THE SLATE PHUKET ที่สุดแห่งดีไซน์ โรงแรมที่จะทำให้คุณตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น รีวิวโดย แฟนพาเที่ยว

The Slate Phuket ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหูกันมากนัก แต่ต่อจากนี้ นุ้ยเชื่อว่าทุกคนจะจำชื่อโรงแรมนี้ได้แน่นอน เพราะนุ้ยได้สัมผัสความรู้สึกนั้นมาแล้ว The Slate Phuket เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่บริเวณหาดในยาง ใกล้ๆ กับสนามบินภูเก็ต เดิมที The Slate Phuket ชื่อว่า Indigo Pearl และพึ่งได้เปลี่ยนชื่อเมื

THE SLATE PHUKET ที่สุดแห่งดีไซน์ โรงแรมที่จะทำให้คุณตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น

THE SLATE PHUKET ที่สุดแห่งดีไซน์ โรงแรมที่จะทำให้คุณตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น


The Slate Phuket ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหูกันมากนัก

แต่ต่อจากนี้ นุ้ยเชื่อว่าทุกคนจะจำชื่อโรงแรมนี้ได้แน่นอน เพราะนุ้ยได้สัมผัสความรู้สึกนั้นมาแล้ว

The Slate Phuket เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่บริเวณหาดในยาง ใกล้ๆ กับสนามบินภูเก็ต

เดิมที The Slate Phuket ชื่อว่า Indigo Pearl และพึ่งได้เปลี่ยนชื่อเมื่อไม่นานมานี้ นี่เอง

และรายละเอียดต่างๆ และดีไซน์ยังคงเดิม

ซึ่งทำให้นุ้ยรู้ว่า …. โรงแรมดีไซน์สวยๆ เก๋ๆ เท่ห์ และมีสตอรี่ มีอยู่ในภูเก็ตด้วย

คอนเซ็ปต์ในการดีไซน์ของที่นี้นุ้ยไม่รู้จะให้คำจำกัดความว่ายังไงดี

แต่ที่นี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูเก็ตอยู่พื้นที่ของโรงแรมเลยก็ว่าได้

เป็นเรื่องที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า อาชีพดั้งเดิมของคนภูเก็ตแต่โบราณคือการทำเหมืองแร่

และ The Slate ได้หยิบยกเรื่องนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม

ไม่ว่าจะเสา หลังคา พื้น กระเบื้อง ของตกแต่งแต่ละชิ้นล้วนมีเรื่องเล่า

ล้วนบอกได้ว่า เสาต้นนี้มาจากไหน ลายกระเบื้องตรงนี้สือถึงอะไร

อยู่ให้ทุกคนได้มาสัมผัส เรื่องเล่าของภูเก็ตแบบเท่ห์ ๆ ผ่าน The Slate Phuket

พร้อมกันหรือยัง …ถ้าพร้อมกันแล้ว เราไปทำความรู้จักกับ The Slate Phuket กันค่ะ

นุ้ยเดินทางมาถึง The Slate Phuket ในช่วงบ่าย

เป็นช่วงเวลาปกติที่เราจะเช็คอินได้นั่นแหละ

มาถึงปุ๊บ จะมีสาวน้อยน่ารัก ยืนต้อนรับตั้งแต่ลงจากรถเลยละคะ


ว๊าวววว ….ล็อบบี้สวย อลังการมาก

แสงสี โคมไฟ เสาต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่ง ถึงขั้นต้องร้องว๊าว เลยทีเดียว

บริเวณด้านหลังล็อบบี้ มีแกลลอรี่แสดงภาพวาด

นั่งปุ๊บรับ Welcome drink ก่อนเลยคะ เป้นน้ำอ้อย มะตูม

ของที่อื่นจะมาแบบมาลัยบ้างละ ไม่มีบ้างละ

แต่ The Slate มาเป็นช่อริบบิ้น กับดอกบัว เก๋มาก ผูกข้อมือนี่อย่างเก๋ เลย

หลังจากจิบ welcome drink พอชื่นใจแล้ว ไปเข้าห้องพักกันเลยคะ

เพราะที่นี้ ล็อบบี้เป็นเพียงจุดต้อนรับเท่านั้นคะ เพราะเราจะไปเช็คอินกันที่ในห้องพัก

