เรื่องลาว 7วันกับเงิน7พัน ไปเหนือสุดประเทศลาว ปลายทางของเราคือ พงสาลี รีวิวโดย ไม่กี่บาทBackPacker

การเดินทางทุกครั้งย่อมมีจุดหมายปลายทางเสมอครับ และปลายทางครั้งนี้ของเรามันอยู่นู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด สุดประเทศลาว ทำไมหน่ะหรอ ก็ไม่รู้ว่า นึกครืมอะไร เปิด Google Map ดูเล่นๆว่า จะไปไหนดี อยากทำอะไรสุดๆ แต่ไปคนเดียว (จริงๆก็ชวนเพื่อนหละแต่...เพื่อนบอกว่าดูก่อน..นั้นหละก็ตามนั้น

เรื่องลาว 7วันกับเงิน7พัน ไปเหนือสุดประเทศลาว ปลายทางของเราคือ พงสาลี

เรื่องลาว 7วันกับเงิน7พัน ไปเหนือสุดประเทศลาว ปลายทางของเราคือ พงสาลี


การเดินทางทุกครั้งย่อมมีจุดหมายปลายทางเสมอครับ

และปลายทางครั้งนี้ของเรามันอยู่นู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
สุดประเทศลาว ทำไมหน่ะหรอ ก็ไม่รู้ว่า นึกครืมอะไร เปิด Google Map ดูเล่นๆว่า
จะไปไหนดี อยากทำอะไรสุดๆ แต่ไปคนเดียว (จริงๆก็ชวนเพื่อนหละแต่...เพื่อนบอกว่าดูก่อน..นั้นหละก็ตามนั้น)
เลื่อนไปเลื่อนมา เจอกับประเทศลาว เออ จะไปไหนดีหว่ะ วังเวียงตอนนั้นไป ก็ติดใจกับความงดงามของธรรมชาติอยู่นะ
แต่ไปมาแล้วก็ไม่อยากไปอีก สักเท่าไร เลยเลื่อน แผนที่ดู ไปเจอกับ พงสาลี นี้หละ
ก็เลยปักหมุด เอาหว่ะไป ที่นี่กัน... พงสาลี มันอยู่เหนือสุดประเทศลาวเลยนะ


คำถามต่อมาก็คือ ?
ไปยังไงหว่ะ.......



และ VDO นี้ก็เป็นเรื่องราว ของเราที่ได้ไป สัมผัส และ รู้สึกมา


ยังไงรายละเอียดเพิ่มเติม อ่านกันด้านล่างนะครับ


อย่าให้เรื่องเงินมาเป้นข้ออ้างของการเดินทาง

ถ้าอยากเที่ยวก้ออกมา ไม่กี่บาท หรอกครับ

เดินทางไปกับเรานะครับ

เพจ : https://www.facebook.com/maikeebaht/

IG : https://www.instagram.com/mr.konr/




ไปไงหว่ะ...


ไปไงหล่ะ อันนี้ไม่ปัญหาหลักของเราครับ

จากการศึกษา วิจัย เส้นทางนี้ ต้องเดินทางไป จังหวัด เชียงราย ลงเชียงของ อันนี้คือเท่าที่เรารู้

นอกนั้น หรือ ไม่รู้เลย ฮ่าๆๆ อย่าไปคิดมาก

เดินทาง ออกจากบ้านกันเถอะ !!!!!!!

ก็เลิกงานแล้วก็เดินทางไป หมอชิต กันเลยครับ แต่เราไมไ่ด้ไป หมอชิตนะ เราขึ้นรถที่ สมบัติทัวร์ (แล้วจะพูดทำไมให้งงหว่ะ)

ด้วยราคา 691 บาท กรุงเทพ - เชียงของ

แต่ว่า เราเดินทาง ช่วงวันเข้าพรรษา ที่หยุดยาว 5 วัน นี้หละครับมันคือปัญหาของการเดินทางครังนี้เลย

รถออก 18:10เรายังติดอยู่วิภา อยู่เลยครับ เดินทางช่วงวันหยุดนี้ มันส์จริงครับแค่เริ่มต้น ก็สนุกกันแล้วฮ่ะ

แต่...ก็ขึ้นรถได้ ทันเวลา สบายใจครับ

เราบอกกับน้าคนขับว่า ผมลง ด่าน ไทย-ลาว ครับ

ก็หวังว่า การเดินทางครั้งนี้ของผมมันจะไม่ หลง หรือ ไม่เลยหละกันครับ

ความหวังของการเดินทางครั้งนี้ อยู่ที่น้า แล้วครับ ฮ่าๆๆ

เราก็มาถึงเชียงรายกันแล้ว ยิ่งขึ้นเหนือมา เท่าไร บรรยากาศมันเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆครับ + กับฝนตกเบาๆ ด้วย

ก็ภาวนา อยากให้มันตกแรงหละกัน เดี่ยวจะเดินทางกันยากครับ แต่บอกเลยยังไงเราก็ไป มากันขนาดนี้หละ

เอาหละครับ เราก็มาถึง สุดทางของประเทศไทยแล้วหละครับ

รถทัวร์จอดให้เราลง ตรงแยกพอดี ตอนนี้ก็ 7 โมงกว่าๆ
ตรงนี้ ก็มีรถรับจ้างไป ส่งเราที่ด่านอีกทีครับ
เราเหมาไป เลย เพราะ ไม่มีคน จริงๆ เงียบเกิ๊นนนนนนนน
เท่าไรครับ ลุง 60 บาท โอเคราคาพอคุยกันได้

เอาหละครับ ตอนนี้ เราก็มาถึง ด่านพรมแดนเชียงของและสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย)

ก็แลกเงิน ปั๊ม Passport อะไรกัน เรียบร้อย เราก็เดินทางกันต่อ
โบกมือบ๊ายบาย บ้าน ที่ประเทศไทยแล้วก็มุ่งเข้าสู่ประเทศ ลาว อย่างสบบูรณ์ แบบ สบายๆครับ

ก็แลกเงิน ในอัตรา ที่ 1 บาท เท่ากับ 255 กีบ



แล้ว? ไปทางไหนหละที่นี้

สะบายดีประเทศลาว


ก็นั้นหละครับ พอเราข้ามด่านมา ฝั่งลาว

จริงๆ จะมีรถรับส่ง ด่านไทย - ลาว ที่ข้าม แม่น้ำโขงนั้นหละครับ ไม่แน่ใจว่าเดินข้ามได้หรือเปล่า

ใจก็อยากจะเดินนะ แต่กลัว ขึ้นรถไม่ทัน

ค่าตั๋วอยู่ที่ คนหละ 20 บาท รถออกทุกๆ 10 นาที หรือมากกว่านั้น

ก็แล้วแต่จำนวนคนขึ้นรอนั้นหละครับ คนมากก้ออก ไว

พอเราข้ามแม่น้ำโขงมา นี้หละครับ เราจะได้ จากประเทศไทย ของจริงๆแล้ว

พอมาถึงฝั่งลาว บรรยากาศ เหมือนบ้านเราเป๊ะ คือ พี่น้าๆ ลุงๆ จะเข้ามาถามเรา

ว่าจะไปไหน ฮ่าๆๆ แล้วเราจะไปยังไงกันต่อ ด้วยไม่รู้จะถามใคร

ก็ไป ถามพวกพี่ๆ นี้หละ ว่า ผมจะไปพงสาลี จะไปยังไง ถามกันดื้อๆ นี้หละ

พี่เข้าก็บอกว่า หู้ยไอ้หนุ่มป่านนี้ไป พงสาลี บ่ ทันหรอก ต้องไป มื้ออื่น

ไปต่อรถที่เมืองไชย นั้นหละ เค้าว่ายังนั้น ขึ้นรถเลยเดียวไปส่ง แหม่ะ!! ขายของเลยนะครับ

เขาก็บอกให้เรารอ เดี่ยวรอคนก่อนนะ เดี่ยวรถออก .. เราก็รอไป เรื่อย จนเวลา ปาเข้าไป เกือบ จะ 9 โมงหละ

ไอ้เราก็ไม่รู้ว่า รถมันจะมีกี่โมง ก้ถามดื้อๆ อีกหละ ว่า รถไป เมืองไชยนี้หมด กี่โมง เค้าก็บอก 9 โมง

อ้าววววววววว แล้วพี่รออะไร อยุ่หละ เดี่ยวรถผมก็หมด เสียเวลานอน นี้ อีกคืนอีก

เหมาเท่าไร ครับ คำถามนี้ มันถิ่ม อกผมมาก เขาบอกว่า 300 บาท อืม... สะบายดีเลยครับ



ยอมเสียจนได้ แต่อย่างน้อย ก็ยังดีกว่า มานอน ที่นี่ อีก คืนหละหว่ะ

นั่งอยุ่มาสักพัก สั* ทำถนนอีก นี้ถ้าไปไม่ทันจะโกธรมากๆๆๆๆ อะบอกเลย

นั่งมาอยุ่แปปเดียวจริงๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงได้ ก็มา ถึง ท่ารถบ่อแก้ว

แต่เอ๊ะ พี่ฮ่ะ รถออก 9 โมง ครึ่ง ครับ โดนตั้งแต่เริ่มต้นเลย กรุ เอาเถอะ เรามาเดินทางกันต่อครับ

ด้วย รถประจำทาง บ่อแก้ว - อุดมไชย ในราคา 90000 กีบ
ราคาก็ประมาณ 350 กว่าบาท ราคาเท่ากับรถที่เรานั่งมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย--*

ภายในรถ ค่อนข้างดีมากๆ ครับ คนไม่เยอะเท่าไร แต่ระหว่าง จะรับคนอีกหรือ เปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ

