ม่อนแจ่ม & แม่กำปอง ไปง่ายแสนสบาย ไม่มีรถก็เที่ยวได้ รีวิวโดย แตงโมเนื้อทราย

1 พ.ย. 2564 รัฐบาลจะเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ถ้าไม่เปิดเศรษฐกิจก็จะพังไปเรื่อย ๆ เพราะโควิดต้องอยู่กับเรา และเราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ ฉีดวัคซีนครบโดส คาดแมส 2 ชั้น ป้องกันตัวเองดี ๆ  แล้วก็รีบลุย (ก่อนจะปิดอีกรอบ 55)  ช่วงนี้แต่ละสนามบินจะมีข้อกำหนด ว่าใครจะไปได้

ม่อนแจ่ม & แม่กำปอง ไปง่ายแสนสบาย ไม่มีรถก็เที่ยวได้

ม่อนแจ่ม & แม่กำปอง ไปง่ายแสนสบาย ไม่มีรถก็เที่ยวได้

 วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 21.59 น.

 วันที่เดินทาง 29 ต.ค. 2564

1 พ.ย. 2564 รัฐบาลจะเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ถ้าไม่เปิดเศรษฐกิจก็จะพังไปเรื่อย ๆ เพราะโควิดต้องอยู่กับเรา และเราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ ฉีดวัคซีนครบโดส คาดแมส 2 ชั้น ป้องกันตัวเองดี ๆ  แล้วก็รีบลุย (ก่อนจะปิดอีกรอบ 55) 

ช่วงนี้แต่ละสนามบินจะมีข้อกำหนด ว่าใครจะไปได้ ต้องมีเงื่อนไขอะไร ก็ตรวจสอบกันให้ดีก่อนไปนะ เช่น เราจะไปเชียงใหม่ ทุกคนก็ต้องโหลด app CM-CHANA กรอกรายละเอียดยิบ (เพื่อประโยชน์ ต่อตัวคุณเอง) คิดว่าน่าจะลิงค์กับ app หมอพร้อม และเจ้าหน้าที่จะสแกนก่อนขึ้นเครื่อง ใครกรอกไม่เสร็จหรือไม่สำเร็จ ก็จะทราบในตอนนั้นทันที (ดังนั้นก็เผื่อเวลาไปสนามบินกันด้วย จะได้มีเวลากรอกข้อมูลก่อนขึ้นเครื่องนะจ๊ะ)

*****************************************************************

ได้อานิสงค์เลื่อนไฟลท์ได้ฟรี ตอนแรกจะไปช่วงลอยกระทง แต่เปลี่ยนใจไม่เอาดีกว่า เพราะคนน่าจะเยอะ กลัวจะเกิดคัสเตอร์ใหญ่ เลยเลื่อนมาเป็นวันนี้แทน 29-31/10/64 รีบจองที่พัก จองรถตู้ และเดินทางกันเลย 

ทริปนี้ไปกับเพื่อน 2 คน ซึ่งขับรถไม่เป็นทั้งคู่ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ตามมา ๆ ว่าเราจะไปกันยังไง

ม่อนแจ่ม-แม่กำปอง หรือ แม่กำปอง-ม่อนแจ่ม จะไปที่ไหนก่อนก็ได้ แต่ต้องดูไฟลท์ ไป-กลับ ว่าได้เวลาไหน และดูเวลาเดินรถของรถตู้ ว่าจะจัดให้ตรงกับเวลาที่เราจะไป ก็สามารถไปได้ ง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ไปได้ 

เพจจองรถตู้ไปม่อนแจ่ม เข้าไปจองในนี้ https://www.facebook.com/Van.M...

