[ เชียงใหม่ ] อ่างกาเขียวๆ เที่ยวได้ทั้งปี รีวิวโดย RinSa YoyoLive

ไปเที่ยวเชียงใหม่กันต่อค่าาา แต่ๆ บอกก่อนว่า บล็อกนี้ดองนะเออ ไปมาปีก่อน (เดือนตุลา) นี่เอง ไม่นานเนอะ อิอิ จริงๆ เราไปเชียงใหม่ ไปทำรีวิวที่พัก รีสอร์ทนะคะ เมื่อเก็บข้อมูลตรงนั้นเสร็จแล้ว ก็ถึงเป็นคราวที่เราหากำไรให้ตัวเองบ้าง นั่นคือการออกท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติที่ไม่ได้อยู่ในแผนบังค

[ เชียงใหม่ ] อ่างกาเขียวๆ เที่ยวได้ทั้งปี

[ เชียงใหม่ ] อ่างกาเขียวๆ เที่ยวได้ทั้งปี


ไปเที่ยวเชียงใหม่กันต่อค่าาา แต่ๆ บอกก่อนว่า บล็อกนี้ดองนะเออ ไปมาปีก่อน (เดือนตุลา) นี่เอง ไม่นานเนอะ อิอิ

จริงๆ เราไปเชียงใหม่ ไปทำรีวิวที่พัก รีสอร์ทนะคะ เมื่อเก็บข้อมูลตรงนั้นเสร็จแล้ว ก็ถึงเป็นคราวที่เราหากำไรให้ตัวเองบ้าง

นั่นคือการออกท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติที่ไม่ได้อยู่ในแผนบังคับค่ะ นี่เป็นที่มาว่าทำไมถึงเพิ่งเอามารีวิว มาลงให้ชมด้วยเช่นกันนะคะ ^^


เที่ยวธรรมชาติฟรีๆ ที่ #อ่างกาหลวง

อีกหนึ่ง Landmark ของเชียงใหม่ ที่ห้ามพลาดสำหรับคนชอบความเขียวๆ สำหรับคนชอบความสดชื่น

สำหรับคนชอบธรรมชาติ เดินง่ายๆ สบายๆ เพียงแค่ 30-60 นาทีก็ทั่วถึง ส่วนตัวเคยไปเที่ยวดอยอินทนนท์ไปมา 2-3 ครั้งแต่ เพิ่งมาเห็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา อยู่ติดๆ กันนี่เอง ??? .... อ๊ากกก ไปอยู่ไหนมาเพิ่งเห็นทางลงๆ เพราะไม่อยากให้ใครพลาดเหมือนเรา

จึงมาบอกต่อให้รู้ไว้ว่า มาดอยอินทนนท์กันแล้ว แวะเข้ามาเดินอ่างกากันมั้ย รับรองฟินเฟร่อนะเธอ


ระหว่างทางไปดอยอินทนนท์ในวันนั้นช่วงก่อนเที่ยงวัน หมอกบางๆ ยังปกคลุมอยุู่เลย

อากาศดีมาก เรียกว่า เย็นๆ ก็ว่าได้

การเดินทางไปดอยอินทนนท์

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 106 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไป ตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี



2. รถโดยสารประจำทาง
นั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตูเชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหารหรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯตรงหลักกิโลเมตรที่ 31 และหมู่บ้านใกล้เคียงแต่หากต้องการจะไปยังจุดต่าง ๆ ต้องเหมาไปคันละประมาณ 800 บาท

ส่วนเราเหมารถวันละ 1500 พร้อมนำเที่ยวทั้งวันค่ะ เที่ยวแค่ครึ่งวันก็ต้องจ่ายเต็มวันเช่นกัน 555