ปะครับ เดินทางไป พร้อมๆ กันเลย

การเดินทางของจริงเริ่มต้นแล้วครับ

ก็พี่คนขับรถเค้าบอกว่าใช้เวลาเดินทางกัน ประมาณ 7-8 ชั่วโมงได้มั้งครับ ผมนี้ร้องอู้หู้ เลยนะ อะไรมันจะไกลขนาดน๊านน

และพี่เค้าก็บอกออีกว่า บางวัน ก้เป็นรถ แอร์นะ แต่เอาจริงๆ ผมว่า ไม่ต้องแอร์ แบบนี้ ก็หนาวแล้วอะ
คือบรรยากาศข้างทางแบบ ว่า สวย หมอกตลอดทาง เปิดกระจกอากาศเย็นสบาย จริงๆครับ เป้นหวัดเลยหละ

สีเขียวสบายตากันจริงๆครับ สบาย

ผ่านตะลงตลาด พี่เค้าก็ จอดให้ซื้อของ จะของแปลก ของป่า ก้หาซื้อกันได้ จาก ร้านพวก พี่ป้าๆ ที่เค้าขายกันนี้หละครับ

เดินทางกันต่อครับ เราว่ะ บ้างที มันก็เขียวเกีนไปนะ 5555

ช่วงนี้ เป้นช่วงหน้าฝนด้วยนะ นาข้าวอะไร ปลูกกันตลอดทางเลยครับ ถ้าไม่ผ่านภุเขา ก็ผ่านทุ่งนานี้หละโอ้ยฟิน

พี่เค้าก็ ไปได้ ซัดทีเดียว 7-8 ช่วโมง เค้าก้มี จุดแวะจอดรถครับ ตรงนี้จะเป็นสถานีขนส่ง ของหลวงน้ำทาครับ

แวะกินข้าวกันที่นี่หละครับ พี่เค้าก็บอกว่า พัก 20นาทีเด้อออ...

เจอร้านข้าว ยังงงกับ ภาษา อยู่ มีอันหนึ่ง พอจะอ่านออก ข้าวซอย

ป้า เอาข้าวซอย จานหนึ่ง จัดมาจานนี้โดน ไป 10000 กีบตกก็ประมาณ เกือบๆ 40 บาท มั้งครับ

ตอนแรกก้คิดว่า จะมีไก่ เป็นน่องๆ แบบที่เคยกินที่เชียงใหม่ ว่าแต่ป้าเอา เส้ญใหญ่ต้มยำมาให้ผมทำไมนิ

--* นี่หละ ข้าวซอยลาว ฮ่าๆๆ

อิ่มแล้วก้เดินทางกันต่อครับ พี่เค้าบอกว่า ยังอีกไกล ไอ้หนุ่ม

แต่เอาเถอะ ถ้าเส้นทางมันจะสวยขนาดนี้ไกลแค่ เราก็ไป มันเพลินกับวิวข้างทางจริงๆครับ

แต่โค้ง สักก่อน บอกเลย ใครไม่แข็ง พอมีอ้วกนะครับ มีหลายคนอ้วก แต่ผมสายแข้งครับ ฮ๊าก ดเกดลเวไบำ

ว่าแต่นี้เรายังใส่ชุดทำงาน อยุ่เลยนะ ฮ่าๆๆๆ

ถ้าจอดตลาดสุดท้าย พี่เค้าว่ายังนั้น แสดงว่า ใกล้จะถึงหละ ดูเวลาก้ปาเข้าไป 4 โมงหละ

นี้เรายังไม่ถึง ครึ่งทางของการเดินทาง ที่จะไป พงสาลี เลยนะครับ ฮ่าๆๆ จะหมดไปอีกวันหละ 55555


ครึ่งทางของการเดินทาง
:: เมืองไชย | อุดมไชย ::



เอาหละครับ ตอนนี้เราก็มาถึงเมืองอุดมไชย หละครับ ก็ซึ่งน่าจะเป้นการเดินทาง ที่มาถึงครึ่งหนึ่งแล้ว (มั้ง)

สิ่งแรกที่ผมทำก็คือ ดูตารางรถเลยครับ เพื่อที่จะได้ไม่พลาด ถ่ายทุกอย่างที่เป็นเวลาไว้ ฮ่าๆๆๆ

ก็ที่นี่มีรถไปเวียดนามด้วยนะ ยังไงก้ลองมา สอบถามราคาดูครับ

สบายใจครับ มีรถไปพงสาลีจริงๆ ตามที่ พี่จากบ่อแก้วเค้าบอก

ดูตารางรถแล้ว พรุ้งนี้ เดินทางกัน พรุ้งนี้ รถไป พงสาลี มี ตอน 8 โมงครึ่ง ราคา 8 หมื่นกีบ

ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 9 ชั่วโมง โอ้ พระเจ้าาาาาาาา ไกลอีกแล้วหรอนิ ...
แต่ก็หวังว่า เส้นทางมันจะสวยเหมือนเดิม คืนนี้ เราคงจะไม่ได้เที่ยว อุดมไชย หละ เสียดาย ฉะมัดเลยครับ

เพราะเรามาถึงนี้ก็ 5 โมงกว่าหละ เดี่ยวเราหาที่พัก นอน แล้วไป ไรกินกันดีกว่า
แล้วเราจะนอนไหน หละ ก้นั้นนะสิ เดินทางที่พักเลยครับ เอาจริงๆ นะ เราเห็น ภาษา จีนที่นี้เยอะมากเลยครับ

ภาษา ลาวก็ อ่านไม่ค่อย ออก ทั้งๆ ที่เราเป็นลุกครึ่ง กรุงเทพ - อีสาน แต่ก็ยังงง อยู่ดีน้นหละ

ก็เห้น คำว่า โรงแรม hotel เอาหละ นอนนี้หละกัน

ห้องพัก ค่อนข้างดีครับ น้ำแรงมีน้ำอุ่น แถมเราได้ ห้อง See view ซะด้วย แจ๋วเลยครับ

เอาจริงๆ เราอ่านชื่อโรงแรมไม่ออก แต่โรงแรมก้ ฝั่งตรงข้าม ขนส่งเลยครับ สบาย เดินใกล้ครับ

ราคาก็ ตก อยุ่ที่ 100000 กีบ( 390 บาท ) แหม่คืนนี้ นอนกันเป็น แสนเลยครับ

แต่ว่าตอนนี้ หิวมากเลยครับ ยังไม่ได้ กินข้าวกันเลย อาบน้ำอาบทา แล้วเราไปเดินเล่นกันดีกว่าครับ

เวลายังเหลือ .....

เมืองอุดมไชย เหมือนเป้นเมือง ศูนย์กลางของภาคเหนือเลยนะ

ใครจะไป ทางภาคเหนือ ก็ ต้องมาที่เมืองนี้หละ เมืองนี้เลยทำให้ เจริญหน่อยครับ

มีตึกราหงห้าง อะไร เต้มไปหมด แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างสวยงามครับ

ยังไงก้ ลองมา เที่ยวดุครับ ที่ นี้ เมืองอุดมไชย

มาดู แผนที่นี้อึ้งเลยครับ สั* กุอ่านไม่ออก ฮ่าๆๆๆ

จริงๆเมืองไชย นี้ ที่เที่ยวแบบว่า ล้นอะครับ มีน้ำตก มีเมืองเก่า ที่ดี เราว่ามี ผับบาร์เต็มเลยครับนี้หละ แจ่ว

ได้ยินเสียงเพลง มาจากไกลเลยครับ แต่ตอนนี้หิวข้าวมากๆครับ

เห็นร้านข้าว เอาหละ ร้านนี้หละ

ผัดกะเพรา แปลกดีครับ ไม่ค่อยเหมือนบ้านเรา เท่าไรครับ แต่ รชชาติ จัดจาด ไม่แพ้บ้านเราเลยครับ เผ็ดเหมือนกัน

แต่ราคา 20000 กีบนี้สิ แหม่ะ 80 บาทเลยนะครับ เอาหละพออิ่ม ก็เดิน เตร่ กันหน่อยครับ

เห็นป้ายบอกทางบอกว่า 232 กิโล มันก็ไม่น่าจะนานถึง 9 ชั่วโมงหรอกมั้ง

เดินไปเดินมา รู้สึกอยากอัพโซเชียว อ่ะก็จัด ซิมเขียวนี้มา

พร้อม เติมเงิน อยากจะบอกว่าเน็นทีนี่ แรงครับ พอใช้ได้เลยถ้าอยู่ในเมือง หรือ หมุ่บ้านจะมีสัญญาณ ไม่ 3G ก็ 4G เลยนะ

ราคาซิม หละ 10000 กีบ เติมเงินอีก 10000 กับ ซื้อโปรเน็ต โดยกด *131*10# 1.5 GB สบายครับ เหลือๆเลย
แต่แปลกอย่างที่นี่ อัพ IG ไม่ได้ แต่ ถ้า เฟส หรือ line สบายครับ

เดินไปเดินมา หิวอีกหละ เห็น เค้าย่างอะไร ไม่รู้น่ากินดี ก้เลยจัดสักหน่อยครับ

บาร์บีคิวลาวครับ ไม่รู้ว่า เค้าทา อะไร แต่ผักปิ้งไส้กรอกปิ้ง พอทาอันนี้แล้วรสชาติ มันเฟี้ยวมากๆๆ ครับ

เพื่อไม่ให้เป็นการ เสียเวลา สวัสดีอุดมไชย เห้ย!!ไม่ได้ สบายดีอุดมไชย



เราจะไป พงสาลี



แย่จัง กาฟงกาแฟ อะไรไม่มีกินเลยครับ เห็นเหลืออยู่ กระป๋องก้เลย จัดแทนกาแฟ กันแล้วกัน