ถึงสนามบินเชียงใหม่ เวลา 8.15 น. เราจองรถตู้ไว้เวลา 11.30 น. เวลาเหลือ ๆ ออกจากสนามบิน สมัยนี้ง่ายแล้ว ออกมายืนรอก็จะมีรถแดง มาส่งผู้โดยสารตลอดโบกได้เลย ก่อนขึ้นก็จะบอกเค้าว่าเราจะลงไหน ราคาก็จะมาตรฐาน 30 บาท (แต่ระวังนะ วันที่ไป คนขับรถแดง ขับออกมาสักพักจอดข้างทาง เดินมาบอกว่า ค่ารถขอเก็บเพิ่มอีกคนละ 10 หรือ 20 ฟังไม่ถนัด ในรถมี 5 คน เราเลยแย้งไปว่า เมื่อกี้ จนท.ในสนามบินก็ตะโกนบอกคนละ 30 บาท และข้างรถก็เขียน 30 บาท คนขับก็โมโหนิด ๆ ก็แล้วแต่นะ คุณจะให้ 30 ก็ได้ไม่เป็นไร ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าขากลับ เรียกมาสนามบิน อย่าให้ 30 บาทนะ ให้ 40 บาท อะไรของเค้าเนี่ย  สรุปเราลงประตูท่าแพ ก็จ่ายไป 30 บาท/คน แอบดูอีก 2 คนลงช้างเผือกก็จ่าย 30 บาทเหมือนกัน)

ถึงท่าแพ ก็เดินหาอาหารเช้าทานก่อน เพราะหิวมาก (มาเที่ยวช่วงนี้ดี สามารถใช้ คลค ได้ประหยัดไปอีก)

ยุคผักชีแพง ข้าวหมูแดงเลย ขาดสีเขียวไปหน่อย (อะไรแพงก็อย่าไปกินมันก็จบเนอะ)

ท้องอิ่ม ก็เดินไปวัดลอยเคราะห์ ทำบุญซะหน่อย เพราะมาเชียงใหม่ทีไรเรามักจะมาทำบุญลอยเคราะห์ ที่นี่ตลอด ๆ (ทางวัดเตรียมจัดงานทอดกฐิน โชคดี เลยได้ร่วมทำบุญกับวัดด้วย)

และเดินไปขึ้นรถตู้ ไม่ไกล แค่ 400-500 เมตรเอง ถนนโล่งมาก ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย นี่วันศุกร์นะเนี่ย ผู้คนไปไหนกันหมด ยังกะเมืองร้าง

จุดขึ้นรถตู้จะมี 2 จุด 1.เลานจ์(ที่เรามา) มีห้องน้ำ กาแฟลด 10 บาท wifi ที่นั่งแอร์  และ 2. หลังกาดหลวง(ตลาดวโรรส  ตรงข้ามตลาดดอกไม้ ข้างสะพานลอย) 

รถออกตรงเวลา ใครจะมาต้องจองล่วงหน้านะคะ อย่า walk in เด็ดขาดเพราะถ้าพลาดรถเต็ม ต้องเหมา grab หรือรถแดง ราคาแพงยับ เสียดายเงินโดยเปล่าประโยชน์นะเออ

จากตัวเมืองเชียงใหม่ - ม่อนแจ่ม ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชม. รถส่งถึงหน้าที่พัก ครั้งนี้เราจองที่พักไว้กับที่นี่ 

ที่ม่อนแจ่ม จะมีที่พักให้เลือกเยอะมาก ๆ จนงง แต่ละที่ก็จะมีวิว สวยเหมือน ๆ กัน แล้วแต่ว่าใครจะอยู่จุดไหน เลือกห้องพัก ดีๆ  ราคาที่พัก ก็จะแตกต่างกันไป แต่ละเดือน ยิ่งมาหน้าฝน ราคาก็จะยิ่งถูก และมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอก ถ้ามาหน้าหนาวก็จะได้ความหนาวเย็น พร้อมกับราคาที่เพิ่มขึ้นมา อิ ๆ 

เราเลือกมาเดือนตุลาคม ปลายฝนต้นหนาวแล้ว ราคาก็เลยไม่แพง แถมที่พักจัดโปรโมชั่นพอดี เสร็จเรา มาดูที่พักของเรากัน 

ด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำ โดมใครโดมมัน สะดวกมีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ไม่ต้องกลัวหนาว

ภายใน สามารถนอนมองวิวสวย ๆ ได้เลย 

ด้านหน้าจะเป็นระเบียงส่วนตัว วิวสวยสุด ๆ  

มีตาข่ายให้นั่งชมวิว (เฉพาะโดม 3-8 หรือ 9 เนี่ยแหละจำไม่ได้แล้ว แต่ถ้ามาแนะนำ โดม 3 เพราะขวามือจะว่าง ไม่ต้องติดกับใคร ถ้ามาอีกก็จะมาพักโดมนี้อีก 55)

 เรามาม่อนแจ่มหลายครั้งแล้ว แต่ที่เคยนอนล่าสุดก็ 8 ปีที่แล้ว เชื่อไหม ว่ามันไม่เหมือนเดิม เฮ้ย !! มันสวยขึ้น น่าเที่ยวขึ้นเยอะเลย รอบนี้ประทับใจ ขอแค่นั่งมองวิว ทั้งวันก็มีความสุขแล้ว 

https://www.bloggang.com/viewd...

