2 คืน 3 ภู กับวิวสวยปัง (ภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว-ภูชี้เดือน) รีวิวโดย RinSa YoyoLive

สวัสดีค่าาาาา ว่ากันว่า ธรรมชาติถือหุ้น 99% นอกนั้นเป็นดวงล้วนๆ หรือเปล่าคะ ในการออกเดินทางท่องเที่ยว ที่ไปโอบกอดธรรมชาติโดยเฉพาะ แม้เราจะไปช่วงเวลา ที่คิดว่า ถูกที่ ถูกเวลา แต่ธรรมชาติก้ไม่ได้ใจดีกับเราได้ทุกครั้งเช่นกัน บางคนไปสถานที่แห่งเดียวกว่า 3-4 ครั้งถึงจะได้เจอธรรมชาติที่คิดว่าสวย

2 คืน 3 ภู กับวิวสวยปัง (ภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว-ภูชี้เดือน)

2 คืน 3 ภู กับวิวสวยปัง (ภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว-ภูชี้เดือน)


สวัสดีค่าาาาา
ว่ากันว่า ธรรมชาติถือหุ้น 99% นอกนั้นเป็นดวงล้วนๆ หรือเปล่าคะ ในการออกเดินทางท่องเที่ยว
ที่ไปโอบกอดธรรมชาติโดยเฉพาะ แม้เราจะไปช่วงเวลา ที่คิดว่า ถูกที่ ถูกเวลา แต่ธรรมชาติก้ไม่ได้ใจดีกับเราได้ทุกครั้งเช่นกัน

บางคนไปสถานที่แห่งเดียวกว่า 3-4 ครั้งถึงจะได้เจอธรรมชาติที่คิดว่าสวยปังจริงๆ
แต่บางคนไปครั้งแรก ก็เจอเลยเนอะ แบบนี้เรียกว่าโชคดีไป

แล้วเราล่ะ เราเจอบ้างไหม รางวัลจากธรรมชาติที่เราคาดหวังไว้สำหรับการเดินทางในครั้งนี้
อยากให้ไปลุ้นๆ กันค่ะ สำหรับทริป (ภูชี้ฟ้า-ภูชี้ดาว-ภูชี้เดือน) จังหวัดเชียงรายของเราในครั้งนี้

ทริปนี้ไปมาตั้งแต่ก่อนสิ้นเดือน พย. ที่ผ่านมาแล้วค่ะ แต่ดอง เอ้ยเอาวางไว้ก่อน

พอจะหยิบทริปนี้มาเขียน มาเล่าอีก เห็นทะเลหมอกจากเพจอื่นรัวๆ อ๊ากกกกก อิจๆๆๆ ยังจะกล้าเอามาลงอีกรึเรา 555

ก็ไม่เป็นไรบอกตัวเองๆ ที่อยากให้รู้ว่า แม้เราจะมาถูกที่ ถูกเวลา แต่ธรรมชาติ ก็ไม่ได้ใจดีกับเราเสมอไปน้าา ย้ำๆ ค่ะ


อัพเดทเรื่องท่องเที่ยวกับเราได้นะคะ เราทำเพจเล็กๆ อยู่ที่นี่ หากมีข้อซักถามเพิ่มเติม สามารถมาพูดคุยกันได้น้าา

>>> https://www.facebook.com/RinsaYoyoliveTravelBlogger/

เนื่องจากมีเวลาเพียงแค่ 2 คืนเท่านั้น ก็เท่ากับเราจะเห็นแค่ สองเช้า กับสองเย็น แต่แผนการเดินทางที่เราร่างไว้นั้นมีถึง 3 ภู เราจะไปได้ไหม
สถานที่แรกที่เราได้มาเยือนก่อน นั่นคือ ภูชี้ฟ้าค่ะ เป็นการมาเยือน ภูชี้ฟ้ายามเย็นของเรา เป็นครั้งแรก
เพราะทุกครั้งที่มาภูชี้ฟ้า จะมาตอนเช้าตรู่หรือเคยมาตอนสายๆ ก็ยังมาแล้ว มาแล้วผิดหวังไม่เจอะไร หมอกฟุ้งบ้างล่ะ

แต่เย็นนั้นกลับไม่เป็นอย่างที่คิด!!