เพื่อความสะดวก สบาย ของลูกค้า เพราะบางครั้งฝนอาจจะตก แดดอาจจะร้อน และอาจจะมีลูกค้ามาพร้อมๆ กันเยอะ

การไปเช็คอินในห้องพัก จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายกว่า

ห้องพักของ The Slate จะมีทั้งหมด 6 แบบด้วยกัน

1. Private Pool Villas โดยจะแบ่งเป็น Onebed room Pool Villas และ Twe bed room Pool Vilas

2. Bensley Suite

3. Pearl Shell Suites

4. Pool Suite

5. D-Buk Suite

6. Pearl Bed Suite

ครั้งนี้นุ้ยได้พักห้อง 2 แบบ คือ Pearl Bed Suite ในคืนแรก และ Onebed room Pool Villas คืนที่สองคะ

เรามาดูห้องพักคืนแรกกันก่อน Pearl Bed Suite

ห้องนี้ถือเป็นห้องเริ่มต้นของ The Slate เลยคะ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5,500++

แม้จะเป็น type เริ่มต้น แต่ขอบอกเลยว่า ดีไซน์ เริ่ดไม่แพ้ type อื่นๆ เลย

ขนาดห้อง 56 -65 ตารางเมตร ถือว่ากว้างมากสำหรับห้องเริ่มต้นคะ

ห้องนี้นุ้ยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ ๆ

ส่วนแรกจะเป็นด้านหน้าตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา อยู่ทางด้านซ้ายของห้อง

จะเป็นส่วนของห้องแต่งตัว กระจก ตู้เซฟ รองเท้า เสื้อคลุม อยู่ในส่วนนี้

ส่วนที่สองจะเป็นห้องนอน

เฟอนิเจอร์แต่ละชิ้น ทำให้อึ้งเลยทีเดียว ทุกชิ้นมีความโด่ดเด่นมีความเท่ห์ในตัวเอง

ซึ่งในห้องนอน จะมีเตียงนอนแสนนุ่ม นุ่มมาก นุ่มแบบดูดวิญญาณเลยทีเดียว

โซฟาเก๋ๆ มุมโต๊ะทำงานเล็กๆ

ส่วนที่สามจะเป็นระเบียงด้านนอก มีโซฟานุ่ม ๆ และโต๊ะพร้อมเก้าให้นั่งผ่อนคลาย รับลม

และยังมีอ่างอาบน้ำ ให้นอนแช่ฟินๆ ดูวิวหลังห้อง

ซึ่งห้องนี้จะเป็นวิวสระว่ายน้ำสวยเลยทีเดียว

ส่วนที่สี่ จะเป็นห้องน้ำ

เป็นอีกโรงแรมที่ต้องบอกว่า ห้องน้ำสวยมาก ดีไซน์แบบสุดจะบรรยาย

ก็อกน้ำนี่อย่างสวย เป็นที่แรงที่นุ้ยเห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยของการดีไซน์ได้มากขนาดนี้

ตอนแรกตั้งใจมาพักผ่อน แต่ไปๆ มาๆ เจองานดีไซน์หนักขนาดนี้ หลับกันไม่ลงเลยทีเดียว

เดินดูนั่น ดูนี่ ถ่ายโน่น นั่น นี่ตลอดเวลา แต่ถ่ายยังไงก็ยังสื่อได้ไม่เท่ากับที่ตาเห็น

ปิดท้ายกับห้องแรกที่นุ้ยนอน กับ Sparkling wine ที่นับมาเสิร์ฟแบบเซอร์ไฟรส์มาก

เพราะนุ้ยรีเควชไปว่า เป็นการไปพักผ่อนเพื่อฮันนีมูล

สำหรับใครที่จะไปฮันนีมูลแจ้งทางโรงแรมเลยนะคะ นอกจาก Sparkling wine ยังจะได้รับ Thai Sweet ด้วยน๊า