มาสำรวจที่พัก และบริเวณ รอบ ๆ กัน 

ทางเข้าโดมจะเป็นอุโมงค์ ต้นหม่อน ลูกดกมาก  

เดินเล่นแถว ๆ ที่พัก 

ใครชื่นชอบถ่ายภาพ ก็มาเหอะ บอกเลยว่าสวยมาก ๆ แถมไม่มีคนด้วยนะเออ (วันที่ไปนะ 55)

 ชื่ออะไรบ้างก็ไม่รู้นะ จำไม่ได้อ่ะ

แต่ก็สวยทุกที่ สวยคนละแบบ 

ตกเย็น ที่พักทุกที่จะมีหมูกระทะ บริการ ชุดละ 450 บาท บอกเลย ว่าอร่อยมาก ๆ น้ำจิ้มเด็ด ผักสดและกรอบมาก  ทาน 2 คนไม่หมด ก็แล้วกัน 

ไม่ว่าจะไปไหน มักจะมีเจ้าถิ่นมาหาตลอด ♥ 

อรุณสวัสดิ์ เช้าอันแสนสุข อุณหภูมิ เมื่อคืน 17.9 องศา ตอน 2 ทุ่มกว่า ๆ  ดึก ๆ คงจะต่ำกว่านี้ ถ้าใครมาหน้าหนาวก็เตรียมเสื้อกันหนาวหนา ๆ มาได้เลย รับรองได้ใช้ชัวร์

**มีเรื่องจะเม้าส์ ตอนอยู่ในโดม เราบ่นหนาวหว่ะ เพื่อนบอก นี่ถ้าเมิงไปออสฯ เมิงทนไม่ได้แน่ เพราะหนาวกว่านี้หลายเท่า  เราก็เออ สงสัยจะทนไม่ได้ 

สักพักเพื่อนลุกจากที่นอน บอกเดี๋ยวมาไปห้องน้ำหน่อย เราได้ยินเสียงฟันกระทบกัน เฮ้ย ไม่ใช่ฟันกรู มองหน้ามัน โธ่ !!!    ไอ้ @#*$฿*&x  หนาวจนฟันกระทบเสียงดังมากเลยนะ 5555

เช้าสะดุ้งตื่นเพราะมีน้องแมวมาปลุกแต่เช้า 

หมอกฟุ้งกระจาย หนามาก ๆ 

สักพัก ก็หาย และมาเป็นระยะ ๆ 

เวลา 7.00 น. เด็กก็จะมาเสริฟ ข้าวต้ม+กาแฟ ร้อน ๆ หน้าที่พัก ทานไปชมวิวไป สุด ๆ อ่ะ

ไม่ได้ถอดแมส สูดอากาศบริสุทธิ์แบบนี้มากี่เดือนแล้วเนี่ย 

มิน่าทำไมผักสด และกรอบ เพราะเก็บสด ๆ นี่เอง

สาย ๆ ก็เช็คเอ้าท์ แล้วจะมาใหม่นะ บ๊าย บาย 

จากนั้นก็เดินไปเที่ยวภูวินคาเฟ่ และนัดรถตู้มารับ ที่นี่แทน (เวลา 13.00 น.)

จากม่อนชาพาเพลิน ไป ภูวินคาเฟ่ ระยะทาง 400 เมตร เที่ยวหน้าฝนควรพกร่ม หรือเสื้อกันฝนมาด้วยน้า

ที่นี่ตอนแรกเปิดเป็นร้านกาแฟ ตอนหลังมีที่พักแล้วนะ วิวสวยมาก ดอกไม้ ก็สวย ถ้าชอบถ่ายรูป จัดเลย