ภูชี้ฟ้ายามเย็นยังมีหนูน้อยชาวดอยมาทักทาย มาบริการเป็นไกดิ์น่ารักเช่นเดิม

ค่าความน่ารักของเด็กเราให้ทิปไปคนละ 10 บาท รวม 30 บาทเราใจดีใช่ไหม 555

เวลานั้น แสงเริ่มอ่อนลงๆ ยามเย็น กับยอดผาหัวสิงห์ บริเวณภูชี้ฟ้า ที่ความสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,628 เมตร



เราไปช่วงเย็นวันอาทิตย์ค่ะ คนประปรายจะเรียกว่า เหมาภูชี้ฟ้าเที่ยวก็ยังได้เลย

ภูชี้ฟ้าที่เรามาในครั้งนี้คือครั้งที่ 4 ค่ะ และทุกครั้งที่เรามาต่างเวลาย่อมให้บรรยากาศแตกต่างกัน

แต่เราว่านะ ภูชี้ฟ้าครั้งนี้ เราชอบมากที่สุด แม้ไม่มีทะเลหมอกหนาๆ เหมือนตอนเช้า แต่ทว่า กลับรู้สึกอบอุ่น

พอใจกับแสงในยามนี้อย่างที่สุดแล้ว


เรามีนายแบบ มีนางแบบ เราเดินตรงไปขอให้เค้าสองคนช่วยเป็นแบบให้อีกต่างหาก

แม้ไม่รู้จักกัน สองคนก็เต็มใจอย่างมาก ได้ภาพออกมาในอารมณ์ภาพแบบนี้ เรายิ่งชอบใจ อิอิ


และในเวลานั้นเอง แสงลงเรื่อยๆ เราได้เห็นทะเลหมอกในระยะไกลๆลอยมาใกล้ๆ ตา ที่ภูชี้ฟ้าแห่งนี้

เป็นหมอกไหลสวยๆ อีกแห่งหนึ่งที่เราได้มาเห็นกับตาตัวเอง

ประทับใจและชอบกับแสงสียามเย็นของภูชี้ฟ้า เชียงราย

ที่บ่งบอกว่า เราไม่จำเป็นต้องขึ้นมาเยือนในยามเช้าตรู่เสมอไป เลี่ยงคนเยอะๆ ในช่วงเทศกาลได้ดีเหมือนกันนะคะ

ลงจากภูชี้ฟ้ามาแล้วมืดสนิทเลยจ้าาา ช่วงที่เราไปเป็นเดือนมืดพอดี อุณหภูมิกลางคืน 16 องศาในเวลานั้น
ไม่มีอะไรดีไปกว่า นั่งพิงไฟ แบบนี้แหละ ดีหน่อยที่พักยังมีเครืองทำน้ำอุ่นให้ด้วย
ไม่ต้องได้แปะน้ำนะ บอกเลย 555

เช้าวันรุ่งขึ้น เรานัดหมายกันตั้งแต่ ตี 4 ค่ะเพื่อขึ้นภูที่สอง นั่นคือ

ภูชี้ดาว เพราะเป็นเดือนมืดและคิดว่าจะไปหาถ่ายดาวบนภูชี้ดาวนั่นด้วย
แต่ ภูชี้ดาวครั้งแรกของเรากลับไม่เป็นไปอย่างที่คาดคิดไว้!!

ภูชี้ดาวในเช้าวันนั้น เต็มไปด้วยหมอกฟุ้ง ขึ้นมาถึงตั้งแต่ตี 5 รอจนถึง 8 โมงหมอก็ไม่ทีทีท่าจะมา

หมอกก็ฟุ้งกระจายเต็มไปหมด มองไม่เห็นอะไร ยังไม่พอมีลมพัดแรงมากก

คืออยู่บนนั้นไม่มีอะไรหลบไมมีอะไรต่อต้าน หนาวเข้ากระดูกเลยล่ะคะ 555

ดีที่ว่าห่อตัวยขนเป็ดมาอย่างพร้อม ช่วยได้เยอะหน่อย

ก่อนมาเยือนภูชี้ดาวแห่งนี้ เราหวังมากนะกับที่นี่ คือวิวรอบด้านสวย มีรั้วไม้กั้นเขตไทย-ลาว

