ตามหาความเย็นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์(ทุ่งหินเทิน ช่องเย็นและหุบป่าตาด) รีวิวโดย DarkcutiE Travel

"ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเปป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2559" เป็นประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ทำให้รีบหาที่ไปสัมผัสอากาศเย็น คือแบบไม่ได้อยากจะหนาวก่อนใคร ก็แค่ อยากหนาวจัดๆ เร็วๆ นึกที่ไหนไม่ออก มีแค่ 1 ที่ ที่อยู่ในหัว "อากาศเย็น ก็ต้องช่องเย็นดิวะ" ไม่ได้คิดว่าไกล หรือ ตัวคุ่น คือไม่ได

ตามหาความเย็นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์(ทุ่งหินเทิน ช่องเย็นและหุบป่าตาด)

ตามหาความเย็นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์(ทุ่งหินเทิน ช่องเย็นและหุบป่าตาด)


"ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเปป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2559" เป็นประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ทำให้รีบหาที่ไปสัมผัสอากาศเย็น คือแบบไม่ได้อยากจะหนาวก่อนใคร ก็แค่ อยากหนาวจัดๆ เร็วๆ นึกที่ไหนไม่ออก มีแค่ 1 ที่ ที่อยู่ในหัว

"อากาศเย็น ก็ต้องช่องเย็นดิวะ" ไม่ได้คิดว่าไกล หรือ ตัวคุ่น คือไม่ได้คิดถึงอย่างอื่น เลย ขอแค่เย็นนนนนนนนนน


ตามรูปคือเส้นทางที่ขี่รถ ไป และ กลับ แต่ในความเป็นจริง ไม่ได้วางแผน ไปจิ้มๆ เอาหน้างาน เหอะๆๆๆๆ

ตื่นๆๆๆๆ ตื่นเต้น!!!!! นอนไม่หลับ ลุกขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า ออกมาเลยละกันตอนตี4

ก็เหมือนกันกับหลายๆครั้งนั่นแหละ มาหาวิวพระอาทิตย์ขึ้นระหว่างทาง

คราวนี้แถวๆ อินทร์บุรี มั้ง ถ้าจำไม่ผิด

และเช่นเคย ถ้ามาเช้าแถวๆนี้ ก็คงต้องฝากท้องที่นี่แหละ ปั้มShell อินทร์บุรี กับข้าวใช้ได้ ราคาปกติ ห้องน้ำสะอาด

โดนต้มเลือดหมูเข้าไปง่วงเลย ปกติจะกินไม่ค่อยเยอะนะ เพราะขี่รถ มันจะง่วงงงงง

กินอิ่มได้ที่ก็หวดยาววววววว เติมน้ำมันอีกที่ก็ บางจาก เลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ทีนี้ ไม่ได้วางแผน จะเอาไงดีล่ะ เอามือถือจิ้มไปจิ้มมา เฮ้ย!!!!! ทุ่งหินเทิน น่าสนใจ เทินได้ยังไง ไปดูดีกว่า ว่าแล้วก็ปายยยยย

จากถนนพหลโยธิน เลี้ยวซ้ายตามทางหลวงหมายเลข1072 ที่เหลือก็แค่ขับตามป้าย

ในใจคิดว่ามาถึงน่าจะ WOW!!!! เพราะ จากคำอธิบาย เนี่ยเป็นทุ่งที่มีหินเทินกันอยู่ ซึ่งมีหลายก้อน ใจเลยคิดว่าน่าจะเป็นพื้นที่กว้างๆ เหมือนแพะเมืองผีไรงี้ คิดไปคิดมา แว๊บบบบบ! เจอป้าย เลี้ยวซ้ายเลยจ้าาา

เลี้ยวซ้ายเข้ามาหน่อยนึง เจอวัดทุ่งหินเทิน ขี่รถเลยไปแล้ว มองเข้าไปดูน่าสนใจ แวะก่อนดีกว่า อาจจะเป็นตรงนี้ก็ได้