ก็บอกแล้วว่า วิวต้องนี้ คือ ห้องที่ดีที่สุด วิวสวยที่สุด นี้คือวิว จากหน้าห้องเลยนะครับ

ก็อาบน้ำ เก้บของ แล้วเราก็เดินทางกันต่อครับ ปลายทางของวันนี้ คือ พงสาลีครับ รุ้สึกตื่นเต้นเหมือนกันนะ

ว่าปลายทางที่เราตั้งใจไว้ มันใกล้จะถึงแล้ว (ใกล้ถึงหรือหว่ะ555)

ก่อนเดินทาง มาเจอกับ ไบร์เกอร์ครับ เดินไปอย่างมันใจ เลย สะบายดี เขาตอบกับมา Good Morning 5555

ถามไป ถามมา เป็นคนจีนครับ มาจาก ปักกิ่งนู้นหละ พี่แก ขับมอไซร์มานะ เขากับลังจะไปหลวงพระบาง

ออก เวียนนาม แล้วก็ขึ้นจีน แต่ว่าพี่ ไม่ผ่าน พงสาลีบ้างหรอ จะ ซ้อนไปด้วยฮ่าๆๆๆๆ เราอยากจะขับมอไซคื เป็นจริงๆ เลยให้ตายเถอะ



ว่าแต่เรารีบตื่นมาทำไมหว่ะ รถออก 8โมงครึ่ง นี้เพิ่งจะ 7 โมงเอง 5555ยังไม่เปิด ขายเลย ครับ

พอประมาณ 8โมง เค้าก็ปี้กันครับ ปี้นี้คือ ซื้อตั๋วนะ ฮ่าๆๆ

รถที่ไปพงสาลี มีเที่ยวเดียวนะครับ คือ รอบ 8.30 นี้หละ ถ้าไม่ทัน ก็... รอกันไปอีกวันนั้นหละครับสบายใจ

ก็ราคาของพี่ คันเขียว เป็นรถลีมูซีน 24 หน้าต่าง ราคาก็ตกคนละ 80000 กีบ

เราก็ต้องใช้ชีวิต กับพี่คันเขียวไปอีก 9-10 ชั่วโมงนู้ดหละครับ

มาดูภายในรถหน่อยครับ มันช่างโอ่อ่าอลังการ มากๆครับ ที่นั่งเบาะนุ่มสะบาย

แถมพื้นปูกระเบื้องสะด้วย --* กระเบื้องนี้คือขนไปส่งตามหมู่บ้านที่สั่งซื้อครับ

โบกมือบ๊ายบาย เมืองอุดมไชย แล้วก็มุ่งสู้จุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้ ก้คือ พงสาลี

ปะครับ เดินทางกันต่อ วันนี้ 9 ชั่วโมง กับระยะทาง 2 ร้อยกว่ากิโล สบายยยยยยยยยยยยยย

ออกจากเมืองได้สักพัก เอาหละครับ เจอถนนของจริงๆ สู่เส้นทางเหนือสุดประเทสลาว เราต้องทำได้และไม่อ้วก


เส้นทางยังคงความเขียว และความสมบูรณ์ไว้ตลอดทาง รถสวนกันที ผมนี้ลุ้นเลยครับ

เพราะทาง มันน่าจะเหมาะสำหรับ รถทางเดียวสะมากกว่า เอาเถอะ พี่เค้าชำนาญเส้นทาง ขับสบาย

ก้เพราะเส้นทางที่เย้นสบายนี้หละครับ มันจึงทำให้เรา ลืมว่า เดินทางมาใกล้แค่ไหน

เพราะ 2 ข้างทาง มันสวยเกินคำบรรยายายจริงๆครับ ถ้าเราขับรถมาเองนะ คงจะแวะถ่ายรูปกันหลายจุด เพราะมันสวยจริงๆครับ

ผ่านภูเขาลูกนู้ด ออกภูเขาลูกนี้ ผ่านหมุ่บ้านนั้นออกหมู่บ้านนี้

มันทำให้ได้เห็นเรื่องราว อย่างแท้จริงเลยหละครับ ความอยุ่วิถีชีวิต อะไร ผ่าน 2 ข้างทางนี้จริงๆครับ

ก็ขับกันมา ฝุนตลบอบอวน กันเหมือนกัน พี่เค้าก็แวะล้างรถกันจุด จุดหนึ่งครับ ซึกวิวที่แวะนี้ สวยมากๆๆ ครับ

ห้องน้ำที่นี่วิวสวยว่าไหมครับ แห่ะ ขอยืนฉี่แปป ครับ
ก็พี่เค้าบอกว่านี่หละห้องน้ำ ธรรมชาติ จัดโล้ด


ก็ขับกันมาอีกสักพัก พี่เค้าก็จอกแวะ ส่งของส่ง กระเบื้องนั้นหละครับ ก้ช่วยพี่เค้าขนของ

แล้วก้มานั่งพัก ถามอ้ายๆๆ อีกโดนบ่ครับ กว่าจะฮอดพงสาลี (SUB.T อีกนานไหมครับกว่าจะถึงพงสาลี)

พี่แกก้บอกว่าไม่นาน หรอก เดี่ยวก็จะถึงหละ ว่าแต่ไม่นานของพี่นิ มันเท่าไร อ่ะ ฮ่าๆๆ


เดินทางกันต่อครับ ยังไม่ถึงพงสาลี

ผมละยอมใจ วิวที่นี่จริงๆครับ มันสวยเกิ๊น บวกกับความ Classic ของรถมันช่างเข้ากับบรรยากาศเสียจริงครับ


รถหยุดครับ ก้น่าจะเป้นตลาดหละ แต่พอ เสนอหน้าไป ดุเท่านั้น หละครับ โอ้ว!!!!

นี้ตลาดอะไรหว่ะ นี้ มัน สวยขนาดนี้เลยหรอ

เราว่าไม่ต้องลงไปซื้ออะ แค่ยืนดู มันก็อิ่มแล้วครับ

นีหละครับ เสห่น์ของการเดินทาง บางที่ก็ได้คิดว่าจะมาเห็นวิวสวยๆ ที่ตลาดข้างทางแห่งนี้ครับ

ใกล้จะถึงแล้วมั้ง พงสาลีนิ ปะครับ เดินทางกันต่อ


ถึงสักที พงสาลี


เอาหละครับ ตอนนี้เราพาทุกท่านมาถึง เมืองเหนือสุดของประเทศาลาว ที่นี่ พงสาลี ครับ

แต่เรายังประกาสตรงนี้ไม่ได้ เพราะ ท่ารถมันอยุ่นอกเมืองครับ เราก็ต้องนั่งรถ เข้าเมืองกันอีก 10000 กีบครับ

ก็ถ้าปงถ่ายป้าย อันกันเรียบร้อยก็ขึ้นรถ ก็ตั้งใจว่า จะไปหลวงน้ำทาต่อ รถออก 7.45 ต้องมาให้ทัน

แต่ตอนนี้ก้ต้องเข้าเมือง กันก่อนหละ เดียวค่อยว่ากัน !! เดี่ยวสำรวจเมืองกันครับ

แล้วรถ รับส่ง ก็เข้าเมือง รถจะมาส่งที่ตลาดสด ครับ จากนั้น ผมก็ถามว่า จะไป พักที่ไหน ดี

ชาวบ้านแถวนั้น เค้าก้แนะนำให้ไป ภูฟ้า รีสอร์ท อะไรนี้หละ ผมก็ไม่รู้ว่า มันอยู่ตรงไหน เข้า บอก เดินตรงไป
เจอวงเวียน ก้จะเห็น จริงๆ ผมก็ อ่านมา คร่าวๆ จากพี่ๆ นี้หละ ว่า พงสาลี มี พระธาตุ ภูฟ้า ที่อยู่สูงที่สุดของ พงสาลี เดี่ยวเราจะขึ้นกัน วันนี้ ขอตัว ไปหาที่พัก ก่อนแล้วกันครับเดินไป เดินมา ก็ เจอครับ กับ ภูฟ้ารีสอร์ท ที่เค้าว่ากันเป็นที่พักthe best ของที่พงสาลี

แต่เอาเข้าจริงๆ ผมว่าเฉยๆมากๆๆ ไม่ค่อยสะอาดด้วยครับ แต่แอร์เย็นๆมากๆ + บรรยากาศที่หนาวมากๆๆๆ

งงเหมือนกันว่าทำไม มาถึงนี้ แล้วหนาว แต่วิวหน้าห้องพักไม่ธรรมดาครับ ที่ผมเลือกห้องพักที่นี่ ก็เพราะ

อยู่สูง เห็นวิว ทั้งหมดของเมือง พงสาลีครับ แล้วอีก อย่าง ใกล้ภูฟ้าด้วย จะเดินกันง่ายๆ หน่อย
ราคา ก็ แพงหน่อยครับ 150000 ราคาก็ประมาณ 580 กว่าบาท

ก็มั่วนั่งชมวิวกันเพลิน ดูเวลาอีก เห้ย 2 ทุ่มแล้ว หิวข้าวลืมกินข้าวเลย

เดินไป หาร้านข้าวก็ไม่มีครับ จริงๆ มีเยอะนะ แต่ปิดหมดแล้ว T T ก็เลยกลับมาที่บ้านพักนี้หละ

ถามพี่ๆ ที่อยุ่โรงแรม ว่า มีอะไรกินไหมครับ ผมยังไม่ได้ กินข้าวเลย พี่เค้าก้บอกว่า ป่านนี้ร้านปิดหมดแล้ว

