วันที่เดินทาง 7-11 มกราคม 2569 รวม 5 วัน 4 คืน
จองตั๋วล่วงหน้า 6 เดือน Vietjet ได้มาในราคา 15,702 บาท/2คน (ตกคนละ 7,851 บาท)
ไม่รวมน้ำหนักกระเป๋า เราไปซื้อแยกผ่าน Line ต่างหาก 15kg ตกขาละ 1,050 บาท

ก่อนมาเราแลกเงินในบัตร Youtrip ไว้ ¥ 125,000
(เรทราวๆ 0.218 เสียจุยมาก เพราะวันที่ไปลงไปถึง 0.198 ไม่น่ารีบแลกเลย)
และเงินสดพกไปอีก ¥ 30,000

เตรียมตัวก่อนเดินทาง เราใช้บริการดังนี้
Internet - เราเลือกใช้ Sims Japan 5 วัน Unlimited
KLOOK - จอง 1 Day Tour Hakata - Aso - Takachiho
KLOOK - จอง Sun Q Pass แบบ 2 Day สำหรับใช้ขึ้นรถบัสในคิวชูได้ไม่จำกัด
Agoda - จองที่พักล่วงหน้า 6 เดือน ได้มาในราคาถูกสุดๆ มีแพงวันสุดท้าย เพราะวัน ส
(ที่ญี่ปุ่นแพงช่วงวัน ศ-ส แต่ก็ถือว่าได้มาถูกกว่าที่อื่น



Day 1 สุวรรณภูมิ - Fukuoka Airport
เราบิน 00:45-7:55 เครื่องออกตรงเวลาดี มาถึงราวๆ 8 โมง
ใช้เวลารับกระเป๋า ผ่าน ตม. ออกมาถึงขึ้นรถบัสตอน 8:40 ทำเวลาได้ดีเลย
เราออกมาซื้อตั๋วรถบัสที่ตู้ Nishitensu ไปสถานี Hakata ในราคา ¥ 310/คน
ได้รอบ 09:15-09:42 ใช้เวลาราวๆ 20 นาที ก็มาถึงสถานี Hakata ทางออก Chikushi Gate
เราเดินไปฝากกระเป๋าที่โรงแรม Hotel Livemax Hakata Eki-mae ก่อน
แวะ 7-11 ซื้อกาแฟ+ชา และประเดิมมื้อแรกที่ Yoshinoya ร้านที่คุ้นเคย
สั่งแกงกระหรี่เนื้อ ส่วนเราสั่ง เซตข้าว+ราเมง hotpot (เซตหลังนี่กิน 2 คนได้เลยนะ เยอะมาก)

ที่แรกที่เรามาคือ Kushida shrine ศาลเจ้าคูชิดะ
ศาลเจ้าประจำเมืองฟุกุโอกะ ที่นี่สร้างมาเก่าแก่มากๆ อายุหลักพันปีเลย
เราถือคติว่า ถ้ามาต่างถิ่น ก็ต้องมาแจ้งเจ้าที่เจ้าทางก่อน ให้ช่วยคุ้มครอง
ให้การมาเที่ยวครั้งนี้ราบรื่น ปลอดภัย ไม่เจออุปสรรคใดๆ ซึ่งก็ราบรื่นตลอดทริปเลยจริง



เดินถัดมาอีกที่ Tochoji temple วัดโทโชจิ
มาถ่ายรูปคู่เจดีย์ห้าชั้น จุดธูปรมควันขอพร จริงๆในวัดมีอะไรให้เดินชมเยอะเลย
ทั้งพระพุทธรูปไม้ใหญ่ที่สุด หรือทางเดินทางเดินจำลอง นรกและสวรรค์
แต่ส่วนที่ว่ามานี้ ถ่ายรูปไม่ได้ และเราต้องรีบทำเวลา เลยไปต่อดีกว่า