มื้อเที่ยงเราฝากท้องไว้กับที่นี่ 

วิวแจ่มมาก

หน้าหนาว ที่นั่งคงไม่พอ อิ ๆ  

หน้าฝนจะเฉอะแฉะ แต่แลกกับความชุ่มช่ำ และความเขียวขจี ถือว่าคุ้มนะ

มุมนั่งทาน เยอะดี 

13.00 น.รถตู้มารับ ลงไปเชียงใหม่ก่อน แล้ว transit ไปแม่กำปองต่อ รอบ 14.30 น.รอบก็จะพอดีกัน

ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงนิด ๆ ก็มาถึงแล้ว แม่กำปอง (รอบที่  6 แล้ว เยอะสุดแล้วที่เคยเที่ยวมา)

แม่กำปอง ไม่พูดเยอะแล้ว เพราะน่าจะรู้จัก กันหมด จากจุดจอดรถ เดินไปที่พักกัน ฮึบ ๆ 

ใครไม่มีรถ มาด้วยรถตู้ เวลาจะจองที่พัก ก็ต้องเลือก ที่เดินมาที่พักได้นะคะ  ไม่ใช่ ไปจองไกล ๆ แล้วรถส่งไม่ถึงหล่ะ จะยุ่งเอานะ  วันนี้เราเปลี่ยนที่นอนใหม่ หาที่นอนแบบชิดน้ำตกบ้าง ลองดู ว่าจะโอเคไหม ไปดูกัน

คนน้อยมาก 

ปกติมาแม่กำปอง จะนอนที่บ้านอิงดอย กับสำราญชน  วันนี้เปลี่ยนมานอน ที่ ชีวิตชีวา โฮมสเตย์ จะถึงก่อน ทั้ง 2 ที่นิดหนึ่ง หน้าทางเข้าคือร้านก๋วยเตี๋ยวนายเอ ทางเข้าจะเขียนว่าไปน้ำตก 300 เมตร 

เดินเหนื่อยดี เหมือนกัน 55 แถวที่พักจะมีที่พักที่คุ้น ๆ ชื่อเยอะเลย เช่น บ้านไชยพล / บ้านป้าต้อยแม่กำปอง ทุกที่จะเห็นวิวน้ำตกร่วมกันหมด

ถึงแล้ว ที่พักเราจะมี 3 ชั้น  เราเลือกชั้นล่างสุด เพื่อจะได้ใกล้ชิดน้ำตกให้มากที่สุด แล้วก็ไม่ผิดหวัง อิ ๆ 

ถ้ามาหลายคน ก็สามารถเสริมได้ ห้องกว้าง สิ่งแรกที่หวาดกลัว คือกลิ่นผ้าขนหนู และที่นอน รีบดมก่อนเลย สรุปว่าผ่าน ไม่มีกลิ่นอับ เย้ 

 ห้องน้ำ สุดแนว ไม่ทุบทำลายธรรมชาติ  แม้จะมีก้อนหินขนาดใหญ่ แต่เราก็อยู่ร่วมกันได้ ชอบ ๆ 

ชอบที่แม่กำปอง เพราะที่แขวนผ้า ในห้องน้ำเค้าจะเยอะ ๆ ดี เครื่องทำน้ำอุ่นมีพร้อม ไม่ต้องกลัวหนาวจ๊ะ

ที่ชอบมากที่สุด คือหน้าต่าง เพราะเวลาจะเปิด ต้องเปิดบานแรกก่อน แล้วค่อย ๆ เปิดต่อ ๆ ไปเรื่อย ๆ เวลาจะปิด ก็ต้องปิด บานสุดท้าย จนมาบานแรก แปลกดี 

จะบอกว่า ภาพความทรงจำของม่อนแจ่ม เมื่อเทียบกับแม่กำปอง ช่วงระหว่างเดินแบกเป้มาที่พักแบบเหนื่อย ๆ เทคะแนนให้ม่อนแจ่มมากกว่า เพราะลงจากรถ สามารถเดินเข้าที่พักเลย แถมวิวก็อยู่หน้าที่พักทันที

แต่ที่แม่กำปองเดินเหนื่อย แต่พอมาถึงที่พัก นั่งที่ลำธาร เสียงของน้ำตก มันสามารถบำบัด ความเครียด ความเหนื่อยล้า ออกไปจนหมดสิ้น