ทริปนี้คือเราให้พาไปเที่ยวนาขั้นบันไดป่าบงเปียงมาด้วย พอมีเวลาเหลือๆ ก็ขอให้พาขึ้นมาดอยอินนนท์ที่นี่และ ทำให้ได้รู้ว่า มีทางลง ทางเดินไปอ่างกาอยุ่ตรงนี้นะเออ มารอบแรกคือพลาด ไม่รู้ คราวนี้รู้ได้ เพราะเจ้าถึ่นเค้าบอก 555


#อ่างกาเขียวๆเที่ยวได้ทั้งปี

ที่ตั้งของเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา

อยู่บริเวณยอดดอยอินทนนท์ ถ้าเริ่มต้นจากยอดดอยฯ ให้เดินมาทางป้ายสูงสุดแดนสยาม ผ่านสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์

เดินมาจนถึงทางออก ฝั่งตรงข้ามจะเป็นทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา

เส้นทางเดินอ่างกาจะแบ่งเป็น อ่างกาช่วงบนและช่วงล่างค่ะ

โดยช่วงล่างจะเขียวครื้ม ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมเพียบ ส่วนอ่างกาบนจะเห็นท้องฟ้าได้บ้าง และเป็นที่โปร่งๆ โล่งๆ ด้วยเช่นกัน

ส่วนตัวชอบแบบไหนเหรอ เราชอบหมดแหละ เพราะไม่เมื่อยดี 555


รู้จักอ่างกา

ระบบนิเวศน์ของอ่างกาเป็นระบบนิเวศน์ที่ไม่เหมือนที่ไหน เนื่องจากอยู่บนที่สูงกว่า 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี

มีหมอกปกคลุมตลอด อุณหภูมิเฉลี่ย 12 องศา มีความชื้นสูง พืชที่อยู่ในบริเวณนี้ก็จะมีพืชที่หาชมได้ยาก อย่างเช่น ข้าวตอกฤาษี กุหลาบพันปี

บนต้นไม้ใหญ่จะถูกปกคลุมไปด้วยมอส เฟิร์น จนแทบหาที่ว่างตามกิ่งไม้ไม่ได้

ภาพนี้เพ่งๆ ดูเค้าเรียกว่า ข้าวตอกฤาษี ค่า ขึ้นหนามากกก เห็นได้ชัดเยอะๆ ที่อ่างกาด้านล่างนะคะ เพียบเลย

สองข้างทางดูแล้วเพลินๆ คนไม่เยอะด้วย ส่วนตัวเราชอบนะ ทางเดินก้ไม่ลื่น เพราะเป็นไม้ทำมาอย่างดี


ส่วนภาพนี้คือมอส เห็นได้กับท่อนไม้ในทั่วบริเวณอ่างกาหลวง

โดยครั้งแรกที่เราเห็นอ่างกาจากภาพในเฟสบุ๊คของเพื่อน คือสวยมาก อยากไป แต่ไม่รูว่าอยู่ตรงไหน คราวนี้คือได้มาเยือนสมใจจริงๆ

และก็สมใจอย่างที่คาดหวังไว้ด้วยกับธรรมชาติที่นี่ มุมถ่ายรูปเก๋ๆ น่ารักๆ อีกเพียบแล้วแต่ว่าใครจะคิดมุมกันได้ตรงไหน อิอิ



คนนี้เป็นนางแบบสุดสวยประจำบล็อกนี้แล้วค่ะ พูดเลยยยยย 555

ส่วนคนนี้นางแบบรับเชิญของเรามาเพิ่มสีสัน มาเพิ่มความสวยให้กับบล็อกเราด้วย 555

วันนั้นเก็บภาพสวยๆ กันได้เพียบเลย เพราะอากาศดีด้วยมั้ง พอมาเห็นป้าย อุณหภูมิถึงกับโอ้วววว ตอนเช้าขนาดนี้เชียวรึเนี่ย


มิน่าล่ะ เข้าห้องน้ำบนนี้เปิดน้ำล้างมือ ล้าง.. โคตรเย็นมากกกกก แต่มาม่าร้อนๆ อร่อยดีค่า อิอิ