แล้วจัดเซ็ตสวีทๆ บนเตียงให้ด้วยน๊า

ก่อนมื้ออาหารค่ำ นุ้ยแวะไปนั่งเล่น ที่ Tongkah Tin Syndicate

ห้องนี้เป็นคล้ายๆ สปอร์ตคลับ อะไรประมาณนั้น

มีทั้งโต๊ะสนุกเกอร์ โต๊ะพูล จอทีวีขนาดใหญ่สำหรับดูบอล กับเครื่องดื่มดีๆ สักแก้ว

Tongkah Tin Syndicate ตกแต่งด้วย เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ จากเหมืองแร่

มันเท่ห์ มากๆ ใครมาพักที่นี้ นอกจากจะมาพักผ่อน มาเสพย์งานดีไซน์แล้ว

นุ้ยขอแนะนำ ให้เอาเสื้อผ้ามาหลาย ๆ ชุด เพราะเหมาะสำหรับการถ่ายพอร์ตเทรตมาก ให้หลายอารมณ์สุดๆ

สำหรับมื้ออาหารค่ำ นุ้ยทานที่ห้องอาหาร Tin Mine

เป็นเหมือนห้องอาหารหลัก เพราะห้องนี้ให้บริการอาหารเช้าด้วย

วันที่นุ้ยไปพักเป็นวันที่มีบุฟเฟต์อาหารไทยพอดิบพอดี แต่ลืมถามว่ามีวันไหนบ้าง

เราไปดูหน้าตาอาหารบุฟเฟ่ต์ไทยๆ แบบภูเก็ตกันว่าจะน่าทานขนาดนี้

แต่นุ้ยได้ถ่ายมาเพียงแค่บางส่วน ลูกค้าค่อนข้างเยอะ แอบเกรงใจ

เริ่มจากการแสดงดนตรีไทย เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศบุฟเฟ่ต์อาหารไทยก่อนละกัน


จัดอาหารได้สวยมาก มาแบบไทยแท้มาเลย

เมนูนี้อาหารพื้นเมืองภูเก็ต

ยำ ส้มตำ ก็มีนะเออ

จัดมาเต็มมากทั้งคาว หวาน เด็ดสุดคงหนีไม่พ้นหมี่หุ้นแกงปู เมนูโปรดนี่แหละ


กินอิ่มนอนหลับไปตอนไหนแทบไม่รู้ตัว

ตื่นเช้ามาอีกที ฟ้าสว่างจ้าเลยคราวนี้

วันนี้อากาศค่อนข้างดี แต่ฟ้าฝนภูเก็ตไว้ใจได้ยาก เช้าฟ้าใสขนาดนี้ พอสายๆ เมฆเริ่มครึ้มมาอีกแล้ว

ออกมายืนสูดอากาศ บริเวณระเบียงหลังห้อง

ทานข้าวเช้าเสร็จเดี๋ยวจะแอบมาว่ายน้ำที่สระนี้

ต้องบอกก่อนว่า ที่ The Slate มีสระว่ายน้ำถึง 3 สระด้วยคะ

เป็นสระผู้ใหญ่ 2 สระ และสระสำหรับครอบครัว 1 สระ

สระสำหรับผู้ใหญ่จะแบ่งเป็น 2 แบบ อย่างสระหลังห้องนุ้ยจะเป็นสระที่ค่อนข้างเงียบสงบ

เน้นชิลว่ายน้ำ อาบแดด อ่านหนังสือ

แต่อีกสระจะค่อนข้างมีสีสัน มีบาร์ เครื่องดื่ม เสียงเพลง


เหมือนเดิมเช้านี้มาทานอาหารเช้ากันที่ห้องอาหาร Tin Mine ชื่อห้องอาหารก็ยังเกี่ยวข้องกับความเป็นเหมืองแร่

อาหารเช้าจะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ที่อลังการมาก ย้ำคำว่าอลังการ

มีอาหารให้เลือกทานเยอะมาก แต่ละโซนอาหาร จัดได้ดี และเยอะมาก

เครื่องดื่มมีมากกว่า 5 ชนิด ผลไม้ นับกันไม่ไหวเลยทีเดียว โยเกิร์ตอีกเป็น 10 รส

โซนเบเกอรี่ อร่อย และน่าทานทั้งนั้น สคง สโคนมาครบ และยังแยกโซนขนมปังชนิดต่างๆ ออกไปอีก