เที่ยงครึ่ง กลับมาสถานีฮากาตะ นั่งรถไฟไปลงสถานี kido-nanzoin

เดินออกมาตามทาง เลี้ยวซ้าย ระหว่างทางจะผ่านสะพานเมโลดี้ ที่ราวสะพาน
จะมีแผ่นเหล็กที่เป็นตัวโน๊ตเสียงต่างๆ เอาไม้ตีให้เป็นเพลงได้ เก๋ดีน

มาถึง Nanzoin วัดนันโซอิน บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบมาก
เดินเลี้ยวซ้ายมา จะเจอจุดรับพลังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีแกะสลักเทพสายฟ้าไว้

เดินย้อนกลับไปทางเดิม จ่ายค่าเข้าวัด ¥ 300/คน เดินผ่านอุโมงค์ 7 เทพโชคลาภ
จะมาถึงศาลเจ้าไดโกกุเทน ที่เจ้าอาวาสมาขอพรที่นี่แล้วถูกรางวัลใหญ่
ผู้คนก็เลยนิยมมาขอพรด้านการเงินและโชคลาภที่วัดนี้


หลังเจ้าอาวาสถูกรางวัล ก็นำเงินมาสร้างองค์พระนอนทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่
ของจริงสวยมาก เรามัวแต่ถ่ายด้านหน้า จนลืมถ่ายฝ่าเท้าที่เขามาขอพรกัน


สงสัยวันหลังต้องกลับมาถ่ายใหม่แล้ว มีอีกหลายจุดในวัด ที่เราไม่ได้ไป
ใครจะมา อยากให้ใช้เวลาอยู่ที่นี่สัก 2 ชม. น่าจะกำลังดี


บ่าย 2 ครึ่ง เรานั่งรถไฟกลับมาสถานี และเดินไปที่ Hakata Bus Terminal
รอรถเบอร์ 306 ที่ป้าย 6 เพื่อต่อรถไป Fukuoka Tower ราคา ¥ 260/คน

มาถึง Landmark ของที่นี่เกือบๆ 4 โมง ทำเวลาดี
จริงๆที่นี่ไม่มีอะไรมาก อากาศยิ่งหนาว เดินข้างนอกแปปๆก็ต้องมาหลบในอาคาร
เราแวะ Lawson ซื้อน้ำ ไก่ทอด นั่งกินหลบลมหนาวสักพัก

ก็เดินไป momochi seaside กันต่อ ลมแรงมาก หนาวจนอยู่นานไม่ค่อยไหว
6 โมงเราก็เดินทางไปกินมื้อเย็นแถวเทนจินดีกว่า

เราลงที่ Tenjin Bus Terminal และเดินมาร้าน Musashi Kuroge Wagyu
เนื้อวากิวแบบพรีเมี่ยม เพิ่มท๊อปปิ้งด้วยอิกุระและโฮดาเตะ ของดีๆทั้งนั้น

มีเครื่องเคียงเป็นต้นหอม, สาหร่าย, ข้าวพอง, กระเทียมทอด, ผงโรยข้าว
และเกลือวาซาบิเสริฟพร้อมชุปมิโสะและน้ำซุปการาดข้าวปิดท้านเป็นข้าวราดน้ำชา
เป็นมื้อที่รอคอย อร่อยฟินมากกกกกก มื้อนี้จบที่ ¥ 4,780



กินเสร็จ เดินชมบรรยากาศในเมือง มาดูยาไต ริมน้ำ Nakasu ไปคาแนลซิตี้
จุดๆสภาพเริ่มนี้ไม่ไหวจริงละ รีบเดินไปที่พัก จบวันแรก ด้วยสภาพยมสุดๆ
สรุปเดินไป 25,000 ก้าวได้ ไม่ไหวแล้ววววว พรุ่งนี้ไว้ค่อยว่าใหม่นะ



