ร้านอาหารทะเลร้านนี้อยู่ใกล้โรงแรม Centara Grand Beach Resort Hua Hin ที่เราพัก เดินจากโรงแรมมาไม่ไกลแค่ 750 เมตร เราเลยฝากท้องมื้อเย็นไว้กับร้านนี้ 2 วันติด (ด้วยความที่ว่าบางมื้อขี้เกียจขับรถ เผื่ออยากจะทานอาหารใกล้โรงแรมเลยได้ร้านนี้มา) ชื่อร้านอาหารทะเลฟ้ามุ่ย อยู่ที่ซอยหัวหิน 57 หรือซอยเดชานุชิต จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (หรือสามารถเข้าจากซอยหัวหิน 55 ทะลุมาที่ร้านได้เช่นกัน) ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. เป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่ยื่นออกไปริมทะเล ไม่มีห้องแอร์ ที่จอดรถยนต์มีน้อย ข้างๆ ร้านสามารถจอดรถยนต์ได้แค่ 3-4 คัน เราเดินออกมาทานอาหารเย็นกันกะให้ถึงร้านตอน 17.00 น. มันจะได้ไม่มืดจนเกินไป เดินชมวิวข้างทางมาเรื่อยๆ 10-15 นาที ก็จะเจอป้ายร้านก่อนเลย ทางเข้าร้านก็ลึกลับนิดหน่อย

ถ้าเดินมาแล้วเห็นประตูแบบนี้ให้เดินเข้าประตูไปเลยจ้า

ขอบคุณภาพแผนที่ร้านจาก Google Map





ช่วงที่เรามาถึงร้านคนยังไม่เยอะมาก อยากนั่งมุมไหนเลือกได้เลย

คุณพี่เขาเลือกนั่งโต๊ะที่มองออกไปแล้วเห็นทะเล


สองฝั่งเป็นร้านอาหารทะเลเช่นกัน แต่คนละร้านกับร้านฟ้ามุ่ย ปลายเดือนกันยายน 2568 ลมเย็นสบายไม่ร้อนมาก ฝนไม่ค่อยมีด้วย

ทานครั้งแรก เย็นวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 เพิ่งมาถึงหัวหินเป็นวันแรก Check in เข้าที่พักเดินเล่นชมวิวรอบโรงแรมก็เหนื่อยแล้ว เลยหาอะไรทานใกล้ๆ โรงแรมพอ

หมึกต้มหวาน 200 บาท ปลาหมึกสดอร่อย แต่...มันหวานเกินไปสำหรับคนที่ไม่ทานอาหารรสชาติหวานแบบเรา

ชอบตรงที่ปลาหมึกมีไข่แทบทุกตัว

ปูผัดผงกะหรี่ 180 บาท รสชาติโอเคอยู่

ร้านแนะนำปลาลิ้นหมาทอดน้ำปลา 300 บาท ได้ปลา 2 ตัว ทางร้านให้น้ำราด 2 แบบ
1.น้ำราดที่เป็นน้ำปลารสชาติออกเค็มๆ หวานๆ
2.น้ำราดแบบน้ำยำที่รสชาติเปรี้ยว เค็ม หวาน

เทียบความยาวปลาลิ้นหมากับมือ

ครั้งแรกกับการทานปลาลิ้นหมา เนื้อปลารสชาติจืดๆ ร่วนๆ มีเนื้อพอสมควร ร้านทอดได้กรอบจนแทะได้ทั้งหัวปลา

แกงส้มพริกนกปลากะพง+ไข่ปลา 280 บาท (มาหัวหินตั้งใจจะมาลองแกงส้มพริกนกนี้แหละค่ะ เข้าว่ากันว่าอร่อย) เรากับคุณพี่ติดใจแกงส้มพริกนกมากรสชาติเปรี้ยว เค็ม หวานนิดๆ เผ็ดร้อนจัดจ้าน หอมใบโหระพา รสชาติแบบจะแกงส้มก็ไม่ใช่ จะต้มยำก็ไม่เชิง

ไข่ปลากะพงหนึบๆ อร่อยไม่คาวเลย

มื้อนี้จ่ายไป 1,000 บาท

ทานครั้งที่สอง เย็นวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 วันนี้มาแก้ตัวหอยแมลงภู่นึ่ง ก่อนเดินมาที่ร้านเราโทรถามก่อนเลยว่ามีหอยแมลงภู่หรือไม่ เพราะเมื่อวานเย็นสั่งไปแล้วของหมด จากการสังเกตเมื่อวานแทบทุกโต๊ะจะสั่งหอยแมลงภู่นึ่งมาทาน (และรอบนี้มาหัวหินเราดันอยากทานหอยแมลงภู่) ร้านบอกว่าหอยแมลงภู่เข้ามาแต่ละวันไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะได้กี่กิโล เพราะเป็นชาวบ้านออกไปหา ไม่ได้ไปสั่งซื้อจากตลาด

โชคดีที่วันนี้มีหอยแมลงภู่ ตัวขนาดไม่เล็กจนเกินไป หอยสด ไม่เละ ไม่คาว เค็มนิด หอมกลิ่นน้ำทะเล หวาน ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลย อร่อยจนติดใจต้องรีบสั่งเพิ่มอีก 1 จาน (เย็นนี้ร้านบอกว่ามีหอยแมลงภู่นึ่งแค่ 4 จาน ของมาน้อย)

ข้าวผัดทะเลจานกลาง 250 บาท กุ้ง ปู ปลาหมึกสดนะ แต่รสชาติข้าวผัดยังไม่โดนใจเราเท่าไร ร้านผัดออกมาจืดๆ ไม่ค่อยมีกลิ่นไหม้ของกะทะ แต่ดีที่ข้าวไม่แฉะ

ยำสามไข่ (ไข่ปลาหมึก/ไข่แมงดา/ไข่ปู) 350 บาท เปรี้ยว เค็ม หวาน ครบรส ไม่เผ็ดมาก

มาซ้ำแกงส้มพริกนกรอบ 2 ติดใจไข่ปลา แต่...ร้านบอกว่าวันนี้ไข่ปลากะพงหมด (แสนเศร้าใจ) ร้านบอกว่าปลากะพงที่ได้มาแต่ละวันก็ไม่รู้ว่าตัวไหนจะมีไข่

เราเลยสั่งเป็นแกงส้มพริกนกปลากะพง+พุงปลาแทน รสชาติดี อร่อยเหมือนเดิม

นอกจากเนื้อปลา ชิ้นส่วนตรงพุงปลาแล้ว ก็มีอะไรไม่รู้ลักษณะแบบนี้ เลยเรียกเจ้าหน้าที่ของร้านมาถาม น้องบอกว่ามันคือส่วนของถุงลมปลา

ชิ้นส่วนของถุงลมปลากะพง หนึบๆ กรึบๆ ไม่เหนียวมาก ที่สำคัญคือไม่คาว ไม่มีกลิ่น ปรากฎว่าอร่อยกว่าไข่ปลาอีก ฮ่าๆๆ ติดใจอีกแล้ว

มื้อนี้จ่ายไป 1,200 บาท รู้อย่างนี้ไม่น่าสั่งข้าวผัดทะเลมาเลย อาหารเยอะเกิน อิ่มพุงกางเดินกลับโรงแรมแทบไม่ไหว

ราคาอาหาร ณ เดือนกันยายน 2568 ค่ะ










Emmy Journey
วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.20 น.