ทีเด็ดยังมีโซนเครป วัฟเฟิล แพนเค้ก ที่เด็ดสุดคงเป็นเครป ตอนแรกคิดว่าจะเป็นเครปบางๆ นุ่ม ราดน้ำผึังไรงี้

แต่สิ่งที่ได้มาคือเครปแผ่นใหญ่ ๆ กรอบๆ มีไส้ให้เลือกเยอะมาก

และยังจะมีโซนสลัด อาหารไทย เมนูไข่ เยอะมากจริงๆ เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่จัดบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า ได้คุ้มจริงๆ

แม้

อาหารจะเยอะมาก แต่กินมากไปไม่ดีนะ เดี๋ยวอ้วนเหมือนนุ้ยไม่รู้ด้วยนะ

วันนี้เราจะย้ายห้องไปนอนอีก Type ซึ่งสวยมากนั่นคือ Private Pool Villas one bedroom

แต่ก่อนที่เราจะไปเก็บตัว ใช้ชีวิตแบบส่วนตั๋ว ส่วนตัว ในวิลล่ากัน ขอเดินสำรวจ

สระว่ายน้ำอีก 2 สระ ก่อนนะค่ะ บริเวณนี้จะเป็นสระแฟมิลี่ ค่อนข้างใหญ่คะ มีทั้งสระเล็กและสระใหญ่อยู่ติดกันเลย

มีห่วงยาง ของเล่นไว้ให้เด็กๆ ด้วยนะ

ส่วนสระนี้เป็นสระสำหรับผู้ใหญ่ มีบาร์ บริการเครื่องดื่ม คึกคักด้วยเสียงเพลง

มาถึง Pool Villas ที่เราจะพักกันในคืนนี้แล้วค๊า

ดูธรรมดาๆ แต่สังเกตุดีๆ ประตูนั่นสังกะสีนะคุณ เป็นไอเดียร์ที่แบบบันเจิดมาก

มันดูเท่ห์ ขึ้นมาเลยทีเดียว และที่สำคัญประตูนี้เป็นประตูเปิดปิดอัตโนมัตินะจ๊ะ

ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว… แค่แต่คีย์การ์ดประตูก็เปิด และปิดเองอัตโนมัต

หากเราอยู่ในห้อง แล้วมีใครมากดกริ่ง เราสามารถดูผ่านหน้าจอในวิลล่า ได้ด้วยว่าตอนนี้ใครกำลังมาหาเรา

และยังสามารถเปิดประตูได้จากในวิลล่าเลย …เจ๋งปะล๊า

สำหรับราคา Type นี้ อยู่ที่ 2 หมื่นต้นๆ เท่านั้น และยังมีสิทธิ์ พิเศษอีกมากมาย

ไป ไป เข้าไปดูข้างในกันดีว่า

ห้องที่เราพักคือ Pool Villas One bedroom แล้วทำไมมีวิลล่า 2 หลัง

ตอนเปิดประตูเข้าไปครั้งแรก ถามพนักงานออกมาทันทีว่า มัน One bedroom ไม่ใช่เหรอ ทำไมมี 2 หลัง

ปรากฎว่า สาเหตุที่มี 2 หลังเนื่องจากวิลล่าหลังหนึ่งเป็นห้องนอน อีกหลังเป็นห้องนั่งเล่น

เก๋ไปอีกนะเนียะ … และนุ้ยก็แอบคิดในใจ แบบเสียงดังออก พื้นที่เยอะกว่าบ้านฉันอีกนะเนี๊ยะ

เพราะพื้นที่เริ่มต้นของ Pool Villas One bedroom มีพื้นที่กว้างถึง 650 ตารางเมตรแล้วทีเดียว

ด้านหน้าของวิลล่าทั้ง 2 หลัง จะเป็นเหมือนระเบียง มีโซฟาเบดนุ่มๆ ให้เรานั่งพักผ่อน