มีมุมถ่ายภาพเยอะ คือเห็นภาพในเน็ตมาล้วนสวยๆ ทั้งนั้น เราก็หวังว่า เออเราจะได้เจอแบบนี้น้า แต่ภูชี้ดาวของเราในครั้งแรก

ก็ผิดหวังซะแล้ว แต่ไม่เป็นไร บอกตัวเองว่า ยังไงเราก็ได้มาเดินขึ้นอีกภูหนึ่งสำเร็จไปด้วยดีค่ะ



ภูชี้ดาว ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เปิดเป็นทางการเมือต้นปี 2559 นี่เองและจะโด่งดังมากที่สุดมีข่าว


ตอนดารานักร้องไรนี่แหละมาขีดเขียนชื่อตัวเองไว้บนหลักเขตแดน นั้นจนเป็นข่าวใหญ่โต

การเดินทางมาภูชี้ดาว สะดวกเหมือนกันค่ะแต่ต้องเหมารถ 4WD ของชาวบ้านขึ้นมานะคะ จะมีรถกระบะต่อคิวอยู่ตรงทางขึ้นภูชี้ดาว
ค่าเหมารถไป-กลับคันละ 500 บาท มาหลายคนเราจ่ายไปคนละ 100 บาทคุ้มๆ กับระยะทาง 2.8 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าขึ้นไปบนภูอีก
ทางค่อนข้างขื้น และชันพอสมควรจะมีบันไดได่ทุกขั้น มีราวไม้ให้จับตลอดทาง

นี่เราเดินลงแล้วนะ ไม่ได้ไรเลย รอบหน้าคงได้มาแก้ตัวใหม่ 555

เช้าวันนี้กลับมายังที่พักของเราค่ะ ที่นี่ แสงดาวรีสอร์ท ที่พักเปิดใหม่ในช่วงที่เราไป
ห้องพัก ห้องละ 800 บาท พร้อมวิวหลังห้องที่เห็นดอยสุดลูกหูลูกตา

#แสงดาวรีสอร์ท ที่พักเปิดใหม่สดๆ ร้อนๆ เช่นกัน ห้องสีเขียวหลังละ 800 บาท เต้นท์นอนวิวอย่างเทพหลังละ 300 บาท เปิดระเบียงออกมายามเย็นเจอทะเลหมอกมาเต็มๆ จ้า อยู่ใกล้ทางขึ้นภูชี้ดาว เบอร์โทรค่ะ 080-034-3984

หลังจากผิดหวังกับภูชี้ดาวในตอนเช้า เรายังมานอนเล่น มารีแลกซ์กันที่ลานกางเต้นท์นี่แหละค่ะ 555
มองวิว มองฟ้า มองสีเขียวๆ ของดอย จำเริญตาจำเริญใจ ถ้าไม่ได้ยินเสียงสะกิดบอกให้ไปต่อนี่ เรายังฟินกับบรรยากาศนี้อีกได้นะ

เพราะสถานที่ต่อไปนี้ เรายังฟินได้อีกนะเอออ
เมื่อมาต่อที่นี่ ไร่ภูอิงฟ้า

ไร่ภูอิงฟ้า เป็นทั้งที่พักกางเต้นท์ และร้านกาแฟค่ะ บอกได้เลยว่า วิวสวยปังมากจริงๆ

ตอนที่เราไปยังไม่เปิดให้บริการ สร้างยังไม่เสร็จนะ ตอนนี้คิดว่าเปิดให้บริการชัวร์แล้วค่ะ

ถือเป็นอีกจุดหนึ่งน่าแวะนั่งชิล เช็คอิน และถ่ายรูปกันได้เพลินๆ

ไร่ภูอิงฟ้า อยู่ถัดจากภูชี้ดาวไปดอยผาตั้งค่ะ ถนนทางผ่านแน่นอน

และถนนเส้นภูชี้ฟ้าไปยัง อ.เวี่ยงแก่นทำใหม่ดีขึ้นเยอะแล้วนะคะ หลังจากปีก่อนๆ เราไปมา
ต้องชับรถหลบหลุมกันเพียบ ตอนนี้เขาพัฒนารองรับนักท่องเที่ยวได้ดีขึ้นล่ะ

และสายๆ วันนั้นเรามาต่อกันยังที่นี่!!