พี่เค้าก็บอกว่า เดี่ยวไปซื้ออะไร ให้กินนะ โห้ยยยยยยยยยย ผมหละซึ้งน้ำใจ ของพี่เลยหละครับ

ขอบคุณ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยำยำ ที่พี่เค้าไปซื้อวันนั้น ให้กินจริงๆครับ ไม่คิดเงินอีก T T



ตื่นมา ตี 4 กว่า
หนาววว เกิ๊นไปแล้ว



เช้านี้เราจะเดินไปภูฟ้ากันครับ

เดินออกจากโรงแรม เดินตามทางไปเรื่อยๆ ครับทางที่เป็น ลูกรังนั้นหละครับ

เดิน สัก กิโลกว่าได้มั้งครับ ก็เจอกับทางขึ้นผมนี้อึ้งไปเลยครับ แอบบบ หลอนนิดๆครับ

คือไม่มีคนเลย ยังกับเดินขึ้นไป อีกโลก นึงเลยหลครับ แต่ไหนๆ เรามาไกลถึงขนาดนี้แล้ว จะไม่ขึ้นก็ยังไงๆอยู่
เอาหละ รวบรวมความกล้าอยู่นาน เอาหว่ะไปสิ ดูทางซะก่อน มาคนเดียวใจต้องนิ่งครับ คือไม่มีคนจริงๆ อะครับ

เหมือนจะถึงหละแต่ไม่ใช่ครับ ที่เดินขึ้นมาตั้งไกลนั้น ชันด้วยสิ แต่นั้นคือ ทางขึ้นครับ ตรงนี้หละคือทางขึ้น

โอ้ววววววววววววววววว เหนื่อยเหมือนกันนะครับ แต่ถ้ามีมอไซค์ ขับรถขึ้นไปได้นะครับ

ขึ้นมาตรงนี้ เหมือนจะมี ส่วนของเก็บค่าเข้านะครับ แต่คือไม่มีคนเลย สักคน หลอนสิครับ

ต้องเดินขึ้นบันได อีก 431 ขั้น เค้าเขียนว่ายังนั้นนะ เล่นเอาท้อเลยครับ

เสียงลมแรงมาก บวกกับบรรยากาศ แบบ หมอกๆ หลอนใช้ได้เลยนะครับ

เสียวลม หวีว ว ว ว ว ว เหมือน หนังสยองขวัญเลยครับ ผมนี้รีบ จ้ำ เลยครับ
แต่สุดท้าย ก็เห็นภูฟ้าแล้ว หละครับ สบายใจ เรามาถึงแล้วววววววววววววววว

เหนื่อยครับ เดี่ยวๆๆ ค่อยพุด แปป

ก็พระธาตุภุฟ้า สูง จากระดับน้ำทะเล ประมาณ 1600 กว่านี้หละครับ

เดินขึ้นมาก็ใช้เวลาประมาณ 40 กว่านาทีเลยนะ
แต่บอกเลยครับ ว่าวิว ที่นี้สวยมากๆๆ แล้วเต็มไปด้วยหมอก
ตอนนี้ยังมองไม่เห็นอะไรเลยครับ ฮ่าๆๆ

มาถึงจุดนี้บอกกับตัวเองว่า เราทำได้ เราถึงแล้ว ภุฟ้า ตอนนั้น รู้สึกดีใจมากๆๆๆ เลยนะครับ

ที่ตัวเองกล้า กล้าแล้วมาเห็นอะไรแบบนี้ มันก้รู้สึกว่า ความเหนื่อย ที่เราเดินขึ้นมา มันก็หมดไปครับ

ที่นี่ ภูฟ้า จุดสุงสุด ของพงสาลี



อุปสรรค์ ครั้งแรก
ของการเดินทางทริปนี้ ก็มาทักทายเราจนได้ครับ



ก็ที่เราไปสำรวจ ที่พงสาลี เมื่อคืน เหมือน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ จะปิดนะครับ

เพราะช่วงนี้ นักทักเที่ยวน้อย อย่างเรียกว่าน้อยครับ ไม่มีเลยดีกว่า เหมือน ผมเป็นนักท่องเที่ยว

จากแดนไกล คนเดียว อ่ะ 5555 แหม่พูดสะหล่อ จริงๆ ผมตั้งใจว่า จะไป เดินป่า ที่พงสาลี สัก คืน 2 คืนนะครับ

แต่ราคาคือแบบว่าต้องเหมาอะ แล้วแพงมากๆ เป็น ล้าน 2 ล้าน กีบเลยหละครับ งั้นไว้โอกาสหน้าดีกว่า

เราเลือกจะเดินทางต่อไป หลวงน้ำทาดีกว่าครับ น่าจะมีอะไรเที่ยวเยอะกว่านี้ เพราะ ผมเห็นพวกชาวต่างชาติ

ลงสถานีนั้น กันเต็มเลยครับ ปะเราไป หลวงน้ำทากัน รถออก 7.45 จากที่ถ่ายรูปมาเมื่อวาน

แต่ตอนนี้ กิน อะไรร้อนๆ ก่อนดีกว่า อากาศหนาวเกิ๊น

กินไปกินมาเพลินครับ ชิบหาน หละ 7.30 แล้ว เสื้อผ้ายังไม่ได้เก็บเลย จะไปทันไหมนิ

ท่ารถ มันต้องนั่งรถออกไป ไกลเหมือนกัน จะเดินก้คงจะไม่ทัน สรุปแล้วขอให้ พี่เจ้าหน้าที่ โรงแรม

ไปส่งที่ท่ารถหน่อย เค้าก็ไปส่งนะครับใจดีมากๆๆ เลยครับ

แต่................... .................

รถไม่มีแล้ว มีแต่รถไป เวียงจันทน์ เลย ปาเข้าไป บ่าย 2 นู้ดหละ

พลาดแล้วครับ ทริปนี้ จะเดินทางยังไง ต่อหละ จะนอน ที่นี่ อีกคืนหรอ

จะไปบ่าย 2 กว่าจะถึง อุดมไชย ไปหลวงน้ำทา เสียเวลาเลยหว่ะ ทริปนี้ผมกำลังจะ fail ใช่ไหมครับก็อย่างที่บอกนั้นหละครับ มาตั้งไกล แล้วจะให้กลับหรอ

เป็นไปไม่ได้ครับ พอดีเหลือบไปเห็น คำว่าบ้านหาดสา ตอนแรกก้คิดในใจว่า

มันก็คงจะเป็นหาด ทราย เหมือน ทะเล หละมั้ง แต่ ตอนนี้ก้ ปา เข้าไป 8 โมง กว่าแล้วจะมีรถไหมหละ

เราก็เดินเข้าไป ถามคนแถวนั้นว่า ผมจะไป หาดสาได้ยังไง เค้าก็บอกว่า รถรอบเช้าหมดแล้ว

รถรอบบ่าย มีหรือ เปล่าไม่แน่ใจ ไอ้เราก้ไม่รู้ว่า จะไปไหน เคว้ง ไปหมด เอาหว่ะไปกันที่นี้หละ

พี่เค้าก็บอกว่า ปะครับ เดี่ยวไปส่ง ที่ท่ารถ

เราว่าที่นี่ ใจดีเกิ๊นไป แล้วหละครับ ถามใคร ก็จะไปส่งหมดเลย

แล้วพี่เค้าก็มาส่งที่ ท่ารถ พงสาลี - หาดสา พี่เค้าก็บอกว่า ลองโบกรถดู แถวนี้ รถผ่านเยอะ

แต่ว่า จะโบกยังไงหละ เราไม่เคยโบกรถเลย นี้ครั้งแรกเลยนะ


ครั้งแรกกับการโบกรถ


ก็ไม่รู้จะโบกยังไง โบกกันดื้อๆ นี้หละ คงเหมือนรถเมล์ รถแท็กซี่ บ้านเรานี้หละมั้ง

ไปหาดสา บ่ ครับ ขอติดรถไปนำเด้อออ เค้าก็บอกว่า ขึ้นมาเลย

ห่ะ!! งง มันง่ายขนาดนั้น เลยหรอ และนี้ก็คือ ประสบการณ์การโบกรถครั้งแรกในชีวิต

ถึงแม้จะเป็นรถบรรทุก ดิน ที่เลอะเถอะ แต่ทำไม

เรารู้สึกว่ามันนั่งสบายกว่ารถไหนๆ ที่เรานั่งมาเลยนะ

นั่งกินรถชมวิวกันไป เส้นทาง พงสาลี - หาดสา สวยงาม ไม่ธรรมดาเลยครับ

แต่เราก็กลัวๆ หละ ไม่กล้า เอากล้องใหญ่หยิบออกมาถ่าย ก้ได้แต่ใช้กล้อง Action SJ4000 ถ่ายนี้หละครับ

ทางค่อนลูกรังครับ เนื่องจาก เหมือนเค้าจะทำถนน แล้วรถบรรทุก วิ่งตลอด ถนนมันเลย เป็นหลุมเป็นบ่อ หน่อย ครับ

ก็วิ่งกันมาได้ เกือบๆ ชั่วโมง พี่เค้าก็บอกว่า ลงตรงนี้หละ เดินไปหน่อยนะ จะถึงบ้านหาดสา

เราถามว่าพี่ครับเท่าไร พี่แก บอกว่าจะไม่เอา พอดี เราเห็น ร้านค้า ก็เลยซื้อ เบียร์ลาวให้พี่เค้า 3 ขวด เป็นค่าน้ำใจ

เพราะทางที่เรานั่งมา มันแบบว่า ไกล เหมือนกันนะ ถ้าเดินมาคงแย่ ไม่รู้กี่วันจะถึง แต่ยังไง ผมก้ต้องกราบขอบคุร พี่ๆ ครั้งนั้นจริงๆครับ ถ้าไม่มี รถพี่ เส้นทางที่ผมจะมา นี้ คงจะมาไม่ถึง