เฮ้ย ! ดึงคะแนนกลับมาก่อน เดี๋ยว ๆ ค่อยสรุปว่าที่ไหนดีกว่ากันอย่าด่วนสรุปสิ 

อาหารเย็นที่นี่ไม่มีนะคะ (แต่ถ้าอยากทาน ที่บ้านจัดให้ไปทานที่บ้านอิงดอย หัวละ 150 บาท เราเคยทานแล้ว 2 ครั้ง ตามไปดูรีวิวกันได้)  ครั้งนี้เราเดิน ไปทานหมูกระทะ ที่ร้านนายเอ (เดินไกลไม่ได้ เพราะเพื่อนที่ไปด้วย ขาแข้งไม่ดี ตั้งแต่ได้รับวัคซีนเข็ม 2 หวังว่าได้มาไหว้พระ ขอพรกลับไปจะหายเจ็บ หายปวดเร็ว ๆ นะ)

ร้านนี้ ใช้ คลค ได้ ชุดแรกไม่อิ่ม สั่งอีก 1 ชุด สรุปเหลือ 55

ดึกแล้ว ก็นอน ทริปนี้ ได้นอนเยอะ จริง ๆ 

ฝั่งตรงข้ามจะเป็นบ้านป้าต้อย  ก็น่าพักเหมือนกัน ถ้ามาเป็นหมู่คณะ เหมาหลังเลยก็จะดี ส่วนตัวดี

อรุณสวัสดิ์ นอนฟังเสียงน้ำตก กับเสียงฝนตก ตลอดทั้งคืน 

น้ำจากสีขาว ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะฝนยังคงตกอยู่ อีกสักพัก พอฝนหยุด ก็จะกลับมาสีขาวดั่งเดิม

8 โมงกว่า เดินไปทานอาหารเช้า ที่บ้านไชยพล 

ผลไม้จริงนะ ทานได้ วางไว้เยอะมาก ๆ 

มุมข้าวต้ม แยกข้าว กับ น้ำซุป 

ขอบอกว่า ข้าวต้มฝีมือป้า อร่อยมาก ๆๆๆๆๆ เราทานไป 2 ถ้วย ปกติถ้าอร่อยเราจะชม ถ้าไม่อร่อย จะแค่ถ่ายรูปเฉย ๆ ไม่พูดอะไรต่อ 55  น้ำซุปเค้าจะหวานเพราะใส่ กุ้งแห้ง ปลาหมึก หมูสับ แบบไม่ยั้ง อยากทานอีกจัง

มีที่ดริปกาแฟด้วยนะเออ

ท้องอิ่มก็หย่อนขาเล่นน้ำตกกันนิด เสียดายถ้ามาวันแรก คงลงทั้งตัว เพราะไม่อยากแบกเสื้อผ้าเปียกกลับ

11 โมงก็เช็คเอ้าท์  ขอเดินไปดูชั้น 3 กันหน่อยว่าวิวเป็นอย่างไร 

ถ้าเลือกให้พักที่นี่  แนะนำพักชั้น 1 เพราะใกล้น้ำตกที่สุด หรือชั้น 2 ก็วิวสวย มีระเบียงให้นั่งหน้าบ้าน มองวิวได้เลยค่ะ

แล้วก็เดินจากที่พัก แวะไหว้พระกันก่อน 

ท่านคงถูกชะตาเรา ถึงได้ดลจิต ดลใจ ให้มาที่นี่ ตั้ง 6 ครั้ง  สาธุ ... ถ้ามีกำลังทรัพย์ กำลังกาย ลูกช้างก็จะกลับมาไหว้ท่านอีกนะเจ้าคะ

มาหน้าฝน ทุกอย่างก็จะสดชื่น ไปหมด

มุมนี้ที่ไม่เคยว่าง 

และไปหาอะไรทานกันมื้อเที่ยง (ถ้ามาช้าจะหมด ไม่บอกก็คงจะทราบกันดีว่าคืออะไร  ใครมาต้องมาทานให้ได้นะ) 

อร่อยมาก ๆ มาทีไรต้องไม่พลาด 

น้ำเงี้ยวก็อร่อย นี่แหละคืออีกเหตุผล ที่ทำไมต้องมาแม่กำปองบ่อย  ๆ เพราะติดใจ น้ำเงี้ยว และ ไส้อั่ว คหสต คืออร่อยที่สุดตั้งเคยทานมา

จากนั้นก็เดินไปจุดจอดรถ  วางกระเป๋าไว้ เวลายังเหลือ เดินไปข้ามสะพานกัน (400 เมตรเอง)