ไม่ใช้ว่ะ วัดนั่นแหละ แต่เงียบสงบดี มีพระธาตุที่เอาไปสร้างไว้บนก้อนหิน เอาๆๆๆ ถ่ายรูปซักหน่อยแล้วค่อยไปต่อ

ออกจากวัด ขี่ตรงไปเรื่อยๆ ไม่ไกลมาก เจอเลย ก้อนบะเริ่มเทิ่ม ก้อนเดียว!!!! ที่เหลือไร่อ้อยล้วนๆ

นั่งพัก จิ้มๆมือถือไปมา ได้ความว่า "กินเนื้อที่หลายไร่" เลยตีความว่ามีหลายก้อนแหละ แต่ตั้งไกลกัน ขี้เกียจขี่รถหาละ เพราะคงไม่ต่างกัน ออกมาเลยดีกว่าาา

,มุ่งหน้าตลาดคลองลาน กินข้าวเที่ยง และเตรียมของกินสำหรับมื้อเย็น ค่ำ และ เช้าพรุ่งนี้ พร้อมแล้วก็ลุย!!

จากตลาดคลองลาน เเดินทางต่ออีก30 กิโลเมตร เจอด่านเก็บเงิน ตรงนี้เก็บเงินค่าเข้าก่อน เสียค่าคน และค่ารถ ไปต่อครับ

แว๊บ!!! เดี๋ยวเดียวก็เข้ามาถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวถึงตรงนี้ต้องมาลงทะเบียนก่อนสำหรับผู้ที่จะขึ้นไปพักด้านบน(ด้านบนในที่นี้คือไปได้พักที่ตัวศูนย์บริการ) รวมไปถึงผู้ที่ต้องการขับรถขึ้นไปก็ต้องลงทะเบียน จำนวนคน ยานพาหนะ สี ยี่ห้อ นัยว่าหากตกเขาจะได้รู้ว่าเป็นใค รวมไปถึงจ่ายเงินเพิ่มเติมกรณีที่ต้องการพักค้างคืน และติดต่อเช่าเต๊นท์ และที่พักได้ตรงนี้เลยครับ

จะว่าไปหลังศูนย์บริการมีบ่อน้ำแร่ให้แช่ด้วยนะ แต่ช่างเถอะ ไม่ค่อยอยาก แหะๆมาคนเดียวมันเขิน

ครับผม ทีนี้หลังจากจ่ายเงินค่าที่พัก แจ้งความจำนงค์ที่จะขึ้นเรียบร้อย เรามาดูนิดนึง ว่าข้างบนมีอะไรบ้าน

  • แก่งผานางคอย
  • กิ่วกระทิง
  • ขุนน้ำเย็น
  • ช่องเย็น

ไปต่อครับ หลังจากนี้ก็จะเป็นถนน บนเขาทั่วไปต่างกันที่ รถไม่เยอะ แต่ในความที่รถไปเยอะนี่แหละ อันตราย ทั้งกรวดที่อยู่บนพื้นถนนเยอะมากตามโค้ง ทั้งความที่รถไม่เยอะ ทำให้คนรอบข้างลดความระมัดระวัง เพิ่มความประมาณ

ถนนมันสวยนะ อย่าเพลิดเพลินจนประมาณนะครับ ช่วงนี้ถนนกำลังทำ กรวดเพียบ ล้มขึ้นมา แคะหินกันเพลิน

บางทีก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า เมฆขาวๆ กัน ฟ้าใสๆ


โค้งไปโค้งมา จอดๆ ขี่ๆ 30 กิโล แป็บเดียวก็ถึง ช่องเย็น ที่พักคืนนี้ ซึ่งผมขึ้นมาถึงตอน14.00 เอาสิว่ะ ยังไงดี เวลาว่างเชียว