Day 2 Mount Aso-Takachiho Gorge
วันนี้มีนัดกับ 1 Day Tour Hakata - Aso - Takachiho
ของ KLOOK ที่เราจองไว้ เกริ่นก่อนว่า เราได้มาทัวร์นี้ในจังหวะที่ดีมากๆ จองล่วงหน้า 5 เดือน ได้มาในราคา ลด 50% จากปกติ 1,640บาท/คน แต่คนได้ในราคา 2 คน!! ตกคนละ 820 บาทเท่านั้น
ถ้ามาเอง ก็ไม่ได้ราคานี้ด้วย ถูกจริง!
เริ่มต้น มาจุดนัดพบที่สถานี Hakata ทางออก Chikushi แถวๆหน้า Lawson โรงแรม Oriental
มื้อเช้าเราก็ซื้อของมากินบนรถบัสเป็นมื้อเช้ากัน ไกด์มา 07:45 ขึ้นรถ 08:00 ล้อหมุนเลย


รถบัสเป็นคันเล็ก จุได้ประมาณ 32 คน ไม่มีที่เก็บกระเป๋าใบใหญ่ บนรถ มีทั้งจีน ฝรั่ง เกาหลี และไทย
เราได้ไกด์คือ คุณ Kevin พูดได้ทั้ง จีน, อังกฤษ, ญี่ปุ่น ค่อนข้าง Entertain ได้ดี
ตามแพลนจริง เราต้องไปที่ Takachiho ก่อน แต่เหมือนว่าวันนี้ ภูเขาไฟ Aso จะเปิดให้เข้าชมได้เร็ว
ไกด์เลยเลือกมาที่นี่ก่อน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี รถบัสขับมาส่งถึงปากปล่องให้เลย และท้องฟ้าสดใสมาก

Mount Aso อยู่ในจังหวัด Kumamoto เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ อันดับ 2 ของญี่ปุ่น รองจากฟูจิ


ไกด์ให้เวลาเรา 30 นาที ข้างบนนี้ อุณหภูมิ 1 องศา ข้างบนลมแรงและหนาวมาก ใครจะมา อย่าลืมถุงมือน


วิวข้างบนสวยมากๆ อยากได้เวลามากกว่านี้จัง แต่ก็ต้องทำเวลา กว่าจะมาถึงก็ 3 ชม. แล้ว
เราลงมาด้านล่าง มีเวลา 1 ชม. ใครหิวก็สามารถทานข้าวที่นี่ได้
แต่เราเลือกเดินไปชมทุ่งหญ้า Kusasenri ที่จะเปลี่ยนสีทุกฤดู ปกติ ก็จะเป็นสีเขียวสดใส มีม้าให้นั่ง
แต่เรามาหน้าหนาว ก็จะเป็นสีทองอร่ามแบบนี้เลย
จุดนี้สามารถมองเห็นยอดเขา Nakadake ที่เราพึ่งลงมาได้ด้วย

ไปกันต่อที่ Takachiho ที่นี่อยู่จังหวัด Miyazaki ติดขอบ Kumamoto
การไปมา 2 ที่นี้ ขับรถเองจะสะดวกสุด เพราะ ถ้าไม่มีรถสาธารณะที่ไปโดยตรง ต้องย้อนไปหลายต่อ
เมื่อมาถึง บัสจะจอดลานจอดที่ไกลสุด ต้องใช้เวลาเดินเข้ามาราวๆ 20 นาที ถึงจะเจอจุดยอดฮิต


ที่แห่งนี้ เป็นหุบเขาที่เกิดจากก่อร่างสร้างตัวของหินภูเขาไฟหลายพันปี
จากการระเบิดของภูเขาไฟอาโซะ เป็นช่องแคบระหว่างเขาที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ
แล้วกัดเซาะจนเกิดเป็นช่องหินที่สวยแปลกตา ทำให้เกิดเป็นหุบเขาธรรมชาติสุดอลังการ