เราเคยมาแล้ว สวยดี สมัยที่ยังไม่มี สะพาน รอบนี้มาดูความเปลี่ยนแปลงสิ ว่าเป็นอย่างไร

ตื่น ๆ ไม่ต้อนรับแขกเลยนะเรา

ใครจะข้ามสะพานแขวน ก็ต้องซื้ออาหาร/เครื่องดื่ม คนละอย่าง ก็สามารถเดินออกขากลับได้ เพราะขาออกจะมี จนท.คอยเก็บบิล ถ้าไม่มีปรับ 100 บาท 

จ่ายไปเถอะ ร้านนี้ใช้ คลค ได้ด้วยนะ เครื่องดื่ม ก็อร่อยดีด้วย 

ไม่ได้นั่งนาน เพราะจะถึงเวลา 13.20 น. รถตู้ก็จะออกแล้ว 

เวลาเดิน ความรู้สึก ก็จะเหมือนไปเดิน Tree Top Walk ที่ดอยตุงแหละ แต่ที่นี่จะสั้น ๆ กว่าแค่นี้แหละที่มา

จากนั้นรถออกเวลา 13.20 น. ใช้เวลา ชั่วโมงนิด ๆ ก็ถึง เวลาเหลือเยอะ เดินไปไหว้พระกันสักหน่อย 

หลายสิบปีที่แล้วเราเคยมานอนที่วัดนี้ (เป็นการเที่ยวเชียงใหม่ครั้งแรกด้วยตัวเอง ที่ไม่จองที่พักก่อน แล้วที่พักเต็มหมด จนมาแวะไหว้พระแล้วเจอเพื่อน เพื่อนเลยชวนนอนที่วัดนี้ เลยรอดไป ไม่งั้นต้องนอนบนรถตู้แล้วทริปนั้น) 

แล้วก็ไม่เคยเข้ามากราบท่านอีกเลย (เนรคุณไหม 55) รอบนี้ เลยมากกราบท่าน 

แล้วก็ข้ามถนน รอเรียกรถแดงไปส่งสนามบิน 

ข้ามไป ข้ามมา รถไม่มีเลย ผู้คนไหนกันหมด นี่มันวันอาทิตย์นะ

เมื่อไหร่ โควิดจะหมด ความคึกคัก จะได้กลับมาดั่งเดิม

และโบกรถแดง บอกว่าไปสนามบิน ก็ 30 บาท นี่น่า เจ้านี้ดี ไม่งี่เง่าเหมือนตอนขามาเลย 

บ๊าย บาย เชียงใหม่ แล้วเราจะกลับมาเที่ยวอีกนะ  

สรุป ม่อนแจ่ม กับ แม่กำปอง ถ้าใครไม่เคยมา บอกเลยว่า ดีทั้งสองที่ สวยกันคนละแบบ ค่าใช้จ่ายก็เท่า ๆ กัน เดินทางก็สะดวก เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเลือกใคร ถ้าตัดสินใจไม่ได้ ก็มามันทั้ง 2 ที่แหละ รับประกันความฟิน 

อื่มมมม.. มีอะไรจะบอก จากดอนเมือง มีรถไฟฟ้าสายสีแดงเปิดใช้บริการอีก 1 ทางเลือกแล้วนะรู้ยัง รถจะวิ่ง รังสิต-บางซื่อ เรานั่งจากดอนเมือง - บางซื่อ แล้วต่อ MRT ถึงบ้านได้เลย สะดวก สบาย เรารอวันนี้มานาน แถมได้ใช้บริการฟรี (จะเก็บค่าบริการ 28 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป หรือรอประกาศอีกทีถ้ามีการเปลี่ยนแปลง)

ลงเครื่องมา เดินขึ้นบันไดเลื่อน ไปที่ 7-11 ให้เลี้ยวซ้าย ทางที่จะไปทานอาหารราคาย่อมเยา MAGIC FOOD

เดินตามทางไปเรื่อย ๆ จะมีป้ายบอกตลอด

รถใหม่มาก

เมื่อถึงบางซื่อ บ้านใครอยู่เส้นไหน ก็เลือกสีขึ้นกันตามสบายเลย บ๊าย บาย ดอนเมือง แล้วเราจะมาใช้บริการใหม่นะ ♥

ค่าใช้จ่ายทริปนี้ 

ความคิดเห็น