สะบายดีหาดสา



สุดทางถนนแล้วสินะ แล้วจะไปไงต่อหละทีนี้ บอกก่อนเลย เราไม่กลับทางเดิมแน่ๆ

ไปถามไถ่มาว่า มีเรือ ไปถึงเมืองขวา ก็มาดูในแผนที่ เมืองขวามันอยู่ไหนหว่ะ

เมืองก็อยู่ล่างสุดของพงสาลี เอาหละ ได้วิธีกลับบ้านหละ แต่วันนี้ เรือไม่มีแล้ว ก็ต้องพักกันที่นี่หละครับ

นอนกันที่นี่ สักคืน แล้วพรุ้งนี้ เช้าก้นั่งเรือไป เมืองขวากันครับ

ที่นี่ มี Gesthouse เล็กๆ น่ารักๆ กับป้าใจดี อยุ่ 1 ที่ครับ บอกเลยว่า บรรยากาศดีมากๆ

แค่ป้าเดินมาถามว่า เรือมันหมดหนุ่ม นอนพักบ้านแม่ก่อน พรุ้งนี้ ค่อยเดินทาง นั้นคือ เสียงที่ผมได้ยิน

ตอนไปถามนายท่า ว่าเรือหมดแล้ว ป้ามาเรียกขนาด พักเอาแรงกันที่นี้หละครับ


บ้านพัก Vanhnasengpheng

ในราคา 70000 กีบ หรือราคา ประมาณ 300 กว่าบาท มาครับ จะพาไปดูวิว ดูห้องพัก

จริงๆป้าเค้าจะให้เรานอน ห้องเดี่ยวหละ แต่บอกป้าอยากได้วิว นอนติดแม่น้ำได้ไหม

ป้าเค้าก้จัดให้ ตามสบายเลยลูก ให้กุญแจ มาเลือกห้องเองเลยนะ อะไรจะดีปานนั้น

ป้ามี Wifi ไหม ป้าบอกว่า อะไรคือ Wifi 5555 โอเคครับ จบครับ

วิวหน้าบ้านครับ


เดินทางมาเหนื่อยก็ขอให้รางวัลตัวเองสักหน่อย กับเบียร์ สัก 2 ขวด หละกันครับ

ผมชอบราคาเบียร์ที่นี่จังขวดใหญ่ ราคา 10000 กีบ หรือประมาณ 40 บาท

มันเป็นราคาที่น่าเมามากจริงๆครับ... ราคานี้ทุกร้านเลยนะ

ว่าแต่วันนี้เรายังไม่ได้กินข้าว ป้าเค้าก็เอาข้ามต้มมัดมาให้ กินก่อนนะลูก โห้ยป้า

ขอบคุณครับ .... บรรยากาศแบบนี้กินอะไรก็อร่อย

บ้านหาดสาเหมือนเป็นเมืองท่าครับ สมัยก่อนนนุ้ดดดดดดดดดดดด ที่รถยังไม่เป็นที่นิยม

ใครที่อยุ่พงสาลี แล้วจะเดินทางไป ยังเวียงจันทน์ หลวงพระบาง หรือเมือง อื่นๆ ก็ต้องมานั่งเรือกันที่นี่หละครับ

แต่เดี่ยวนี้ คนมาเมืองนี้ ก็น้อยลงหละครับ เพราะถนนหนทางเริ่มสะดวก การเดินทางด้วยเรือ มันอันตราย พอสมควร

แต่เราจะไป เส้นทางอันตรายนี้หละ พรุ้งนี้ ค่อยว่ากัน วันนี้เดิน เตร่ ก่อนแล้วกันครับ

แต่ก่อนเดิน ขอ เฝ้อสักถ้วยเถอะหิวจัด ถึงแม้จะเป็นเฝ้อธรรมดา ในแบบที่เคยกิน

แต่วิวแบบนี้เราไม่เคยเห็นครับ ก้โดนไป 13000 อิ่มท้อง อิ่มตา ก็เดินกันต่อครับ

อย่าถามว่า เห้นทำไม ไม่ขับมอไซค์ ตอบอย่างเท่ห์เลยครับ เราขับไม่เป็น ฮ่าๆๆๆๆๆ

เห็นมีป้ายทางเดินไป ป่า อะไรสักอย่างนี้หละครับ ผมอ่านไม่ออก อีก 27 อีก แต่ผมขอบายหละกัน 555

เดินเล่นแถวนี้พอครับ

เป็นเมืองเล็กๆ ที่น่ารักมากๆ เลยครับ ที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิต ชอบ บรรยากาศแบบนี้จังครับ

เด็กที่นี่ เค้าก้คิดว่าเราเป็นฝรั่ง หรือ ชาวต่างชาติ มั้ง Hello ให้เรากันทุกคนเลย

เห้ย!! แต่เราก็เป็นชาวต่างชาตินิหว่า เราก็ เลย hi ตอบกลับไป ฮ่าๆๆ

เดินมา เจอผับ ครับ คือเปิดเพลง แบบ ตื๊ดมากๆ ครับ

เดี่ยวนะครับพี่เอากันแต่วันเลยหรอ เดี๋ยวผมมาขอเดินเล่นก่อนนะ 5555

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เรามองอะไร คือ มัน ART มัน สวยไปหมดอะที่นี่ ชอบจังครับ

Helloooooo เค้าคงงง กันหละ หน้าต่าก็เหมือนกัน แบกกล้อง ใส่แว่นใส่หมวก ทำไม ฮ่าๆๆ

อ้ายๆๆๆๆๆ ถ่ายรูปแน่ะ บร๊ะๆ เราก็แชะให้น้องเค้าครับหง้อออออออออออ มีการโชว์กันเกิดขึ้น ฮ่าๆๆ


ก่อนเดินกันไป เรื่อย หวังว่า มันจะไม่หลงหละกัน ฮ่าๆๆ


มาเจอสะพานอะไร ไม่รู้ สวยดีครับ คือมัน มันมีแม่น้ำ อยุ่ด้านล่าง พรุ้งนี้ เราก็คงจะผ่านตรงนี้หละมั้ง


กลับมาที่เดิมดีกว่า วิวตรงท่าเรือ นี้ก้สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยนะครับ


ถึงจะอิ่มวิว แต่ก้หิวท้องหละคัรบ

เดินมาไกล เฝ้อที่กินไป มัน ย่อยหมดหละคับ

เดินไปเดินมาหิวข้าวอีกหละ ก็ถามป้าว่า แถวนี้มีอะไรกินบ้าง

นี้หละครับ ป้า ที่ดูแลเราอย่างดีมากๆๆ จนเราแบบว่าเกรงใจเลยครับ

แต่ป้าบอกว่าจะทำข้าวไข่เจียวให้กิน เอาเลยครับ เอาเลยนี้ไม่ใช้ประโยคปฏิเสธนะครับ

ประโยคตกลง ฮ่าๆๆๆ จัดมาเลยครับ

มาแบบนี้ก้ต้องกินแบบนี้หละครับ ทำไม ไข่เจียวที่นี่ มันกินแล้วรู้สึกดีจังครับ

เท่าไรครับ ป้า โห้ยยยย ป้าเลี้ยง ห่ะ!!!!!!! !!!

กินเสร็จฝนตกอีกเออ เอาเข้าไป บรรยากาศดีแบบนี้ ต้องจัดน้ำชา อีกครับ

ยังไงวันนี้ก็ต้องลากันไปด้วยภาพ จบของวัน ที่หาดสา หละกันครับ


เช้านี้ ที่บ้านหาดสา


เช้านี้ออกมาหน้าบ้าน เจอ บรรยากาศแบบนี้วิวแบบนี้

มันก็ทำให้ผ่อนคลายได้ดีเลยนะครับ เราว่านะ บางทีจังหวะชีวิต มันก็ต้องมาเห้น

อะไรแบบนี้บ้าง ใช้ชีวิตมันมีสีเขียว มันจะได้ สดชื่นครับ เอาหละ วันนี้เราจะไม่ยอมตกรถ หรือตกเรือกันอีกแล้ว

เก็บข้าวเก็บของ แล้วก็ออกเดินทางกันครับ ลงมาเจอป้า พอดี ก้เลย ต้องโบกมือ บ๊ายบาย กัยป้าแล้วหละครับ

ผมสัญญา ว่า จะกลับมาอีกอย่างแน่นอน ขอบคุณความรู้สึกๆ ดีๆครับ ป้า

เช้าก็ กินอะไรกันเบาๆ สักหน่อย กับเฝ้อ เมนูเดิม

วันนี้ นึกครึมอะไร ไม่รู้ อยากกินกาแฟ ขึ้นมา ป้าาาา เอากาแฟ แก้ว แล้วดูบรรยากาศ สิครับ

10 บาท กับหลักล้าน คุ้มมากๆๆ ครับๆ

ก็รู้ว่า การเดินทาง บนเรือ นี้ใช้เวลาน่าจะนาน เราก้เห็น ป้า เค้าขาย ข้าวโพด ก็เลยจัดมามัดนึงเอาไว้เดินทาง

เราก็เปลี่ยน บรรยากาศ ไป ปี้กันบนเรือ หละครับ

ก็ด้วยราคาเรือ 60000 กีบ กับเส้นทางแม่น้ำอุ เส้นทางนี้ ที่จะพาเราไป ยังเมืองขวา แล้วก็จะต่อไป หลวงน้ำทาครับ

ไปครับเดินทางกันต่อ ไม่รู้ว่าเส้นทาง แม่น้ำอู เส้นทางนี้วิว จะสวยแค่ไหน



เส้นทางแม่น้ำอู



ก็อย่างที่บอกนั้นหละครับ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเก่าแก่ ที่ใช้เดินทางในสมัยก่อน

แต่วิวที่เราเห็นปัจจุบันนี้สิ อืม มันเกินคำบรรยายเลยครับ อยากให้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ราคาเรืออยู่ที่ 60000 กีบ เรื่อไปเมืองขวา จะมีอยุ่เที่ยวเดียวครับ คือ รอบ 9.00

ขึ้นที่บ้านหาดสา นั้นหละครับไปครับเดินทางกัน

นี้คือสะพานที่เราไปเดินเล่นมาเมือวานครับ พอดุจากมุมนี้ มันก้สวยไปอีกแบบนะครับ

ลาหละเด้ออออออออ หาดสา ไว้จะมาใหม่....