ด้านในมีเรือให้เช่า สามารถพายเรือผ่านล่องของหุบเขาได้ แต่ต้องจองมาก่อน
และมีน้ำตก มานาอิ อยู่ระหว่างหุบเขา ทำให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
ที่ได้รังสรรค์ขึ้นมาได้อย่างงดงาม

จบทริปใช้เวลาเดินทางกลับราว 3 ชม. ก็มาถึงสถานี Hakata 18:10
เราจองร้าน Motsunabe Tashu Hakata ไว้ตอน 1 ทุ่ม

เกือบจะไม่ได้กินเพราะสื่อสารกันไม่ตรงโชคดีมีสาวญี่ปุ่นพูดอังกฤษได้ช่วยพูดให้
ตั้งใจมากินคอร์ส Tashu ซึ่งเราเข้าใจว่า คอร์ส 1 ชุด มี 11 จาน ราคา ¥3,960 กินได้ 2 คน
แต่จริงๆร้านบังคับสั่งคนละชุด สรุป คือ ต้องสั่ง 2 ชุด แต่เป็นหม้อเดียว
เครื่องเคียงอีก 10 อย่างก็แยกคนละชุดไป

อาหารอร่อยมว๊ากกกกกก เครื่องในวัวนิ่ม นุ่ม ไร้กลิ่นคาว
น้ำซุปเลือกแบบ Tashu nabe หวานละมุน อุดมไปด้วยความคอลลาเจน เข้ากันได้ดีกับผัก
แก้มวัวตุ๋นหวาน เข้าปากละลายคาลิ้นทันที รสชาติละมุนมาก คล้ายๆหมูฮ้อง
สลัดโรเซกิเปรี้ยวนำน้ำสลัดดี เมนไทโกะเค็มๆละมุนลื่นๆ กินคู่กับใบชิโซะคือดี ผักดองก็เค็มๆดี

ได้ลองเนื้อม้าสักที อร่อยมากไม่คาว ไม่มีกลิ่น ลื่นคอไม่มีเอ็นให้สัมผัสแม้แต่น้อย
ไม่คิดว่ากินง่ายขนาดนี้ หลังกินไปชุดนึงมาเติมให้อีก กินหมดอีกรอบเติมเส้นราเมงสำหรับจานสุดท้าย
และตบท้ายด้วยของหวานไอศรีมโมนากะ
สรุปจบมื้อนี้ที่ ¥8,710 ราคาแรงหน่อย แต่ถือว่าคุ้มค่าสมราคา


จบทริปก็เดินกลับที่พัก ท่ามกลางอุณหภูมิ -3 องศา วันนี้้เดินไปอีก 16,500 ก้าว
ขาหมดสภาพมาก ขอตัวไปพักก่อน
Day 3 Hakata - Beppu
วันนี้ เราออกเดินทางไปนอกเมืองกัน จุดหมายแรก คือ เบปปุ เมืองออนเซ็น
เราจองคิวรถบัสล่วงหน้า 1 เดือน ผ่านเวปไซด์ Highwaybus.com
โดยใช้ Sun Q Pass ที่ซื้อมาจาก KLOOK ในการจอง
ออกเดินทาง 7:30 มาถึง เบปปุ 10:20 ใช้เวลาเกือบ 3 ชม.

ลงที่ป้าย Beppu Kitahama เริ่มหิวนิดๆ แต่ร้านยังไม่เปิด ก็เลยลากกระเป๋าไปชมวิวอ่าวเบปปุก่อน

11 โมง มากันที่ร้าน Toyotsune ร้านท้องถิ่นชื่อดังประจำเมือง ร้านนี้ดังมาก เปิดมาก็คนแน่นเลย
เราสั่งเซตไก่เทมปุระ และเทมปุระกุ้ง+ปลาไหล ให้เยอะมาก แถมรสชาติก็อร่อยเลย