ช่วงเช้าๆ เย็นๆ ชิลมาก

มาเริ่มกันที่ Bedroom ก่อนละกัน

ต้องบอกก่อนว่าอย่าตกใจกับรูปที่มันเยอะมาก ..เป็นความชอบส่วนตัวจริงๆ

ภายในห้องนอน จะเป็นห้องที่กว้างมาก (ก็แค่วิลล่าทั้งหลังเองเนอะ )

ทำให้ห้องดูโล่ง สบาย มีเตียงนุ่มว่างอยู่กลางห้อง ด้านหัวเตียงจะเป็นมุมทำงาน

เป็นโต๊ะยาวขนานไปกับหัวเตียง

มุมด้านในทั้ง 2 ฝั่ง มีเก้าอี้นอนนุ่มๆ และยังมีโซฟาขนาดใหญ่ดีไซน์เท่ๆ ให้เรานอนกลิ้งไปมาได้สบายๆ

โทนสีที่ห้องนี้ใช้จะเป็นเป็นโทน สีดำ เทา และขาว โดนจะเน้นหนักไปโทนเทาและดำ

เป็นสีที่นุ้ยว่ามันดูลึกลับ แต่มีเสน่ห์ ดูดี ดูหรู เพิ่มภาพวาดสีสันสดใสเข้าไป เพื่อให้ห้องดูมีอะไร (แล้วมีอะไรหล่ะ)


และยังเพิ่มความโรแมนติก เซ็กซี่ด้วย จากุซซี่ ในห้องด้วยนะเออ

ใครมาฮันนีมูลจัดเลยห้องนี้ เหมาะมากๆ

เดินผ่านทะลุ ส่วนของเตียงนอนเข้าไป เราจะเจอกับห้องน้ำ

ทางด้านซ้ายจะเป็น ห้องแต่งตัวเล็กๆ เก็บข้าวของต่าง

บริเวณส่วนกลางจะเป็นกระจกอ่างล่างหน้า เรื่องดีไซน์ เราจะไม่เอ่ยซ้ำๆ ว่ามันเจ๋งขนาดไหน

อยากให้มาเห็นกับตามากๆ ถ่ายยังไงก็ไม่เหมือนตาเห็นจริงๆ

ส่วนของการอาบน้ำจะมี 2 ส่วน เป็นแบบในร่ม และกลางแจ้ง แบบในร่มก็ธรรมดาทั่วไป แบ่งแยกสัดส่วนได้ดี

แต่จะพาออกไปดูส่วนของกลางแจ้ง ว่าเป็นยังไง

นี่คือพื้นที่ด้านหลังวิลล่านะคะ ติดกับส่วนของห้องน้ำเพียงแค่เปิดประตูออกไป

หลายคนถามพี่ๆ สระว่ายน้ำอยู่ไหน

ไหนบอกว่า Pool Villas ไง ใจเย็นๆ สำหรับ สระว่ายน้ำจะอยู่ติดกับฝั่งวิลล่าที่เป็น Living room

นี่เลย สระว่ายน้ำของเรา เป็นสระที่ค่อนข้างกว้างพอสมควร ว่ายไปยังไม่ถึงขอบสระอีกฝั่งก็เหนื่อยแล้วหล่ะ

Pool Villas ของ The Slate จะมีทั้งหมด 7 หลังด้วยกัน แต่ละหลังจะมีลักษณะที่ต่างกัน ในเรื่องของพื้นที่ โดยรวม

และรูปแบบของสระว่ายน้ำ

สำหรับหลังที่นุ้ยพัก ลักษณะจะเป็นคล้ายๆ ตัวแอล โอบล้อมด้วยสวย

แม้จะลงว่ายน้ำช่วงกลางวัน ก็จะไม่ร้อน อากาศดีมากๆ

เราย้อนกลับมาดูภายในวิลล่ากันสักหน่อย

เป็น Living room ที่หรูหรา โมเดิร์น และเก๋มาก

โทนสียังคงเน้นที่สีดำ และเท่าเหมือนเดิม ยิ่งเพิ่มโซฟาหนังเข้าไป ยิ่งทำให้ห้องนี้ดูหราหรามก