สองข้างทางก็ยังคงความเป็นสีเขียวแบบทางที่เรามาบนถนนนั้นหละครับ

แต่เปลี่ยนจากพื้นดินเป้นพื่นน้ำ ได้ฟิลไปอีกแบบนะครับ ..

บนเรือ จากที่เราประมาณ คร่าวๆ น่าจะนั่งได้ประมาณ 20 คนได้มั้งครับ

ซึ่งลำนี้ เราเป้นชาวต่างชาติเลยหละ คือคนบนเรือเป็นคนลาวหมดเลยครับ

ลุงทำให้ารเดินทางครั้งนี้ มีสีสรรขึ้นเยอะครับ เพราะตลอดทาง เสียงหัวเราะ และ เสียงร้องเพลง

ก็มาจากลุงนี้หละ สนุกดีครับ การเดินทางครั้งนี้ ไม่น่าเบื่อแน่ๆครับ ว่าแต่ลุงร้องเพลงไรหว่ะ ฟังไม่ออกฮ่าๆๆ

เราก็ได้แต่นั่งตบมือไปเรื่อย หัวเราะตามไป ร้องอยุ่คนขับเรือก้มาร้องตามอีก เดี่ยวๆๆ ลุงไม่ขับเรือ หรอ !!!

ระหว่างทางก็ส่งผู้โดยสารกันไปเรื่อย ครับ จอดบ้านนู้บ้านนั้นที

อ้าวววว!! ลุงไปหละลงมาขับเรือ ก่อน ...

อ่อลุงแกไปหาไม้ เพื่อ จะมาทำเป็นสะพาน ให้ ผู้โดยสารข้าม แหม่ลุงบริการดีจริงนะครับ

นี้หละครับเราชอบ ความเป็นวถีตรงนี้หละครับ

ก็นั่งชมวิวกินลมกันไปเรื่อย ก็แอบสงสัยว่า เขารู้กันได้ยังไงว่า ตรงนี้คือบ้านอะไร จอดตรงไหน


เพราะเรามองไป มันก้มีแต่ภูเขา มันมีหมุ่บ้าน หรือบ้านคนอยู่จริงๆหรือ ?

แต่ก็แนะ พอทุกครั้งที่ เรือจอด มันก้จะมีคนมายืนรอ รับทุกหมู่บ้าน หรือทุกเขาที่ไปจอดเลยนะ

บางทีเราก็สงสัยว่า เมืองใหญ่ๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมายมาย

แต่บางครั้งมั้นก้ไม่มีความสุขเท่าที่ควร ระหว่างทาง 4-5 วันเนี่ย เราเจอะเจอหมู่บ้านมากมายจริงๆครับ

แม้จะเป้นหมู่บ้านเล็กๆ กลางป่าบ้างหละ กลางเขาบ้างหละ บ้างที่ก็ห่างไกลมากๆ บางหมู่บ้านแทบ
จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเลยแต่ทำไมเขาดูมีความสุขสนุกสนานจังครับ
เราว่านะ สิ่งนี้หละ ที่เรียกว่า ความสุข ไม่ต้องไปปรุงแต่งอะไรให้มันเยอะเลย

ฝนเริ่มปอยแล้วครับ แต่บรรยากาศมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

เรานั่งเรือมากันประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าได้ครับ เราก็มาถึง สุดทางของแม่น้ำอู สายนี้แล้วครับ

ด้านหน้าที่เราเห็นคือ เขื่อนแม่น้ำอู ครับ ปกติ เรือ จะวิ่งไปถึงเมืองขวา เลยนะครับ เข้าว่างั้น

แต่เค้าปิดเส้นทางแล้ว ต้องไปขึ้นรถต่อ ไปเมืองสัมพัน



สะบายดี เมืองสัมพัน


เมืองสัมพัน เป็นเมืองทางผ่านของเราครับ คือจะต่อรถไปเมืองขวา

เมืองนี้เป็นเมืองที่ติดกับเขื่อนแม่น้ำอู ครับ ก็นั่งจากเขื่อนมาเข้าเมือง อีก 10000 กีบ


เข้าก้มาส่งเราที่ท่ารถครับ ว่าแต่ท่ารถที่นี้เฟี้ยวจังครับ


พี่เค้าบอกว่ารถไปบ่าย 2 ตอนนี้ เพิ่งจะเที่ยงครึ่งเองครับไปหาอะไรกินกันดีกว่า


ก็มีร้ายข้าวอยุ่ 3-4 ร้านหละครับแต่ก็ไม่รู้จะกินอะไร ข้าวดพดป้าหละกันที่ซื้อมาจากหาดสา



โทรศัพท์ป้าเท่ห์จังครับ


บ่าย 2 เดินทางกันต่อครับ


ราคารถไปเมืองขวา ก็อยู่ที่ 50000 กีบ รถจะมี 2 เที่ยวครับ คือรอบเช้า กับรอบเรือมาถึงนี้หละ

ก้นั่งดุวิวกันไปสักพัก อ้าวลงหมดรถเลย เหลือเรานั่งอยู่คนเดียวครับ

นั่งคุยกันได้แค่ ชั่วโมงกว่าน้องๆ ก้ลงรถหมดเลยครับ ก้นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ถามว่า เมืองขวามีอะไรเที่ยวบ้าง

น้องก็บอกว่า เขายังไม่ค่อยไปเลย ฮ่าๆๆๆๆ จบข่าวครับ ก็ถามว่า มีคนมาเที่ยวเยอะไม่ ก็บอกว่าไม่ค่อยมีเท่าไร

อย่างนี้หละครับ เสน่ห์ของการเดินทางโดยรถประจำทาง ได้พบปะผู้คนมากมาย มันทำให้การเดินทางมันมีเรื่องราวครับ

บางทีมันก้เงหานะ ไม่รู้จะคุบกับใคร เวลาเดินทางคนเดียวนี้หละ ก็หันไปคุยกับกล้อง มันก้เหมือนได้คุยกับตัวเอง

ทางก็ดีบางไม่ดีบางสลับกันไปครับ ผมนี้โยกหัวกันมันเลย ฮ่าๆๆๆ


ทางก็จะเรียบแม่น้ำอูไปเรื่อยๆ ครับ แถมฝนตกอีก บรรยากาศดีจริงๆเลยครับ จนรู้สึกเหงาเลยหละครับ


ยินดีต้อนเข้าสู่เมืองขวา
สะบายดีเมืองขวาาาาาาาาาาาาาาาาาาา


ก็นั่งเรือกันมา 3 ชั่วโมง แล้วก็มาต่อรถมาอีก 3 ชั่งโมงจากเมืองสัมพัน รวมๆแล้วก็ 6 ชั่วโมงจาก หาดสา

เราก็มาถึงจนได้ครับ เมืองขวา เมืองที่เราไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่แรก แต่มาถึงครั้งแรก บอกตัวเองเลยครับว่า

คืนนี้ จะพักที่นี่ แน่นอน ครับ เพราะตอนแรกตั้งใจ จะไป หลวงน้ำทา แต่พอเห็นเมืองติดแม่น้ำแล้วใจอ่อนทุกทีเลยครับ

ว่าแต่ตอนนี้ 5 โมงแล้ว จะมีที่พักไหมนิ ...

รถเค้ามาส่งที่หน้าตลาดอะไรสักอย่าง ของเมืองขวานี้หละครับ เราก็ถามว่า แถวนี้มีที่พักไหนบ้าง

พี่เข้าก็แนะนำมาว่า ให้เดินตรงไป ไม่ก้ข้ามสะพาน แขวนไป มีที่พักอยู่เยอะ ก้มีอยุ่เยอะจริงๆ นั้นหละครับ

เพราะ เมืองขวา นักท่องเที่ยวเดิน ที่จะไป เวียดนาม เค้านิยม พักกันที่นี่ จึงทำให้เมือง ขวา ค่อนข้าง ครึกครืน

ผับบาร์ ร้านอาหาร เพียบ ชาวต่างชาติ มีพอให้เห็นบ้างครับ

แต่เราเห้นป้ายนี้หละ มีครับ ว่า Guest house น่าจะถูกหละมั้ง

เราก็เดินข้ามสะพานแขวนมาครับ แต่เราเห็นบ้านพักแล้วหละ ว่าที่นี่ หละ บรรยากาศดีแน่ๆ

ติดแม่น้ำด้วย ไม่รู้ว่าราคาเท่าไร ไปถามก่อนแล้วกัน แพงเดี่ยวค่อยว่ากัน

ป้าเค้าก็บอกว่าดูก่อน ไม่ชอบ ก็ไม่ว่ากัน แต่พอเห้นบรรยกาศ คิดว่าแพงแน่ๆ

เลยถามว่า ราคาเท่าไร ครับ ป้าแกบอกว่า 50000 กีบ ผมนี้ร้องห่ะเลยครับ

อะไรนะป้า หรือประมาณ 200 กว่าบาท เอาหละครับ นอนที่นี่เลยไม่ต้องหาแล้ว

เราว่านะเมืองขวา มันไม่ได้สวยแต่แค่ทางขวา เหมือนชื่อเมืองา จะทางซ้าย หรือทางขวา เมืองนี้ สวยมากๆๆ ครับ