ดอยผาตั้ง

มาเยือนดอยผาตั้ง ที่นี่ทำให้เราได้เห็นดอกไม้ป่าสวยๆ เยอะค่ะ ที่รู้ๆชื่อก็มี ดอกกุหลาบป่า

ดอกบัวตองสีเหลืองๆ เห็นเยอะหมือนกัน ส่วนดอกสีชมพู คืออะอะลูมิไรท์ (อะไรไม่รู้) 555

กับมุมมหาชนที่ใครๆ ต้องมายืนถ่ายกันตรงนี้ๆๆๆๆ

จุดชมวิวช่องผาขาด

เป็นจุดชมวิวที่อยู่ใกล้วิวผาบ่องประตูสยาม ลักษณะเป็นผาหินที่ขาดแยกจากกันเป็นช่องมองลงไปเห็นทิวทัศน์ประเทศลาว

และสายแม่น้ำโขงได้ชัดเจน

ภาพจากดอยผาตั้งในครั้งนี้มากจาก 2 เวลาค่ะ คือตอนสายๆ ที่เรามาแล้วก็ตอนเย็นพระอาทิตย์ตก เพราะไม่รู้จะไปไหนดีในตอนเย็น
ก็เลยมาดูพระอาทิตย์ตกกันที่ช่องเขาขาดอีกครั้ง และก็สวยสมใจเช่นกัน

อีกจุดสำคัญๆ ของดอยผาตั้งคือ เนิน 102

เรามีความคิดอีกครั้งว่าจะมาดอยผาตั้งนี้เป็นครั้งที่สองในตอนเช้า ไว้รอบหน้านะคะ

เพราะดอยผาตั้ง เดินชึ้นง่ายไม่ต้องเช่ารถ 4WD ขับรถมาจอดที่จอดรถกว้างขวางและเดินผ่านร้านค้า ร้านขายของกิน ของที่ระลึกเพียบ

สามารถเดินขึ้นไปชม ตามจุดชมวิวต่างๆ ได้เลย


กับอีกจุดสำคัญของดอยผาตั้งในยามเย็น เนิน 103

กับวิวรอบๆ เนิน 103 ในยามเย็น เวลานั้นพระอาทิตย์เตรียมลับขอบฟ้า

ที่ได้เห็นทั้งฝั่งไทย และลาว มีน้ำโขงกั้น


และมองจากเนิน 103 เห็นภูชี้ดาวได้ชัดเจนอีกด้วยเช่นกันนะคะ

มาที่นี่ สิ่งที่เราต้องมีให้กับตัวเองนั่นคือ ช่วงเวลา Relax กันค่ะ นั่งนิ่งๆ อยู่นิ่งๆ

แค่ได้มองฟ้า มองพระอาทิตย์ลับสายตา ไปพร้อมๆ กับธรรมชาติ แค่นี้ก็สวยเกินบรรยายแล้วล่ะเนอะ


เรามอง มอง มองจนลับตาไป พระอาทิตย์ตก ที่ดอยผาตั้ง

เช้าวันสุดท้ายของเรา วันนี้เรามีนัดภับภูชี้เดือนค่ะ เป็นสถานที่เปิดใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี่เอง
นัด ตี 5 ขั้นภูชี้เดือน นั่งรถ 4WD เช่นเดิมระยะทาง 4 กิโลเมตร และเดินเท้าขึ้นไปอีก ราวๆ 150-400 เมตร

ยังแอบหวั่นใจ ยังแอบใจแป้ว ว่าจะเจอกับทะเลหมอกมั้ย หมอจะฟุ้งเหมือนเมื่อวานหรือป่าว
นั่นคือสิ่งที่เรากังวลล่วงหน้า เพราะเห็นเฆฆหนาเหลือเกิน

แต่สิ่งเหล่านี้คือธรรมชาติทีเ่ราได้เจอ ที่ภูชี้เดือน ในเช้าวันนั้นค่ะ

เราได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น ได้เห็นทะเลหมอกกลุ่มๆ แม้ไม่มาก แต่ก็ยังสวยไหลผ่านไปเรื่อยๆ