จะมี ipad และโทรศัพท์ เตียมไว้ด้วย

ipad สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ปกติ และรวมรวมข้อมูล Facility ของโรงแรม รวมทั้งโปรแกรมทัวร์ต่างๆ

สำหรับโทรศัพท์ ไว้ให้เราโทรติดต่อบัตเลอร์ได้ 24 ชม. เพียงแค่กดโทรออก อยากได้อะไร บัตเลอร์จัดให้ทันที

นี่คือข้อพิเศษอีกอย่างหนึ่งสำหรับ Pool Villas

ถัดมาเป็นโซนมินิบาร์ ที่ดูแล้วไม่มินิสักเท่าไหร่ เพราะจัดเต็มมาก

ยังมีโต๊ะทานอาหาร และอุปกรณ์ จานช้อน เตรียมไว้ให้ด้วย

welcome fruit เสิร์ฟกันมาเป็นกิโลๆ

และที่พิเศษสุดๆ สำหรับ Pool Villas

มีห้องสปาส่วนตัว ที่ส่วนตัวมากๆ เพราะมันอยู่ในวิลล่าของเราเอง

เราสามารถรีเควช ให้มาสปาในวิลล่าได้ด้วย แต่จะชาร์จเพิ่ม 10% แต่ถ้าหากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ฟรีนะจ๊ะ

พร้อมทั้งยังมีห้องอบไอน้ำ ห้องอบซ่าวน่า ส่วนตัวใน Living room ด้วยนะเออ

นุ้ยกล้าบอกได้เต็มปากเต็มคำว่า ไม่เคยเห็น Pool Villas ที่ไหน เจ๋งเท่านี้ที่นี้ ทั้งสวย ทั้งครบเครื่อข

ปิดท้ายกันด้วยห้องน้ำแบบ การ์เด้นวิว ในห้องนั่งเล่น

มื้อเที่ยงแว๊บไปทานอาหารแบบเบาๆ ง่ายๆ กันที่ Dirty Monstera

เป็นห้องอาหารที่อยู่ติดกับล็อบบี้ เป็นห้องอาหารที่สวยมาก โซฟา อลังการเว่อวังสุด

เปิดให้บริการ ตั้งแต่ 11.00 – 18.00 น.

ต้องบอกก่อนว่า จำชื่อเมนูอาหารแบบเต็มๆ ไม่ได้สักอย่าง

แต่จำรสชาติได้แม่นเชียว

จานแรกตามที่บอกว่าสั่งเมนูง่ายๆจริงๆ คือ ผัดไทยกุ้งสด แต่มันอร่อยมาก

ต่อมาเป็นส้มตำมะม่วง เสิร์ฟมาพร้อมเนื้อปลากระพงทอด

แปลกแต่เข้ากันดีนะ

สุดท้ายเป็น ยำวุ้นเส้น ซีฟู๊ด

บอกแล้วมื้อนี้เน้นง่าย กินเยอะเดี๋ยวจะอ้วน

หม่ำอาหารเที่ยงกันเสร็จ จะพาไปเดินสำรวจสปากัน

ชื่อว่า Coqoon Spa

แม้ในวิลล่าจะมี สปาส่วนตัวแต่เผื่อใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศ

ห้องสปามีหลายแบบ ด้วยนะเออ

มาดูแบบแรกแบบเบสิค ของ Coqoon Spa กันก่อน

จะเป็นห้องคู่ ยังยึดคนเซ็ปต์โทนสีเหมือนเดิม

แต่ที่เป็นไฮไลท์ คงต้องเป็น The Nest

เป็นห้องสปาที่สุดจะหรูหรา ลักษณะคล้ายรังนกอยู่บนต้นไม้ยังไงยังงั้นเลย

แอบเศร้า ที่ฝนตก ทำให้ไม่สามารถเก็บภาพด้านนอกมาให้ดูกันชัดๆ ว่า ถ้ามองเข้ามาจะเหมือรังนกมากขนาดไหน

นอกจากห้องทำสปา ทรีทเม้นต์ผิวแล้ว ยังมีสปาเท้า สปาผมด้วยน๊า คุณผู้หญิงรักสวยรักงามต้องห้องนี้