วิวจากห้องพักราคา 50000 กีบ ชื่อที่พัก มะโนทำ เกสฮ้าว ผมจะกดถูกไหม

MANOTHAM GUEST HOUSE ก็เก็บข้าวกับของ แล้วเราไปเดินเล่นเมืองขวากันดีกว่าครับ

ยิ่งฝนตก บรรยากาศมันยิ่งได้ครับ

เมืองสีเขียว ที่เฟี้ยวคือมีเสียงตามสายด้วยครับ ได้ยินไหม ฮ่าๆๆ

พอฝนหายตกเราก็ไปเดิน ซ่ากันสักหน่อย ครับ

ตอนแรก ผมกะว่าจะเดินไป ดู สถานีขนส่งสักหน่อย ว่ามันอยุ่ตรงไหน เพื่อจะได้วางแผน เดินทางต่อพรุ้งนี้

ก็ถามคนแถวนั้น พี่เค้าบอกว่า เดินตรงไป 2 กิโล ก็กะว่าจะเดินไปดูจริงๆนั้นหละครับ

ตอนแรกก็เดินผ่าน ทำไม หมามันไม่เห่าหว่ะ

ก็เดินไปดูใกล้ๆ อ่อ ไอ้จอ นี้เอง ฮ่าๆๆ น่ารักดีครับ


ก็เดินไปเรื่อย เจอผับบาร์ เปิด เพลงตลอดทางครับ

เราว่ามันมืดหละ กลับบ้านกันเถอะ เดี่ยวมันจะเดินลำบาก

ขากลับเจอร้าน ขายของชำ ก็ซื้อของฝาก ติดไม้ติดมือ สักหน่อย

นี้หละครับ ของฝาก ของผม ฮ่าๆๆ ชอบจัง ราคา 10000 กีบ ทุกทีจริงๆครับ จะผับจะบารื ก็ราคาเดียวกันนะ

แต่ถ้าเมืองท่องเที่ยว แบบหลักๆ ราคานี้ก็คงจะไม่ได้ ผมว่า มันก้เหมือนกันทุกทีหละ เราเข้าใจครับ



เบียร์หมด


บรรยากาศ เบียร์ มันก้พาไปครับ เมือเบียร์หมด เราจึงต้องออกไป ตามหาร้านค้า

ก็แถวบ้านพักมีร้านค้า อยู่ร้านเราก็เปลี่ยนบรรยากาศ มาดื่มนั่งที่ร้านค้าบ้าง

ระหว่างที่ผมดื่มอยู่ ก้เห็นคนถือดอกไม้ อะไร เดินไปกันเต็มเลยครับ

ด้วยความสงสัย เห็นน้องคนนึงเดินมา ก็ถามว่าไป ไสกันหรอ เค้าก็บอกว่าไปเวียนเทียน ที่วัด

ไอ้เราก็ มาดูปฏิทิน อ่อวันนี้ วันเข้าพรรษา นิหว่า แล้วทำไมเรามานั่งกินเบียรือยุ่ตรงนี้หว่ะ

ไปทำบุญสิ ก้บอกน้องเขาไปว่า ขอไปด้วยได้ไหม .... .... . ..

บรรยากาศ ค่อนข้างคึกครืน เลยหละครับ ....


มีเด็กน้อย อะไรมากันเต็มเลยนะครับ แต่ที่เราแปลกใจก็คือทำไมที่นี่

หนุ่มสาวมาเยอะมากๆๆๆ เยอะกว่า ผู้เฒ่า อีกนะครับ

สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นวันนี้ มันจะเป็นอีกวันที่เราไม่ลืมเลยหละครับ


เพราะตอนสุดท้าย เราได้มีโอกาส คุยกับ น้องคนที่เราชวนมาเวียนเทียน

เค้าก็ถามเราว่า อ้ายมาจากไส เราตอบว่ามาจากไทย มาเที่ยว เดี่ยวก็กลับแล้ว

จากนั้น ทุกอย่างมันเงียบมาก บนสะพานสลิง แล้วเค้าก้ตอบกลับมาว่า ลาก่อนนะอ้าย แล้วเค้าก็เดินไป

ความเงียบ และ ความงง เข้ามาใส่ในจิตใจของเรา ..........



เพราะคนที่นี่ส่วนใหญ่ วันเข้าพรรษา หนุ่มสาว เค้านิยม มาเวียนเทียนกัน แล้วขอพรเรื่องความรักกันนั้นหละครับ

แล้วการที่มาเวียนเทียน ก็เหมือนจะเป็นการขอสาวเป็นแฟน หรือ ทำความรุ้จักกันมากขึ้นอะไร ประมาณนั้นหละครับ

เราก็อยากจะทำความรู้จักมากกว่านี้นะ แต่สุดท้ายเรื่องราวมันก็จบลง ภายในวันนั้น ครับ

ขอบคุณ .. ความรู้สึกในวันนั้น .. และความไม่รู้ของเรา ที่มันทำให้เราเกิดความรู้สึกบางอย่าง

ที่ทำให้เรื่องราวดีๆเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็น เวลาแค่สั้นๆ แต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะในวันนั้น ผมก้รู้สึกมีความสุขจริงๆนะ


:: เช้านี้ตื่นแต่เช้าแล้วเดินทางกันต่อ ::


เต็มของให้เรียบร้อย เช็ค passport เอกสารอะไร ครบไหม ปรากฏว่า ชิบหายหละ


จะหลับบ้านไหมนิฮ่าๆๆ ใบออกประเทสขาดครับ T T

เอาเถอะเดินทางกันต่อ วันนี้ปลายทางของเราคือ หลวงน้ำทา ครับ

เราว่า บางที่ ที่นี่ มันก้ใช้หมอกเปลื้องเกินไปแล้วนะ เยอะเกิ๊นนนนนนนนนน

จะ เช้า สาย บ่าย เย็น ดึก เห็นตลอดครับ

เอาจริงๆ ตั้งแต่เดินทางมาเกือบ 5 วันนี้ ยังไม่เห้นแดด แบบ เปรี้ยงๆ เลยนะ อากาสแบบนี้ตลอดเลย

เราก็มาดัก รอรถที่เดิมครับ คือ ฝั่งเทศบาลเมือง เราชอบเมืองนี้อะ มีเสียงตามสายด้วย รักจัง

นี้หละครับ การตื่นเช้า มักได้เจออะไรดีๆ เสมอครับ


ผมไม่แน่ใจว่า นี่คือการกรวดน้ำ แบบบ้านเราหรือเปล่า

คือเค้าจะเอาข้าวเหนียว วางลงบนพื้น แล้วก็ กรวดน้ำลงบนข้าวเหนียว

เป็นประเพณีที่เราไม่เคยเห็นเลยนะครับ


เอาหละ รถมาแล้วเดินทางไป สถานีขส่งกันครับด้วยราคา รถ 10000 กีบ

กับระยะทาง 2-3 กิโล แพงไปไหม แต่เราก็ขี้เกียดจะเดินแล้วนั่งไปเถอะ ฮ่าๆๆ

ก็มาถึงสถานีขนส่ง ที่วิว สวยอีกแล้วครับ

มีร้านข้าว อยู่ 1 ร้านครับที่สถานีเลย ก็เลยจัดเฝ้อเมนูเดิม กินเหมือนเดิมทุกวันจริงๆครับ

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป ก้คือ บรรยากาศ วันนี้เรากิน เฝ้อกับพี่หมอกหละกัน

รถไป อุดมไชยมี เที่ยวเดียวครับ คือ 8 โมง ราคาอยู่ที่ 40000 กีบครับ


ไปครับเดินทางกัน

เราชอบ เวลา รถจอดให้ลงไปซื้อตลาดข้างทาง อะครับ มันดู สนุกดี

เหมือนแบบว่า เวลาเดินทางไกลๆ แล้วได้พักยืนเส้นยืดสาย ลงไปคุยกับชาวบ้าน

อะไรแบบนี้ ผ่อนคลายดี แต่เราก็ไม่ได้ ซื้อหรอก ก้ดูของสิ มันป่า เกิ๊น ป่าไม่ว่า ดันสดอีก ฮ่าๆๆ

และแล้วเราก็มาถึง หลวงน้ำทา แล้วครับ

เมืองสุดท้าย ที่เราจะได้ใช้ชีวิต กันที่ประเทสลาว


แต่มาถึงก้ปาเข้าไป จะ 4โมงแล้วเราก็ นั่งรถมาจากเมืองขวา ตอน 8โมง กว่าๆ มาถึง

อุดมไช ก็เที่ยงพอดี ทันรอบ รอบเที่ยง รถจากอุดมไชย มา หลวงน้ำทา จะมี 3 รอบนะ ถ้าเราจำไม่ผิด

มีเช้า 8.30 12.00 แล้ว 15.00 มั้ง ใครมาก็เช็คเวลากันอีกทีนะครับ เอาหละ เรามาถึง หลวงน้ำทาอย่างเป็นทางการ
ไม่สิเป็นทางลาวฝนกำลังตกเลยครับ พี่พักก้ยังไมไ่ด้หา กันเลย
ว่าแต่ จะไปนอนไหน เที่ยวไหน กับเวลา ที่ 2-3 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์จะตก

