รถโบราญที่ทางกรุงเทพมหานครสั่งตรงจากอังกฤษมาอำนวยความสะดวกผู้ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ

เช้าวันพฤหัสที่ 27 ตุลาคม เป็นวันที่ฉันตัดสินใจที่จะไปเดินทางไปถวายความไว้อาลัย ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ฉันเลือกวันนี้ เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่จะเปิดให้พสกนิกรของพระองค์ได้ร่วมลงนามไว้อาลัยแด่พระองค์ท่าน เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ฉันมีภาระกิจเผยแพร่พระราชกรณีย์กิจของพระองค์ท่าน เพราะได้รับเชิญจาก "โครงการเดินทางพ่อ :: สานต่อที่พ่อทำ"

หน่วยปฐมพยาลาล สำนักงานอนามัย กรุงเทพมหานคร

ฉันออกจากบ้านค่อนข้างสาย จากที่คิดว่าจะออกสัก 7.00 น. กลายเป็นว่าออกจากบ้านมา 8.00 น. กว่า ๆ หลังจากยืนรอรถอยู่พักใหญ่ยังไม่มีรถเมล์สายไหนที่จะพาฉันเดินทางไปสนามหลวงผ่านมาเลยสักคัน ฉันจึงตัดสินใจเดินเท้าจากปากซอยบ้านลัดเลาะไปตามถนนสามเสน ตัดเขาถนนพระสุเมรุต่อถนนพระอาทิตย์และเลาะเลียบวิทยาลัยนาฏศิลป์ โรงละครแห่งชา่ติ เพื่อเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง

จุดตรวจค้น และคัดกรอง

ฉันเดินตัดหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปยังบริเวณหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤติ์ด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นทางเข้าสนามหลวงจะมีจุดคัดกรอง และตรวจค้นอาวุธ ซึ่งจัดเป็นสองแถว จะมีการตรวจกระเป๋า และอาวุธต่าง ๆ ที่อาจจะติดกระเป๋ามากับผู้มาร่วมลงนามถวายความไว้อาลัย

แจกบัตรคิว

จากนั้น เมื่อตรวจสัมภาระข้าวของเรียบร้อยแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ยืนแจกบัตรคิวให้แก่ผู้ที่เดินทางมา โดยเมื่อได้รับบัตรคิวแล้ว ก็จะเลี้ยวขวาเดินบนฟุตบาทสนามหลวง เพื่อวกกลับลงมาที่ถนนอีกครั้งเพื่อเข้าสู่เต้นท์ที่มีการจัดที่นั่งไว้ให้ เพื่อรอคิวเรียกเป็นชุด ๆ ให้เดินเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง

หน่วยแพทย์พยาบาลที่มีไว้ค่อยอำนวยความสะดวกสำหรับผุ้เดินทางมากราบพระองค์ท่าน

เต้นท์นั่งรอเรียกให้เดินเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง


เมื่อได้รับบัตรคิวแล้ว เราก็จะเดินลงมาด้านถนนไปยังบริเวณตึกแดง ที่มีการตั้งเต้นท์สีขาว รอรับผู้ที่เดินทางมากราบไว้อาลัยฯ เพื่อให้นั่งรอเรียกเป็นชุด ๆ แต่ละเต้นท์ก็จะเป็นแต่ละชุดที่ทางเจ้าหน้าที่จะเรียกให้ค่อย ๆ ขยับกันเข้าไป

ระหว่างนั่งรอในเต้นท์ ก็จะมีอาสาสมัครมาแจกหนังสือบ้าง น้ำ อาหารบ้างง ผ้าเย็นบ้าง ให้ได้ผ่อนคลายระหว่างที่นั่งรอ โดยที่นั่้งจะถูกจัดเป็นสี่แถว ตามแถวการเดินเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะถูกเรียกเป็นชุด ๆ อย่างเป็นระบบและรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้นทาง



ภายในพระบรมมหาราชวัง

เราเดินผ่านประตูเทวาภิรมย์เข้ามาในพระบรมมหาราชวัง ในจุดนี้จะค่อนข้างร้อนสักนิดเพราะไม่มีที่นั่ง และไม่มีร่มเงาจากเต้นท์ให้เราได้พัก แต่ทุกคนยังสามารถกางร่มได้ เพียงแต่ขอให้งดการนำพระบรมศฉายาลักษณ์ขึ้นมาบังแดด แต่การจัดแถวยังถูกจัดแถวตอนเรียงเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้าเป็นชุด ๆ ไปเรื่อย ๆ