แต่ตอนนี้ฝนตกหนัก นุ้ยขอตัวไปสวีทกันเอง ในห้องวิลล่าก่อนน๊า

แต่ตอนเดินกลับห้อง ผ่าน Stockroom ขอแวะดูสักหน่อย

Stockroom เป็นเหมือนร้านขายสินค้า แต่ไม่ใช่สินค้าธรรมดาๆ

เพราะสินค้าที่ขายใน Stockroom คือทุกสิ่งอย่างที่มีอยู่ในโรงแรม ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ

ไม่ว่าจะเตียง หมอน เสื้อคลุม โคมไฟ จาน ช้อน ตู้ โต๊ะ พื้น เสา

คือทุกอย่างจริงๆ ที่มีอยู่ในโรงแรม ที่นี้จะมีขาย แต่ของบางอย่างเราต้องพรีออเดอร์นะคะ

เพราะอาจจะใช้เวลาในการทำ

มื้อดินเนอร์ ในค่ำคืนสุดท้ายที่ The Slate นุ้ยมาทานที่ห้องอาหาร Black Ginger

Black Ginger เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้นุ้ยทึ่งกับโรงแรมนี้มาก

เพราะห้อง อาหาร Black Ginger เป็นบ้านไม้เรือนไทยสีดำ ที่ลอยอยู่กลางบึงน้ำ

ภาพที่ถ่ายออกมา ไม่เท่าครึ่งกับความสวยที่เห็นด้วยตา ดูคลัง ดูมีเสน่ห์มาก

ซึ่งห้องอาหาร Black Ginger จะให้บริการอาหารไทย และพื้นเมือง จะข้ามไปทานอาหารได้

ต้องรอเวลาเปิดที่ตรงเป๊ะ แล้วจะมีแพข้ามมารับเรา ถ้าหากใครจะทานห้องนี้ ต้องลองล่วงหน้านะคะ

แม้จำนวนโต๊ะจะเยอะ จะแขกเต็มตลอด

นี่เป็นเพียงแค่ทางเดินเข้าไปเท่านั้น

ภาพนี้เป็นช่วงเวลาก่อนค่ำ ที่นุ้ยแอบมาถ่ายไว้

เรือนไม้ทรงไทยสีดำ ว่าสวยและมีเสน่ห์แล้ว

เจอน้องๆ พนักงานพร้อมจุดโจงกระเบนสีดำ ยิ่งทำให้ดูน่าสนใจมายิ่งขึ้น

และนี่คือบรรยากาศยามค่ำคืน

มาดูภายในเรือนไทยหลังนี้กันบ้าง

ว่าจะไทยขนาดไหน

ความเป็นไทยมาพร้อมกับความสวยและหรูหรา มาก

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เจอห้องอาหารที่มีความเป็นไทย แล้วจะดูหรูได้ขนาดนี้

สวยมาก

เพดาน เป็นกระเบื้องระยิบระยับ โคมไฟห้อยระย้าแวววาว

เซ็ตจานบนโต๊ะอาหาร ก็สวยจนแทบไม่อยากแกะออกมาทานเลยทีเดียว

มาถึงอาหารกันบ้าง เริ่มกันที่ Appetizer

เป็นอาหารว่างรองท้องระหว่างรอ จานนี้เรียกว่า เบือทอด

แต่จริงๆแล้วเป็นใบชะพลูทอดกรอบ และกุ้งชุปแป้งทอด ทานกับน้ำจิ้ม อร่อยมาก

และยังมีกระทรงทองรสเด็ดอีกด้วย

สำหรับอาหารหลักนุ้ยเลือกสั่งแบบเป็นเซ็ต มีให้เลือก 2 เซ็ต นุ้ยเลือกเซ็ตแรกมา

จะมีต้มข่าไก่

มัสมั่นเนื้อ

ผัดผักรวม

ผัดไทย

และปิดท้ายด้วย หมี่หุ้นแกงปู แต่เมนูนี้สั่งแยกจากเซ็ตนะ

มาถึงภูเก็ตถ้าไม่ได้กินเมนูนี่ เขาว่ากันว่ามาไม่ถึงนะ

แต่ก่อนกลับห้องไปนอน

จะพาไปเข้าห้องน้ำของ Black Ginger กันสักนิด

อย่าพึ่งคิดว่านุ้ยบ้า เข้ายังห้องน้ำยังถ่ายรูปมาให้ดู

ที่ถ่ายมาเพราะห้องน้ำสวยเว่อวังระฆังวัดมาก

รูปที่คุณจะเห็นต่อไปนี้คือ ทางเดินเข้าห้องน้ำ และห้องน้ำ

สวยอย่างที่บอกป่าวละ ส่งลงประกวดห้องสวยรับรองได้ที่หนึ่งระดับโลกแน่ๆ

..

