิน ใช่จ้ะ หินนนน คาเฟ่นี้อยู่ในอาคารพาณิชย์เก่าแก่แถวสามย่านนี่เอง ภายในร้านมีเคาท์เตอร์กาแฟ บันได และเก้าอี้หัวโล้นไว้ให้ลูกค้านั่งจิบจากแฟ สามารถเดินขึ้นไปถ่ายรูปชั้นบนของตึกได้ เอาเป็นว่านอกจากตรงเคาท์เตอร์กาแฟแล้วนั้น ทุกอย่างในร้านคืออยู่แบบดิบๆเดิมๆ กันเลย สามารถเดินขึ้นไปถ่ายรูปเท่ห์ๆ ซักใบ แล้วลงมานั่งจิบกาแฟได้ต่อ

เมนูในร้านมีกาแฟ ซึ่งมีเมล็ด specialty coffee ให้เลือก ไม่ว่าจะเมล็ดกาแฟจากไทย หรือต่างประเทศก็เยอะแยะเช่นกัน เท่าที่เห็นยังไม่มีเมนูอื่นนะ ขนมมี Salted Egg Lava Chinese Cake หรือขนมเปี๊ยะนั่นเอง นอกนั้นยังไม่เห็นขนมอื่นๆ ซึ่งเมล็ดกาแฟในร้าน จะถูกสับเปลี่ยนเข้ามาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองความหลากหลายของกาแฟหลายๆ แบบ หากใครชอบกาแฟ นี่เป็นอีกที่ที่ควรมาสัมผัส 

หมดแล้วกับ "6 คาเฟ่สายเข้ม" มาทั้งแบบ industrial loft ทั้งแบบ antique style เอาเป็นว่าสาวๆ มาได้ หนุ่มๆ มาก็รอด ยิ่งคนชอบสีดำ สีเข้ม มาแล้วจะปลาบปลื้มเป็นพิเศษ บางทีก็อยากได้ภาพในคาเฟ่สีเข้มๆกันบ้าง ไม่ได้จะขาวใส cozy อบอุ่นตลอดเวลา
ดังนั้น ที่เรารวบรวมมาให้เป็นส่วนหนึ่งของการไปสัมผัสมาด้วยตนเอง อาจมีข้อมูลตกหล่นเรื่องเมนูอาหารและเครื่องดื่มบ้าง เพราะจำไม่ได้ทัังหมด 

คนที่สนใจ สามารถแต่งตัวออกจากบ้านเป็นธีมเรียบๆสีสำ สีเทา แล้วทยอยไปตามเส้นทางที่ผ่านก็ได้ หรือจะเก็บไว้ไปยามที่ต้องไปทำธุระแถวนั้นก็ได้เช่นกัน หวังว่า JNMJNY จะช่วยให้คุณมีตัวเลือกในการตัดสินใจได้บ้าง 

*อาจมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อง วัน เวลาในการเปิดปิดร้าน เนื่องจากสถานการณ์โควิดฯ ทางที่ดีควรสอบถามทางร้านก่อนไป

แล้วไปคาเฟ่กับเราอีกนะ :)
JOURNEYMEJOURNEYYOU on Facebook
JOURNEYMEJOURNEYYOU on Instagram

ความคิดเห็น