โรงแรมที่นี้เยอะมากครับ ไม่ว่าจะ 5 ดาว หรือ - 5ดาว มีหมดครับ

เราก็เดินหามาอยุ่สักพัก มาเจอโรงแรมชื่อ Zuela อยู่ตรงข้ามตลาดกลางคืนเลยครับ
ที่เราเลือกที่นี่ เพราะ เห็นมันสวยดี ข้างหน้ามีร้านเบียร์ขาย 55+

ห้องพักใช้ได้ครับ ราคาโอเค 70000 กีบ วันนี้ขอนอนแบบสบายๆ หน่อยเถอะ รางวัลตัวเองก่อนจะกลับบ้าน


ที่แจ๋วก็คือ มี Wifi มีที่นั่งเล่นหน้าบ้านนี้หละครับ เอาหละ นอนที่นี่ก่อนเที่ยวไหนดี หลวงน้ำทานิ

จริงที่นี่ โปร แพ็คเก็จท่องเที่ยว เยอะมากๆๆครับ

ไม่ว่าจะเดินป่า ปืนเขา ล่องแก่ง ที่นี้มีหมดครับ

แต่ผมเห้นโปร หนึ่งน่าสนใจมากๆๆ ก็คือ bicycleทัวร์ด้วยตัวเอง

อันนี้หละ ฮ่าๆๆ น่าจะเหมาะกับเรา ก็เช่ามาจากโรงแรม เลยครับ

ราคาต่อวันก็ 10000 กีบ จัดไปครับวันนี้ เราจะพาเที่ยว ในแบบรวดเร็วแค่ 2 ชั่วโมงพอหละ ฮ่าๆๆ ไปกันครับ

ก็ปั่นกันไป เรื่อย เราเห็นเจดีย์อยู่ไกลๆ แล้วหละ สีเหลือง อยู่บนภูเขา เค้าบอกว่าปั่นไปได้

ปั่นไปได้จริงครับ แต่จักรยานแม่บ้านแบบนี้มันไม่ควรจะปั่นขึ้นเขาจริงๆไหม แล้วทำไมกรุไม่เพิ่มเงิน อีก 5000 กีบ

ได้เสื้อภูเขาหละ โถ้ววว ชีวิต เอาเถอะ เราก็ปั่นมั้งเข็นมั้ง ก็มาถึงจนได้ครับ กับ พระธาตุสามัคคีไชย ถ้าผมอ่านชื่อไม่ผิดนะ

แล้ววิว ที่เราคิดไว้ มันก็จริงครับ คือวิว ตรงนี้ มองเห้นเมือง หลวงน้ำทาได้ทั้งเมืองเลยครับ


คุ้มที่เหนื่อย ขึ้นมาจริงๆครับ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เราไป คนเดียว ถ่ายรูปยังไง ยังนี้ครับ


ตั้งกล้องไว้ วิ่งขึ้นไป


แล้วก็ปั่นจักรยานลงมาครับ คือเราถ่าย VDO แล้ว มาแคป กันอีกที ไง สบายๆๆ เดินทางคนเดียวแต่รูปตัวเองเพียบ



เอาหละ ใช้พลังงานกันมาพอสมควร หละ ถึงเวลากินหละ

เอาจริงๆ นะคัรบ เมืองหลวงน้ำทา นี้ ร้านของกินเยอะกว่าเมืองไหนๆ ที่เราไปมาเลย

เพราะเมืองนี้ เป็นเมืองท่องเที่ยวแล้วหละ ชาวต่างชาติเพียบ

แต่เราหยิ่ง อะ ฟาร์ตฟุต อะไรไม่กินหรอก จะกินร้านข้างทาง ไม่ใช่อะไร เงินให้หมดแล้วครับ ฮ่าๆๆ

กับเมนูคล้ายๆ เดิม ข้าวซอย ข้างทางไม่ต้องเข้าซอยนะมันอยุ่ข้างปากซอยข้างๆซอย

มื่อนี้ 12000 กีบ สบายใจ เหลือเงินกินเบียร์อีกเพียบครับ ฮ่าๆๆ


จำได้ว่า หน้าปากซอย มี ตลาดไนท์ นี้หว่า ไปเดินสักหน่อยไหม หละ หาไรกินหน่อย

ของสดของย่างของทอดของเมา เพียบครับ ครับ ที่นี่จะเปิด ทุกวัน 4โมง ถึง 5ทุ่ม เค้าเขียนไว้อย่างนั้น


ลองเดินเนียน เป็นฝรั่งดีกว่า เลยเดินไปถามแม่ค้าเล่นๆ ว่า ว็อทดิสอิท เค้าก็ตอบกับมาหว่า

สะพื้อต้มมั้ง มันก็คือข้าวโพดต้มนี้หละ ฮ่าๆๆ

ถ้าจำไม่ผิด ฮ่าๆๆ สะพื้อต้ม โรตี กับเบียร์ คงจะดีครับ คืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ พรุ้งนี้ เราเดินทางกลับบ้านกันครับ

รออะไรหละ จัดสิครับ แต่ งง เมืองท่องเทียวแบบนี้ ทำไม ขาย เบียร์ 9000 กีบ ที่อื่น 10000 กีบหมดเลยนะสบายสิทีนี่

ไปครับเราเดินทางกลับบ้านกัน



ก็เช้า Check out ออกจากที่พัก เตรียมตัวเดินทางกลับบ้านกัน

ไหนวันนี้เราจะกลับแล้ว ขอกินมื้อเช้าแบบนี้ดีๆ สักหน่อย

ก็บอกว่า แซนวิส เค้าก็พูดอะไรไม่รู้ เราก็โอเคๆๆ เคๆๆ

ปาบ เข้าให้ แซนวิส จริงๆครับ คือไม่มีเนื้อเลย มีผักเพี้ยว จบกันครับ


ก็ว่าจะกินอะไรดีๆ สักหน่อย โถ้ว T T



ตลอด 7 วันที่ผ่านมา เรื่องราว ที่ลาว มันมากมายจริงๆครับ

ยังไงก็ต้องขอบคุณ ที่อ่านกันจนจบ หากข้อมูลผิดพลาดไป เราก็ต้องขออภัย ด้วยนะครับ

แต่เดียวๆๆๆๆๆๆ มริง ยังอยุ่ที่ลาวไม่ใช่หรอ กลับยังไง เออ เดี่ยวเล่าให้ฟังก้ได้ จากหลวงน้ำทา กลับยังไง

คือ จากเมืองหลวงน้ำทา จะมีรถมาขนส่งหลวงน้ำทา เพราะมันอยู่นอกเมือง นั่งมา 10000 กีบ

จากขนส่งหลวงน้ำทา มีรถไปบ่อแก้ว 60000 กีบ รถมีเที่ยวเดียวคือ 8.30 มาให้ทันหละ

คนเยอะด้วยระวังรถเต็ม มาถึง ฝนตกอีก เออเอาเข้าไปจะกลับแล้วขอ สบายหน่อยได้ไหม

แล้วจำได้ไหม ว่าที่เรานั่งรถจากด่านลาวมา บ่อแก้ว 300 ตอนนั้น วันนี้ มีคนเว้ยย เราไม่ต้องเหมาแล้ว


มีคนไป ประมาณ 5-6 คนได้ เค้าคิดราคา 20000 กีบ หรือ 80 กว่าบาทนี้หละ

ฝรั่งคนนึงถามโอ้ววว ยู่ 2-3โล 20000 กีบเลยหรอ แพงไปไหม

เรานี้เขิลเลย กรุอะ นั่งมา 300 บาทไทย เว้ย 70000 กีบเลยนะ 555

เอาหละ เรากับบ้านกัน สรุปใบที่ขาด เข้าโอเคครับ ผ่านได้ สบายปรือ

มาถึงที่ไทย ก็นั่งรถคนเดิม ข้ามสะพานไทยลาว มา 20 แล้วทำไม ขามากรุนั้งมา 25 หว่ะ งงเหมือนกัน

ขากลับพี่เขาบอกว่ามี รถรถไทย ไป ถึง อุดมไชย ด้วยนะ อ้าวแล้วทำไมไม่รู้หว่ะ

คือจะมี บขส บ้านเราวิ่งข้ามลาวไปถึงอุดมไชย เค้าจะวิ่ง จันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์ ครับ ยังไงใครมาช่วงวันนี้ ลองไป

ติดต่อที่ด่าน เอานะ กลับบ้านเหอะ

ก็นั่งรถสีขาวไป ส่งที่ท่ารถเชียงของเลยครับ


แล้วเราก้นั่งรถไปเชียงรายต่อ

กลับบ้านกันครับ ขอบคุณที่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ



ถึงแม้ว่าเราจะไปเที่ยวแค่เมืองละนิดเมืองละหน่อย

บางคนอาจจะคิดว่าเราไปแค่แวะแค่นอน แต่เราว่าแค่นั้นมันก็ทำให้เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ

เราว่านะไม่ว่ามันจะไกลหรือใกล้ แค่ออกจากบ้าน ประสบการณ์ใหม่ๆ มันก็เข้ามาแล้วหละครับ

เพราะนี้ไม่ใช่ไกด์บุ๊ก แต่มันคือเรื่องลาวของเราที่เราได้ไป สัมผัสมา ตลอด 7 วันที่ได้เจอ



หากข้อมูลผิดพลาด เราต้องขอโทษด้วยนะครับ
อยากจะสอบถามเพิ่มเติมถามได้ที่ เพจ : ไม่กี่บาท เลยนะครับ
เพจ : https://www.facebook.com/maikeebaht/
IG : https://www.instagram.com/mr.konr/
อย่าให้เรื่องเงินมาเป็นข้ออ้างของการเดินทางนะครับ
ถ้าอยากเที่ยวก็ออกมา ไม่กี่บาทหรอกครับ



ความคิดเห็น