ได้เห็นแสงเทพ จากพระทิตย์ ลอดผ่านเฆฆนานหลายนาที



นี่เป็นของขวัญ เป็นรางวัลจากเช้าวันนี้ให้พวกเรา ที่ภูชี้เดือน



กับเหล่านักล่าควาทรงจำที่ ภูชี้เดือน

ล่องลอย และล่องลอยไปเรื่อยๆ ปล่อยใจลอยล่องไปนิ่งๆ
กับวิวธรรมชาติ กับสิ่งที่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง อย่างน้อย ธรรมชาติ ก็ไม่ได้ใจดำกับเรานักเนอะ
บอกตัวเอง เรายังมีโชคนะคะ ได้เห็นแค่นี้ก็โอเคแล้วล่ะ 555
แต่หากถามว่า อยากเห็นทะลหมอกหนาๆ อีกมั้ย ตอบได้ชัดว่า อยากเห็นอีกอย่างแน่นอน

กับวิวรอบๆ ภูชี้เดือน ที่ยัง สด ใหม่ เชื่อว่ากระแสการท่องเที่ยวเปิดใหม่ของภูชี้เดือน แห่งนี้


จะทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลขึ้นมาชมทะเลหมอกยามเช้าบนภูนี้กันเยอะมากชึ้นเรื่อยๆ นะคะ

พวกเราเต็มอิ่มอยู่กันบนภูชี้เดือน นานพอสมควร ตักตวงความสุข ตักตวงกับธรรมชาติที่เปล่งแสงมาให้


และลงจากภูชี้เดือนมา มีทำทาง ที่จอดรถ ห้องน้ำ เสร็จเรียบร้อย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้พร้อมล่ะ

ลงจากภูชี้เดือนแล้วไปไหนกันต่อ ที่นี่เลยค่ะ อีกหนึ่งทีพักเปิดใหม่อยู่ ทางขึ้นภูชี้เดือน

#ไร่ชี้ดาว_ภูชี้เดือน ที่พักเปิดใหม่ปังๆ สีชมพูห้องละ 800 บาท เต้นท์นอนหลังละ 300 บาท วิวพานอรามา 360 องศาบนดอย เจ้าของเค้าปลูกดอกไม้รอบทิศทางจัดได้สวยงามค่ะ เพิ่งเปิดใหม่ อยู่ใกล้ทางขึ้นดอยภูชี้เดือนจ้า ใครสนใจ ติดต่อ อบต.มนตรี 061-287-4068 / 093-967-7346

ไร่ชี้ดาว-ภูชี้เดือน
กับวิวสวยปัง มองเห็นทะเลหมอก ล้อมร้อบด้วยสวนดอกไม้ที่เจ้าของปลูกใหม่ เอาใจนักท่องเที่ยวให้เข้าไปพักกัน

ห้องพัก พร้อมน้ำอุ่น ห้องละ 800 บาท กับวิวกางเต้นท์เทพมาก เพราะมีพื่นที่กางเต้นท์ จำกัด เต้นท์หลังละ 300 บาท


สวนดอกไม้ ดอกคอสมอสบานเต็มพื้นที่รอบทิศทางกระจายชวนให้เชลฟี่

ห้องพัก พร้อมน้ำอุ่น ห้องละ 800 บาท กับวิวกางเต้นท์เทพมาก เพราะมีพื่นที่กางเต้นท์ จำกัด เต้นท์หลังละ 300 บาท

สวนดอกไม้ ดอกคอสมอสบานเต็มพื้นที่รอบทิศทางกระจายชวนให้เชลฟี่

พร้อมทั้งเก็บภาพเป็นที่ระลึก เก็บไว้มาให้ชมกัน ที่ ไร่ชี้ดาว-ภูชี้เดือนแห่งนี้ ของ อบต.มนตรี

กับจุดเช็คอินสวยๆ ที่เราอยากให้มาเยือนกันค่ะ
3 วัน 2 คืนของเรากับการพิชิต 3 ภู 1 ดอย 2 รีสอร์ท กับวิวสวยๆ (สำหรับเรา)

ช่วงหน้าหนาว กับหลากหลายอารมณ์ธรรมชาติ ที่มอบให้ฟินๆ บ้าง หมอกฟุ้งบ้างก็ไม่เป็นไร

ไว้เรากลับไปแก้วตัวใหม่อีกครั้ง ที่จังหวัดเชียงรายกันเนอะ


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า




ความคิดเห็น