กินเสร็จเดิน 15 นาที ไปสถานี Beppu โรงแรมอยู่ติดสถานีเลย เราแวะไปฝากกระเป๋าไว้ก่อน

เราจองที่พักไว้ที่นี่ Business Hotel Star
ถึงโรงแรมจะเก่า แต่ราคาก็ย่อมเยาว์ ห้องกว้าง มีอ่างอาบน้ำ
สำคัญเลยที่ชอบ คือ ชักโครกที่มีระบบอุ่นตูดนี่แหละ ชอบมาก

ไปกันต่อเลย เราเดินมาฝั่ง East Exit ของสถานี ป้ายรถบัสเบอร์ 5 นั่งสาย 26
มาลงที่ป้าย Kifunejo Iriguchi (นั่งดูวิวเพลิน เลยไปป้ายนึง) แล้วเดินต่ออีกหน่อย ก็มาถึงจุดหมายแรก


"ปราสาท คิฟูเนะ" ที่นี่ตั้งอยู่ด้านบนของเมืองเบปปุ มีค่าเข้า 300เยน/คน
เป็นป้อมปราการเก่าแก่ที่ทำจากไม้สนทั้งหมด มีเทพผู้พิทักษ์งูขาว ด้านในปราสาทค่อนข้างเก่าแก่เลย
แต่วิวนี่จึ้งมาก สามารถชมวิวทิวทัศน์มุมกว้างของเมืองเบปปุได้อย่างสวยงาม



ได้เครื่องรางมาคนละชิ้น (1,000+1,500 เยน)
กลับมาที่ป้ายรถที่เดิม รอรถบัสสาย 26 จนถึงเวลา แต่ก็ไม่มีมา เลยสุ่มๆขึ้นมาลงแถว Kannawa
แล้วเดินต่อมาถึงที่นี่ Umi Jigoku บ่อนรกสีฟ้


มาจังหวะทัวร์จีนลงพอดี ก่อนถึงบ่อ มีร้านของฝากขายด้านหน้า แวะชมนิดหน่อย ออกจากร้านมา
ก็เจอบ่อของจริง สวยมาก น้ำมีสีฟ้าคล้ายน้ำทะเลเป็นเอกลักษณ์ และมีไอน้ำที่พุ่งออกมาจำนวนมาก
บรรยากาศโดยรอบก็สวยงาม นอกจากนี้ ยังมีบ่อสีแดงอีกแห่งที่เรียกว่า อาไกเกะจิโกกุ

ออกจากบ่อนรกมา รอรถเมล์อยู่นาน ตามตารางก็ไม่มีรถ เลยต้องนั่ง Taxi ครั้งแรกเลย
มาถึง เมียวบัน ออนเซ็น เราเลือกแช่ในห้องส่วนตัว ที่นี่เป็นบ่อน้ำพุร้อนกำมะถันสีนม
ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้ดีเลย

ระหว่างทางกลับ ขอแวะกินพุดดิ้งเมืองนรก และ ไข่ต้มออนเซ็น อร่อยมาก
รสชาติมันนวลๆ เหมือนปรุงรสมาเลย


กลับมาสถานี ปิดท้ายคืนนี้ด้วยการเดินไป Beppu Tower

แวะทานมื้อเย็น Nadaiunatoto Bepputen


ข้าวหน้าปลาไหล + อุด้งเนื้อไส้ปลาไหลย่าง ราคาย่อมเยาว์ แต่รสชาติไม่เบา
และปิดท้ายด้วยการช้อปที่ดองกี้ในคืนนี้

วันนี้เดินไปอีก 18,500 ก้าว ร้าวระบมไปหมด



Day 4 Beppu - Yufuin
ตื่นมาเช้านี้ กับวิวเมืองเบปปุ

เรามีมื้อเช้าที่โรงแรม แต่เป็นมื้อที่รู้สึกถึงอาหารแบบดั้งเดิม
รสชาติญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ความรู้สึกแบบคนท้องถิ่นจริงๆ