เดินแถวไปยังศาลาสหทัยสมาคม

ระหว่างนี้ก็จะมีการถ่ายรูปบ้าง อะไรบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายแต่ก็จะไม่แตกแถวออกไป


พักเข้าเต้นท์อีกครั้งที่หน้าศาลาสหทัยสมาคม

จากนั้น แถวก็จะเดินเข้าสู่เต้นท์หน้าศาลาสหทัยสมาคมอีกครั้ง ณ จุดนี้หากใครที่ใส่รองเท้าแตะก็จะต้องถอดรองเท้าไว้ด้านนอก เพราะเมื่อมีการเรียกให้เดินเข้าไปในศาลาสหทัยสมาคมแล้ว ต้องสามารถเข้าไปได้ทันที

เดินเรียงแถวเป็นระเบียบ

การเดินถูกจัดเป็นชุด ๆ และถูกเรียกให้ขยับไปเป็นชุด ๆ

แถวระหว่างรอเรียกหน้าศาลาสหทัยสมาคม


เมื่อแถวเดินมาถึงหน้าศาลาสหทัยสมาคมแล้ว สำหรับคนที่สวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าที่ไม่ใช่รองเท้าหุ้มส้น จะถูกให้ถอดรองเท้าและวางเรียงไว้ข้างหน้าเพื่อรอเรียกเข้าไปในศาลา เนื่องจากภายในศาลาไม่อนุญาตให้ทำการบันทึกภาพ จึงจะขอเล่าเป็นรายละเอียดแทน

เมื่อถูกเรียกเข้าไปในศาลาสหทัยสมาคมแล้ว เราจะไปยืนรอเป็นกลุ่มแบบต่อแถวตอนเรียงหนึ่งเพื่อรอให้ชุดทีอ่ยู่ข้างในถวายความไว้อาลัยเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะเรียกให้เราเดินเข้าไปทดแทนได้ เมื่อยืนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้สัญญาณให้เรานั่ง พร้อมทั้งบอกให้เรากราบที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยพร้อมเพรียงกัน

แค่เห็นพระพักตร์ในพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ก็ใจหาย หลาย ๆ คนร้องไห้ออกมา หลาย ๆ คนหัวตารื้นด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ เมื่อเรากราบพระบรมฉายาลักษณ์ที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม เหมาะสม เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะสั่งให้เราทุกคนยืนขึ้น สำหรับใครที่ต้องการจะร่วมทำบุญก็จะมีพานสำหรับรองรับเงินทำบุญ รวมถึงตู้สำหรับใส่เงินที่พสกนิกรต้องการร่วมทำบุญถวายไว้อย่างเป็นระเบียบ

ทยอยกันเดินลงจากศาลาสหทัยสมาคมด้วยความสงบ

จากนั้น เจ้าหน้าที่จะให้เราเดินออกมาจากศาลาสหทัยสมาคมเป็นชุด ๆ เช่นเดิม โดยด้านซ้ายมือของพระบรมฉายาลักษณ์จะมีห้องพร้อมสมุดให้เราลงนามไว้อาลัยแด่พระองค์ท่าน เป็นโต๊ะ ๆ ซึ่งเราก็จะยืนเรียงแถวตอนลงนามถวายกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และก็ทยอยกันเดินลงจากศาลาสหทัยสมาคมด้วยความสงบ เพื่อให้ชุดใหม่ ๆ ได้เดินเข้ามาร่วมลงนามถวายความไว้อาลัยได้อย่างทั่วถึงกัน

ออกจากศาลาสหทัยสมาคมมาด้านล่างอีกด้านหนึ่งของเต้นท์รอเข้า

ที่จุดนี้เจ้าหน้าทีอ่นุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามถ่ายเข้าไปในศาลาสหทัยสมาคม

กระบวนการในการจัดการในครั้งนี้ เป็นไปอย่างเป็นระเบียบและรวดเร็ว ฉันใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงในการเดินทางมาลงนามถวายความไว้อาลัยแก่พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็จะชี้เส้นทางเดินทางออกจากพระบรมมหาราชวังให้เรา หรือหากใครต้องการเดินทางไปกราบพระแก้วมรกตก่อน ก็มีเส้นทางจัดไว้ให้