เอาวะ กางเต๊นท์ก่อนละกัน แล้วก็เดินไปเดินมา ถ่ายรูปเล่น

แดดขนาดนี้ มึงจะเย็นมั้ยวะคืนนี้


ไม่ไหวละ เวลาเหลือเยอะเกิน แดดก็ร้อนไ่ม่มีที่ให้นั่งเล่น ขี่รถเล่นดีกว่า เลยขี่รถกลับลงไปกิ่วกระทิง และขุนน้ำเย็นเพื่อฆ่าเวลา ทำให้รู้สึกเสียดาย จริงๆ ถ้าไม่ติดชื่อช่องเย็น ขุนน้ำเย็นก็น่ากางเต๊นท์ เพระ เงียบสงบดี คนไม่เยอะ (ชื่อไม่ดังไง) พื่นที่เพียบ

อันนี้วิวจากขุนน้ำเย็น

ลานกางเต๊นท์ ชอบตรงไหนมึงเลือกเลย ไม่ต้องแย่งกัน



จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น กิ่วกระทิง ก็นะ ผมไม่ใช่คนล่าพระอาทิตย์ ตอนเช้าเลยไม่ได้มาเก็บภาพ

ยังขี่รถเล่นจนเหนื่อย เวลาก็ยังเหลือ เอาว่ะ!!!ทำในสิ่งที่ไม่คิดจะทำ เดินครับ เลยจาก ช่องเย็น จะมีจุดชมวิวภูสวรรค์ เดินเป็นระยะทาง300เมตร ซึ่งปกติ ผมไม่เดิน เหนื่อย เดี๋ยวไม่มีแรงขี่รถกลับ วันนี้เวลาเหลือ ไม่มีไรทำ เอาซะหน่อย


เป็นบันไดปูนแบบนี้ ซัก 150-200เมตรครับ

หลังจากนั้นเป็นทางธรรมดา

วิวเขาแบบรูปข้างล่างนี้ผมสงสัย ทำไมต้นไม้มันหายไปไหน ใครรู้บ้าง อธิบายผมทีนะ ไม่ได้กวน แต่ผมไม่อยากคิดว่าเป็นการตัดไม้ แต่ก็มาหลายที่


สูงประมาณนี้ ตรงกลางทางนะ คือ ผมนั่งพักบ่อยมาก บ่อยจนรำคาญตัวเอง

ก็ประมาณนี้ครับ วิวข้างบน เหนื่อยมาก หิว น้ำหมดขวดพอดี ลงดีกว่า ข้างบนไม่มีร่มให้หลบเลย

จะรอดฝนมั้ยวะคืนนี้



อ่า....ตัดมาตรงนี้นิดนึง เป็นจุดที่ผมค่อนข้าง ประทับใจ และแปลกใจ ผมประทับใจในความตั้งใจดี แต่แปลกใจในด้านวิธีคิด ไปดูภาพก่อน เดี๋ยวบ่นอีกที

ครับ!!! ตรงทางขึ้นภูสวรรค์จะมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำอยู่ซึ่ง มีห้องน้ำสำหรับผู้ใช้Wheel chair แต่นั่นแหละ ตามรูป ทางลาดมีความชันมาก แต่ไม่มากที่สุด คือ ต้องใช้คนช่วยประคอง ห้องน้ำระจกค่อนข้างบางใส อันนี้เข้าใรในเรื่อความปลอดภัย แต่ คนเรามันก็ต้องอายมั้ย รึยังไง!! สุดท้าย จากห้องน้ำไปเต๊นท์ กลับเป็นทางดิน คือ สรุป จะไร้ประโยชน์ มั้ยรึยังไงดี ๕๕๕

ลงมาจากภูสวรรค์ เหนื่อยมาก ข้าวเย็นนี่ใส่ยับเลย ขนมปัง 2 ชิ้น มาม่า1 ชาม พี่อ็อด เต๊นท์ข้างๆ แกคงสงสารเรียกกินข้าวด้วย คือเกรงใจอะ แต่แกเรียกหลายรอบ จัดเลยละกัน พักเดียว 2 ทุ่มครึ่งเท่านั้นแหละ ร่วงเลย เหนื่อยมาทั้งวัน ขอทำตัวน่าเกลียด ลากลับไปนอนก่อน รูปไม่ได้ถ่ายไว้เลย