..

เห้อ …ถึงเวลาเดินทางกลับอีกแล้ว วันนี้ตื่นซะสายเชียว

เพราะฝนตกทำเอาไม่รู้เวลาเลยทีเดียว หลับสบายสุดๆ

เพราะตื่นสายวันนี้จึงเลือกที่จะสั่งอาหารเช้ามาทานที่ วิลล่า

เพราะเป็นสิทธิพิเศษ สำหรับ ผู้ที่พักพูลวิลล่าคือ ทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ หรืออลาคาส ก็ได้

หรือจะสั่งมาทานที่วิลล่า ก็ได้นะเออ

นี่คืออาหารที่บัตเลอร์นำมาเสิร์ฟให้เราที่ห้อง เซ็ตที่เห็นนี่เป็นเซ็ตสำหรับ 1 คนทาน

อันที่จริงสั่งมา 2 เซ็ตนั่นแหละ แต่มันวางได้ไม่หมด เพราะนุ้ยเลือกมานั่งทานที่บริเวณริมสระว่ายน้ำ

วันพักผ่อนสบายๆ ชิล ๆ

ไม่ต้องรีบตื่นเช้า ไม่ต้องอาบน้ำ นั่งรอทานอาหารที่ห้อง

ชอบๆ ความรู้สึกแบบนี้ นุ้ยว่าทุกคนก็ชอบความรู้สึกแบบนี้ จริงมั๊ย

สำหรับนุ้ย บอกได้เลยว่าตกหลุมรักที่นี้ตั้งแต่แรกเห็น

ตกหลุมรักในดีไซน์ ตกหลุมรักทุกรายละเอียด ตกหลุมรักการบริการ

ตกหลุมรักทุกสิทธิพิเศษที่ลูกค้าจะได้รับ ที่นี้ The Slate Phuket จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

และจะทำให้คนที่คุณรัก รักคุณมากขึ้นแน่นอน

ก่อนกลับนุ้ยจะพาไปเดินเล่นริมหาดกันสักหน่อย

เพราะฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ โชคดีเจอฟ้าสว่าง ทำให้ได้ออกมาเดินเล่นกันหน้าหาด

เดินผ่านทางประตูหลังโรงแรม แล้วเราก็จะมาเจอหาดสวยๆ แบบนี้เลย

ที่นี้คือหาดในยาง เป็นหาดที่ยาวมาก ทรายเนื้อละเอียด

ตอนเย็นมานั่งชิลดูพระอาทิตย์ตก สวยสุดๆ เลยหล่ะ แต่ 2 วันของนุ้ย เจอฝน อดดูพระอาทิตย์ตกเลย

เดินไปไม่ไกลนักก็จะเป็นสวนสน ริวมหาด สวยมากๆ เหมือนกัน


ข้อมูลโรงแรม

The Slate Phuket

Nai Yang Beach & National Park, 116 Moo 1,

Sakhu, Thalang, Phuket 83110, Thailand

+ 66 (0) 76 327 006

+ 66 (0) 76 327 015

+ 66 (0) 76 327 338-9

http://www.theslatephuket.com/

https://www.facebook.com/TheSlatePhuket/

———————————

ขอบคุณเพื่อนๆ สำหรับการติดตามกันนะค่ะ

ทักทายกันได้ที่ช่องทางเล่านี้

Facebook : https://www.facebook.com/MyLifeMyTravels/

Instagram : https://www.instagram.com/mylifemytravel/

Website : http://www.mylifemytravels.com/

YouTube : https://goo.gl/Gync7Y


ความคิดเห็น