[2016-04-12^13] เดินเดี่ยวเที่ยว Jeju รีวิวโดย CUSEnatt

12-13 เมษายน 2016 วันหยุดสงกรานต์ปีนี้มีโปรแกรมเที่ยวเชจู-โซล-อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เป็นการเดินทางไปเชจูครั้งแรกพร้อมกับการฉายเดี่ยว (อีกครั้ง) โปรแกรมครั้งนี้ก็เป็นแบบสบายๆ นั่งบัสเที่ยวกินลมชมวิวกันไป โปรแกรมเที่ยวเชจู 12-04-2016 Yakchunsa Temple (약천사(제주)) Daepo Jusangjeolli Cliff

[2016-04-12^13] เดินเดี่ยวเที่ยว Jeju

[2016-04-12^13] เดินเดี่ยวเที่ยว Jeju


12-13 เมษายน 2016

วันหยุดสงกรานต์ปีนี้มีโปรแกรมเที่ยวเชจู-โซล-อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เป็นการเดินทางไปเชจูครั้งแรกพร้อมกับการฉายเดี่ยว (อีกครั้ง) โปรแกรมครั้งนี้ก็เป็นแบบสบายๆ นั่งบัสเที่ยวกินลมชมวิวกันไป

โปรแกรมเที่ยวเชจู

12-04-2016

  • Yakchunsa Temple (약천사(제주))
  • Daepo Jusangjeolli Cliff (주상절리(대포동지삿개))
  • O'sulloc Museum (오설록티뮤지엄)

13-04-2016

  • Seongeup Folk Village (성읍민속마을)
  • Seopjikoji (섭지코지)
  • Seongsan Ilchulbong (성산일출봉)

วันแรก

เดินทางมาถึงสนามบินเชจูด้วยความปลอดภัย และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแบบไม่มีปัญหาใดๆ สนามบินเชจูไม่ใหญ่มาก เราออกมาด้านนอก เดินตามป้าย City Bus จนมาถึงด้านหน้า Gate 2 ก็จะเจอ Bus Stop พร้อมป้ายบอกตารางเวลารถ

จากสนามบินไปสถานีรถบัส สามารถนั่งรถสาย 70, 95, 100 (หรือสายอื่นๆ ไม่แน่ใจ) ไปได้ เรานั่งรถบัสสาย 100 ใช้บัตร Cash Bee หรือ T-money จ่ายได้เลย ค่าเดินทาง 1150 วอน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที รถไปจอดที่ Jeju Intercity Bus Terminal จากนั้นเราเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่เกสเฮ้าท์ก่อน (ที่พัก Sum Guest House Jeju Airport อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถบัส ) แล้วออกเดินทางเที่ยวกันเลย

Jeju Intercity Bus Terminal (제주시외버스터미널)

บนรถบัสมีจอบอกชื่อป้ายตลอดทางไม่ต้องกลัวหลง
Yakchunsa Temple

การเดินทาง : จาก Jeju Intercity Bus Terminal นั่งรถบัสสาย 782 ไปลงป้าย Jungmun High School ค่ารถ 2800 วอน จากนั้นเดินย้อนกลับมานิดหน่อย เพราะป้ายที่รถบัสจอดจะเลยทางเข้าวัดไปแล้ว

เมื่อถึงทางเข้า เลี้ยวซ้ายตามป้ายทางเข้า Yakchunsa Temple เดินเข้าไปจนเจอสามแยกให้เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ตามป้าย Dam & Roo Resort ไปเรื่อยๆ ก็จะเจอทางแยกให้เลี้ยวขวาตามป้าย 약천사 Temple Stay เดินตรงไปอีกนิดเดียวก็จะถึงจุดหมาย

เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามป้าย 약천사

ซูมเข้ามา ป้ายทางเข้า Yakchunsa Temple 500 m

เดินลงมาด้านล่างวัดจะมีสวนดอกยูเช และต้นพ็อตกตให้ถ่ายรูปสวยๆ

Jusangjeolli Cliff

การเดินทาง : จาก Yakchunsa Temple เดินลงมาจากวัดจนถึงลานจอดรถทัวร์ ก็จะเจอกับถนนอีกด้านหนึ่ง ยืนรอรถบัสสาย 600 ที่ป้ายได้เลย นั่งบัสสาย 600 ประมาณ 2 ป้าย ไปลงที่ International Convention Center Jeju (ICC Jeju) ค่าเดินทาง 1300 วอน

ป้ายรถบัสตั้งอยู่ข้างถนน ด้านหน้าลานจอดรถทัวร์ ของวัด Yakchunsa

International Convention Center Jeju (ICC Jeju) ฺBus Stop

รถบัสจะมาจอดตรงป้าย International Convention Center Jeju (ICC Jeju) ซึ่งตรงจุดนี้จะเป็นวงเวียน เราต้องเดินข้ามไปฝั่งตึก International Convention Center Jeju (ICC Jeju) จากนั้นเดินผ่านด้านหน้าตึก ICC Jeju ไปจนเจอป้ายทางเข้า Jusangjeolli Cliff เลี้ยวขวาเข้าไปตามป้าย ซื้อบัตร 2000 วอน ไปเดินเล่นดูหินจากลาวาภูเขาไฟกัน

Jungmun City

เป้าหมายต่อไปของวันนี้ คือ O'sulloc Museum แต่เราขอแวะหากาแฟดื่มสักแก้วก่อนเดินทางต่อ จึงนั่งรถบัสสาย 600 จาก ICC Jeju มาลงแถว Starbuck ประมาณสองป้าย 1300 วอน เช่นเดิม

จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนคือ เจ้าตัวตึก Believe It or Not นี่เอง!!