รวมตัวกันถ่ายภาพโดยมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
และพระบรมราชินีนารถ

เส้นทางเดินออกไม่ติดขัด และไม่มีการเบียดเสียดใด ๆ ค่อย ๆ เดิน

ด้วยความปลื้มปิติ

ศาลาสหทัยสมาคม

ทางเดินออกจากพระบรมมหาราชวังให้เลี้ยวซ้าย เดินไปกราบพระแก้วมรกตให้ตรงไป


ฉันเลือกที่จะเดินออกจากพระบรมมหาราชวัง เพื่อเดินทางกลับไปที่ทำงาน เพื่อทำงานต่อ เมื่อออกมาแล้ว พื้นที่โดยรอบมันว่างเปล่า สร้างความว่างโหว่งอีกครั้ง โดยมี่เพียงนายตำรวจพระราชวังยืนเฝ้าตามจุดต่าง ๆ เท่านั้น

ตำรวจพระราชวังขี่ม้าตรวจบริเวณ

เดินแถวตรวจเวรยาม

แถวตรวจเวรยามของตำรวจพระราชวัง

ว่างเปล่า และเงียบเหงา

ส่วนด้านในสนามหลวงนั้น หลาย ๆ เต้นท์เริ่มเปิดให้บริการแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม
รวมถึงยาดมและลูกอมกันบ้างแล้ว

ผู้คนที่มาอาศัยพักแรมนอนที่บริเวณท้องสนามหลวง

พระบรมฉายาลักษณ์ที่ประดิษฐสถานอยู่บริเวณสนามหลวง หน้าพระบรมมหาราชวัง มีพสกนิกรมาร่วมวางดอกไม้ไว้อาลัยแด่พระองค์ท่านมากมาย ซึ่งดอกไม้เหล่านี้จะถูกนำไปจัดทำเป็น บุหงารำไป แจกจ่ายให้กับผู้มากราบพระบรมศพของพระองค์ท่านในโอกาสต่อไป


เต้นท์ต่าง ๆ รอบสนามหลวงเริ่มเปิดให้บริการ ทั้งบริการอาหาร ตัดผมฟรี และนวดฟรี

เต้นท์นี้ท่านพุทธอิสระนำก๋วยเตี๋ยวมาเปิดตั้งโรงทานให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา


ฉันเดินลัดออกจากสนามหลวงด้านศาลฏีกา เพื่อมาใช้บริการถที่ให้บริการรับส่งฟรีที่บริเวณหน้ากองฉลากกินแบ่ง โดยเป็นรถที่ได้ถูกนำมาให้บริการผู้ที่จะเดินทางมายังท้องสนามหลวง และรับกลับไปส่งที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมแล้วใช้เวลาไม่นานเลยในการเดินทางเข้ามาลงนามไว้อาลัยแด่พระองค์ท่าน นั่นเป็นเพราะวันที่ฉันเดินทางไปเป็นวันเกือบจะสุดท้ายในการเปิดให้ลงนามแล้ว

สำหรับการเปิดให้เข้าไปกราบพระบรมศพในพระบรมมหาราชวังนั้น ฉันคงยังไม่รีบร้อนเดินทางไปกราบท่าน แต่จะอาศัยกราบอยู่ที่ด้านนอกเสียก่อน จนรอจังหวะให้ผุ้คนบางตาเสียหน่อยก่อนแล้วจึงจะเข้าไปกราบท่านที่พระโกศภายในพระบรมมหาราชวัง ในระหว่างนี้ก็จะให้พี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัด หรือที่ต้องเดินทางมาจากที่ไกล ๆ ได้โอกาสนั้นไปก่อน เพราะคนบ้านใกล้อย่างดิฉันนั้น สามารถเดินทางไปได้ทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้น ฉันจึงรอเวลาที่จะได้เข้าไปแสดงความเคารพด้วยการกราบพระบรมศพของพระองค์ท่านบนพระที่นั่งพิมานรัตยาในพระบรมมหาราชวังด้วยตนเองอีกครั้ง ในเวลาอันเหมาะสม

บันทึกไว้ ณ วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ วันที่ ๒๕ แห่งการเสด็จสวรรคตของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร
รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี


ความคิดเห็น