ราตรีสวัสดิ์

บรรยากาศตลอดกลางคืนมีลมแรง อากาศเริ่มเย็นลงๆ ลงมาเย็นสุดก็ประมาณ15-16องศาเซลเซียส แต่อย่างว่ามากับผม ไม่ได้ชมหรอกทะเลหมอก ไม่ได้ซื้อแพคเกจมา เสียใจด้วย แต่ก็เย็นดี สะใจนิดๆ


แหะๆ หลับสนิทจนถึงเช้า(วลีคุ้นๆ เหมือนโฆษณาผ้าอนามัย) ทักทายพี่อ็อดก่อนขอถ่ายรูป รู้สึกขอบคุณระคนเกรงใจ

นี่ครับ พี่่อ็อด จากยุทยา จัดเต็มจัดหนัก

ตื่นเช้าก้กินข้าวสิครับ ต้มกาแฟ ต้มโจ๊กกิน เอาอีกแล้ว เต๊นท์อีกฝั่งเรียกอีกแล้ว ชวนกินข้าวเช้า ก็ปฏิเสธไปเพราะเรากินแล้ว จนเราเก็บเต๊นท์จนเสร็จ แกก็ยังเดินมาเรียก ครับผม ขอบคุณพี่ป่องสำหรับกาแฟร้อนและไข่ต้มครับ

ผมไม่ได้ทำตัวน่าสงสารรึอะไรไใช่มั้ยเนี่ย ใครๆ ก้เรียกกินข้าว เอาจริงๆ ถ้าผมไปเที่ยวคนเดียวก็จะจัดการตัวเองแบบง่ายๆ เมื่อเทียบกับคนอื่นที่มีโน่นนี่มาผมเลยดูไม่ค่อยวุ่นวาย จัดการตัวเองเรียบร้อย

ตัดฉับลงมาคือขี่ลงมาจนถึงแก่งผานางคอย เลยแวะดู หูยยยย น่าเล่นน้ำมากกกก เมื่อวานเสียดายเลย ไม่ได้เล่นน้ำทั้งที่เวลาเหลือเพียบ คราววหน้าเอาใหม่ ไม่พลาด


ออกจากช่องเย็น ก็มุ่งหน้ากลับทางอุทัยธานีเพื่อแวะ หุบป่าตาด เห็นว่าสวยงามน่าชม แว๊บ!!!!! เติมน้ำมันที่คลองลานแวะเติมอีกทีที่ลานสัก ขี่ต่ออีกอึดใจถึงเลย เสียเงินค่าเข้า20บาทได้ไฟฉาย1อัน


คือมันต้องเดินผ่านถ้ำอะ แล้วมันมืดแบบ ไม่เห็นอะไรเลย ไฟก้ไม่ได้สว่างขนาดนั้น

เดินแป็บเดียวก็พ้นถ้ามืด จัมาโผล่ในเวิ้งที่เป็นหุบ ที่เกิดจากเพดานถ้ำถล่ม จึเกิดเป็นสภาพแวดล้อมแบบปิด ทำให้พรรณไม้ บรรยากาศคล้ายกับดึกดำบรรพ์



อันนี้กิ้งกือ มังกร สีชมพู สัตว์ประจำถิ่นของหุบป่าตาด

หลังจจากนี้ก็ยิงยาวกลับกรุงเทพ มุ่งหน้า บ้านไร่ ด่านช้าง เข้าลาดหลุมแก้ว

เก็บความชุ่มชื่นหัวใจไว้ ความหน้าเราจะมาอี มาใหม่นะจ๊ะ



ติดตามการเดินทางได้ที่ https://www.facebook.com/darkcutie.travel

ความคิดเห็น