8 โมงเช้า เราเช็คเอาท์ ไปสถานี ข้ามมาฝั่ง West ป้ายเบอร์ 1
รถบัสมาพอดี แบกกระเป๋าเดินทางไป Beppu Ropeway กัน


มาถึง เราฝากกระเป๋าที่ตู้ด้านหน้า และซื้อตั๋วกระเช้า เพื่อขึ้นไปบนเขา Tsurumi กัน
ได้ขึ้นกระเช้า วันนี้ ลมแรง และกระเช้าแกว่งมาก แต่วิวก็สวยเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ บอกให้เวลาแค่ถึง 10 โมง ต้องลง เพราะวันนี้ลมแรงเรามีเวลาแค่ 30 นาทีบนนี้!
ก็เลยต้องทำเวลา รีบเดินรีบถ่าย ให้ทัน




หลังจากเราลงมา กระเช้าก็ปิดเลย น่าจะเป็นกลุ่มเดียวที่ได้ขึ้นวันนี้
ระหว่างเก็บของกำลังจะไปต่อ นายสถานี เนโกะจัง ก็แวะออกมาส่ง

ขึ้นบัสไป ยูฟูอิน เจอทัวร์เกาหลีเต็มคัน พร้อมกระเป๋าเดินทางที่คล้องเชือกไว้แบบหลวมๆ
เวลารถเลี้ยวทีกระเป๋าก็ไถลมาทั้งกอง เราเหมือนเป็นเบาะรองรับ บันเทิงรื่นเริงกันเลยทีนี้


11 โมงนิดๆมาถึงสักที ยูฟูอิน จากจุดนี้ต้องเดินไปอีกสักพัก ก็จะมาพบกับ
ร้านคล็อกเก้ชื่อดัง ส่วนตัวว่าก็อร่อยดี แต่ไม่ถึงกับว้าวมา

เดินมาอีกนิดที่ร้าน โมจิสตอเบอรี่ ไส้ถั่วแดงดีย์ นื้อแป้งนุ่มหนึบหนับ แต่แอบแพงไปหน่อย

ไปอีกไม่ไกล ก็เจอ Flora Ville เมืองน่ารัก แลนด์มาร์คสำคัญ ที่เดินสั้นๆก็ครบ



ว้าวสุดๆคือที่นี่ Kinrin Lake ที่นี่สวยจริง เราใช้เวลานั่งอ้อยอิ่งที่คาเฟ่จนลืมเวลา






มื้อบ่ายขาดไม่ได้ กับ Yufu Mabushi Shin ข้าวเนื้ออบหม้อดินชื่อดังของที่นี่
ปริมาณ ราคา รสชาติ อร่อยทุกอย่าง ¥6,050


อยู่จนถึง 4 โมงครึ่ง ก็ถึงเวลาขึ้นบัสกลับ
วิ่งยาวๆไป ถึงฮากาตะ 6 โมงครึ่ง ลากกระเป๋าไปเก็บของที่โรงแรมกันก่อน

ปิดท้ายทริปด้วยร้าน วารายากิ โรบาตะ ซีฟู้ด ที่โด่งดังกับข้าวซีฟู้ดหน้าล้น

ส่วนตัวว่ารสชาติธรรมดา แต่ให้ปริมาณมาอิ่มแบบจุกๆ
วันสุดท้ายเดินเกือบ สองหมื่นหนึ่งพันก้าว รวมแล้วสี่วัน เดินไปร่วม แปดหมื่นหนึ่งพันก้าวเลย



สรุปค่าใช้จ่าย 5 วัน 4 คืน ตามนี้

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบครับ
Freeman Rider
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 13.02 น.

![cover [Japan] ทริปคิวชู 5 วัน 5 เมือง Fukuoka-Aso-Takachiho-Beppu-Yufuin](https://asset.readme.me/files/76147/cover.jpg?v=b3001bfc)