บนนี้ ดอกลำโพงก็มีนะเธอ โหลๆๆๆๆๆ ภาษาบ้านๆ เราเรียกดอกลำโพงค่ะ

พอไปค้นหาข้อมูลของเจ้าดอกตัวนี้ เห็นมีบอกว่ ดอกนี้สวยอันตรายด้วยนะ เอ๊ะ ยังไงกัน




ข้อมูลที่ได้มาคือ ผลของลำโพงใช้แก้พิษไข้ แก้ไข้ที่ทำให้กระสับกระส่าย หรือน้ำมันจากเมล็ด

ใช้ฆ่าเชื้อโรค แก้กลากเกลื้อน หิด เหา เชื้อโรคที่มีตัว แต่ก็มีการเตือนให้ระวังในการใช้เมล็ดลำโพง เพราะเชื่อว่ามีพิษทางเมาเบื่ออย่างรุนแรง

อาจทำให้เป็นบ้า หรือถึงตายได้ รวมทั้งคนไทยในอดีตเรียกคนบ้าบางพวกว่า "บ้าลำโพง" เพราะเชื่อว่ากินหรือสูบลำโพงนั่นเอง

อ้อ เป็นเช่นนี้นะเอง สรุปว่าให้ระวังผลหรือเมล็ดของดอกลำโพงชนิดนี้กันนะคะ ส่วนเรานี่มาแอคชั่นพอแล้วววว




พอหอมปากหอมคอค่ะ กับอีกหนึ่งพิกัด ที่ควรแวะเมื่อมาเยือนดอยอินทนนท์ ไม่ว่าจะเป็นฝน หนาว ร้อน บนนี้ยังคงสดชื่น

และอากาศดีตลอดเวลา ดุจากสีสันเขียวๆ กับภาพเหล่านี้ก็ยืนยันได้อย่างชัดเจนแล้ว

ธรรมชาติฟรีๆ มีที่ไหน สำหรับเราแล้ว อ่างกา คือใช่เลย

แถมๆ ต่ออีกนิด ไหนๆ เราก็พอมีเวลาก่อนจะนั่งเครื่องกลับ กทม. เมื่อมาดอยอินทนนท์แล้ว มีน้ำตกด้วย

อันนี้เจ้าถิ่นเค้าบอกมาอีกทีว่าเดินเข้าไปไม่ยากในระยะใกล้ๆ ก็ลองไปกันหน่อยค่า

น้ำตกห้วยทรายเหลือง



น้ำตกห้วยทรายเหลือง ได้ชื่อว่า เป็นอัญมณีเลอค่าแห่งผืนป่าใหญ่ เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้ที่พักแรมมากที่สุด

โดยน้ำตกนั้นมี ขนาดกลาง ไม่ใหญ่มาก แต่มีน้ำไหลแรงตลอดปี น้ำตกไหลจากหน้าผาลงมาเป็นชั้นๆ

เดินทางเข้ามาง่าย และสะดวกดีด้วยจากที่จอดรถ แค่ 200 เมตรเท่านั้น

เราก็ได้ภาพน้ำตกเป็นริ้วๆ พริ้วๆ แบบนี้เก็บมาอวดเพื่อนๆ ได้ชมด้วยันแล้วค่ะ



สำหรับทริปเชียงใหม่ของเรา กำไรที่เราต้องการยังคงเป็น ธรรมชาติที่งดงามและสดชื่น

และแน่นอน ว่าเรามาเยือนธรรมชาติครั้งใด เราไม่เคยเอาอะไรกลับไป นอกจากความทรงจำและภาพถ่ายเท่านั้น ^^

ขอบคุณที่ติดตามชมค่าาา

จัดเต็มทุกรีวิว จัดเต็มทุกพื้นที่ ไม่ว่าทริปนี้ หรือทริปไหนๆ


ความคิดเห็น