Teddy Bear Museum อยู่ละแวกเดียวกัน

O'sulloc Museum

การเดินทาง : จาก Starbuck เดินไปขึ้นรถบัสสาย 781 ที่ป้าย Jungmun Resort Entrance ตรงจุดนี้สามารถแวะติดต่อสอบถามการเดินทางที่ Tourist Center กันก่อนได้นะ เจ้าหน้าที่จะให้ตารางเวลารถและจุดขึ้นรถบัสมาให้เราด้วย

นั่งบัสสาย 781 มาลงที่ Donggwang Junction ใช้เวลาประมาณ 12 นาที ค่ารถ 1300 วอน จากนั้นเดินข้ามไปฝั่งร้านสะดวกซื้อ GS25 ตามแผนที่ ที่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ Tourist Center แล้วต่อรถบัสสาย 755 ไปลง O'sulloc ค่ารถ 1300 วอนเช่นกัน

ตารางรถบัสสาย 755

เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์และนั่งจิบน้ำชา ชิมไอศครีมชาเขียวเบาๆ ได้ด้านในพิพิธภัณฑ์

แวะชมดอกยูเช Donggwang Junction

ขากลับจาก O'sulloc นั่งรถบัสสาย 755 กลับมาที่ Donggwang Junction เหมือนเดิม ตรงข้มกับ Bus Stop จะมีทุ่งดอกยูเช สีเหลืองสวยเต็มทุ่ง ไม่รอช้า! แวะไปถ่ายรูปกันหน่อย


จากนั้นกลับไปรอรถบัส ตรงจุดที่ 1 ตามแผนที่ที่ได้มาจาก Tourist Center (ย้อนไปดูด้านบน) นั่งรถบัสสาย 782 กลับไป Jeju Intercity Bus Terminal แล้วเข้าเกสเฮ้าท์ พักผ่อนเตรียมลุยต่อพรุ่งนี้

วันที่สอง

เริ่มต้นด้วยสายฝน ฝนตกลงมาแต่เช้า T.T แต่ไม่เป็นไร ขอเที่ยวไว้ก่อน หลังจากทานอาหารเช้าที่เกสเฮ้าท์เรียบร้อย ก็พกร่มเดินไป Bus Terminal ออกเดินทางตามแผน


Seongeup Folk Village

การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย 720 ไปลงป้าย Seongeup1-ri ค่ารถ 2800 วอน จากป้ายรถบัส เดินตรงไปตามรถบัสอีกประมาณ 200 เมตร ข้ามถนนไปจะเจอกับป้ายทางเข้าหมู่บ้าน


Seopjikoji

การเดินทาง : กลับมาตั้งต้นที่ป้าย Seongeup1-ri เช่นเดิม จากนั้นนั่งรถบัสสาย 720 ไปลงที่ Pyoseon myeon Office จากนั้นเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาตรงร้าน CU แล้วข้ามถนนตรงร้าน GS25 ไปป้ายรถบัสฝั่งตรงข้าม

นั่งรถบัสสาย 720 ไปลงที่ Pyoseon myeon Office

เลี้ยวขวาตรงร้าน CU

ป้ายรถบัสอยู่ตรงข้ามร้าน GS25

นั่งรถบัสสาย 701 ไปลงที่ป้าย Sinyang-ri Entrance จากนั้นจะเรียกแท็กซี่ หรือเดินเข้าไปก็ได้ ประมาณ 3 กิโลเมตร เราเลือกใช้วิธีเดินเข้าไปค่ะ อากาศเย็นสบาย เดินเล่นชมวิวข้างทาง แวะกินน้ำมะม่วงปั่น แวะนั่งริมทะเล แวะถ่ายรูปได้เรื่อยๆ ลืมความเหนื่อยกันเลย


Seongsan Ilchulbong

การเดินทาง : จากป้าย Sinyang-ri Entrance นั่งรถบัสสาย 701 ไปลงป้าย Seongsan-ri Office ค่ารถ 1300 วอน

Seongsan-ri Office Bus Stop

เดินเลี้ยวเข้าซอยตรงร้าน Take out Coffee (สีเหลือง)

สามแยกให้เลี้ยวซ้าย

เดินขึ้นไปซื้อตั๋วขึ้นยอดเขา Seongsan ราคา 2000 วอน เดินหาของทานเล่นรอบๆ ทางขึ้นเขา มีร้านขายของที่ระลึกและของกินเยอะเลย เตรียมพร้อมเดินขึ้นเขากันเลย ผู้คนล้านแปด คือเยอะมาก

ก่อนทางขึ้นเขา ด้ายขวามือจะมีวัด Dong Am Sa Temple (동암사) แวะเข้าไปได้

เดินลงมาจากยอดเขา ไปขึ้นรถบัสตรงป้ายเดิม Seongsan-ri Office นั่งรถบัสสาย 701 กลับไปยัง Jeju Intecity Bus Terminal ค่าเดินทาง 2800 วอน

---- จบทริปเชจู -----

ความคิดเห็น